ฉีซื่อหลับไปพักใหญ่จนตะวันใกล้จะตกดิน ก็ถูกอ๋องจินอู่ที่นอนกอดเขางีบอยู่ข้างๆปลุกให้ตื่นเพราะคนของพวกเขาที่สั่งให้ออกไปทำภารกิจตอนนี้ทยอยมารวมตัวกันใกล้จะครบแล้ว
“อาฉี เ้าตื่นได้แล้ว พวกเขาจวนจะมากันครบแล้ว”
“อืมมมมม ท่านอ๋อง”ฉีซื่อตอบรับอย่างงัวเงีย พร้อมค่อยๆลืมตาขึ้นมา
...จุ๊บ !!! ...ฉีซื่อถูกอ๋องจินอู่จุ๊บลงที่ริมฝีปากไปหนึ่งทีด้วยความเอ็นดู จนเล่นเอาฉีซื่อตาเหลือกรีบผลุกนั่งอย่างไว
“ท่านอ๋อง นี่ท่านจะ...อีกแล้วหรือพะยะคะ”ฉีซื่อเริ่มจะโวยวาย
“ข้าเปล่า!เ้าจะใอะไรกัน เราสองคนใช่อื่นไกล การทำเช่นนี้ก็เป็เื่ปกติมิใช่หรือแล้วอีกอย่าง ไหนเ้าบอกจะเรียกข้าว่า พี่จิน เหตุใดยังเรียกข้า ท่านอ๋องลงท้ายด้วย พะยะคะ อยู่เลย”
“พะ พะ พี่ พี่จิน...”ฉีซื่อรีบตอบรับทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะสนทนากันต่อ หนึ่งในองครักค์ก็มาแจ้งหน้าห้องว่าตอนนี้ทุกคนได้กลับมากันครบแล้ว เลยทำให้ฉีซื่อและอ๋องจินอู่พากันลงไปโถงด้านล่างทันที
“เดี๋ยวพวกเราคุยธุระเสร็จแล้วข้าจะไปดูสุราแถวนี้หน่อยได้ยินมาว่ามีร้านนึงชึ้นชื่อมาก ไหนๆก็มาแล้ว จะขอลองเสียหน่อย ถ้าดีจริงข้าอาจจะเอาไปฝากท่านสุดที่รักของข้าเสียหน่อย”
“ตามใจท่านเลย”ฉีซื่อตอบรับพลางเดินออกไปเปิดประตูห้อง เพื่อจะออกไปยังโถงด้านล่าง
................................
ณ โถงด้านล่างโรงเตี๊ยม
ฉีซื่อนั่งอ่านรายงานภารกิจของแต่ละคนอย่างเงียบๆโดยมีอ๋องจินอู่ช่วยอ่านด้วยอีกคน ก่อนจะไปสะดุดกับบ้านเช่าที่อยู่ใกล้กับบ้านตระกูลโจวซึ่งทำเอาฉีซื่อเกิดความสงสัยไม่น้อย เพราะ ดูจากตรอก ซอยต่างๆที่ตรงนี้ล้วนแต่เป็ของตระกูลโจวทั้งสิ้น แต่เหตุใดในรายการรายได้ของตะกูลถึงไม่ปรากฏ...หรือหลายปีมานี้ท่านแม่ของข้าจะขายเรือหลังนี้ไปแล้วกระมัง แต่ทำเลดีขนาดนี้นี้ท่านแม่จะขายจริงๆหรือถึงถ้าขายจริงวันนี้ที่ข้าไปพบท่านผู้เฒ่าวันนี้ ก็ต้องมรเอ่ยถึงบ้างซิ แต่วันนี้ที่ไปก็ไม่ได้เอ่ยเื่นี้แก่ข้าเลยเห็นทีพรุ่งนี้ข้าคงต้องไปที่นั้นอีกสักครั้งเสียแล้ว... ฉีซื่อคิดอยู่ในใจพร้อมทำหน้าขมวดคิ่วออกมาอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้อ๋องจินอู่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเห็นได้ชัดเจน
“คนของเราที่ส่งไปทำงานไม่ได้เื่ใช่หรือไม่ข้าเห็นพอเ้าอ่านรายงานแล้วเอาแต่นั้งขมวดคิ้วเช่นนี้” อ๋องจินอู่ถามขึ้น
“เปล่าเลยพี่จิน ข้าเพียงแต่ไม่เข้าใจในบางเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็เท่านั้น ท่านอย่าได้กังวลเลย”
“เื่อะไรที่เ้าไม่เข้าใจ บอกข้าเผื่อข้าจะตอบเข้าได้” อ๋องจิจอู่เสนอตัวทันที แต่ฉีซื่อด็ได้แต่สายหน้าเบาๆยิ้มออกมาอ่อนๆ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ ข้าจะไปตระกูลโจวอีกครั้งในตอนเช้าหากตกลงอะไรกันได้ตกบ่ายจะรวบรวมสินค้า จัดขบวน แล้วมันมะรืนเราจะกลับเมืองหลวงกันเลยก็แล้วกัน”
“แล้วตกลง ทำเลที่เ้าส่งคนของเราให้ออกไปหามาสรุปแล้วเ้าถูกใจที่ตรอกไหน ข้าจะได้ช่วยเ้าไปต่อรองราคา” อ๋องจินอู่ถามอย่างกระตือรือร้น
“ข้าสนใจบ้านที่อยู่หัวมุมเยื้องกับทางเข้าด้านหลังกระกูลโจว”
“ทำเลตรงนั้นดีมาก ติดแม่น้ำ ใกล้ตลาด อยู่ทางหัวมุม...แล้วเขาเสนอราคามาเท่าไหร่” อ๋องจินอู่วิเคราะห์และถามอย่างสนใจ
“เดือนละ 800 เหลี่ยงขอรับ” ฉีซื่อตอบเบาๆ
“800หรือ อืมมม ราคาก็ไม่เท่าไหร่นิ ทำเ้าดูปิดหวัง แลกกับทำเลดีๆราคานี้ถือว่าไม่เลว”
“พี่จิน ที่ตรงนั้น เท่าที่ข้าจำได้มันคืออาณาเขตของตระกูลโจว แต่ข้าแค่....”
“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปตระกูลโจวกับเข้าพาคนของเราไปด้วย คนที่ไปเจอบ้านหลังนี้ ตกลงเ้าชอบที่นี่ใช่หรือไม่ ส่วนที่อื่นๆละ”
“ข้าชอบที่นี่หากยังเป็ของตระกูลโจวอยู่คงดี แต่ถ้าขายไปแล้วข้าคงทำได้แค่เช่า”
“แล้วทำไมเ้าไม่ซื่อคืนละอาฉี”
“ทำเลดีขนาดนี้ราคาคงสูงน่าดูข้าเกรงจะสู้ไม่ไหว เพราะข้ามีแผนจะขยายร้านที่เมืองหลวงด้วย”
“เ้ายืมข้าก่อนได้น่ะ ส่วนดอกเบี้ยข้าไม่รับแป็นเงินขอเป็...” อ๋องจินอู่พูดกึ่งเล่นกึ่งจริง ส่งสายตาฉีซื่อรับรู้ถึงความต้องของเรา
...คนคนนี้ไม่เคยจะว่างเว้นจากเื่พวกนี้เลยจริงๆเอะอะก็จะทำเื่อย่างนั้นกับข้าอยู่เรื่อยเลย คนยิ่งเครียดๆ ยังจะมาชีกอ... ฉีซื่อบ่นใจในไม่กล่าพูดออกมาทำได้แค่แสดงสีหน้าอ่อนใจออกมา
“นี่เ้ากำลังด่าข้าในใจอยู่ใช่ไหมฉีซื่อ!!!” อ๋องจินอู่ถามทันที เพราะเห็นฉีซื่อไม่โต้ตอบอย่างเคย
“ข้าเปล่าน่ะพี่จิน”ฉีซื่อตอบอย่างรนลาน
“เอาเถอะๆ อย่างที่ข้าบอก อยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามาเลยส่วนดอกเบี้ยก็ตามนั้นเลย ฮ่าๆๆๆ” พูดเสร็จอ๋องจินอู่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกโรงเตี๊ยมทันทีทิ้งให้ฉีซื่อนั่งกำหมัดหน้าแดง ทั้งโกรธทั้งเขิลเพราะถูกพูดออกมาอย่างเปิดเผยต่อหน้าบรรดาผู้ติดตามที่ห้องโถง
“เอ่อ...อ...ท่านฉี ไม่ทราบว่าท่านมีเื่อะไรให้พวกเราไปทำอีกหรือไม่ขอรับ” เซียวหลง หนึ่งในองครักษ์ เอ่ยถามฉีซื่อ
“ตอนนี้ไม่มีแล้ว เชิญพสกท่านสั่งอาหาร กินข้างเน็นที่นี่แล้วค่อยกลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมของพวกเ้าเถอะแล้วพรุ่งนี้ก็มากินมื้อเช้าที่นี่ เราจะออกเดินทางไปตระกูลโจวตอนฟ้าสาง แต่ต้องออกเดินทางก่อนตะวันจะขึ้นน่ะเพราะข้าไม่อยากร้อน” ฉีซื่อตอบอย่างหนักแน่น ก่อนตนเองก็จะเดินไปสั่งอาหารเช่นกันพร้อมสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ยกไปส่งที่ห้องพัก
.................................................
ในห้องพัก
ฉีซื่อเดินขึ้นมาบนห้องพัก เขาถือโอกาสที่อ๋องจินอู่ไม่อยู่รีบอาบน้ำชำระกายแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดหน้าต่างแล้วนั่งเล่นไปพลาง ระหว่างรออาหารขึ้นมาส่งและรอเพื่อนร่วมห้องกลับมา
แอ๊ด ปึก!! ... เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างแรงทำเอาฉีซื่อที่นั่งคิดอะไรเพลินใสะดุ้งตัวโยน หันไปตามเสียง
“พี่จิน ท่านกลับมาแล้ว”ฉีซื่อกล่าวต้อนรับพลางเดินไปช่วยถือไหเหล้าเอามาวางที่โต๊ะ
“เ้าสั่งอาหารไปแล้วใช่ไหมอาฉี”
“อื้มข้าสั่งแล้วแต่ส่วนใหญ่จะเป็พวกกับแกล้มนะขอรับ ข้าไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
“ดี ข้าก็เหมือนกัน” พูดจบอ๋องจินอู่ก็เอาหน้าเข้ามาดมตามตัวของฉีซื่อฟุดฟิดๆๆ
“นี่เ้าอาบน้ำชำระกายแล้วซิน่ะ หอมฟุ้งเชียว” อ๋องจินอู่เอ่ยพลางดึงฉีซื่อมาสวมกอดจากทางด่านหลัง
“ข้าอาบแล้ว แต่ท่านยังไมได้อาบเลย” ฉีซื่อตแบกลับพลางดันตัวออก เพราะเขารู้หากไม่ทำแยยนี้ เห็นทีจะต้องโดนจู่โจมแน่ๆ
...ก๊อกๆๆ … นายท่านขอรับข้าน้อยเอาอาหารมาส่งขอรับ!! เสียงของเสี่ยวเอ้อร์ดังขึ้นจากทางกน้าประตูฉีซื่อเลยรีบสลัดตัวออกจากอ๋องจินอู่อย่างไวเพราะประเดี๋ยวเสี่ยวเอ้อร์ก็จะเปิดประตูเข้ามา ส่วนอ๋องจินอู่ก็เดินหลบเข้าไปทางหลังฉากเพื่อจะอาบน้ำ ทันทีที่อาหารมาถึงฉีซื่อจะจัดแจงเตรียมความพร้อมต่อทันที ทันทีที่อ๋องจินอู่อาบน้ำเสร็จเขาก็มานั่งเตรีนมตัวจะดื่มด่ำทันที และทันทีที่จะยกจอกสุระเข้าปากก็ถูกฉีซื่อห้ามเอาไว้
“พี่จิน ท่านกินกับแกล้มก่อนเถิด หากดื่มสุระตอนท้องว่างท่านจะเมาเอาได้นะขอรับ”
“ข้าไม่เคยเมา” เขาตอบฉีซื่อด้วยสีหน้าที่ภาดภูมิใจ
“งั้นก็ตามใจท่าน หากท่านเมา พรุ่งนี้ท่านตื่นไม่ไหวก็รอข้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” ฉีซื่อตอยกลับเสียงแข็งก่อนจะคีบกินกลับแกล้วเคี้ยวตุ้ยๆไม่มองหน้าอ๋องจินอู้บ่งบอถึงความไม่พอใจในคำตอบคนตรงหน้ามากนัก
“อาฉี เ้าดื่มเสียหน่อย สุระนี้รสดีนัก นุ่มลิ้นมีกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ออกหวานนิดหน่อย เ้าน่าดื่มง่าย” อ๋องจินอู่ส่งจอกเหล้าให้แก่ฉีซื่อ
“พี่จิน คือข้า... ไม่เคย...ดื่มเลย ขอไม่ลองดีกว่าข้ากลัวจะเมาค้าง พรุ่งนี้ข้ามีเื่ต้องทำด้วย”
“นี่เ้า....”อ๋องจินอู่หน้ามุ่ย ชักจอกสุรากลับไปกระดกเข้าปากตัวเอง
“ขออภัยที่ข้าต้องปฏิเสธไม่อาจะเป็เพื่อนร่วมดื่มแก่ท่านได้”
ฉีซื่อขอโทษจากใจจริงเพราะเขานั้นไม่เคยดื่มสุระมาก่อน และไม่กล้าแตะต้องด้วย อาจเป็เพราะชีวิตของเขานั้นยุ่งเหยิงเกินไปจนไม่มีเวลาว่างที่จะออกไปสังสรรค์ ทำกิจกรรมหรือคบค้าสมาคมกับคนรุ่นราวคราวเดียวกันในเมืองหลวงมากนัก เลยทำให้เขาลำบากใจทุกครั้งที่มีคนชวนดื่มแต่เขานั้นไม่อาจตอบรับได้แม้ว่าบางครั้งการปฏิเสธของเขานั้นอาจเป็การเสียมารยาทก็ตาม