เส้นทางที่เปิดออกโดยรากไม้ใหญ่นั้น หาใช่ถ้ำมืดทึบไม่ แต่มันคืออุโมงค์ที่เกิดจากเนื้อไม้มีชีวิต ผนังอุโมงค์ส่องสว่างด้วยแสงสีทองนวลตา มีลวดลายคล้ายวงปีซ้อนทับกันนับไม่ถ้วน อากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของยางไม้โบราณและไอพลังงานบริสุทธิ์ที่เข้มข้นจนทำให้รู้สึกตื้นตันและมึนงงเล็กน้อย พวกเขาเดินตามทางนั้นไปไม่นาน ก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ใจกลางต้นไม้ั์
ห้องโถงนี้เกิดจากรากไม้ที่สอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ มีแสงสว่างเรืองรองจากผนังไม้และผลึกใสที่งอกอยู่ตามเพดาน ตรงกลางห้อง บนเนินมอสส์หนานุ่ม ปรากฏร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิสงบนิ่งอยู่ ร่างนั้นมีลักษณะคล้ายมนุษย์ชรา แต่ประกอบขึ้นจากเปลือกไม้ เถาวัลย์ และใบไม้เขียวสด ดวงตาปิดสนิท แต่ััได้ถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่และภูมิปัญญาอันลึกล้ำที่แผ่ออกมา
เจยจื่อหลงและวีอันอันหยุดยืนนิ่ง นี่คงเป็ร่างจำแลงของเทพเ้าแห่งพงไพร
เปลือกตาที่ทำจากเปลือกไม้ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นดวงตาสีเขียวมรกตที่ลุ่มลึกราวกับผืนป่าไร้ที่สิ้นสุด จ้องมองมายังเด็กทั้งสอง "ในที่สุดก็มาถึง" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังขึ้น คราวนี้มาจากร่างจำแลงตรงหน้า "ผู้พเนจรจากแดนสรวงและห้วงอเวจี ผู้ผ่านบททดสอบแห่งใจ... ข้าคือผู้ดูแลพงไพรนี้ พวกเ้าอาจเรียกขานข้าว่า 'ไพรพฤกษ์เฒ่า'"
"คารวะท่านไพรพฤกษ์เฒ่า" เจยจื่อหลงรีบประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"คารวะท่าน... เอ่อ... ท่านต้นไม้" วีอันอันโค้งตามอย่างเก้ๆ กังๆ
ไพรพฤกษ์เฒ่ามองทั้งสองนิ่ง "พวกเ้าแสวงหาความรู้แห่งา พลังแห่งจักรวาล ก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกแบ่งแยก... ด้วยเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนแปลงโลกหล้า" ดวงตาสีมรกตนั้นหรี่ลงเล็กน้อย "ความบ้าบิ่นของพวกเ้าช่างน่าสนใจ แต่ก็แฝงอันตรายยิ่งนัก"
"ใช่แล้ว! บ้าบิ่นนี่แหละถนัด!" วีอันอันโพล่งขึ้นมาทันที "ท่านต้นไม้ รีบๆ สอนวิชาเด็ดๆ มาเลยนะ โดยเฉพาะพวกท่าไม้ตายทำลายล้างสูงๆ น่ะ ข้าจะได้รีบออกไปจัดการพวกคนชั่ว!"
ป้าบ! เจยจื่อหลงใช้ศอกกระทุ้งสีข้างวีอันอันเบาๆ "อันอัน! อย่าเสียมารยาท!" เขารีบหันไปกล่าวกับไพรพฤกษ์เฒ่า "พวกเราเพียงแสวงหาความเข้าใจในสมดุลแห่งจักรวาล ท่านผู้เฒ่า เพื่อนำไปใช้สร้างความสงบสุข... แต่แน่นอนว่า การลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็วก็เป็สิ่งจำเป็เช่นกันขอรับ" ท่าทีจริงจังและคำพูดที่พยายามจะดูดีของเขา กลับฟังดูทื่อๆ และไม่ค่อยเป็ธรรมชาติเท่าไหร่นัก (ความทึ่มของพระเอกเริ่มทำงาน)
ไพรพฤกษ์เฒ่ามองเด็กทั้งสองสลับกัน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ คล้ายเสียงใบไม้เสียดสี "พลังที่แท้จริง มิได้อยู่ที่อานุภาพทำลายล้างเพียงอย่างเดียว เด็กน้อย แต่คือความเข้าใจใน 'แก่นแท้' ของสรรพสิ่ง" ว่าแล้ว ไพรพฤกษ์เฒ่าก็เริ่มบทเรียนแรก "พวกเ้าจงลืมสิ่งที่เคยเรียนรู้มาเสียสิ้น ทั้งพลังเทพ พลังมาร พลังธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ... สิ่งเ่าั้เป็เพียง 'เปลือกนอก' เป็เพียง 'สำเนียง' ที่แตกต่างกันของภาษาเดียวกัน... ภาษาแห่งพลังงานจักรวาลอันเป็หนึ่งเดียว"
ไพรพฤกษ์เฒ่าใช้ปลายนิ้วที่ทำจากกิ่งไม้ วาดลวดลายพลังงานอันซับซ้อนขึ้นในอากาศ แสดงให้เห็นถึงการไหลเวียนเชื่อมต่อกันของพลังงานรูปแบบต่างๆ
"ท่านหมายความว่า พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของข้า กับพลังความมืดของยัยนี่..." เจยจื่อหลงชี้ไปที่วีอันอัน "...คือสิ่งเดียวกันงั้นรึ? เป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อมันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง?" เขาถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ตามประสาเทพผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ แต่ก็ดูจะเข้าใจอะไรยากไปนิด
"แล้ว... แล้วข้าจะใช้พลังน้ำที่เย็นๆ สร้างไฟร้อนๆ ได้ไหมล่ะท่าน?" วีอันอันถามตาแป๋ว (ความโก๊ะเริ่มมา) นางเริ่มวาดรูปเล่นบนพื้นมอสส์เรืองแสงแก้เบื่อ
"เฮ้อ..." ไพรพฤกษ์เฒ่าถอนหายใจอีกครั้ง "ไม่ใช่เช่นนั้นเสียทีเดียว มันคือพลังงานพื้นฐานเดียวกัน แต่แสดงออกในรูปแบบที่ต่างกันตามเจตจำนงและธรรมชาติของผู้ใช้... เอาล่ะ ทฤษฎีคงน่าเบื่อเกินไปสำหรับพวกเ้า ลองปฏิบัติเลยดีกว่า"
"จงนั่งลง ทำสมาธิอีกครั้ง แต่คราวนี้ อย่าสนใจพลังชี่ในตันเถียน หรือพลังธาตุรอบกาย แต่จงเปิดััให้กว้างขึ้น... 'ฟัง' เสียงกระซิบของจักรวาล ััถึง 'สนามพลังงาน' อันเป็หนึ่งเดียวที่ไหลเวียนอยู่ทั่วทุกอณูในป่าแห่งนี้ และในตัวพวกเ้าเอง"
เด็กทั้งสองรีบทำตามอย่างว่าง่าย (แม้จะแอบเบื่อเล็กน้อย) พวกเขาพยายามปล่อยวางความรู้เดิมๆ และเปิดรับััใหม่
ผ่านไปครู่หนึ่ง วีอันอันก็ขมวดคิ้ว "ข้า... ข้ารู้สึกเหมือน... พื้นมันสั่นนิดๆ แล้วก็ได้ยินเสียง... เหมือนต้นไม้กำลังนินทากันเลย! ต้นนั้นบอกว่าต้นโน้นรากยาวเกะกะ!" (ความโก๊ะ + จินตนาการ)
"ข้าไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย" เจยจื่อหลงกล่าวอย่างหงุดหงิด เขากำลังพยายามใช้สมองวิเคราะห์และวาดแผนผังการไหลเวียนของพลังงานที่มองไม่เห็นนี้ แทนที่จะใช้ความรู้สึก "มันไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนเลย ไหลไปมามั่วซั่วไปหมด" (ความทึ่ม + ความเป็เทพเ้าระเบียบ)
"พวกเ้าใช้ 'หัว' มากเกินไป" ไพรพฤกษ์เฒ่าติง "จงใช้ 'ใจ' ัั... เอาใหม่ ลองดูนี่" ผู้เฒ่ายกมือขึ้น ปรากฏกลุ่มแสงเล็กๆ สว่างวาบขึ้นกลางฝ่ามือ "นี่คือพลังงานจักรวาลในรูปบริสุทธิ์ ลองใช้ััของพวกเ้า ทำให้แสงนี้เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนรูปทรงดู"
เจยจื่อหลงเพ่งมองกลุ่มแสงนั้นอย่างตั้งใจ เขาค่อยๆ ส่งกระแสจิตออกไป... แสงนั้นสั่นไหวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เปลี่ยนจากสีขาวเป็สีฟ้าอ่อนๆ ได้สำเร็จ!
"โอ้! ข้าทำได้!" เขาร้องออกมาอย่างดีใจ
"ตาข้าบ้าง!" วีอันอันรีบยื่นมือไปทางกลุ่มแสง นางคิดในใจ 'ต้องทำให้มันใหญ่ๆ สว่างๆ ไปเลย!' นางรวบรวมพลังทั้งหมดส่งออกไป!
ปุ๊!
กลุ่มแสงนั้นไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่กลับแตกสลายหายไป กลายเป็ฝุ่นแสงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พร้อมเสียงดัง 'ปุ๊' เบาๆ!
"อ้าว..." วีอันอันหน้าเหวอ
เจยจื่อหลงก้มหน้ากลั้นหัวเราะ ส่วนไพรพฤกษ์เฒ่าได้แต่ส่ายศีรษะที่ทำจากใบไม้ไปมา "พลังของเ้ามันป่าเถื่อนเกินไป ส่วนเ้าก็ละเอียดอ่อนจนเกินงาม... ช่างเป็คู่ที่ตรงข้ามกันโดยแท้" ผู้เฒ่าพึมพำ "แต่บางที... ความแตกต่างนี้ อาจจะเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ หากพวกเ้ารู้จักเรียนรู้"
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน" ไพรพฤกษ์เฒ่ากล่าว "ความรู้แห่งานั้นลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจได้ในวันเดียว จงไปพักผ่อน ใคร่ครวญถึงสิ่งที่ได้ััในวันนี้" รากไม้ด้านหนึ่งของห้องโถงค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นโพรงไม้ที่ปูด้วยมอสส์นุ่มๆ ดูเป็ที่พักอันสงบเงียบ
เจยจื่อหลงและวีอันอันโค้งคำนับ แล้วเดินเข้าไปในโพรงไม้นั้นอย่างว่าง่าย พวกเขาทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความสับสน ความตื่นเต้น และความทึ่งในพลังงานรูปแบบใหม่ที่เพิ่งได้ัั มันแตกต่าง และดูเหมือนจะทรงพลังยิ่งกว่าพลังเทพหรือพลังมารที่พวกเขาเคยรู้จักเสียอีก
"วิชาอะไรก็ไม่รู้ งงชะมัด" วีอันอันบ่นพลางเอนตัวลงนอนบนมอสส์นุ่ม "แต่ก็... รู้สึกสุดยอดไปเลยแฮะ!"
เจยจื่อหลงพยักหน้าเห็นด้วย เขายังคงครุ่นคิดถึงทฤษฎีพลังงานอันเป็หนึ่งเดียว