Falling Fast #2
ตกเย็นวันเดียวกัน
19.45
ฉันมาถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อย เมื่อกี้ส่งข้อความไปหาบอม เขาก็บอกพิกัดมาให้เรียบร้อย
โต๊ะที่จองไว้อยู่ติดมุมผนัง ดูไม่ใช่มุมอับแต่ก็ไม่ใช่มุมเด่น
“เฮ้ย!”
ตบบ่าเขาไม่เบานักและแกล้งให้ใ แต่เชื่อเถอะว่าบอมไม่ได้ตื่นตระหนกแถมยังนิ่งมากด้วยซ้ำ เขาตีหลังมือฉันแล้วพูด
“เล่นอะไรเป็เด็กไปได้”
“นิดๆ หน่อยๆ เองหน่า”
“นั่งดิ”
“จ้า... ขอบใจ”
“เธอขับรถมาใช่ไหม”
“เยส (yes)”
อีกคนพยักหน้าส่งเดชไปงั้นๆ พลางเทน้ำเปล่าใส่แก้วมาให้
“เอานี่แล้วกัน เดี๋ยวต้องขับรถกลับ ไม่ต้องกินแอลกอฮอล์หรอก”
“แต่นายกินนะ แล้วยังขับมอไซค์อีก อันตรายไหม?”
บิ๊กไบค์คันโตเป็รถคู่ใจของเขาเวลาออกไปข้างนอก บอมจะขับรถยนต์แค่ตอนไปมหาลัยกับโบเท่านั้น สองพี่น้องเขาพักอยู่ด้วยกันน่ะนะ
“เปล่า วันนี้ไม่ได้ขับ เดี๋ยวกลับแท็กซี่”
“ทำไมอะ”
“เตรียมเมา”
“แล้วเรียกฉันมาเนี่ยนะ”
“เพราะเธอไง”
“ห้ะ?”
ฉันวางแก้วน้ำแล้วชี้หน้าตัวเองงงๆ ฉันเนี่ยนะ? อะไรอะ? มีแต่เขานั่นแหละที่ทำตัวแปลกประหลาดจนน่าสงสัย
“อะไรของนาย”
“เออหน่า นั่งเป็เพื่อนหน่อย”
“เปลี่ยนเื่หรอ?”
ไม่ได้ช่วยให้ฉันเข้าใจอะไรขึ้นเลยสักนิด
บอมไม่ตอบ เขาไหวไหล่พลางถอนหายใจแล้วชงเหล้าให้ตัวเองไม่หยุด เขาแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งอื่นรอบกาย ไม่หยิบมือถือมาเล่นด้วยซ้ำ
“เป็ไรปะเนี่ย”
ฉันถาม ในขณะที่อีกฝ่ายส่ายหน้า แต่คำตอบที่พูดออกมาดันดูเหมือนว่าต้องมีเื่แล้วไหม
“เธอรู้ใช่ปะว่าฉันคุยกับเด็กอักษรฯ อยู่คนนึง คนที่ชื่อเฟิร์น”
เื่นี้...
“อืม รู้”
เวลาเขาเล่าให้โบฟังบางครั้งฉันก็อยู่ด้วยไง
รู้ด้วยว่ากับผู้หญิงคนนี้ บอมค่อนข้างจริงจัง คุยกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้วด้วย
นี่ก็เป็เหตุผลหลักเหมือนกัน ที่ฉันไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเองเื่เขาถึงแม้บางทีจะหวั่นไหว
“เธอว่าเฟิร์นเป็ไง”
“ก็น่ารักดีนะ”
“เธอว่าเฟิร์นจะเข้ากับโบได้ไหม”
คำถามนี้คือประเด็นที่ไม่ให้ฉันชวนโบมาแน่เลยอะ
“โบเฟรนลี่จะตาย ถ้านายชอบใคร โบก็คงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“...”
“กังวลอะไรไม่เข้าเื่แล้วพาตัวเองมาเมาเสียเที่ยวแล้วนายอะ”
“งั้นหรอ?”
“ใช่สิ”
บอมถอนหายใจก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่ม เขาเงียบไปอีกครั้ง ฉันเลยหันไปมองบรรยากาศรอบๆ ร้านไปพลางๆ
ที่นี่ไม่ใช่ผับที่เปิดเพลงแนวมันๆ ให้เต้นอะไรแบบนั้นหรอก เป็กึ่งร้านเหล้ากึ่งร้านอาหารมากกว่า คนที่มาส่วนมากก็เป็วัยทำงาน มีวัยรุ่นอายุยี่สิบต้นๆ ประปราย
ถือว่าบรรยากาศดีใช้ได้ เหมาะกับการมานั่งดื่มนั่งคุยชิลๆ
นึกออกไหมว่าถ้าไปร้านที่เปิดเพลงหรือเล่นดนตรีสดแนวเพลงที่เต้นได้และเน้นเสียงดัง ถ้าจะนั่งคุยกันก็ต้องพูดเสียงดังเจ็บปอดเจ็บคอ
เราเงียบกันไปพักใหญ่ ฉันปล่อยให้บอมซึมซับความคิดอะไรก็ตามของเขาไป ส่วนฉันก็นั่งเล่นมือถือ
ผ่านไปเกือบสิบห้านาที เขาถึงได้เรียกฉัน บอมเริ่มตาเยิ้มแล้วนะ อาการของคนเมา
“มี่”
“ว่า?”
และถึงเขาจะเมามาก หากทว่าฉันก็ยังจับได้ถึงความลำบากใจในแววตาคู่นั้น
“เธอคิดยังไงเวลาโบชอบจับคู่เรา”
หรือสิ่งที่เขาสื่อมา มันคือความอึดอัดใจกันนะ...
“นาย... ไม่ชอบหรอ”
“อย่าย้อน ฉันถามเธอก่อน”
“ก็... เฉยๆ โบคงไม่ได้คิดอะไร”
“ฉันถามถึงความรู้สึกโบหรอ? ฉันถามว่าเธอคิดยังไง?”
บอมดูจริงจังมากกว่าครั้งไหนๆ เขาตั้งหน้ารอคำตอบของคำถามที่ฉันไม่รู้ว่าจะตอบอะไร
ฉันควรพูดอะไร จะให้บอกไปว่าบางครั้งก็หวั่นไหวงั้นหรอ? มันจะมีแต่ความอึดอัดและความลำบากใจเกิดขึ้นไหมถ้าพูดออกไปแบบนั้น
“แล้วนายล่ะ นายคิดยังไง”
“เธอจะไม่ตอบใช่ไหม”
“นายก็ไม่ตอบเหมือนกัน”
“เพราะฉันลังเลไงวะ!”
“...!!”
บอมกระแทกเสียงตอบกลับมา เขามองหน้าฉัน เราสบตากัน บอมเทเหล้าเพียวใส่แก้วแล้วกระดกอย่างรวดเร็วและพลั่งพูดออกมาในขณะที่ฉันได้แต่อึ้งพูดไม่ออก
“ฉันรู้สึกดีกับเธอนะเว้ย เจอเธอจนชิน เห็นหน้าเธอ คุยกับเธอจนชิน จนไม่รู้แล้วว่าความรู้สึกนี้แม่งมันคืออะไร”
“...!!”
“บางครั้งฉันก็คิดว่าระหว่างเราควรไปเกินเพื่อนหรือเปล่า ฉันควรเดินหน้ากับเธอไหม แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำอยู่ดี”
“...”
“เวลาไม่ได้คุยกับใคร ไม่ได้มีใคร ฉันก็รู้สึกว่าไม่เป็ไรเพราะมีเธอกับโบอยู่ด้วยตลอด”
“...”
“มี่... แต่โบมันเป็น้อง ส่วนเธอไม่ใช่พี่น้องฉัน”
ร่างสูงพูดเสียงอ่อน บอมกำแก้วเหล้าในมือแน่น
เขากำลังขาดความยับยั้งชั่งใจ
ฉันรู้ว่าถ้าเป็เวลาปกติบอมไม่มีทางพูดเื่นี้
ฉันเองก็เช่นกัน
“ลังเลว่ะ เพราะฉันชอบเฟิร์นมาก แต่ก็ชอบอยู่กับเธอมากด้วย ทำไมฉันเหี้ยจังวะ”
“บอม...”
ฉันเองก็แย่พอกัน ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าฉันรู้สึกกับเขาแบบไหน
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วมี่ อยากเดินหน้ากับเฟิร์นต่อ แต่แม่งก็คิดอยู่ตลอดว่าจะเสียเธอไปไหม”
“...”
“ทั้งที่เธอกับฉันเราไม่ได้เป็อะไรกันด้วยซ้ำ มันมีแต่ความลังเลสับสนเต็มไปหมด”
“ถ้าอยากเดินหน้ากับเฟิร์นต่อ มันก็เป็คำตอบแล้วไม่ใช่หรอว่านายอยากไปทางไหน”
“ไม่”
“ทำไม”
“เพราะถ้ามันยังคาค้างแบบนี้ ฉันก็ไปได้ไม่สุดเพราะความรู้สึกที่มีต่อเธอมันติดค้าง”
“...”
“แม่ง... เรากำลังคุยเื่อะไรกันอยู่วะ”
เอาเข้าจริง... ที่บอมพูดมันก็ดีแล้วล่ะ ดีแล้วที่เขาพูดขึ้นมา เพราะฉันเองก็อยากหลุดพ้นความคลุมเครือในความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน
“ฉันเองก็อยากรู้ ว่าถ้านายคบกับใครสักคน ฉันจะรู้สึกอะไรบ้างไหม”
เพราะตอนนี้ฉันไม่เคยหึงและหวงเวลาเขาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนไหน แต่มันดันหวั่นไหวที่เราอยู่ใกล้กัน
ฉันเอง... ก็ไม่ได้ดีไปกว่าบอมสักเท่าไหร่
“บอม...”
“...”
ฉันบีบมือตัวเองแน่นเมื่อเขายอมเงยหน้ามาสบตา แอบขบริมฝีปากด้านในจนเจ็บตัว แต่ในวินาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญกับฉันไปมากกว่าคำตอบที่เราสองคนควรจะได้
“เรา... ลองมาจูบกันไหม”
“มี่!!”
“จะได้รู้ไงว่าเราควรไปต่อด้วยกันหรือเปล่า”
สิ้นประโยคนั้น ความเงียบก็เข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนี้โดยพลัน ราวกับว่าเราทั้งคู่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แม้แต่เสียงดนตรี หรือแม้กระทั่งเสียงแอร์ก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ด้วยซ้ำ
“มี่...”
ฉันไม่ได้เบี่ยงหน้าหนีหรือหลบตาไปไหนตอนที่บอมเขยิบเข้ามาใกล้และโน้มใบหน้าเข้ามา
ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นแรงกว่าครั้งไหนๆ เมื่อริมฝีปากเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้
ร่างกายฉันเครียดเกร็ง ขนอ่อนลุกชันเมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนซึ่งปะปนมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดลงที่ปลายจมูกและลามไปถึงข้างแก้ม
ฉันตัดสินใจหลับตาทันทีที่ริมฝีปากเราัักัน
แต่เพียงแค่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำบอมก็ผละออกอย่างรวดเร็ว
ใจฉันเต้นรัว ััอุ่นเพียงน้อยนิดที่ประทับลงมากระจายไปจนถึงต่อมความรู้สึกบางอย่าง
ฉันตอบได้แล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไง
เราสบตากันภายใต้แสงสลัวและเพลงโรแมนติก แต่ฉัน... คงคาดหวังมากเกินไป
ฉันควรจะรู้ตัวั้แ่ที่เขาถอนใบหน้าออกทันทีแล้วพูดว่า...
“ขอโทษนะมี่ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันจูบเธอไม่ได้”
“ทำไม...”
“แค่คิดว่าจะทำแบบนั้น ฉันก็รู้สึกผิดต่อเฟิร์นแล้ว...”
ชัดเจนเลยว่าแท้จริงแล้วบอมรู้สึกกับเฟิร์นมากขนาดไหน
ชัดมากเลยว่าเขาไม่ได้ชอบฉัน
ให้ตายสิ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันเ็ปเพราะบอมชอบผู้หญิงคนอื่น
ให้ตายเถอะมิมี่... ทำไมเธอรู้ตัวช้าขนาดนี้...
“มี่... เธอ...”
“เหมือนกัน”
ฉันยิ้มให้เขา
“เธอ...”
“ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนกัน”
ซะที่ไหน...
มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่รู้ว่าคำตอบนี้มีเพื่อให้บอมสบายใจ
ส่วนฉัน ก็แค่อกหักทันทีในวินาทีถัดมาหลังจากรู้ใจตัวเอง ก็เท่านั้น...
ทว่าในเมื่อบอมแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้ชอบฉัน
ดังนั้นความรู้สึกของฉันก็ไม่ได้สำคัญอะไร...
...........................................................