เสียงนาฬิกาปลุกหัวเตียงแผดเสียงดังลั่น ร่างเล็กผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต ลำคอแห้งผากตีบตันจนต้องอ้าปากโกยอากาศหายใจเข้าอย่างเหนื่อยหอบ
เอ็นเจลมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนจะพบว่า นี่เป็ห้องของตนเมื่อตอนก่อนวันสิ้นโลก ร่างบางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความคิดถึง รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้
แกร๊ก
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอเจล โทษทีนะ เมื่อคืนพี่กลับดึก”
เอ็นเจลมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว ม่านน้ำตาบดบังทัศนวิสัยตรงหน้าจนเห็นเพียงเงาเลือนราง ทว่าภาพของคนทรยศยังคงชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่ในสมอง กล้ามเนื้อเหยียดเกร็งด้วยความแค้นสะสมมานานหลายปี ความทุกข์ทรมานแทบคั้นเืได้ของเขาทำให้อารมณ์ปั่นป่วนเกินจะควบคุม
ไม่ได้…คนที่เผยความรู้สึกก่อนคือคนที่แพ้ เอ็นเจลสูดลมหายใจลึกสุดปอดเพื่อพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ยกมือปาดน้ำตาที่บดบังการมองเห็นอย่างลวกๆ พยายามผ่อนคลายตัวเองเพื่อไม่ให้ทุกอย่างดูผิดปกติไป ทั้งๆ ที่ร่างกายสั่นเทิ้มแทบควบคุมไม่อยู่
“เจลเป็อะไร! ให้พี่พาไปหาหมอมั้ย”
‘สามี’ ชาติก่อนของเขาถามอย่างเป็ห่วง บนใบหน้าคมคายของเขาไม่ปรากฏพิรุธอะไรทั้งนั้น มีแต่ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ดูมาจากใจจริง เอ็นเจลลอบหัวเราะในใจ มิน่าล่ะ ตัวเขาในชาติที่แล้วถึงได้โง่ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้แบบสุดชีวิต จนตัวเองต้องไปนอนพิการรอวันตายข้างถนน
“ผมไม่เป็ไร ว่าแต่ เมื่อคืนไปไหนมาเหรอ”
เอ็นเจลสังเกตใบหน้าอีกฝ่าย พบว่าเขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเอ่ยตอบคำถามของเขาอย่างเป็ธรรมชาติ
“พอดีเมื่อคืนพี่พาท่านประธานบริษัทคู่ค้าของเราไปเลี้ยงต้อนรับน่ะ พี่ตั้งใจจะกลับบ้านนะ แต่อิชิคาว่าซังเขาค่อนข้างติดลม ดึงตัวไว้ไม่ยอมให้พี่กลับ แต่สาบานได้เลยว่าพี่ไม่มีออกนอกลู่นอกทางแน่นอน”
หากเป็เมื่อก่อน เอ็นเจลก็คงลุกขึ้นไปกอดและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าเหนื่อยมั้ย ลำบากพี่แล้ว แต่ในยามนี้ แค่กลั้นเสียงแค่นในลำคอยังลำบาก
ยิ่งคิดทบทวน เขาก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองในตอนนั้นมันโง่เสียยิ่งกว่าอะไร มีบริษัทก็ยกให้สามีบริหาร ทรัพย์สินสืบทอดจากตระกูลสามีก็เป็คนถือครองไปเกือบครึ่ง เรียกได้ว่ามีอะไรก็ประเคนใส่พานทองให้เสียทุกอย่าง บรรดาญาติพี่น้องที่ดีต่อกันก็พากันหลบลี้หนีหาย เพราะไม่สามารถทนมองคนโง่อย่างเขาที่เอาแต่ยอมให้ปรสิตอย่างมันสูบเืสูบเนื้อเอาไปจนหมด
“แต่ที่ผมรู้มา มันไม่ใช่อย่างนั้น”
เอ็นเจลแกล้งโยนหินถามทางขณะลอบสังเกตอีกฝ่ายอีกครั้ง พบว่าสายตาของสามีนั้นหลุกหลิกไปมา มีเหงื่อผุดข้างขมับ ฝ่ามือข้างตัวที่ตอนแรกดูผ่อนคลายสบายๆ กระตุกเล็กน้อย และยังแอบเห็นอีกว่าฝ่ายตรงข้ามถูมือเช็ดเหงื่อกับกางเกง
“เจล!! เจลเป็บ้าอะไร พี่ไปทำงานจริงๆ นี่เจลไม่ไว้ใจพี่เลยเหรอ ที่พี่เหนื่อยทุกวันนี้ก็เพื่อใคร ก็เพื่อเจลทั้งนั้น ดูสิ วันๆ เจลไม่ต้องทำอะไร นอนสบายๆ อยู่บ้านไม่ต้องเข้าบริษัท ไม่ต้องทำงานให้ปวดหัว แต่ก็ยังมีกินมีใช้ไม่เคยขาด พี่ไม่เคยว่าเจลเลยนะ พี่ขอแค่ความไว้ใจจากเจลได้มั้ย”
เอ็นเจลอดแค่นยิ้มไม่ได้ พูดมาได้ว่าเขานอนสบายๆ ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเขาไม่กรุยทางเอาไว้ มีหรือคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างจักรกฤษณ์จะบริหารมันได้ กว่าจะมีวันนี้ได้ เขาเหนื่อยจนแทบบ้า ถ้าเป็ตอนที่เขายังไม่รับรู้ความชั่วของคนตรงหน้าแล้วล่ะก็ เขาคงเดินไปออดอ้อนขอโทษขอโพยอีกฝ่าย และจบลงด้วยการโอนที่ดินผืนสวยๆ สักผืนให้เป็หลักฐานว่าตนนั้นเชื่อใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน
อดนึกถึงตอนวันสิ้นโลกใหม่ๆ ไม่ได้ สามีของตนนั้นแสนจะไม่ได้เื่ ทั้งขี้ขลาดและอ่อนแอ แต่อีกฝ่ายก็มักจะมีคำพูดโน้มน้าวใจเขาเสมอ
‘พี่ขอโทษนะที่ตอนนี้พี่ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ยังไงเราก็เป็สามีภรรยากัน เมื่อก่อนพี่ทำงานหาเลี้ยงเจล มาวันนี้ เจลช่วยดูแลพี่ไปก่อนได้มั้ย รอพี่ปลุกพลังสำเร็จเมื่อไหร่ พี่จะทำให้เจลกลับไปสุขสบายอีกครั้งเอง’
‘พี่จักรไม่ต้องคิดมากนะ เจลรับพี่ได้ทุกอย่าง ถึงพี่จะปลุกพลังไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เจลจะทำทุกอย่างเพื่อเราสองคนเอง ถึงจะไม่ได้กลับไปสุขสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่แค่มีพี่อยู่เจลก็โอเคแล้ว อีกอย่าง ทุกวันนี้ เราก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น’
แต่จะไม่มีอีกแล้ว อะไรที่เขาเคยเสียไป เขาจะเอาคืนมาให้หมด วันสิ้นโลกจะเริ่มต้นขึ้นปีหน้า เขามีเวลาเหลืออีกสองปี และมันมากพอให้เขาได้ล้างบัญชีและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้สบายๆ
“ถ้าคุณเหนื่อยมากขนาดนั้น ต่อไปก็ไม่ต้องไปทำงานที่บริษัทของผมอีก ผมในฐานะ ‘เ้าของตัวจริง’ จะเข้าไปบริหารมันเอง ต่อไปคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งทวงบุญคุณผม” ร่างโปร่งบางกล่าวเสียงเรียบ ทำเอาผู้เป็สามีรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
ทำไมไม่เหมือนที่ผ่านมา เมื่อก่อนจักรกฤษณ์แค่เอ่ยปากเล็กน้อยเอ็นเจลก็ยอมลงให้แล้ว ทั้งยังมอบของขวัญปลอบใจเพื่อง้องอนเขาหลายต่อหลายชิ้น หรือว่า ครั้งนี้อีกฝ่ายจับเขาได้จริงๆ
“เจล เจลเป็อะไรกันแน่ เมื่อก่อนเจลไม่เคยทำกับพี่แบบนี้นะ แล้วนี่อะไรกัน แทนตัวเองว่าผม เรียกพี่ว่าคุณ ใครมันเอาอะไรมาเป่าหูเจลอีกหรือเปล่า พวกญาติๆ ของเจลอีกแล้วใช่มั้ย พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอาสิงห์ของเจลน่ะไว้ใจไม่ได้ เขาจ้องจะฮุบสมบัติของเราอยู่นะ เขา้าให้เราแตกกันเพื่อที่จะเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากเรา เจลก็รู้นี่ว่าพี่รักและหวังดีกับเจลที่สุดในโลกแล้ว”
“...”
“โถ่เจล…คนดีของพี่ พี่ขอโทษนะที่เมื่อกี้พูดจาไม่ดีกับเจล พี่แค่เหนื่อยน่ะ พี่ไม่เคยคิดที่จะทวงบุญคุณอะไรเจลเลยนะ พี่ยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้เจลสุขสบาย เจลอย่าคิดมากเลยนะ ไม่ต้องเอาคำพูดของคนไม่ดีมาคิดให้เปลืองสมองเลย แล้วก็ไม่ต้องเข้าบริษัทไปทำงานให้เหนื่อยด้วย พี่จะทำเอง เจลอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเดิมก็พอ นะ”
“ผมยืนยันคำเดิม ตอนนี้คุณออกไปได้แล้ว ผมจะไปอาบน้ำ”
ร่างบางพูดตัดบทเสียงเรียบ ผุดลุกจากเตียงไปยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายเพื่อขับไล่อีกฝ่ายกลายๆ
“โอเค ตอนนี้อารมณ์เจลร้อนมาก พี่ให้โอกาสเจลไปพิจารณาตัวเอง…”
ปัง!!!
พิจารณาแม่แกสิ! ไอ้สารเลว!!
เอ็นเจลปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ยกมือเรียวนิ่มอย่างคนไม่เคยทำอะไรมานวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว หันหลังเดินลากเท้าไปเข้าห้องน้ำอย่างเฉื่อยชาโดยไม่สนใจคนข้างนอกอีก
เมื่อเข้าห้องน้ำมาได้ สิ่งแรกที่เขาพิจารณาคือตัวเองในกระจก เขาช่างดูนุ่มนิ่มบอบบางเหมือนแก้วเสียจริง ถ้ายังคงเป็แบบนี้ต่อไป เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง เขาคงเอาตัวรอดได้ไม่ถึงไหนแน่ ถ้าตอนนั้นไม่บังเอิญปลุกพลังวิเศษได้ คงโดนสามีชั่วของตัวเองทิ้งั้แ่วันแรกๆแล้ว
เอ็นเจลเหมือนมองเห็นระลอกคลื่นบางเบาในกระจก มือเรียวเอื้อมไปััอย่างแ่เบา แต่กลับมีแรงดูดมหาศาลดึงเขาเข้าไปในระลอกคลื่นนั้น ก่อนจะพบว่า ที่นี่คือมิติเอกภพของเขา!! นี่มันติดตัวเขากลับมาด้วยหรือนี่
สิ่งของที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็ขยะในยุควันสิ้นโลกเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ในนี้มีแต่ไอเทมระดับ R ที่หาได้ทั่วไปและใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก ได้มาจากพวกนักล่าซอมบี้ที่เก็บไอเทมดรอปแล้วได้แต่ของห่วยๆ พวกนั้นยกให้คนพิการอย่างเขาเพราะสงสาร อย่างน้อยของพวกนี้ก็ยังพอเอาไปแลกขนมปังแข็งได้สักสองสามชิ้น
แต่อาศัยแค่ไอเทมระดับล่างพวกนี้ ไม่พอพยุงชีวิตเขาได้ถึงห้าปีหรอก ถ้าไม่มีความสามารถในการหลอมไอเทมของเตาพลังจิตของเขาแล้วล่ะก็ ไม่พ้นเดือนแรกเขาก็ตายแล้ว
โชคดีที่พลังทั้งสองอย่างนี้ติดตัวเขามา แถมระดับยังเป็ระดับเดียวกับที่เขาหมั่นอัพเลเวลอยู่ตลอด ซึ่งสูงพอสมควร ดูจากวัตถุดิบที่มีในมิติก็เพียงพอที่จะเอาไว้หลอมดาบยาวดีๆ สักเล่มได้ อย่างน้อยในวันสิ้นโลก ของพวกนี้มันก็จำเป็
แต่เขาต้องดึงตัวเองออกมาจากมิติก่อน สิ่งที่ต้องจัดการในตอนนี้ไม่ใช่ไอเทมหรือพลังวิเศษ แต่เป็ไอ้สารเลวข้างนอก กับเมียน้อยของมันต่างหาก
เอ็นเจลเปิดน้ำใส่อ่างและแช่ตัวอย่างสบายใจ หลายปีใน่สิ้นโลกทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ผ่อนคลายอย่างการแช่น้ำอะไรแบบนี้เลย เพราะใน่นั้น น้ำสะอาดหายากมากจริงๆ สงสัยเขาคงต้องวางแผนเื่น้ำและไฟฟ้ายาวๆ เลยล่ะ
ส่วนเื่ของสามีปรสิตนั่น เขารู้แล้วว่าควรจัดการอย่างไร
ถ้าอีกฝ่ายไม่พูดถึงอาสิงห์ของตน เขาก็คงลืมไปแล้วว่าน้องชายบิดาคนนี้นั้นรักและห่วงเขามากขนาดไหน ขอเพียงเขาเอ่ยปาก เอ็นเจลไม่จำเป็ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างจะคลี่คลายด้วยดีเสมอ
เอ็นเจลรู้สึกกระดากใจ ตนลืมเลือนญาติคนนี้มานาน พอมาวันนี้ อยู่ดีๆ จะไปขอให้เขาช่วยเหลือมันก็กระไรอยู่
แต่เอาเถอะ บรรพบุรุษยังบอกเองว่าด้านได้อายอด เขาในฐานะคนรุ่นหลังที่ตัดสินใจจะเลิกโง่แล้วจึงกดโทรออกพร้อมเตรียมทักษะการแสดงที่สั่งสมมาตลอดการใช้ชีวิตคนพิการ
“โทรมาทำไม มันทิ้งเธอแล้วหรือ…”
“ฮ..ฮึก อาสิงห์ช่วยเจลด้วย เจลไม่เหลือใครแล้ว”
ทักษะทำตัวน่าสงสารน่ะ…
“ไอ้เวรนั่นมันทำอะไรเจล!! บอกอามา อาจะพาคนไปเก็บมันให้เจลเอง!!”
เอ็นเจลแอบยิ้มเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยอุ่นวาบด้วยความปลื้มปิติ อย่างน้อย อาของเขาก็ยังคงเป็คุณอาคนเดิมที่รักและทะนุถนอมเขายิ่งกว่าอะไร
“เจลจับได้ว่าเขามีเมียน้อย อามาหาเจลได้มั้ย เจลไม่อยากเป็สามีภรรยากับเขาแล้ว เจลอยากได้ทุกอย่างของเจลคืน”
ร่างเล็กพูดเสียงสะอื้น ได้ยินปลายสายกัดฟันดังกรอด
“วันนี้บ่ายโมงเจอกัน ไอ้เสือ!! ไปตามคนของเรามา เรียกทนายวิชิตมาด้วย ไม่สิ ไปเอาทนายที่สำนักงานกฎหมายของเรามาให้หมด ไอ้เจียง มึงจองตั๋วเข้ากรุงเทพให้ไอ้พวกนั้นเดี๋ยวนี้ เอาไฟลท์ที่ด่วนที่สุด มานิต ไปเตรียมเอาเครื่องขึ้น กูจะนั่งขึ้นไปกรุงเทพก่อน ไอ้เสือมากับพ่อด้วย!!”
เสียงสั่งการพร้อมเสียงตึงตังไปทั่วบ้านทำเอาเอ็นเจลทั้งขำทั้งร้องไห้ แม้มันจะดังน่าหนวกหูแค่ไหนเข้าก็ไม่วางสาย เพราะมันทำให้เขาได้ััถึงความอบอุ่นอีกครั้ง หลังจากต้องหนาวเหน็บมานาน
“ไอ้มานิต!!! มึงมาขี้อะไรตอนนี้!! กูบอกให้มึงไปเอาเครื่องขึ้น!!”
ถึงมันจะเป็ความอบอุ่นที่แสบแก้วหูไปหน่อยก็เถอะ
สวัสดีนักอ่านทุกท่าน ขอฝากนิยายเื่นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ❤️