แสงจันทร์สาดส่องกระทบยังหลังคาในสถานที่รกร้างแห่งหนึ่งแสนห่างไกลจากตัวเมืองโดยรอบต่างมีตึกรามบ้านช่องที่ยังสร้างไม่เสร็จดีอยู่เต็มไปหมดตามมุมประดับไปด้วยกองไฟที่จุขึ้นให้แสงสว่างในบางจุดความสลัวแสดงให้เห็นถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ที่แห่งนี้เป็นที่กบดานกันอยู่
อีกทั้งกลุ่มดังกล่าวยังวางกำลังเวรยามแน่นหนาซึ่งเดินกันไปมาขันแข็งภายในมือต่างมีอาวุธสงครามกันครบครันราวกับเตรียมความพร้อมสำหรับการก่อสงครามอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่ผิดแน่นะ ไดจิ”ชายผมสีเทาในชุดรัดกุมสีดำพูดขึ้น เขากวาดตาคาดเดาจำนวนตรงหน้ารอบคอบ
“ตามแหล่งข่าว เป็นที่นี่แน่นอนครับท่านไอแซก” ชายในชุดเดียวกันหันตอบด้านข้าง
พวกเขากำลังส่องกล้องมองพวกนั้นอยู่บนเนินห่างออกไปหลายคันรถแม้ทัศนวิสัยยามค่ำคืนอาจเป็นอุปสรรคแต่ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยในมือกลับได้ภาพไม่แตกต่างจากตอนกลางวันเลย
“เหอะ! เลือกที่กบดานได้สุดขั้วจริงไอ้พวกแก๊งวัวคลั่งไอ้หัวหน้ากลุ่มที่เป็นตัวการวางแผนปล้นธนาคารก็อยู่ที่นี่สินะ”
หลังจากลอบมองมาสักพักไอแซกพอเดาได้ว่าหัวกลุ่มพวกนั้นอยู่ที่ไหน แน่นอนว่า สถานที่ใหญ่ที่สุดปลอดภัยที่สุด และสะดวกสบายที่สุด
“ใช่ครับ!ตั้งแต่บ่ายยังไม่เห็นแม้แต่เงามันออกจากห้อง เอายังไงต่อดีครับเล่นพวกมันเลยไหม!” แววตากระหายเลือดคลั่งไคล้สงครามสื่อผ่านดวงตาคนสนิทของไอแซก
“วันนี้เอาแค่ลอบสังเกตการณ์ไว้ก่อนก็พอ”ไอแซกรีบรั้งคอเสื้อคนไดจิโดยไวพลางฉุดลากมานั่งลงด้านข้าง
“โธ่...ผมอุตส่าห์เอาอาวุธมาครบมือ”คลังแสงขนาดย่อมถูกเปิดโชว์
“ดูแล้ววันนี้พวกมันคงเตรียมตัวตั้งรีบเต็มที่รอให้ตายใจเสียก่อน”เขามองเห็นเครื่องทุ่นแรงต่อต้านทั้งทางบกทางอากาศติดตั้งไว้ในมุมอับหลายอัน
“เฮ้อ…นึกว่าจะได้บู๊สนั่นเสียอีก”
“…”ไอแซกแสยะยิ้มให้ใบหน้าอันเสียดายของคนใกล้ตัว
“หัดใจเย็นบ้างแกน่ะเห็นอยู่ว่าเรามากันแค่สองคน”
“ให้มันรู้กันไปเลยว่าคุณภาพดีกว่าปริมาณอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องกลัวจะช้าจะเร็วพวกมันต้องชดใช้อยู่แล้ว”
ดั่งหมาป่ากำลังเฝ้ามองฝูงวันคลั่งรอวันเขมือบไอแซกจดรายละเอียดปลีกย่อยลงบนเครื่องมือทั้งพยายามรั้งไอ้บ้าเลือดร้อนข้างกายไปด้วยในเวลาเดียวกัน
…
ถัดมาทางด้านจินพวกเขาทั้งสามกำลังยืนรออะไรบางอย่างอยู่รอบด้านเต็มไปด้วยเศษซากสิ่งของประดิษฐ์โดยธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์เต็มไปหมดกลิ่นเหม็นสาบฟุ้งตลบอบอวลแข่งกับฝุ่นละอองเต็มอากาศภายในดวงตาสีแดงสดของใครบางคนกำลังสั่นไหวด้วยอาการสะกดกลั้น
“ถ้าไม่ให้ดูดเลือด คุณจ--- นายท่านแล้วจะให้ผมดูเลือดจากใครล่ะครับ”
คลาวด์อยู่ในสภาพเปื่อยท่อนบนเอ่ยถามด้วยความสงสัยเผ้าผมกระเซิง หน้าตกดูเปรอะเปื้อนที่เต็มไปด้วยดินโคลน
หากไม่ให้เขาดูดเลือดจินแล้วจะให้ดูเลือดใครในที่แห่งนี้และในเวลานี้ด้วยหากไปดูเลือดเหล่าสัตว์ตัวเล็กก็ไม่น่าจะใช่ตรงกับเงื่อนไขที่ตั้งไว้
“เรียกผมว่าจินก็ได้เพราะหากไปเจอกันข้างนอกคุณเผลอเรียกผมว่า นายท่านเรื่องมันจะยุ่งยากเข้าไปกันใหญ่ ส่วนเรื่องเลือดนั้นไม่ต้องห่วง สแตน”
เขากล่าวเสร็จพร้อมแบมือออกด้านข้างถุงเลือดขนาดกลางถูกวางไว้พอดิบพอดีทันการรับรู้จินกับสแตนเตรียมพวกมันไว้ในปริมาณที่มากพอสร้างกองทัพได้สบายพวกเขาคำนวณรูปการณ์ไว้ล่วงหน้าค่อนข้างมาก รับการเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น
คลาวด์กะพริบตามองถุงบรรจุโลหิตตรงหน้าโชคยังดีที่ถุงในมือเป็นรูปแบบใหม่มีฝาอยู่ตรงปลายถุงและบิดหมุนออกมาได้ราวกับเครื่องดื่มเห็นเช่นนั้นเขาจึงไม่รอช้า หมุนตรงฝาสีขาวตรงปลายปลดถุงออกและดูดเลือดในนั้นเข้าปากด้วยความกระหาย
“อ๊า!!!”ความสดชื่นผสมความสะใจราวกับดื่มน้ำอัดลมก็ไม่เกินเลย
เส้นผมของคลาวด์จากเคยเป็นสีดำเริ่มกลายเป็นสีขาวสะท้อนแสงจันทร์บางอย่างแทรกแซงเข้าภายใน และบางอย่างหายไปไม่มีวันหวนคืนความอิ่มเอมปนกับความใจหายจนตัวเขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกสิ่งใดถึงจะถูกต้อง
“คือว่า…”
“พลังเวทมนตร์กำลังเข้าไปแทนที่พลังวิญญาณของคุณเพราะคุณเคยตายไปแล้ว ทำให้สูญเสียหนึ่งในองค์ประกอบหลักไป”คาดเดาด้วยใบหน้าจินก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคลาวด์ต้องการถามอะไร
“ทำใจยอมรับยากเหลือเกิน”การฝึกฝนหลายสิบปีหายไปไม่ถึงสิบนาที เขาแทบจะลมจับ
“ไม่ต้องเสียใจไปหรอกพลังที่คุณเพิ่งได้รับมันยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก ไม่เชื่อลองเคลื่อนไหวดูสิ”
พึ่บ! คลาวด์เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเขาลองวิ่งไปอีกด้านของลานน้ำพุอย่างสุดกำลัง
การวิ่งของเขาคล้ายกับตอนใช้ยาก้าวข้ามขีดจำกัดอย่างไรอย่างนั้นซึ่งมันดูเหมือนเป็นการทะลุมิติเสียมากกว่า หรือถ้าในความคิดของจิน ก็คือคล้ายกับทักษะ ก้าวพริบตา ที่สามารถย่นระยะเข้าไปใกล้กับสิ่งที่ต้องการ
“ไม่ใช่แค่พลังกาย ประสาทสัมผัสการเรียนรู้และอารมณ์ ก็จะถูกยกระดับขึ้น แต่จะแทนมาด้วยการกระหายเลือดแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นคุณจะมีสแตนคอยสอนอยู่ใกล้ๆ”คลาวด์รับฟังคำอธิบายของจินแล้ววิ่งกลับมายืนที่เดิมเสียงดังพึ่บพั่บ
“คุณสแตนสินะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”
คลาวด์รีบโค้งตัวก้มศีรษะให้สแตนที่ยืนหน้านิ่งรูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากชายวัยกลางคนของชาวต่างชาติส่วนสูงและท่วงท่าดูดีมีชาติตระกูลแฝงไปด้วยกลิ่นอายความขลังแห่งอำนาจอันเหลือล้น
“เช่นกันขอรับหากมีอะไรสงสัยถามผมได้ทุกเมื่อนะ ขอรับ” สองมือแนบชิดติดตัวโค้งตอบคลาวด์
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วงั้นก็เตรียมการเข้าสู่แผนถัดไปกันเลยดีกว่า”
“ยังมีอะไรต้องทำอีกเหรอครับ?”คลาวด์กล่าวด้วยใบหน้าสงสัย
ในเมื่อเขาได้เปลี่ยนเป็นแวมไพร์แล้วขั้นตอนก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ต้องมีอะไรที่ต้องทำอีกงั้นเหรอหากให้เจ็บตัวอีก เกรงว่าเขาคงไม่ยอมและกัดลิ้นตัวเองตายไปเสียดีกว่าแต่กัดลิ้นตอนนี้ใช่ว่าจะตายเสียด้วยสิ
“สังเกตเห็นผมกับตาตัวเองหรือเปล่า”กระจกน้ำถูกเรียกสะท้อนใบหน้ากั้นกลางระหว่างจินกับคลาวด์
“ผม… เฮ้ย! ทำไมสีผมของผมถึงเปลี่ยนไป”
“มันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเป็นแวมไพร์ยิ่งหากเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ลักษณะเด่นมันก็เป็นแบบนี้ เหมือนกับสแตน”
“ก็คิดอยู่ว่าทำไมมากิถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเพราะแบบนี้นี่เอง…งั้นแบบนี้ผมก็เข้าองค์กรเนเมซิสไม่ได้นะสิครับ ด้วยสภาพ...”
สิ่งแลกเปลี่ยนและเงื่อนไขแรกของจินกับทำให้คลาวด์รู้สึกหนักใจอีกทั้งหัวหน้าเสาหลักยิ่งช่างสังเกตและขี้สงสัยเสียด้วย
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“!!!”
คลาวด์เผลอเดินถอยหลังทันทีเมื่อจินเดินเข้ามาใกล้สองมือยกขึ้นห้ามโดยอัตโนมัติตามความกลัวของร่างกาย
“จะเดินหนีทำไมล่ะเนี้ย” จินก้าวทีคลาวด์ถอยที
“ไม่ได้จะซ้อมผมอีกใช่ไหม คุณจิน”อาการเลิกลั่นผสมความกลัวฉายชัดบนใบหน้า
“ที่จริงก็ไม่หรอกหากทำมันให้ยุ่งยากก็ไม่แน่ อยู่นิ่งๆ ผมต้องใช้สมาธิ”
“ครับ” แม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่ร่างกายของคลาวด์ยังคงสั่นเทิ่มให้เห็น
จินหลับตาลงวาดมือเขียนวงแหวนเวทเหนือหัวคลาวด์ขับละอองสีทองอาบทั่วตัวก่อนชำระร่างกายและสร้างการเปลี่ยนแปลงเสียงท่วงทำนองตามการขยับปากของชายหนุ่มราวกับกำลังท่องบทสวดอันไพเราะชวนน่าฟัง
ในเวลาต่อมาผมที่เคยเป็นสีขาวของคลาวด์กลับไปเป็นสีดำเหมือนเดิมดวงตาสีแดงสดหวนคืนในสภาพดั้งเดิมคลาวด์ไม่ได้รับรู้หรือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดมีเพียงความมึนงงที่เห็นละอองเวทเท่านั้น
“เท่านี้ก็เสร็จแล้ว”ชายหนุ่มพยักหน้าพึงพอใจ
“เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”คลาวด์หันซ้ายแลขวาฉงนงงงวย
“ดูเองสิ”จินดีดนิ้วดังเปาะแล้วกระจกน้ำอันเดิมจึงปรากฏขึ้น
“เหมือนเดิมแล้ว”เขาลูบผมพลางขยับใบหน้าไปมาคล้ายไม่เชื่อ
วันนี้ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเขามากมายทั้งการต่อสู้กับลูกศิษย์อย่างมากิที่เก่งกาจขึ้นอีกทั้งยังมีชายหนุ่มวัยรุ่นที่ยืนตรงหน้าสุดแสนจะเก่งกาจจนเขาไม่อาจเทียบเคียงแถมยังซ้อมเขาจนต้องร้องของชีวิต ไหนจะเรื่องแวมไพร์ที่เขาต้องเป็นอีกหากเล่าให้ใครฟังคนนั้นคงหาว่าเขาเป็นบ้าแน่นอน
“ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วคุณก็สามารถเข้าออกองค์กรได้อย่างสบายแล้วล่ะ”
“แต่ว่ามีอีกเรื่องที่ผมเกรงว่าจะมีปัญหาอยู่”
“เพียงบอกไปว่าไม่ใช่มากิยืนยันว่าเธอเป็นคนอื่นและมีเพียงหน้าตาที่คล้ายเท่านั้นหากองค์กรส่งใครมาอีกก็เรื่องของทางนั้น”เป็นอีกครั้งที่จินรับรู้คำถามเพียงมองรูปการณ์
“คุณจะ--- ไม่สิ! เอาตามนั้นก็ได้ครับ”คลาวด์ไร้ข้อโต้แย้งเขาขยับปากคล้ายจะถามแต่กลับเลือกกลืนน้ำลายลงคอกลั้นความอยากรู้จนปิดปากเงียบ
“เรื่องอื่นค่อยว่ากันตามลำดับส่วนสิ่งค้างคาในใจคุณสุดแล้วแต่จะทำ อย่าลืมส่งข่าวมารายงานด้วยนะครับ”
“ครับ ผมจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด”
แม้ไม่อยากก้าวก่ายแต่ความทรงจำบางส่วนของคลาวด์แทรกเข้ามาในหัวของเขาเรียบร้อยแล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้ไปก็เท่านั้น
“งั้นคืนนี้ราตรีสวัสดิ์หากมีเวลาว่างก็แวะเวียนมาหาสแตนนะครับ คุณคงรู้ที่อยู่ร้านของผมมาให้เขาได้สอนบนเวทบ้าง เผื่อจะได้นำไปใช้ในอนาคตด้วย”จินหันหลังกลับมาพูดขณะกำลังก้าวเข้าพื้นที่เคลื่อนย้าย
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”คลาวด์พยักหน้ารับทราบ
“เฮ้อ...ในที่สุดก็หมดวันเสียทีคิดถึงเตียงจังเลยนะ”
“ขอรับ นายท่าน”
พวกเขาเดินเข้าไปยังอีกฟากของมิติแล้วทุกอย่างก็มืดลงทิ้งไว้เพียงแต่คลาวด์ยืนมองภาพที่เคยอยู่ตรงหน้าเมื่อกี้ด้วยสายตาเหม่อลอยแต่สุดท้ายเลือกเดินกลับไปที่รถจากไปด้วยความพยายามเข้าใจและยอมรับกับชะตากรรมที่เป็นไปของตัวของเขาเอง
…
“เจอกันพรุ่งนี้”จินเดินเข้าห้องตัวเองด้วยท่าง่วงนอนเต็มที่ ตาหรี่ต่ำคล้ายปิดทุกเวลา
“แต่ว่า---”สแตนคล้ายกล่าวบางอย่างทั้งกำลังยกมือห้าม
ปัง!จินใช้เวทมนตร์ปิดประตูลงกลอนปิดกั้นซ้อนทับเวทผนึกสแตนไม่อาจฝ่าพลังพวกนั้นได้ในเวลาอันสั้นจึงปล่อยเลยตามเลยพลางถอนหายใจเดินกลับห้อง
“นุ่มจังเลยนะ สวรรค์...”จินล้มตัวลงนอนหลับอย่างสบายใจ รอยยิ้มขับบนใบหน้าที่หายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอโดยไม่รู้สิ่งแปลกปลอมภายในห้องของตัวเองเลยแม้แต่น้อย