Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 299 ข้ารับใช้ถือกำเนิด

ข้ารับใช้ถือกำเนิด

 

            ภาพของทะเลสาบวิญญาณที่ปรากฏขึ้นในจิตใจนั้นทำให้กัสตกตะลึงจนเสียสมาธิไปชั่วขณะ ส่งผลให้ความรู้สึกที่เป็นแกนหลักของสภาวะที่แสนวิเศษสูญสลายหายไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

            ผลลัพธ์ของการสูญเสียทำให้ภาพของทะเลสาบวิญญาณหายไปจากความรู้สึกของเขาและทำให้กัสรู้สึกเสียดายและประหลาดใจจนอดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้

            แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่นานสองนาน น้องสาวของเขาก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเพราะเธอไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกร้อนรุ่มและเดือดพล่านที่ทำให้ร่างกายของเธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างที่เคยเป็น

            “ท่านพี่..”

            เพราะเด็กสาวไม่รู้ว่าพี่ชายของเธอนั้นได้พบเจอกับสภาวะที่แปลกประหลาด เธอจึงส่งเสียงเรียกออกไปและทำให้กัสได้สติกลับมาอีกครั้ง

            ความสับสนเกิดขึ้นในใจของกัสชั่วขณะก่อนที่เขาจะสลัดมันทิ้งไปและเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจโดยหวังว่าจะนำความสงสัยนี้ไปถามคนที่น่าจะให้คำตอบเขาได้ดีที่สุดอย่างซีต้า

            ต่อจากนั้นกัสก็หันกลับไปทุ่มเทสมาธิให้กับน้องสาวของเขาอีกครั้งและค่อยๆ สัมผัสกับความรู้สึกที่แสนวิเศษอีกครั้งหนึ่ง

            การสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แสนวิเศษนี้ทำให้กัสตื่นเต้นยินดีมากทีเดียว แต่เขาก็ต้องผิดหวังในท้ายที่สุดเพราะถึงจะสัมผัสกับความรู้สึกที่น่ายินดีได้ ทว่าเขากลับไม่ได้เห็นทะเลสาบวิญญาณของน้องสาวอีก

            สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้มีเพียงชีพจรเวทมนตร์ที่ปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางในจิตใจเพียงเท่านั้น

            แม้จะยังสงสัยทว่ากัสก็ตัดสินใจสลัดความสงสัยนี้ทิ้งไปแล้วทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการช่วยน้องสาวของเขาฝึกวิชา

            วิชากลั่นโลหิตถูกใช้ออกมาพร้อมกันจากทั้งพี่ชายและน้องสาว สายเลือดที่มีความคล้ายกันอย่างถึงที่สุดเริ่มไหลเวียนไปในจังหวะเดียวกันความเข้มข้นของพลังชีวิตในร่างกายของเด็กสาวทวีความเข้มข้นขึ้นในระดับที่น่าตกตะลึง

            ช่วงเวลานั้นกัสก็สัมผัสได้ถึงปริมาณของเลือดที่ลดลงและพลังชีวิตที่หดตัวลงเพราะการกลั่นที่มีประสิทธิภาพมากผิดปกติ

            กัสตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะถ่ายเทพลังชีวิตจากช่องว่างวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างกายของน้องสาวคนโตจนทำให้ตัวเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที

            ความร้อนในร่างกายของเธอเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เหงื่อไหลออกมาเป็นสาย หยาดเหงื่อที่มีกลิ่นฉุนหลั่งออกมาไม่มีหยุด มันมีของเหลวสีเทาคล้ำปะปนออกมาไม่น้อย

            ปรากฏการณ์ที่ผิดปกตินี้ทำให้กัสตื่นเต้นยินดีเพราะเขาจดจำได้ดีว่าปรากฏการณ์เช่นนี้คือการขับของเสียออกมาจากร่างกายและจะทำให้ร่างกายของเธอบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

            ‘ยอดเยี่ยม!! ถึงจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็เถอะนะ แต่วันนี้เคล็ดฝึกคู่มีประสิทธิภาพดีมากจริงๆ!!’

            กัสตื่นเต้นยินดีอยู่ในใจขณะที่พยายามปลอบโยนน้องสาวในอ้อมกอด เขากระซิบให้กำลังใจเธอเพื่อให้เธอฝืนตัวเองเพื่อฝึกฝนต่อไปจนกระทั่งถึงขีดจำกัดจริงๆ เขาถึงจะยอมให้น้องสาวคนโตของเขาหยุดการฝึก

            สิบนาทีเศษๆ ของการฝึกฝนที่หนักหน่วงก็จบลง เด็กสาวอ่อนเพลียจนหลับไปในอ้อมกอดของกัสในอึดใจในสภาพที่หอบหายใจหนักๆ จนเขานึกสงสาร

            ทว่ากัสก็ยังทำใจแข็งและบอกกับตัวเองว่านี่คือการฝึกฝนเพื่ออนาคตของเธอ หากเขาไม่เข้มงวดกับเธอในตอนนี้ อนาคตข้างหน้าเธออาจจะต้องพบเจอกับอันตรายที่น่ากลัวยิ่งกว่า

            หลังจากวางตัวน้องสาวลงบนเตียงนอนแล้วร่ายเวทชำระล้างออกมาทำความสะอาดเรือนร่างที่บอบบาง กัสก็หันไปหาน้องสาวคนรองที่ทนไม่ไหวหลับไปก่อนแล้ว เขาก็ยิ้มฝืนๆ

            ‘ยัยตัวเล็กนี้ก็นะ..เอาเถอะปล่อยนางไปสักวันก็แล้วกัน’

            แม้ในใจกัสจะอยากเข้มงวดกับน้องๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ทำใจแข็งฝืนปลุกน้องสาวที่หลับไปแล้วขึ้นมาไม่ลงอยู่ดี

            ด้วยเหตุนี้กัสก็เลยหันไปหาอิจิโกะกับน้องที่แม้จะอ่อนเพลียอย่างมาก แต่พวกเธอก็ไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังเพราะแทนที่พวกเธอจะนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย พวกเธอกลับเลือกที่จะทำสมาธิเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการฝึกฝน

            เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็เดินเข้าไปหาอิจิโกะแล้วเริ่มผสานร่างกายจนเป็นหนึ่งจนทำให้อิจิโกะส่งเสียงครางออกมาด้วยความสุขสม

            ด้วยความที่อิจิโกะเองก็คุ้นเคยดีกับการฝึกฝนร่วมกับนายท่านของเธอ เธอจึงตอบสนองต่อการรุกล้ำเข้ามาของกัสได้เป็นอย่างดี

            ทั้งสองเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ในท่านั่งสมาธิแล้วเริ่มกระตุ้นวิชาที่ฝึกฝนออกมา

            กัสใช้วิชากลั่นโลหิตร่วมกับปราณลึกลับ อิจิโกะใช้เคล็ดวิชาลับของเผ่าผึ้งทองคำเพื่อกลั่นหยาดน้ำผึ้งทองคำออกมา

            ช่องว่างภายในร่างกายของเธอตอนนี้มีมากถึง 13 ช่องแล้ว ในวันนี้เธอกำลังเพิ่มช่องว่างขึ้นอีก 1 ช่องและเริ่มกลั่นพลังงานสะสมในร่างกายของเธอให้กลายเป็นหยาดน้ำผึ้งทองคำ

            ก่อนหน้านี้เธอสูญเสียหยาดน้ำผึ้งทองคำไปถึง 12 หยด ในการฝึกฝนเวทมนตร์กำเนิดแมลง ซึ่งหลังจากทำพลาดไป 3 ครั้ง อิจิโกะก็ทำสำเร็จในครั้งที่ 4 และให้กำเนิดไข่ผึ้งออกมาฟองหนึ่ง

            ต่างกับนิโกะกับซันโกะที่ต้องพยายามถึง 5 และ 6 ครั้งกว่าที่พวกเธอจะให้กำเนิดไข่ผึ้งออกมาได้ฟองหนึ่ง

            ผลลัพธ์จากความพยายามนี้ได้ทำให้สามสาวตระหนักถึงพรสวรรค์ในการให้กำเนิดที่แตกต่างกันและทำให้อิจิโกะเกิดความหวังขึ้นมาในใจ

            ความหวังที่ผึ้งงานนับไม่ถ้วนปรารถนาแต่ไม่มีใครกล้าที่ทำมันให้เป็นจริง ความฝันที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นนางพญาผึ้งทองคำ

            ในตอนนี้ความฝันนี้ได้ปรากฏขึ้นภายในใจของอิจิโกะแล้ว แม้เธอจะรู้สึกว่ามันเป็นความฝันที่เกินเอื้อมไปบ้าง แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะทำตามความฝันนี้

            ขณะที่นิโกะกับซันโกะนั้น เมื่อรู้ถึงความฝันนี้พวกเธอสองคนก็ตัดสินใจสนับสนุนพี่สาวของพวกเธออย่างเต็มที่

            มันเป็นการร่วมมือแบบลับๆ ของสามสาวโดยที่กัสและคนอื่นไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

            โดยที่ไม่มีใครรู้ช่องว่างภายในร่างกายของอิจิโกะจึงมีจำนวนมากกว่าน้องสาวทั้งสองคนของเธอไปหลายช่องเพราะการสนับสนุนของทั้งสอง

            ด้วยการแบ่งหยาดน้ำผึ้งทองคำที่ตัวเองกลั่นออกมาได้ให้กับอิจิโกะ ทำให้พัฒนาการของนิโกะกับซันโกะชะลอตัวลงไปเล็กน้อย พวกเธอตัดสินใจไม่เร่งพัฒนาช่องว่างในร่างกายให้มากนัก แต่เลือกที่จะแบ่งหยาดน้ำผึ้งทองคำเพื่อให้อิจิโกะใช้ในการเพิ่มจำนวนช่องว่างในร่างกายแทน

            ผลลัพธ์จากการสนับสนุนทำให้อิจิโกะมีพลังงานสะสมอยู่ในร่างกายมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้ทันทีที่อิจิโกะกับกัสเริ่มต้นการฝึกคู่ ช่องว่างของอิจิโกะก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เพียงชั่วครู่สั้นๆ มันก็เพิ่มขึ้นอีก 1 ช่อง และจบลงที่ 5 ช่องหลังจากการฝึกฝนเสร็จสิ้นลงโดยไม่มีหยาดน้ำผึ้งทองคำปรากฏขึ้นเลย

            ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความต้องการของอิจิโกะ เธอได้ส่งพลังทั้งหมดที่ได้รับมาจากกัสและน้องสาวทั้งสองไปกับการเพิ่มจำนวนช่องว่างในร่างกายเพียงอย่างเดียว

            เมื่อถึงตาของนิโกะกับซันโกะ พวกเธอก็ฝึกฝนในรูปแบบเดิมๆ ช่องว่างของพวกเธอเพิ่มขึ้นคนละ 1 ช่องเพียงเท่านั้น ในขณะที่หยาดน้ำผึ้งทองคำกลับปรากฏขึ้นมาถึง 5 หยดด้วยกันเพราะความพยายามของทั้งสอง

            กัสนั้นไม่ได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เลย เนื่องจากเขาไม่มีความเข้าในใจเรื่องนี้มากนัก สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้มีเพียงความมุ่งมั่นของสามสาวที่ทำให้เขาชื่นชม

            ค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนของพวกเขาจึงผ่านไปทั้งแบบนั้น จนกระทั่งเช้าวันใหม่มาถึง ทุกคนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังงานที่เต็มเปี่ยม

            จะมีก็เพียงน้องสาวคนรองที่ดูจะมึนๆ นิดหน่อยเพราะไม่ได้ร่วมฝึกคู่กับพี่ชายในค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้พลังในร่างกายของเธอมีมากเกินไปเล็กน้อยเพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการเผาผลาญด้วยการฝึกฝน

            ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย กัสก็เลยจับเธอมาจัดหนักอีกรอบหนึ่งเพื่อรับอรุณแล้วปิดท้ายด้วยการฝึกฝนอีกสิบนาทีเศษเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กสาวตื่นตัวได้อย่างเต็มที่

            ในขณะที่กัสเปิดศึกรักรับอรุณกับน้องสาวคนรองนั้นเอง ด้านนอกก็มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีเกิดขึ้นในตอนที่อิจิโกะกับน้องแวะไปดูไข่ผึ้งทั้งสามฟองก่อนที่จะไปทำงาน พวกเธอก็ได้เห็นสภาพของดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบอยู่ในรัง

            ภาพของตัวอ่อนที่กำลังจะลอกคราบนั้นทำให้อิจิโกะกับน้องตกตะลึงจนถึงขีดสุด พวกเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าเพียงค่ำคืนเดียวไข่ผึ้งที่พวกเธอเพิ่งจะให้กำเนิด กลับกลายเป็นดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ

            “ไม่น่าเชื่อ..เด็กพวกนี้กำลังจะออกมาจากดักแด้แล้ว!! นี่มัน! นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน!!”

            อิจิโกะตกใจมากเป็นพิเศษ เธอรีบเข้าไปตรวจสอบสภาพของตัวอ่อนทั้งสามในทันทีก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความยินดีเมื่อพบว่าพลังชีวิตของพวกมันนั้นสมบูรณ์มาก ไม่มีร่องรอยใดๆ ของการเจ็บป่วยเลย

            “พี่! นี่เป็นเพราะท่านกัสหรอ”

            “สุดยอดไปเลย!! เพราะท่านกัสทำให้เด็กพวกนี้โตเร็วขนาดนี้เลยหรอ!!”

            นิโกะกับซันโกะเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน พวกเธอไม่ได้คิดถึงเหตุผลที่ทำให้ไข่ทั้งสามฟองโตเร็วขนาดนี้มากนัก สิ่งเดียวที่พวกเธอคิดมีเพียงความคิดที่จะให้กำเนิดไข่ผึ้งออกมาอีกสักฟองสองฟอง

            “อย่าเพิ่งใจร้อน..ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาสนใจเรื่องนี้ ก่อนอื่นพวกต้องมั่นใจก่อนว่าเด็กพวกนี้จะโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์และสามารถทำงานให้กับพวกเราได้”

            สองสาวพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่พูดอะไรเพราะไม่ว่ายังไงเด็กพวกนี้ก็เกิดขึ้นมาจากความสำเร็จครั้งแรกของพวกเธอ บางทีทั้งสามอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ก็เป็นได้ มันอาจจะพิการ หรือด้อยสติปัญญาไปบ้างก็เป็นได้

            สามสาวจึงไม่กล้าคิดที่จะรีบเพิ่มจำนวน แต่พวกเธอต้องการที่จะตรวจสอบผลลัพธ์จากการให้กำเนิดก่อนเพื่อดูว่าพวกเธอนั้นใช้เวทมนตร์กำเนิดแมลงได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่

            ด้วยเหตุนี้แม้จะมีข่าวดีที่น่ายินดี ทว่าสามสาวก็ยังเก็บเงียบเอาไว้และใช้ชีวิตไปตามปกติเหมือนทุกวัน ทำงานไปโดยมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเล็กน้อยเพราะอาการเมาพลังวิญญาณที่ยังไม่หายไปโดยสมบูรณ์

            ผลลัพธ์ของวันนี้จึงดูน่าผิดหวังไปบ้าง แต่กัสก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากปลอบใจสามสาวด้วยรอยยิ้ม

            ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามปกติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งตอนเย็น กัสกับทุกคนก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากทิศทางที่ถ้ำซึ่งถูกใช้เป็นรังของอิจิโกะกับน้องตั้งอยู่

            ช่วงเวลานั้นสีหน้าของอิจิโกะกับน้องก็เปลี่ยนไป พวกเธอมีความตื่นเต้นยินดีปรากฏขึ้นภายในใจก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตกัสแล้วรีบไปตรวจสอบตัวอ่อนที่ออกมาจากดักแด้ด้วยความตื่นเต้นยินดี

            เมื่อเห็นสามสาววิ่งออกไป ทุกคนที่กำลังทานมื้อเย็นกันอยู่ก็เกิดความสนใจจึงรีบตามไปดูและได้เห็นผึ้งขนาดราวๆ 1 เมตร สามตัวเกาะอยู่บนแขนของอิจิโกะกับน้อง

            ผึ้งทั้งสามตัวนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันจนสัมผัสได้ ผึ้งที่เกาะอยู่บนแขนของอิจิโกะมีรูปร่างที่สมส่วนและดูเหมือนจะตัวใหญ่สุด มีส่วนก้นที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษหากเทียบกับผึ้งอีกสองตัว

            ขณะที่ผึ้งที่เกาะอยู่ที่แขนของนิโกะนั้นมีขนาดตัวที่เล็กกว่าใครเพื่อน แต่มันกลับดูคล่องแคล่วมากเป็นพิเศษ ขณะที่ผึ้งของซันโกะนั้นตัวใหญ่พอๆ กับของอิจิโกะ แต่มีช่วงขาที่ยาวและมีคมเขี้ยวที่แหลมคมเป็นพิเศษ

            ในตอนที่กัสเดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจ ผึ้งทั้งสามตัวที่เกาะอยู่บนแขนของอิจิโกะกับน้องก็หันมามองเขาพร้อมกัน

            พวกมันมีท่าทีที่ดูเหมือนกับกำลังตื่นเต้นยินดี ต่างกับอิจิโกะกับน้องที่มีสีหน้าตกใจเกิดขึ้นก่อนจะหันมามองกัสด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

            “หืม..มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ทำไมพวกมันฟักออกมาเร็วแบบนี้ละ”

            กัสถามออกมาด้วยความแปลกใจ พลางเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูผึ้งทั้งสามตัวให้ชัดๆ และสัมผัสได้ถึงสายตาของพวกมันก็มองตรงมายังเขา

            มันเป็นความรู้สึกที่น่าแปลกเพราะกัสรู้สึกว่าผึ้งทั้งสามตัวนี้มันดูจะสนใจเขามากเป็นพิเศษ ทั้งยังทำท่าทางเหมือนกับสนิทสนมกับเขามากอีกด้วย

            โดยไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจ กัสถึงได้ยื่นมือออกไปหาผึ้งที่เกาะอยู่บนแขนของอิจิโกะ ช่วงเวลานั้นผึ้งตัวนั้นก็บินขึ้นมาแล้วเกาะลงบนแขนของกัสแทน ทั้งยังส่งหนวดของมันออกมาสัมผัสกับแขนของเขาด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกับกำลังตื่นเต้นกับอะไรสักอย่าง

            เมื่อผึ้งตัวนั้นบินไปเกาะแขนกัส ผึ้งอีกสองตัวก็บินตามไปและเกาะลงบนตัวของกัสด้วยท่าทีที่ดูตื่นเต้นเอามากๆ จนทำให้อิจิโกะกับน้องตกใจและรีบออกคำสั่งกับพวกมันให้กลับมา

            ทั้งสามตัวมีท่าทีที่ดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แต่พวกมันก็ไม่กล้าละเลยคำสั่งของผู้ให้กำเนิดและบินกลับไปแต่โดยดี

            เมื่อเห็นสภาพของทั้งสามตัว อิจิโกะกับน้องก็ไม่รู้ว่าจะทำสีหน้ายังไงดี พวกเธอรู้สึกเหมือนกับกำลังประสบความสำเร็จ แต่ก็มาค้นพบในท้ายที่สุดว่าความสำเร็จของพวกเธอมันมีความผิดพลาดซ่อนอยู่

            “เป็นอะไรไป..มันมีอะไรไม่ถูกต้องงั้นหรือ”

            “เรื่องนั้น..ข้าเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะท่านกัส ตามปกติแล้วเด็กที่พวกเราให้กำเนิดควรจะสนใจเพียงผู้ให้กำเนิดอย่างพวกเราเท่านั้น แต่เด็กพวกนี้กลับให้ความสนใจกับท่านกัสมากกว่าพวกเรา มันเลยดูแปลกๆ นะคะ”

            กัสเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจแล้วหันไปหาซีต้าที่เดินตามมาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้า

            “เสียใจด้วยนะกัส หากเป็นเรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้หรอก เวทมนตร์แมลงเป็นเวทมนตร์พิเศษของเผ่าแมลง ต่อให้ข้าเคยศึกษามันมาบ้าง แต่ข้าก็บอกอะไรเจ้าเกี่ยวกับความผิดปกตินี้ไม่ได้หรอก”

            “งั้น..แบบนี้มันดีหรือไม่ดีละ”

            ต่อหน้าคำถามนี้อิจิโกะกับน้องดูเหมือนจะตอบกัสไม่ได้ ซีต้าเองก็บอกไม่ถูกเช่นกัน คนอื่นๆ ก็เหมือนกันเพราะไม่มีใครเข้าใจเผ่าพันธุ์แมลงได้มากเท่ากับซีต้าแล้ว

            ท้ายที่สุดก็ไม่มีคำตอบมีเพียงสีหน้าลังเลใจของอิจิโกะกับน้องและความรู้สึกผิดที่พวกเธอมี

            เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มฝืนๆ แล้วยื่นมือออกไปดึงอิจิโกะมากอดไว้พลางปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้ม

            “เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดมากก็ได้นะอิจิโกะ มันไม่สำคัญหรอกว่าเด็กๆ ของเจ้าจะสมบูรณ์หรือผิดพลาด ตราบใดที่พวกมันทำงานให้เจ้าได้ แค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”

            “แต่ว่า..เข้าใจแล้วค่ะท่านกัส ข้าจะพยายามฝึกฝนพวกมันให้สามารถทำงานรับใช้ท่านให้เร็วที่สุดค่ะ!”

            กัสยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้าให้ พลางมองดูผึ้งทั้งสามตัวที่มีท่าทีสนอกสนใจเขามากเป็นพิเศษ จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีพวกมันอาจจะหิวก็เป็นได้

            “หรือว่าพวกมันกำลังหิว..”

            “เอ๋! หิวหรือคะ เรื่องนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะท่านกัส ก่อนที่พวกเราจะมาถึง พวกมันก็กินน้ำหวานที่พวกเราใส่ไว้ในรังไปจนหมดแล้ว ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะหิวหรอกค่ะ”

            กัสพยักหน้ารับน้อยๆ ขณะที่มองดูสายตาของผึ้งทั้งสามตัวที่ยังมองมายังเขาด้วยท่าทีที่ดูตื่นเต้นยินดีและสนอกสนใจเขามากเป็นพิเศษ

            ในสภาพเช่นนี้แม้อิจิโกะจะบอกว่าพวกมันไม่หิว ทว่ากัสก็ยังรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกพวกมันอ้อนเพื่อขออะไรบางอย่าง

            ขณะที่คิดแบบนั้นกัสก็เกิดความคิดอยากทดลองอะไรสักอย่างขึ้นมาเขาเลยกัดปลายนิ้วตัวเองแล้วหยดเลือดที่มีออริจินฟู้ดอัดแน่นเอาไว้ออกมาทีละหยดสองหยด

            พริบตานั้นผึ้งทั้งสามตัวก็ราวกับสัตว์ร้ายที่ได้กลิ่นเลือด พวกมันดูตื่นเต้นขึ้นมาในทันทีและทำท่าทีเหมือนจะพุ่งทะยานเข้าไปหากัส ทว่าพวกมันก็ยังไม่ขยับไปไหนและดูเหมือนจะร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ

            อิจิโกะกับน้องก็ตกตะลึงไป พวกเธอมองผึ้งที่เกาะอยู่บนแขนของตัวเองด้วยความตกใจ ก่อนจะมองไปยังกัสที่หลั่งเลือดออกมาทีละหยดสองหยดด้วยยิ้มออกมาบางๆ

            “ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ดูเหมือนพวกมันจะอยากได้ออริจินฟู้ดจากข้านะ เอาให้พวกมันกินเถอะ”

            พูดจบกัสก็ร่ายเวทออกมาเบาๆ เลือดที่หยดลงไปบนพื้นก็กลั่นตัวออกมาเป็นเม็ดยาแล้วถูกพลังเวทดึงขึ้นมาจากพื้นแล้วส่งมันเข้าไปหาผึ้งทั้งสามตัวที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นอย่างมาก

            ถึงตอนนี้ต่อให้เป็นคนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์แมลงมาเห็น พวกเขาก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าพวกผึ้งทั้งสามตัวนี้กำลังสนใจเลือดของกัส หรืออาจจะพูดได้ว่าพวกมันกำลังต้องการออริจินฟู้ดในเลือดของเขา

            อิจิโกะกับน้องดูจะลังเลใจอยู่บ้างเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้วพวกเธอก็ตัดสินใจรับเอาเม็ดยาที่สร้างจากออริจินฟู้ดกับเลือดมาแล้วส่งมันให้กับผึ้งทั้งสามตัว

            ทันทีที่เม็ดยาถูกยื่นส่งออกไป ผึ้งทั้งสามตัวก็บินเข้ามากินมันในทันที ก่อนจะบินกลับไปเกาะอยู่ที่แขนของสามสาวอย่างสงบ

            อิจิโกะอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองมือของเธอที่ยังมีเม็ดยาเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่งแล้วมองไปยังผึ้งทั้งสามตัวก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ หลังจากเข้าใจ

            “ขอบคุณมากนะคะท่านกัส ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะที่เด็กๆ ของข้าทำให้ท่านลำบาก”

            “ไม่หรอกๆ ขอแค่มันช่วยงานข้าได้ แต่เลือดไม่กี่หยดมันไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

            พูดแล้วกัสก็ยิ้มน้อยๆ ขณะที่มองดูผึ้งทั้งสามตัวที่สงบนิ่งอย่างมาก แต่ก็ยังมีท่าทีที่ดูสนอกสนใจเขาอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ชัดเจนเท่าเดิมเท่านั้น ราวกับเด็กน้อยที่ได้กินจนอิ่มแล้วก็เลยหมดความสนใจต่อของกินที่อยู่ตรงหน้า

            พอคิดแบบนั้นกัสก็ยิ้มขำๆ ก่อนจะจากไปพร้อมกับทุกคนเพื่อให้อิจิโกะกับน้องได้มีเวลาจัดการกับปัญหาทั้งหมดของพวกเธอต่อ

            ในขณะที่ทุกคนกำลังจากไปนั้น แมงมุมสาวทั้งสามที่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจก็มีท่าทีที่ต่างออกไปจากเดิม พวกเธอมองดูอิจิโกะกับน้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งนับถือ ชื่นชมและอิจฉาอยู่ในใจ

            สามพี่น้องมองหน้ากันด้วยความรู้สึกจนใจก่อนจะฝืนยิ้มให้กัน

            “พวกเราจะทำแบบนั้นได้บ้างไหมนะ..”

            “ไม่ไหวหรอก เผ่าแมงมุมขาวของพวกเรา เทียบกับเผ่าผึ้งทองคำไม่ได้ เผ่านั้นนะมีนางพญาบรรพกาลตั้ง 3 นาง ส่วนเผ่าแมงมุมขาวของพวกเรา มีนางพญาเพียงแค่คนเดียวเอง”

            แมงมุมสาวทั้งสามถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ใจหนึ่งพวกเธอก็ชื่นชมและนับถือเผ่าผึ้งทองคำที่มีสถานะอันสูงส่ง ในฐานะของเผ่าแมลงที่นับถือลำดับชั้นเป็นสำคัญ

            เผ่าแมงมุมขาวที่เกิดมาจากบุตรชายของบรรพชน ย่อมมีสถานะที่ต่ำกว่าเผ่าผึ้งทองคำที่กำเนิดมาจากตัวบรรพชนอยู่แล้ว

            ยังไม่นับความต่างของเผ่าพันธุ์ที่เริ่มต้นจาก 3 นางพญา ที่ปัจจุบันกลายเป็นนางพญาบรรพกาลที่มีพลังอำนาจดุจเดียวกับเทพอสูรและครึ่งเทพแล้ว ขณะที่เผ่าแมงมุมขาวยังมีแค่นางพญาเพียงคนเดียวที่อยู่ในระดับเตรียมเทพอสูรและเตรียมครึ่งเทพเท่านั้น

            หากไม่ใช่ว่าเผ่าพันธุ์ของพวกนางต่างจากมนุษย์จึงทำให้มีอายุขัยที่ยาวนานกว่าแล้วละก็ นางพญาของพวกนางคงตายไปนานแล้ว ไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้แน่

            และถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เผ่าแมงมุมขาวอาจจะต้องเสื่อมถอยเพราะขาดนางพญาแมงมุมเป็นผู้ปกครอง

            ในปัจจุบันแค่จะพยายามรักษาสถานะของเผ่าแมงมุมขาวเอาไว้ให้โดดเด่นก็ยากลำบากแล้ว เรื่องที่จะพัฒนาเวทมนตร์แมลงของเผ่าพันธุ์ให้มีความสามารถเทียบเท่ากับเวทมนตร์กำเนิดแมลงของเผ่าผึ้งทองคำนั้นเป็นไปไม่ได้เลย

            “ถ้าพวกเรากลายเป็นนางพญาได้สักคนก็ดีสินะ อย่างน้อยๆ ก็วางไข่สร้างข้ารับใช้แบบพวกนางได้บ้าง”

            เสียงถอนหายใจของแมงมุมสาวคนพี่ดังออกมาเบาๆ ทำให้สายตาของน้องสาวทั้งสองมองไปยังพี่สาวของพวกเธอเป็นตาเดียว

            “บางที..พี่อาจจะทำได้ก็ได้นะ”

            “นั่นสิ ถ้าเป็นพี่ละก็”

            สองสาวพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันพร้อมกับจ้องมองหน้าอกขนาดใหญ่ของพี่สาวที่ใหญ่โตจนน่าสัมผัส ทั้งยังเป็นส่วนที่ทำให้นายท่านของพวกเธอให้ความเอ็นดูพี่สาวของพวกเธอมากเป็นพิเศษอีกด้วย

            ฝ่ายพี่สาวยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวของเธอถึงพูดแบบนี้ ทั้งที่ตัวเธอมีพรสวรรค์ที่ด้อยที่สุดในกลุ่มพี่น้องแท้ๆ

            “เป็นไปไม่ได้หรอก! ข้านะไร้พรสวรรค์ที่สุด ข้านะสู้พวกเจ้าไม่ได้เลย..”

            “เรื่องนั้นก็ไม่แน่ ข้าเคยได้ยินจากพวกแม่เฒ่ามา ว่าคนที่จะกลายเป็นนางพญาได้นั้น จำเป็นต้องมีความเป็นแม่ที่สูงพอ..และความเป็นแม่นั้นก็คือ..หน้าอกโตๆ ของพี่ยังไงละ!!”

            พูดจบน้องสาวคนรองก็ยื่นมือออกไปบีบนวดหน้าอกของพี่สาวด้วยความหมั่นไส้ ตามมาด้วยน้องสาวคนเล็กที่ยื่นมือออกไปบีบหน้าอกอีกข้างพลางพยักหน้าเบาๆ

            “ข้าเองก็เคยได้ยิน! พวกแม่เฒ่าบอกว่านางพญาจะต้องมีหน้าอกใหญ่ๆ!!”