ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 16 : ก้มหน้ายอมรับ

            แสงจันทร์สาดส่องกระทบยังหลังคาในสถานที่รกร้างแห่งหนึ่งแสนห่างไกลจากตัวเมืองโดยรอบต่างมีตึกรามบ้านช่องที่ยังสร้างไม่เสร็จดีอยู่เต็มไปหมดตามมุมประดับไปด้วยกองไฟที่จุขึ้นให้แสงสว่างในบางจุดความสลัวแสดงให้เห็นถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ที่แห่งนี้เป็นที่กบดานกันอยู่

     

            อีกทั้งกลุ่มดังกล่าวยังวางกำลังเวรยามแน่นหนาซึ่งเดินกันไปมาขันแข็งภายในมือต่างมีอาวุธสงครามกันครบครันราวกับเตรียมความพร้อมสำหรับการก่อสงครามอย่างไรอย่างนั้น

     

            “ไม่ผิดแน่นะ ไดจิ”ชายผมสีเทาในชุดรัดกุมสีดำพูดขึ้น เขากวาดตาคาดเดาจำนวนตรงหน้ารอบคอบ

     

            “ตามแหล่งข่าว เป็นที่นี่แน่นอนครับท่านไอแซก” ชายในชุดเดียวกันหันตอบด้านข้าง

     

            พวกเขากำลังส่องกล้องมองพวกนั้นอยู่บนเนินห่างออกไปหลายคันรถแม้ทัศนวิสัยยามค่ำคืนอาจเป็นอุปสรรคแต่ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยในมือกลับได้ภาพไม่แตกต่างจากตอนกลางวันเลย

     

            “เหอะ! เลือกที่กบดานได้สุดขั้วจริงไอ้พวกแก๊งวัวคลั่งไอ้หัวหน้ากลุ่มที่เป็นตัวการวางแผนปล้นธนาคารก็อยู่ที่นี่สินะ”

     

            หลังจากลอบมองมาสักพักไอแซกพอเดาได้ว่าหัวกลุ่มพวกนั้นอยู่ที่ไหน แน่นอนว่า สถานที่ใหญ่ที่สุดปลอดภัยที่สุด และสะดวกสบายที่สุด

     

            “ใช่ครับ!ตั้งแต่บ่ายยังไม่เห็นแม้แต่เงามันออกจากห้อง เอายังไงต่อดีครับเล่นพวกมันเลยไหม!” แววตากระหายเลือดคลั่งไคล้สงครามสื่อผ่านดวงตาคนสนิทของไอแซก

     

            “วันนี้เอาแค่ลอบสังเกตการณ์ไว้ก่อนก็พอ”ไอแซกรีบรั้งคอเสื้อคนไดจิโดยไวพลางฉุดลากมานั่งลงด้านข้าง

     

            “โธ่...ผมอุตส่าห์เอาอาวุธมาครบมือ”คลังแสงขนาดย่อมถูกเปิดโชว์

     

            “ดูแล้ววันนี้พวกมันคงเตรียมตัวตั้งรีบเต็มที่รอให้ตายใจเสียก่อน”เขามองเห็นเครื่องทุ่นแรงต่อต้านทั้งทางบกทางอากาศติดตั้งไว้ในมุมอับหลายอัน

     

            “เฮ้อ…นึกว่าจะได้บู๊สนั่นเสียอีก”

     

            “…”ไอแซกแสยะยิ้มให้ใบหน้าอันเสียดายของคนใกล้ตัว

     

            “หัดใจเย็นบ้างแกน่ะเห็นอยู่ว่าเรามากันแค่สองคน”

     

            “ให้มันรู้กันไปเลยว่าคุณภาพดีกว่าปริมาณอยู่แล้ว”

     

            “ไม่ต้องกลัวจะช้าจะเร็วพวกมันต้องชดใช้อยู่แล้ว”

     

            ดั่งหมาป่ากำลังเฝ้ามองฝูงวันคลั่งรอวันเขมือบไอแซกจดรายละเอียดปลีกย่อยลงบนเครื่องมือทั้งพยายามรั้งไอ้บ้าเลือดร้อนข้างกายไปด้วยในเวลาเดียวกัน

     

            …

     

            ถัดมาทางด้านจินพวกเขาทั้งสามกำลังยืนรออะไรบางอย่างอยู่รอบด้านเต็มไปด้วยเศษซากสิ่งของประดิษฐ์โดยธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์เต็มไปหมดกลิ่นเหม็นสาบฟุ้งตลบอบอวลแข่งกับฝุ่นละอองเต็มอากาศภายในดวงตาสีแดงสดของใครบางคนกำลังสั่นไหวด้วยอาการสะกดกลั้น

     

            “ถ้าไม่ให้ดูดเลือด คุณจ--- นายท่านแล้วจะให้ผมดูเลือดจากใครล่ะครับ”

     

            คลาวด์อยู่ในสภาพเปื่อยท่อนบนเอ่ยถามด้วยความสงสัยเผ้าผมกระเซิง หน้าตกดูเปรอะเปื้อนที่เต็มไปด้วยดินโคลน

     

            หากไม่ให้เขาดูดเลือดจินแล้วจะให้ดูเลือดใครในที่แห่งนี้และในเวลานี้ด้วยหากไปดูเลือดเหล่าสัตว์ตัวเล็กก็ไม่น่าจะใช่ตรงกับเงื่อนไขที่ตั้งไว้

     

            “เรียกผมว่าจินก็ได้เพราะหากไปเจอกันข้างนอกคุณเผลอเรียกผมว่า นายท่านเรื่องมันจะยุ่งยากเข้าไปกันใหญ่ ส่วนเรื่องเลือดนั้นไม่ต้องห่วง สแตน”

     

            เขากล่าวเสร็จพร้อมแบมือออกด้านข้างถุงเลือดขนาดกลางถูกวางไว้พอดิบพอดีทันการรับรู้จินกับสแตนเตรียมพวกมันไว้ในปริมาณที่มากพอสร้างกองทัพได้สบายพวกเขาคำนวณรูปการณ์ไว้ล่วงหน้าค่อนข้างมาก รับการเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น

     

            คลาวด์กะพริบตามองถุงบรรจุโลหิตตรงหน้าโชคยังดีที่ถุงในมือเป็นรูปแบบใหม่มีฝาอยู่ตรงปลายถุงและบิดหมุนออกมาได้ราวกับเครื่องดื่มเห็นเช่นนั้นเขาจึงไม่รอช้า หมุนตรงฝาสีขาวตรงปลายปลดถุงออกและดูดเลือดในนั้นเข้าปากด้วยความกระหาย

     

            “อ๊า!!!”ความสดชื่นผสมความสะใจราวกับดื่มน้ำอัดลมก็ไม่เกินเลย

     

            เส้นผมของคลาวด์จากเคยเป็นสีดำเริ่มกลายเป็นสีขาวสะท้อนแสงจันทร์บางอย่างแทรกแซงเข้าภายใน และบางอย่างหายไปไม่มีวันหวนคืนความอิ่มเอมปนกับความใจหายจนตัวเขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกสิ่งใดถึงจะถูกต้อง

     

            “คือว่า…”

     

            “พลังเวทมนตร์กำลังเข้าไปแทนที่พลังวิญญาณของคุณเพราะคุณเคยตายไปแล้ว ทำให้สูญเสียหนึ่งในองค์ประกอบหลักไป”คาดเดาด้วยใบหน้าจินก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคลาวด์ต้องการถามอะไร

     

            “ทำใจยอมรับยากเหลือเกิน”การฝึกฝนหลายสิบปีหายไปไม่ถึงสิบนาที เขาแทบจะลมจับ

     

            “ไม่ต้องเสียใจไปหรอกพลังที่คุณเพิ่งได้รับมันยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก ไม่เชื่อลองเคลื่อนไหวดูสิ”

     

            พึ่บ! คลาวด์เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเขาลองวิ่งไปอีกด้านของลานน้ำพุอย่างสุดกำลัง

     

            การวิ่งของเขาคล้ายกับตอนใช้ยาก้าวข้ามขีดจำกัดอย่างไรอย่างนั้นซึ่งมันดูเหมือนเป็นการทะลุมิติเสียมากกว่า หรือถ้าในความคิดของจิน ก็คือคล้ายกับทักษะ ก้าวพริบตา ที่สามารถย่นระยะเข้าไปใกล้กับสิ่งที่ต้องการ

     

            “ไม่ใช่แค่พลังกาย ประสาทสัมผัสการเรียนรู้และอารมณ์ ก็จะถูกยกระดับขึ้น แต่จะแทนมาด้วยการกระหายเลือดแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นคุณจะมีสแตนคอยสอนอยู่ใกล้ๆ”คลาวด์รับฟังคำอธิบายของจินแล้ววิ่งกลับมายืนที่เดิมเสียงดังพึ่บพั่บ

     

            “คุณสแตนสินะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

     

            คลาวด์รีบโค้งตัวก้มศีรษะให้สแตนที่ยืนหน้านิ่งรูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากชายวัยกลางคนของชาวต่างชาติส่วนสูงและท่วงท่าดูดีมีชาติตระกูลแฝงไปด้วยกลิ่นอายความขลังแห่งอำนาจอันเหลือล้น

     

            “เช่นกันขอรับหากมีอะไรสงสัยถามผมได้ทุกเมื่อนะ ขอรับ” สองมือแนบชิดติดตัวโค้งตอบคลาวด์

     

            “ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วงั้นก็เตรียมการเข้าสู่แผนถัดไปกันเลยดีกว่า”

     

            “ยังมีอะไรต้องทำอีกเหรอครับ?”คลาวด์กล่าวด้วยใบหน้าสงสัย

     

            ในเมื่อเขาได้เปลี่ยนเป็นแวมไพร์แล้วขั้นตอนก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ต้องมีอะไรที่ต้องทำอีกงั้นเหรอหากให้เจ็บตัวอีก เกรงว่าเขาคงไม่ยอมและกัดลิ้นตัวเองตายไปเสียดีกว่าแต่กัดลิ้นตอนนี้ใช่ว่าจะตายเสียด้วยสิ

     

            “สังเกตเห็นผมกับตาตัวเองหรือเปล่า”กระจกน้ำถูกเรียกสะท้อนใบหน้ากั้นกลางระหว่างจินกับคลาวด์

     

            “ผม… เฮ้ย! ทำไมสีผมของผมถึงเปลี่ยนไป”

     

            “มันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเป็นแวมไพร์ยิ่งหากเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ลักษณะเด่นมันก็เป็นแบบนี้ เหมือนกับสแตน”

     

            “ก็คิดอยู่ว่าทำไมมากิถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเพราะแบบนี้นี่เอง…งั้นแบบนี้ผมก็เข้าองค์กรเนเมซิสไม่ได้นะสิครับ ด้วยสภาพ...”

     

            สิ่งแลกเปลี่ยนและเงื่อนไขแรกของจินกับทำให้คลาวด์รู้สึกหนักใจอีกทั้งหัวหน้าเสาหลักยิ่งช่างสังเกตและขี้สงสัยเสียด้วย

     

            “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

     

            “!!!”

     

            คลาวด์เผลอเดินถอยหลังทันทีเมื่อจินเดินเข้ามาใกล้สองมือยกขึ้นห้ามโดยอัตโนมัติตามความกลัวของร่างกาย

     

            “จะเดินหนีทำไมล่ะเนี้ย” จินก้าวทีคลาวด์ถอยที

     

            “ไม่ได้จะซ้อมผมอีกใช่ไหม คุณจิน”อาการเลิกลั่นผสมความกลัวฉายชัดบนใบหน้า

     

            “ที่จริงก็ไม่หรอกหากทำมันให้ยุ่งยากก็ไม่แน่ อยู่นิ่งๆ ผมต้องใช้สมาธิ”

     

            “ครับ” แม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่ร่างกายของคลาวด์ยังคงสั่นเทิ่มให้เห็น

     

            จินหลับตาลงวาดมือเขียนวงแหวนเวทเหนือหัวคลาวด์ขับละอองสีทองอาบทั่วตัวก่อนชำระร่างกายและสร้างการเปลี่ยนแปลงเสียงท่วงทำนองตามการขยับปากของชายหนุ่มราวกับกำลังท่องบทสวดอันไพเราะชวนน่าฟัง

     

            ในเวลาต่อมาผมที่เคยเป็นสีขาวของคลาวด์กลับไปเป็นสีดำเหมือนเดิมดวงตาสีแดงสดหวนคืนในสภาพดั้งเดิมคลาวด์ไม่ได้รับรู้หรือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดมีเพียงความมึนงงที่เห็นละอองเวทเท่านั้น

     

            “เท่านี้ก็เสร็จแล้ว”ชายหนุ่มพยักหน้าพึงพอใจ

     

            “เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”คลาวด์หันซ้ายแลขวาฉงนงงงวย

     

            “ดูเองสิ”จินดีดนิ้วดังเปาะแล้วกระจกน้ำอันเดิมจึงปรากฏขึ้น

     

            “เหมือนเดิมแล้ว”เขาลูบผมพลางขยับใบหน้าไปมาคล้ายไม่เชื่อ

     

            วันนี้ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเขามากมายทั้งการต่อสู้กับลูกศิษย์อย่างมากิที่เก่งกาจขึ้นอีกทั้งยังมีชายหนุ่มวัยรุ่นที่ยืนตรงหน้าสุดแสนจะเก่งกาจจนเขาไม่อาจเทียบเคียงแถมยังซ้อมเขาจนต้องร้องของชีวิต ไหนจะเรื่องแวมไพร์ที่เขาต้องเป็นอีกหากเล่าให้ใครฟังคนนั้นคงหาว่าเขาเป็นบ้าแน่นอน

     

            “ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วคุณก็สามารถเข้าออกองค์กรได้อย่างสบายแล้วล่ะ”

     

            “แต่ว่ามีอีกเรื่องที่ผมเกรงว่าจะมีปัญหาอยู่”

     

            “เพียงบอกไปว่าไม่ใช่มากิยืนยันว่าเธอเป็นคนอื่นและมีเพียงหน้าตาที่คล้ายเท่านั้นหากองค์กรส่งใครมาอีกก็เรื่องของทางนั้น”เป็นอีกครั้งที่จินรับรู้คำถามเพียงมองรูปการณ์

     

            “คุณจะ--- ไม่สิ! เอาตามนั้นก็ได้ครับ”คลาวด์ไร้ข้อโต้แย้งเขาขยับปากคล้ายจะถามแต่กลับเลือกกลืนน้ำลายลงคอกลั้นความอยากรู้จนปิดปากเงียบ

     

            “เรื่องอื่นค่อยว่ากันตามลำดับส่วนสิ่งค้างคาในใจคุณสุดแล้วแต่จะทำ อย่าลืมส่งข่าวมารายงานด้วยนะครับ”

     

            “ครับ ผมจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด”

     

            แม้ไม่อยากก้าวก่ายแต่ความทรงจำบางส่วนของคลาวด์แทรกเข้ามาในหัวของเขาเรียบร้อยแล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้ไปก็เท่านั้น

     

            “งั้นคืนนี้ราตรีสวัสดิ์หากมีเวลาว่างก็แวะเวียนมาหาสแตนนะครับ คุณคงรู้ที่อยู่ร้านของผมมาให้เขาได้สอนบนเวทบ้าง เผื่อจะได้นำไปใช้ในอนาคตด้วย”จินหันหลังกลับมาพูดขณะกำลังก้าวเข้าพื้นที่เคลื่อนย้าย

     

            “ราตรีสวัสดิ์ครับ”คลาวด์พยักหน้ารับทราบ

     

            “เฮ้อ...ในที่สุดก็หมดวันเสียทีคิดถึงเตียงจังเลยนะ”

     

            “ขอรับ นายท่าน”

     

            พวกเขาเดินเข้าไปยังอีกฟากของมิติแล้วทุกอย่างก็มืดลงทิ้งไว้เพียงแต่คลาวด์ยืนมองภาพที่เคยอยู่ตรงหน้าเมื่อกี้ด้วยสายตาเหม่อลอยแต่สุดท้ายเลือกเดินกลับไปที่รถจากไปด้วยความพยายามเข้าใจและยอมรับกับชะตากรรมที่เป็นไปของตัวของเขาเอง

     

            …

     

            “เจอกันพรุ่งนี้”จินเดินเข้าห้องตัวเองด้วยท่าง่วงนอนเต็มที่ ตาหรี่ต่ำคล้ายปิดทุกเวลา

     

            “แต่ว่า---”สแตนคล้ายกล่าวบางอย่างทั้งกำลังยกมือห้าม

     

            ปัง!จินใช้เวทมนตร์ปิดประตูลงกลอนปิดกั้นซ้อนทับเวทผนึกสแตนไม่อาจฝ่าพลังพวกนั้นได้ในเวลาอันสั้นจึงปล่อยเลยตามเลยพลางถอนหายใจเดินกลับห้อง

     

            “นุ่มจังเลยนะ สวรรค์...”จินล้มตัวลงนอนหลับอย่างสบายใจ รอยยิ้มขับบนใบหน้าที่หายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอโดยไม่รู้สิ่งแปลกปลอมภายในห้องของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

    คล้ายกับเรื่องยากูซ่าพลังผู้กล้า ที่คุณอ่าน