พันธะรัก...ซ่อนใจ

    ตอนที่ 18 กระเพราอร่อยที่สุดในโลก

                แสงแดดรำไรยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวขุ่นของห้องพักรับรองส่วนตัววีไอพี‘มนัสวี’ สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตัวไวตามประสาคนมีความกังวลอัดแน่นอยู่ในอกแต่เมื่อหันไปมองข้างกายหัวใจของคนเป็๲แม่กลับหล่นวูบดิ่งลงเหวทันทีเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ‘น้องเติมเต็ม’ ลูกชายสุดที่รักและร่างสูงใหญ่ของ ‘ภูดิศ’ หายตัวไปจากห้องนอนแล้ว!

                มนัสวีหน้าเสีย  ด้วยความลนลานเธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าเดรสผ้าฝ้ายของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก้าวเท้าฉับไวเปิดประตูเดินออกมายังห้องทำงานประธานบริหาร ทว่าบรรยากาศรอบข้างกลับเงียบเชียบไร้เงาผู้คน เนื่องจากยังเป็๞เวลาเช้าตรู่  เ๯้าหน้าที่และพนักงานยังไม่เดินทางมาทำงานที่โรงพยาบาลหญิงสาวขยับตัวเข้าลิฟต์ผู้บริหารกดลงมาชั้นล่างด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกองรบ

                ในจังหวะที่ก้าวเดินผ่านห้องครัวเฉพาะสำหรับผู้บริหารชั้นล่างโสตประสาทของเธอแว่วได้ยินเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วแสนคุ้นเคยดังรอดออกมามนัสวีชะงักฝีเท้าแล้วลอบมองผ่านช่องประตูกระจกใส และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอถึงกับอึ้งไปพักใหญ่

                ภายในห้องครัวอันทันสมัย ภูดิศจอมบงการในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมคอพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ กำลังนั่งย่อตัวเช็ดหน้าให้เติมเต็ม โดยหนูน้อยยืนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยสองพ่อลูกกำลังสาละวนช่วยกันทำอาหารอย่างสนุกสนานทว่าสภาพอาหารในกระทะและเนื้อตัวของคนทั้งคู่กลับดูไม่ได้เลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลาของภูดิศเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบซีอิ๊วดำเป็๞ปื้นขณะที่พวงแก้มป่อง ๆ ของเติมเต็มก็เลอะคราบเขม่าจาง ๆ  ส่วนข้าวผัดในกระทะนั้นทั้งดำสนิทข้าวแฉะติดกันเป็๞ก้อน และส่งกลิ่นไหม้โชยออกมา

                "พี่ดิศ! เติมเต็ม!"มนัสวีทนดูต่อไปไม่ไหว  เดินก้าวเท้าดุ่ม ๆเข้าไปหาคนทั้งสองคนทันทีด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง

                "เข้ามาทำอะไรในครัวแต่เช้าคะแล้วทำไมเนื้อตัวเลอะเทอะกันขนาดนี้ เติมเต็มครับ... ลงมาหาแม่มาเราจะกลับบ้านสวนกันเดี๋ยวนี้เลยลูก"

            "คุณแม่!"เติมเต็มหันมายิ้มตาหยีจนเห็นลักยิ้มจาง ๆ ทว่าหนูน้อยกลับปฏิเสธส่ายหัวรัว ๆคว้ำปากจนแก้มยุ้ยยื่นออกมาดูน่าเอ็นดูชวนฟัด

            "เติมเต็มยังไม่กลับครับเติมเต็มหิวข้าวมากเลยครับ  คุณลุงบอกว่าจะโชว์ฝีมือทำข้าวผัดซูเปอร์แมนแสนอร่อยให้เติมเต็มกินครับแต่มัน... มันดำปี๋เหมือนถ่านเลยครับคุณแม่" เด็กชายตัวน้อยหันไปฟ้องผู้เป็๞แม่พลางชี้ไปที่กระทะภูดิศยืดตัวขึ้น กระแอมไอในลำคอแก้เขินพลางเบือนสายตาคมกริบประชดกลับเหน็บแนมแฝงความละมุน

            "ก็ลูกชายเธอหิวข้าวฉันเป็๲เ๽้าของโรงพยาบาลนะ ไม่ใช่เชฟในโรงแรมหรู จะทำอาหารออกมาดำบ้างแฉะบ้างมันก็เ๱ื่๵๹ธรรมดาถ้าเธอเก่งนัก ทำไมไม่ลองมาแสดงฝีมือทำอาหารเช้าให้ลูกกินเองล่ะ"  มนัสวีสบตาคู่คมของเขาด้วยอารมณ์ทั้งรักทั้งเกลียดที่ปะทุอัดอั้นหล่อนถอนหายใจยาวก่อนจะยอมทลายทิฐิลงเพราะความเป็๲ห่วงปากท้องของลูกชาย

            "ก็ได้ค่ะ... มนจะทำอาหารเช้าให้ใหม่เองพี่ดิศพาเติมเต็มไปนั่งรอเลยค่ะ" มนัสวีลืมเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันเมื่อคืนเสียสนิท  

            กระบวนการทำอาหารเช้าแบบไทยง่าย ๆเริ่มต้นขึ้นอย่างคล่องแคล่ว มนัสวีเลือกทำเมนูโปรดคลาสสิกอย่าง ‘ข้าวผัดกะเพราไก่สับไข่ดาว’ เธอตั้งกระทะเทน้ำมันลงไปเล็กน้อยทุบพริกขี้หนูสวนกับกระเทียมสับใส่ลงไปผัดจนส่งกลิ่นกรุ่นหอมฉุนอบอวลไปทั่วห้องครัวจากนั้นจึงใส่เนื้อไก่สับลงไปรวนจนสุก ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา น้ำตาลทรายและซีอิ๊วขาวเหยาะเหยาะบางเบาก่อนจะโยนใบกะเพราเด็ดสดลงไปคลุกเคล้าตบท้ายด้วยความรวดเร็ว ตักราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ คู่กับไข่ดาวขอบกรอบไข่แดงเป็๲ลาวาเยิ้มงดงามน่าทาน...

            แต่...ในจังหวะที่ภูดิศหันไปเทนมจืดใส่แก้วให้ลูกชายมนัสวีแอบยิ้มแบบเ๯้าเล่ห์  เธอเอื้อมมือไปคว้าขวดน้ำปลา‘แกล้งสาดเทน้ำปลาลงไปในจานกะเพราส่วนของภูดิศรวดเดียวหลายเหยาะจนรสชาติเค็มปี๋เป็๞พิเศษ’เพื่อเป็๞การแก้เผ็ดจอมบงการลับหลัง!

            หลังจากจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยทั้งสามคนพากันก้าวขึ้นลิฟต์กลับขึ้นมายังห้องทำงานผู้บริหารชั้นบนทันที

            ทันทีที่เข้าห้องน้องเติมเต็มขยับกายพูดเจื้อยแจ้ว

            "คุณแม่  เติมเต็มขออนุญาตเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ"

            หนูน้อยวิ่งตึ่ก ๆ เข้าห้องน้ำไป  เมื่ออยู่ลำพังสองต่อสอง  มนัสวีไม่รอช้า  เธอเดินหน้าเข้าประจันหน้าเปิดฉากต่อว่าภูดิศด้วยน้ำเสียงสั่นเครือรุนแรง

            "พี่ดิศ!เลิกทำตัวเป็๲โจรลักพาตัวเด็ก แอบพาลูกมนมาที่โรงพยาบาลลับหลังแบบนี้สักทีเถอะค่ะ!ทำไมพี่ถึงต้องทำเ๱ื่๵๹ทุเรศ ๆ แบบนี้!" ภูดิศกอดอก แววตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะเหน็บแนมประชดประชันกลับทันควัน

            "ทุเรศงั้นเหรอ?  มนัสวี!  การที่คนเป็๞พ่อจะอยากอยู่กับลูกชายแท้ ๆกินข้าวกินขนมด้วยกันมันเรียกว่าเ๹ื่๪๫ทุเรศงั้นเหรอ!เธอนั่นแหละที่หน้าไหว้หลังหลอก แอบหลอกเติมเต็มว่าฉันตายไปอยู่บนฟ้าคิดว่าฉันจะยอมนั่งเฉย ๆ ปล่อยให้ลูกไปเรียกไอ้ชาวสวนนั่นว่าพ่อรึไง!"

            "แล้วทำไมมนต้องให้ลูกมีพ่อใจร้ายแบบพี่ดิศด้วยล่ะคะ!..."

            “ฉันใจร้ายตรงไหน  ไหนบอกมาซิ เธอนั่นแหละที่ใจร้ายคิดจะพรากลูกไปจากฉัน”

                บานประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมร่างกลมป้อมที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาแทรกกลางระหว่าง๼๹๦๱า๬คารมทำเอาภูดิศและมนัสวีชะงักทื่อปิดปากสนิทรวดเร็ว

                "คุณแม่... คุณลุง...เติมเต็มหิวแล้ว  เติมเต็มล้างมือแล้วครับ!" เสียงใสแจ๋วฉอเลาะของกามเทพตัวน้อยดังขัดจังหวะ

            ต่างคนต่างปรับเปลี่ยนสีหน้าหันมาส่งยิ้มละมุนให้ลูกชายเพื่อกลบเกลื่อน  เมื่อถึงเวลากินอาหารเช้าเติมเต็มใช้ช้อนจิ๋วตักกะเพราเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยเคี้ยวตุ้ย ๆ  จนแก้มป่องขยับตามน่าเอ็นดูฝั่งภูดิศเองก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มตักข้าวราดกะเพราพูนช้อนเข้าปากเต็มๆ คำ

            ทว่า...ทันทีที่รสชาติความเค็มปี๋ปานน้ำทะเลพุ่งเข้ากระแทกลิ้นภูดิศถึงกับชะงักทื่อแข็งค้างราวก้อนหิน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกแทบจะพ่นออกมาทว่าจำต้องกลืนก้อนความเค็มลงคออย่างยากลำบากเพราะลูกชายนั่งมองอยู่ มนัสวีเห็นดังนั้นก็ลอบอมยิ้มสะใจดวงตาส่องประกายผู้ชนะ  เยาะหยันที่แก้แค้นได้สำเร็จ

            หนูน้อยเติมเต็มผู้มีความฉลาดเฉลียวช่างสังเกต และแสนรู้เกินวัย เห็นอาการชะงักทื่อของคุณลุงก็รีบเอ่ยปากถามเสียงใสทันที

                "คุณลุง... กะเพราฝีมือคุณแม่มนอร่อยมากเลยใช่ไหมครับ เติมเต็มจะบอกความลับให้นะครับว่าคุณแม่มนน่ะทำอะไรก็อร่อยที่สุดในโลกเลย ทำกับข้าวก็อร่อยทำขนมเป็๞ตั้งหลายอย่าง  กะเพราจานนี้ต้องอร่อยมากแน่ๆ !"

                คำพูดคุยโวโอ้อวดของคุณลูกชายทำเอาภูดิศฝืนยิ้ม แต่คนอย่างเขามีหรือจะยอม   ชายหนุ่มแก้เกมด้วยการตักข้าวราดกะเพราเค็มปี๋ในจานของตัวเองขึ้นมาอีกช้อนใหญ่แล้วยื่นส่งไปจ่อที่ริมฝีปากอิ่มของมนัสวีตรง ๆ

                "จริงเหรอครับเติมเต็ม...ถ้าอร่อยขนาดนั้น คุณแม่มนก็ต้องช่วยคุณลุงชิมอาหารจานนี้ด้วยสิครับจะได้รู้ว่าฝีมือตัวเอง 'อร่อย' ขนาดไหน... อะ มน  กินรสชาติฝีมือตัวเองเข้าไปซะดีๆ"

                ภูดิศแกล้งเลื่อนช้อนบีบบังคับให้เธอชิมมนัสวีเบิกตากว้าง หน้าเสียระคนโกรธจัดที่โดนเสือร้ายตลบหลัง หล่อนมองหน้าลูกชายที่กำลังนั่งตาแป๋วส่งสายตาเชียร์อยู่อย่างไร้ทางเลือกหญิงสาวจำใจต้องเผยอริมฝีปากอิ่มยอมงับข้าวช้อนนั้นเข้าปากเคี้ยวกลืนลงคออย่างกล้ำกลืนฝืนทนความเค็มแล่นริ้วจนหล่อนต้องเบ้หน้า ทำหน้าเหยเกค้อนขวับใส่เขาตาเขม็ง

                "ฮ่าๆ เย้! ดีใจจังเลยครับ!"หนูน้อยเติมเต็มปรบมืออวบ ๆ ชอบใจใหญ่รอยยิ้มตาหยีใสซื่อประทับเด่นหราบนใบหน้ากลมมนพลางส่งเสียงเจื้อยแจ้วป่าวประกาศคำสอนประสาทรอยร้าวให้แก่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนได้ทึ่ง

                "เห็นไหมครับ พอกินข้าวด้วยกัน คุณลุงกับคุณแม่มนก็ดีกันแล้วไม่ทะเลาะกันเสียงดังแล้ว   ต่อจากนี้ไป คุณลุงกับคุณแม่ต้องพูดกันดีๆ  ไม่ทะเลาะกันนะครับ!"

                คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดช่างเจรจาและเต็มไปด้วยสายใยความผูกพันอันบริสุทธิ์ของกามเทพตัวน้อยสะกดให้ภูดิศและมนัสวีอึ้งไปพร้อมๆกัน ความโกรธเคืองประชดประชันเหน็บแนมมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็๞ความผูกพันลึกซึ้งในหัวใจของคนปากแข็งทั้งสองคน ชายหนุ่มยิ้มละไม เดินเข้ามาโอบร่างกลมป้อมของลูกชายมาแนบอกสายตาคู่คมกลับยังคงจับจ้องดวงตาหวานซึ้งของมนัสวีด้วยกระแสความรู้สึกรักแท้ที่มั่นคงและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต มนัสวีหลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกสับสนเพราะ  เสียงดูถูกดูแคลนเธอและครอบครัวของคุณหญิงดาริกาและคำพูดของภูดิศที่เคยบอกเธอว่ายังไม่อยากมีลูก กลัวลูกจะเป็๞ภาระเป็๞พันธะที่จะขวางการงานของเขา ยังดังก้องอยู่ในความทรงจำแม้จะผ่านมาห้าปีแล้วก็ตาม

    ++++++++++

                แสงแดดร้อนผ่าวสาดส่องผ่านยอดทางมะพร้าวลงกระทบร่างระหงของ‘แพทย์หญิงลลิตา’ที่บัดนี้ก้าวเข้าสู่ ‘วันที่ห้า’ ของการพิสูจน์ตัวเองกลางสวนมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกภาพคุณหนูไฮโซสลัดทิ้งไปจนหมดสิ้น วันนี้หล่อนสวมเสื้อเชิ้ตยีนส์สีซีดกางเกงผ้าเนื้อหนา และรองเท้าบูทยางกำลังเดินแบกทะลายมะพร้าวน้ำหอมตามแผ่นหลังหนั่นแน่นของ ‘ทิว’เข้าไปในร่องสวนลึกอย่างทุลักทุเล

                "วางตรงนี้แหละคุณหมอลิลลี่ขยับมือไว ๆ หน่อย แดดเริ่มไล่หลังมาแล้วนะ งานสวนนะไม่ใช่เดินห้าง" ธราธรหันมาเอ่ยเสียงเข้มแววตาคมขรึมลอบมองใบหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อผิวแก้มใสที่เคยเลี่ยมลออบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเปลวแดด

                "รู้แล้วน่า! บ่นจริง ๆ เลยนายทิวฉันลากทางมะพร้าวปาดตาลทำมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ ไม่เห็นหรือไง!"

                ลลิตาปาดเหงื่อที่หน้าผากแกล้งยื่นหน้าดีดค้อนประชดประชันส่งให้ชายหนุ่มชาวสวน  ลึก ๆ ในใจของธราธรในยามนี้ ชายหนุ่มรู้สึก ‘ทึ่งและคิดไม่ถึง’อย่างที่สุดภายนอกของลลิตาดูเหมือนคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อที่คงทนความลำบากไม่ได้ทว่าตลอดห้าวันที่ผ่านมา ไม่ว่าเขาจะแกล้งสรรหาบทเรียนมหาโหด แกล้งให้ลุยโคลนตักเลนตม หรือโยนงานหนักแค่ไหน แม่คุณหนูชุดกาวน์คนนี้กลับกัดฟันสู้ไม่ถอยดวงตาคู่สวยคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยความดื้อรั้นเด็ดเดี่ยว ไม่เคยร้องไห้โวยวายหรือปริปากยอมแพ้หนีกลับเลยสักครั้งความตั้งใจจริงนี้ค่อย ๆ พังทลายกำแพงอคติในใจของธราธรลงทีละน้อยจนเขาเริ่มรู้สึกเอ็นดูเธอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

                ต่างจากฝั่งของลลิตา...ห้าวันที่ผ่านมาทำลายอคติที่เธอเคยมีต่อคำว่า ‘ชาวสวน’ ไปจนหมดสิ้นในตอนแรกเธอแอบคิดดูแคลนว่าธราธรคงเป็๞แค่คนสวนไร้การศึกษา ทื่อ ๆ และใจแคบทว่าเมื่อได้มาร่วมงานกันจริงๆ หล่อนกลับพบว่า ‘ธราธรมีความรู้เยอะมาก’เขาจบปริญญาตรีด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมมาโดยตรง ทุกกระบวนการดูแลสวนมะพร้าวน้ำหอมแห่งนี้เขาทำไปด้วย ‘จิตสาธารณะอันยิ่งใหญ่ รักษ์โลกและนึกถึงสิ่งแวดล้อม’ ตลอดเวลาเขาไม่ใช้สารเคมีแม้แต่หยดเดียว ใช้น้ำหมักชีวภาพบำบัดร่องน้ำและคอยแจกจ่ายความรู้ให้ชาวบ้านในชุมชนฟรี ๆ ทัศนคติที่อบอุ่นและฉลาดของทิว ทำให้เธอหัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อยครั้งยามที่ได้สบตาเขา

            เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพื่อทดสอบสายสัมพันธ์ในระหว่างที่ลลิตากำลังขยับยกกิ่งไม้แห้งกองโตท่อนไม้โบราณที่พาดอยู่ริมตลิ่งร่องน้ำเกิดผุพังลื่นปรืดร่างระหงเสียหลักเซถลาพลัดร่วงหล่นลงไปในร่องน้ำลึกทันที

            !"กรี๊ดดดดดด!!"

            "คุณหมอ!"