ขณะเดียวกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในลานกว้างอาคาเดียก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงแต่ผู้คนทั่วไปที่รับรู้เรื่องนี้ แต่ภายในกิลด์หอคอยอุโรโบรอสก็ได้ทราบเรื่องแล้วเช่นเดียวกัน บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเงียบงัน
สเน็ค หัวหน้ากิลด์ผู้เป็นชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์อันสง่างามของเขา แต่ในเวลานี้ท่าทางของเขากลับเต็มไปด้วยความอึดอัด
เขายกมือกุมศีรษะของตนด้วยความหนักใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลซิกฟรีด ไม่ใช่เรื่องที่เขาสามารถปล่อยผ่านได้โดยง่าย
สเน็ค ไม่ใช่เพียงแค่หัวหน้ากิลด์ทั่วไป แต่เขายังเป็นผู้มีอาชีพอวาตาร์ของเทพเจ้า โดยได้รับพลังจากงูกินหางในตำนาน เทพเจ้าอุโรโบรอส
เขาเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในกิลด์และครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ แต่แม้เขาจะมีพลังที่เหนือกว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ สเน็คก็รู้ดีว่าการที่กิลด์ของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้ตระกูลซิกฟรีดโกรธนั้น ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงอย่างใหญ่หลวง
“เกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินมาว่ารองหัวหน้ากิลด์เซเฟอร์และพวกบารันตกตายลงไปแล้ว?”
“ใช่ ยังมีสมาชิกใหม่ที่ชื่อฟิโอน่าอีก เธอตายลงตอนที่เข้าไปท้าทายดันเจี้ยนระดับนรกน่ะ”
“เหอะๆ อย่าเพิ่งไปพูดถึงพวกมันเลย รู้ไหมว่าเขาได้สร้างเรื่องอะไรไว้ แล้วตอนนี้พวกเราจะชิบหายกันหมด!”
ด้านล่างบัลลังก์ สมาชิกระดับสูงของกิลด์หลายคน รวมถึงรองหัวหน้ากิลด์อีกคนนึง ได้ยืนมองดูหัวหน้าของพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล พวกเขารู้ดีว่าการที่ไมเยอร์ รองหัวหน้ากิลด์ของพวกเขาไปสร้างปัญหากับทายาทของตระกูลซิกฟรีดนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
แม้ว่าตัวไมเยอร์จะถูกฆ่าตายไปแล้วก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขามันไม่อาจลบล้างได้
การที่กิลด์หอคอยอุโรโบรอสได้ล่วงเกินทายาทของตระกูลซิกฟรีด โดยเฉพาะทายาทลำดับที่สี่อย่างอนาเธอร์ มันถือเป็นสิ่งที่ทุกคนในกิลด์ไม่คาดคิดมาก่อน
ตระกูลซิกฟรีดเป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก และการทำให้พวกเขาโกรธเกรี้ยวหมายถึงความพินาศสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
สเน็คเคยได้ยินชื่อเสียงของอนาเธอร์มาก่อน ทว่าอนาเธอร์เป็นทายาทที่ลึกลับและไม่ค่อยปรากฏตัวให้คนภายนอกเห็นบ่อยครั้งนัก
“เฮ้อ ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกแล้ว!”
หลังจากนั่งนิ่งและคิดพิจารณาอยู่นาน สเน็คถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ชายวัยกลางคนรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก การปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย จะยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง และอาจนำไปสู่ความพินาศของทั้งกิลด์
“พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าตัวไมเยอร์และหัวหน้าหน่วยบารัมได้สร้างปัญหาอะไรไว้”
“แม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้ว แต่สิ่งที่ก่อไว้ยังคงทิ้งรอยแผลให้กับกิลด์ของเรา”
สเน็คกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหนักใจ ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างพยักหน้ารับด้วยความกังวล ไม่มีใครกล้าพูดแทรก พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงวิกฤต
“กิลด์ของเราได้ล่วงเกินตระกูลซิกฟรีดเข้า... และที่เลวร้ายกว่านั้นคือพวกเราได้ลงมือกับทายาทลำดับที่สี่ของพวกเขา”
“ไม่ว่าตระกูลซิกฟรีดจะให้อภัยหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจลบล้างได้ ข้ารู้ดีว่าคานไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยผ่านเรื่องเช่นนี้ได้ง่ายๆ!”
เสียงถอนหายใจหนักๆดังขึ้นอีกครั้งจากปากของสเน็ค เขาคิดถึงความยุ่งยากที่เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกน้องตน แม้เซเฟอร์จะมีความสามารถสูงและเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับสูงของกิลด์ แต่การตัดสินใจที่โง่เขลาเช่นนี้ได้ทำให้ทั้งกิลด์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง สเน็คก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา เขาเดินลงจากบัลลังก์และก้าวเดินลงมาในบริเวณที่เต็มไปด้วยสมาชิกระดับสูงของกิลด์ ทุกคนต่างมองด้วยความกังวลและคาดหวังว่าสเน็คจะหาทางออกให้กับสถานการณ์นี้
“ไม่ต้องห่วง ข้าตัดสินใจแล้ว และข้าจะไปยังอาณาเขตของตระกูลซิกฟรีดด้วยตนเอง”
คำพูดของสเน็คทำให้ทุกคนในห้องต่างแสดงความตกตะลึงออกมา
ไม่มีใครคาดคิดว่าหัวหน้าของพวกเขาจะตัดสินใจเดินทางไปยังอาณาเขตแห่งนั้น อย่าลืมนะว่าการเผชิญหน้ากับตระกูลที่มีอำนาจในโลกไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้โดยง่าย
แต่ในสถานการณ์นี้ สเน็คไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่ออนาเธอร์และคานด้วยตนเอง
“ท่านหัวหน้า! การไปที่นั่นด้วยตัวเองจะไม่เป็นอันตรายต่อท่านหรือ?”
“พวกเราไม่รู้ว่าท่านคานจะยอมรับการขอโทษของพวกเราหรือไม่!”
หนึ่งในรองหัวหน้ากิลด์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล สเน็คหันไปมองรองหัวหน้ากิลด์คนนั้นด้วยสายตาที่ไร้ทางเลือก
“ข้ารู้ดีว่ามันเสี่ยง เพราะข้ารู้จักคานเป็นอย่างดี ในอดีตพวกเรารู้จักกัน”
“แต่ถ้าข้าไม่ทำอะไรเลยและปล่อยเรื่องทิ้งไว้แบบนี้ สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก”
“ข้าต้องไปขอโทษด้วยตัวเองเพื่อให้ตระกูลซิกฟรีดรู้ว่าเราสำนึกผิด และข้าจะไม่ให้เรื่องนี้มาทำลายกิลด์ของเราได้!”
คำตอบของสเน็คทำให้ทุกคนในห้องเงียบลง ทั้งหมดทราบดีว่าหัวหน้าของพวกเขายอมที่จะไปเพื่อจบปัญหาด้วยตนเอง
อีกด้าน ไม่นานหลังจากที่อนาเธอร์และกลุ่มเดินทางกลับมายังคฤหาสน์ของตระกูลซิกฟรีด
“ลูกแม่!”
บรรยากาศที่เงียบสงบของคฤหาสน์ก็ถูกทำลายลง เมื่ออนาเธอเลีย แม่ของอนาเธอร์ที่เป็นหญิงงามผมสีเงินยาวได้รีบรุดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความรักห่วงใยที่มีต่อลูกชายสุดที่รัก
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า? แม่ได้ยินมาว่าเกิดเรื่องมากมายขึ้นใน.. นั่นคือบาดแผล?!!”
“นี่ลูกบาดเจ็บเหรอเนี่ย?”
“ไหนมาให้แม่คนนี้ดูหน่อยเร็วเข้า!”
อนาเธอเลียเอื้อมแขนไปจับมือของอนาเธอร์อย่างเบาๆ และมองดูเขาจากหัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงแหน
ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความกังวลที่เก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ ตั้งแต่ที่เธอได้ยินข่าวว่าอนาเธอร์ถูกโจมตีและพาตัวไปยังสภาผู้ยิ่งใหญ่ เธอก็ไม่สามารถสงบใจได้เลย จนกระทั่งเห็นลูกชายของเธอกลับมาปลอดภัย
อนาเธอร์มองดูแม่ของเขาและยิ้มเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ผมไม่เป็นอะไรท่านแม่ บาดแผลนี่ก็ได้รับมาจากดันเจี้ยนระดับนรก ส่วนเรื่องอื่นๆมันก็เป็นแค่เรื่องที่เข้าใจผิด”
เขาพูดพร้อมกับจับมือแม่ของเขาเบาๆ เพื่อให้หญิงสาวผู้นี้คลายความกังวลลง
ถึงแม้ว่าอนาเธอร์จะพูดเพื่อปลอบโยนแม่ของเขา แต่อนาเธอเลียก็ยังคงมองลูกชายของเธอด้วยความห่วงใย ใบหน้าของเธอยังคงแสดงความกังวลแม้ว่าจะพยายามซ่อนมันไว้ก็ตาม
และนางก็ถามซ้ำขึ้นอีกครั้ง
“ดันเจี้ยนระดับนรก?.. แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า?”
อนาเธอร์หัวเราะเบาๆพร้อมกับส่ายหน้า จากนั้นเขาก็ได้กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
“ไม่เป็นอะไรจริงๆท่านแม่ ผมยังแข็งแรงดีและไม่ได้รับบาดเจ็บที่สาหัสอะไรมาก”
“หลังจากนี้ท่านแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป อย่าลืมนะว่าผมคือผู้เล่นแล้ว และผู้เล่นที่ออกไปผจญภัยย่อมกลับมาพร้อมกับบาดแผล!”
คานยืนอยู่ไม่ไกลจากทั้งสองคนได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยายังคงเป็นห่วงอนาเธอร์มากเช่นเคย ถึงลูกชายของเขาจะเติบโตขึ้นและกลายมาเป็นผู้สืบทอดเทพเจ้าได้แล้วก็ตาม แต่ในสายตาของอนาเธอเลีย อนาเธอร์ยังคงเป็นเด็กชายตัวเล็กๆที่เธอคอยดูแลมาตลอดเวลา
“เอาเถอะภรรยาข้า ตอนนี้ลูกก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว และเขาเองก็เลือกเส้นทางนี้ เหมือนกับพวกเราในอดีตยังไงละ”
หลังจากที่พวกเขาได้พูดคุยกันเสร็จ
คานก็มองไปยังคนอื่นๆที่มาพร้อมกับเขา รวมถึงพ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดทั้งสี่ที่ติดตามอนาเธอร์ตลอดการเดินทางในวันนี้
“เรื่องในวันนี้คงทำให้พวกเจ้าทุกคนเหนื่อยล้ามาก ได้ยินว่าพวกเจ้าบาดเจ็บอีกด้วย”
“ข้าอยากให้พวกเจ้าไปพักผ่อนก่อน ทุกอย่างจบลงแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก”
“และเมื่อหายดีก็มาหาข้าที่ห้องทำงานละกัน.. เพราะข้าอยากจะตอบแทนพวกเจ้า!”
คานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม และจ้องมองไปยังทั้งห้าคนอย่างนึกขอบคุณ
“เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้นำตระกูล!”
คำสั่งของคานทำให้พวกเขาทั้งหมดพยักหน้ารับอย่างเคารพ ก่อนที่พ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดทั้งสี่จะถอยห่างออกไปเพื่อพักผ่อน
พวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บจากการปะทะในลานกว้าง และแม้ว่าจะไม่ได้เป็นบาดเจ็บรุนแรงมากนัก การได้พักผ่อนหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็นับเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแน่นอน
“งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนละกัน!”
อนาเธอร์เองก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาต้องการพักผ่อน การต่อสู้และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองต้องครุ่นคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง
โดยเฉพาะเรื่องของผู้เล่นลึกลับที่เข้ามาช่วยเหลือเขา และสังหารผู้เล่นจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอสไปอย่างโหดเหี้ยม
“เขากลับมาแล้ว!”
ขณะเดียวกันเหนือคฤหาสน์ด้านบน ไอรินยืนจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาจับจ้องไปยังร่างของนายน้อยผู้กำลังเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์ ความเงียบที่ล้อมรอบคล้ายจะหยุดนิ่งในชั่วขณะเมื่อเธอเห็นภาพนั้น
พร้อมกับความคิดบางอย่างที่แวบเข้ามาในหัว ลิ้นของเธอค่อยๆตวัดเลียไปมาบนริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ดูเย้ายวน นัยน์ตาคมกริบฉายแววหลงใหล แฝงไปด้วยเสน่ห์และความปรารถนาที่เกินจะหักห้าม ความยั่วยวนในท่าทางของเธอเผยชัดยิ่งขึ้นในทุกการเคลื่อนไหว
..
ยิ้มกรุม หึหึ