กระบี่สังหารมรรคาที่ล่องลอยอยู่ลึกลงไปภายในร่างกายของกู่เฟิง ปลดปล่อยพลังงานอันเข้มข้นออกมาหล่อเลี้ยงร่างกายที่แห้งผากของเขา จุดตันเถียนที่แตกสลายก่อตัวขึ้นใหม่ ตบะบารมีขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นที่เคยเป็ของเขาได้หวนคืนมาอย่างเงียบเชียบ
ร่างกายอันอ่อนแอของเขาค่อย ๆ บังเกิดพลังอันแข็งแกร่งขึ้นมา ภายในใจพลันพลุ่งพล่านไปด้วยความรู้สึกอยากจะฉีกกระชากผืนฟ้า ความเคียดแค้นชิงชังอันใหญ่หลวงที่ถูกกดทับไว้ในใจ อีกทั้งเจตจำนงที่ไม่ยินยอมพ่ายแพ้ของราชัน์าที่หลงเหลืออยู่บนกระบี่สังหารมรรคา กำลังปะทุขึ้นภายในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้น เปลือกตาที่ปิดสนิทของกู่เฟิงก็เบิกโพลงขึ้นอย่างฉับพลัน ั์ตาสีดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดงก่ำ
ในยามนี้ ร่างของเขากำลังถูกบ่าวรับใช้สองคนของตระกูลกู่แบกหามเอาไว้ โดยมีคนผู้หนึ่งเดินนำหน้าอยู่เบื้องหน้า คนผู้นั้นก็คือลูกพี่ลูกน้องของเขา... กู่ซิ่ว
กู่ซิ่วเดินออกจากห้องของกู่เฟิงไปได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวังของกู่เฟิง เขาจึงเดินกลับไปดูด้วยความสงสัยใคร่รู้ และบังเอิญพบว่ากู่เฟิงกำลังนอนหมดสติอยู่บนพื้น ปล่อยให้พายุฝนโหมกระหน่ำซัดสาดใส่ร่าง
กู่ซิ่วมีความริษยาและเกลียดชังกู่เฟิงเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เขาคิดอยากจะจัดการกับกู่เฟิงมาเนิ่นนาน จึงเรียกบ่าวรับใช้ที่ไว้ใจที่สุดสองคนมาแบกร่างที่หมดสติของกู่เฟิงออกจากจวนตระกูลกู่ มุ่งหน้าไปยังูเาด้านหลัง
"หึหึ บิดามารดาของข้าได้ตามคนของกู่เว่ยไปขุดสุสานของกู่หลงทีู่เาด้านหลังแล้ว"
"รอให้ข้าทรมานเ้าอย่างหนักทีู่เาด้านหลังเสร็จเสียก่อน ข้าก็จะสังหารเ้า แล้วค่อยโยนศพของเ้าตามไป เพื่อให้ครอบครัวของพวกเ้าได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน"
กู่ซิ่วเอามือไพล่หลัง เดินลอยหน้าลอยตาอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมาเป็ระลอก ๆ กู่หลงที่เขาเอ่ยถึงนั้น ก็คือบิดาผู้ล่วงลับของกู่เฟิงนั่นเอง
เมื่อชั่วอึดใจที่ผ่านมา มารดาของกู่เว่ยเกิดความโลภอยากได้สิ่งของล้ำค่าที่ฝังร่วมกับศพบิดามารดาของกู่เฟิง นางถึงกับคิดจะพาคนไปขุดโลงศพบิดามารดาของกู่เฟิงขึ้นมา
มารดาของกู่เฟิงมีเื้ัที่ลึกลับ นางมีกลิ่นหอมดุจโอสถเซียนติดตัวมาแต่กำเนิด สิ่งใดก็ตามที่นิ้วมือของนางััล้วนถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
นอกจากนี้นางยังเคยทุ่มเททรัพย์สินมหาศาล นำสมบัติล้ำค่าที่หาตัวจับยากออกมาช่วยเหลือตระกูลกู่ให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้ สิ่งนี้ทำให้ผู้คนต่างพากันสงสัยว่า ภายในโลงศพของบิดามารดาของกู่เฟิงจะต้องมีสมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่า พวกเขายังคงหวาดเกรงในบารมีของผู้นำตระกูลกู่ จึงมิกล้าคิดการใหญ่กับโลงศพของบิดามารดาของกู่เฟิง
ทว่าในยามนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว กู่เว่ยกำลังจะเดินทางไปบำเพ็ญเพียรที่ตำหนักเซียนสายเืราชัน อนาคตถูกกำหนดมาให้เป็ยอดคนเหนือคน
แม้แต่ผู้นำตระกูลกู่ก็ยังต้องปฏิบัติต่อกู่เว่ยอย่างเกรงใจและมิกล้าล่วงเกิน มารดาของกู่เว่ยเมื่อมีผู้หนุนหลัง จึงวางแผนที่จะฉวยโอกาสก่อนที่กู่เว่ยจะออกเดินทาง ขุดโลงศพบิดามารดาของกู่เฟิงขึ้นมาเพื่อดูให้รู้แน่
บิดามารดาของกู่ซิ่วเพื่อ้าประจบสอพลอกู่เว่ย ทันทีที่ได้ยินข่าวเื่การขุดสุสาน พวกเขาก็เสนอตัวเข้าร่วมขบวนไปขุดสุสานบิดามารดาของกู่เฟิงในทันที
กู่ซิ่วที่กำลังลำพองใจจนลืมตัวไม่รู้เลยว่า กู่เฟิงที่ถูกบ่าวรับใช้สองคนแบกอยู่ด้านหลังได้สติฟื้นคืนมาแล้ว เขากำลังจ้องมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยสายตาน่าสะพรึงกลัว ที่เต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดงก่ำเขม็ง!
ตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลงที่กู่เฟิงอาศัยอยู่ เป็เพียงสาขาย่อยเล็ก ๆ ของตระกูลกู่ ขุมกำลังโดยรวมถือว่าไม่แข็งแกร่งนัก เขาคืออัจฉริยะในรอบพันปีของตระกูลกู่ อายุเพียงสิบเก้าปีก็บำเพ็ญเพียรจนบรรลุขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น ภายในตระกูลกู่ หากไม่นับรวมผู้าุโไม่กี่ท่านและผู้นำตระกูล คนอื่น ๆ ล้วนไม่ใช่คู่มือของเขา
สำหรับคุณชายเสเพลเช่นกู่ซิ่ว... เขาเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเดียว ก็สามารถบดขยี้อีกฝ่ายให้ตายทั้งเป็ได้แล้ว
"เอ๊ะ!"
"เขาฟื้นแล้ว!"
"พี่ซิ่ว คนไร้ค่าผู้นี้ฟื้นขึ้นมาแล้ว จะทำอย่างไรดี?"
บ่าวรับใช้ทั้งสองที่ตามกู่ซิ่วมาจู่ ๆ ก็พบว่ากู่เฟิงได้สติแล้ว พวกเขาต่างก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย พลางจับมือและเท้าของกู่เฟิงเอาไว้แน่น ขณะเดียวกันก็หันมองไปทางกู่ซิ่วเพื่อรอฟังคำสั่ง
ไม่ว่าอย่างไรกู่เฟิงก็ยังคงเป็หลานชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลกู่ อีกทั้งยังเคยเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลกู่ ภายในส่วนลึกของจิตใจพวกเขา จึงยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อกู่เฟิงอยู่ไม่คลาย
"หึ จุดตันเถียนของเขาถูกทำลายไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็แค่สุนัขพิการที่ถูกทุบตีก็ไม่อาจสู้ ถูกด่าทอก็ไม่อาจเถียง พวกเ้าจะไปกลัวเขาด้วยเหตุใดกัน?"
"ทำให้เขาสลบไปเสีย จะได้ไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น"
กู่ซิ่วแค่นเสียงเ็า สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากจวนตระกูลกู่ไม่ไกลนัก เขาเกรงว่าความวุ่นวายตอนที่กู่เฟิงตื่นขึ้นมาจะไปทำให้ผู้อื่นแตกตื่น
ถึงอย่างไรกู่เฟิงก็ยังเป็หลานชายของผู้นำตระกูลกู่ หากผู้อื่นล่วงรู้ว่าเขากำลังรังแกกู่เฟิง คงจะนำพาความยุ่งยากมาให้ เขาย่อมรู้ดีว่าเื่ที่กู่เว่ยขับไล่กู่เฟิงออกจากตระกูลกู่นั้น ผู้นำตระกูลกู่ซึ่งเป็ท่านปู่ของเขา หาได้เต็มใจนักไม่
ทว่าเมื่อผู้นำตระกูลกู่ได้ยินคำข่มขู่ของกู่เว่ยที่บอกว่าหากเติบใหญ่ขึ้นจะกลับมาแก้แค้น ในท้ายที่สุดท่านปู่ก็เกิดความหวาดกลัว เพื่อรักษาตัวรอด ผู้นำตระกูลกู่จึงทำได้เพียงขับไล่กู่เฟิงออกไปเท่านั้น
"ขอรับพี่ซิ่ว!"
เมื่อบ่าวรับใช้ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ พวกเขาสะกดข่มความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูก แล้วโยนร่างของกู่เฟิงลงบนพื้น
ทั้งสองต่างพากันถลกแขนเสื้อขึ้น เดินเข้าไปเงื้อฝ่ามือหมายจะตบกู่เฟิงจากทั้งสองทิศทางด้วยพละกำลังอันรุนแรง หวังจะตบกู่เฟิงที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาให้สลบเหมือดไปอีกครั้ง
ในชั่วพริบตาที่พวกเขาฟาดฝ่ามือออกไป ความรู้สึกสะใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนก็พลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เมื่อก่อนในสายตาของพวกเขา กู่เฟิงคือบุคคลสำคัญที่สูงส่งและมิอาจล่วงเกินได้ แต่ในเวลานี้ สถานะของทั้งสองฝ่ายได้กลับตาลปัตร พวกเขาสามารถลงมือตบตีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นี้ได้อย่างเต็มที่แล้ว!
อารมณ์ฮึกเหิมพลุ่งพล่านขึ้นในใจ ทั้งสองราวกับได้รับยาวิเศษ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม พละกำลังที่ฟาดฝ่ามือใส่กู่เฟิงก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เพียงแต่ว่า เมื่อสายตาของพวกเขาประสานเข้ากับกู่เฟิง พวกเขากลับพบว่าั์ตาของกู่เฟิงราวกับมีหมู่ดาวซ่อนอยู่ภายใน มันกำลังหมุนวนอย่างช้า ๆ ปลดปล่อยแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัวออกมา หมายจะกลืนกินิญญาของพวกเขาเข้าไป พวกเขาแทบจะเบือนหน้าหนีตามสัญชาตญาณ
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ในชั่วพริบตานั้น จู่ ๆ กู่เฟิงก็ขยับตัว เงาร่างสองสายสว่างวาบขึ้น บ่าวรับใช้ทั้งสองยืนนิ่งค้างอยู่กับที่เบิกตากว้างจนแทบถลน
ภาพที่ประจักษ์แก่สายตาคือ บริเวณหน้าอกของพวกเขาถูกกระแทกจนทะลุ หัวใจแหลกสลาย โลหิตร้อนระอุพุ่งกระฉูดออกมาจากาแ ย้อมเสื้อผ้าทั่วร่างจนกลายเป็สีแดงฉาน กู่เฟิงลงมือรวดเร็วเกินไป พละกำลังของเขาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก กระทั่งตอนที่เขาสังหารบ่าวรับใช้ทั้งสองคนนี้ เขาไม่พบกับการต่อต้านใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
"ให้พวกเ้าตบคนไร้ค่าผู้นี้ให้สลบ เหตุใดจึงได้ชักช้าเสียเวลาอยู่นานนัก?"
กู่ซิ่วเดินออกไปได้กว่าสามจั้ง เมื่อไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวว่าบ่าวรับใช้ทั้งสองกำลังจัดการกับกู่เฟิง เขาจึงหยุดฝีเท้าลงด้วยความไม่สบอารมณ์ พลางหันขวับกลับไปมอง
เมื่อมองไป ร่างของเขาก็พลันแข็งทื่ออยู่กับที่ ั์ตาของเขาสะท้อนภาพร่างไร้ิญญาสองร่างที่อาบชโลมไปด้วยโลหิต ใบหน้าและดวงตาเบิกค้าง ก่อนจะร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างร่วงโรย
เบื้องหน้าของศพทั้งสอง มีชายหนุ่มในชุดสีขาวผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวห่อหุ้มเรือนร่างที่ดูผอมบางของกู่เฟิงเอาไว้ ทว่ากลับมีจิตสังหารอันน่าครั่นคร้ามที่ไม่เกรงกลัวต่อเต๋า์ และเย่อหยิ่งท้าทายยุคาแผ่ซ่านออกมาจากร่างอันผอมบางนั้น
สายตาที่กู่ซิ่วมองไปยังกู่เฟิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ เขาคิดไม่ออกเลยว่าในเมื่อตบะบารมีของกู่เฟิงถูกทำลายไปแล้ว เหตุใดอีกฝ่ายจึงยังสามารถสังหารบ่าวรับใช้สองคนที่เขาพามาได้อย่างเงียบเชียบเช่นนี้
แม้ยอดฝีมือทั้งสองจะมีระดับพลังที่อ่อนด้อย แต่พวกเขาก็อยู่ในขอบเขตหลอมกายา ไม่มีทางที่คนไร้ค่าผู้หนึ่งจะสามารถคุกคามพวกเขาได้เลย โดยเฉพาะจิตสังหารอันแสนน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่างของกู่เฟิง แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายจั้ง ก็ยังทำให้เขารู้สึกใจสั่นสะท้านไปถึงจิติญญา
ฟู่~
ทันใดนั้น กู่เฟิงก็หันขวับกลับมา ใช้ดวงตาอันลึกล้ำคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังกู่ซิ่ว กลิ่นอายของขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นค่อย ๆ แผ่ซ่านกระจายออกมารอบทิศ
ภาพที่เห็นทำให้จิตใจของกู่ซิ่วสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง ความหวาดกลัวอันเข้มข้นจนมิอาจสลัดหลุด พุ่งทะยานจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ยอดกระหม่อม!
ตึก... ตึก...
กู่เฟิงก้าวเดินไปข้างหน้า มุ่งตรงไปยังกู่ซิ่วอย่างช้า ๆ ทีละก้าว เมื่อฝ่าเท้าเหยียบย่างลงบนพื้น ใบไม้สีเหลืองที่แห้งเหี่ยวก็แตกกระจาย กลายเป็เสียงดังก้องกังวานไปทั่วป่าลึก กลิ่นอายสังหารอันเยียบเย็นปกคลุมร่างของกู่ซิ่วเอาไว้อย่างแ่า กดทับจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก
"จะ... เ้าจะทำอันใด?" กู่ซิ่วถอยร่นด้วยความตื่นตระหนก พลางเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว
"สังหารเ้า" น้ำเสียงของกู่เฟิงแหบพร่า ราวกับภูตผีที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกอเวจี ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความกระหายเื
เพียงไม่กี่วัน เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระดูกราชันเซียนถูกควักออกไป การเข้าข้างของตระกูลกู่ และความไร้เยื่อใยของตระกูลกู่ เื่ราวแต่ละเื่ทำให้เขาดำดิ่งสู่ความสิ้นหวัง และทำให้ตัวเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
เขาไม่ใช่กู่เฟิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ในยามนี้ ความลังเลใจที่เคยมีได้มลายหายไปจนสิ้น ผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา เขาจะสังหารผู้นั้น!
"แย่แล้ว!" เมื่อกู่ซิ่วััได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดของกู่เฟิง เขาก็สติแตกโดยสมบูรณ์ รีบสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิต
ฉึก!
เขาเพิ่งจะวิ่งออกไปได้เพียงสิบกว่าก้าว ก็ััได้ถึงความเ็ปแสนสาหัสที่แล่นปราดเข้ามาทางด้านหลัง เมื่อก้มศีรษะลงมอง ก็พบว่ามีกำปั้นข้างหนึ่งทะลวงผ่านร่างของเขา บดขยี้หัวใจของเขาจนแหลกสลาย
"อั่ก..." เขาอ้าปากค้าง หมายจะเอ่ยสิ่งใดออกมา แต่กลับถูกกลืนหายไปด้วยโลหิตที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขากระอักเืคำโตออกมา ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอยไป
กู่เฟิงค่อย ๆ ดึงหมัดขวาที่ทะลวงร่างของกู่ซิ่วออกมา เดิมทีเขาตั้งใจจะทิ้งศพของกู่ซิ่วเอาไว้กลางป่าเขา เพื่อให้หมาป่ากัดกินเสีย ทว่าเมื่อเขานึกถึงเื่ที่บิดามารดาของกู่ซิ่วรีบไปขุดสุสานบิดามารดาของตน ั์ตาสีดำขลับก็พลันเปล่งประกายเ็าขึ้นมาวาบหนึ่ง
"เช่นนั้นข้าก็จะสงเคราะห์ให้ครอบครัวของพวกเ้าได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน"
กู่เฟิงลากร่างไร้ิญญาของกู่ซิ่ว ก้าวเท้ายาว ๆ มุ่งหน้าไปยังูเาด้านหลัง อันเป็สถานที่ฝังศพบิดามารดาของเขา
...
"รีบขุดเข้า นายน้อยกู่เว่ยจะออกเดินทางทันทีที่ฟ้าสาง พวกเราต้องเร่งมือขุดขึ้นมาให้เร็วที่สุด เช่นนี้นายน้อยกู่เว่ยถึงจะจดจำความดีความชอบของพวกเราได้"
"เร็วเข้า เร็วเข้า รีบขุด!"
ณ ูเาด้านหลังจวนตระกูลกู่
บิดามารดาของกู่ซิ่วยืนอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ คอยออกคำสั่งให้บ่าวรับใช้เร่งมือขุดสุสาน ด้านหลังของพวกเขา มารดาของกู่เว่ยยืนอยู่บนลานหญ้ากว้างขวาง โดยมีสาวใช้สองคนคอยประคอง นางกำลังรอให้คนขุดสุสานของบิดามารดาของกู่เฟิงขึ้นมา
"นังแพศยา อาศัยว่าตนเองพอมีฝีมืออยู่บ้าง ก็ไม่เคยเห็นหัวข้าเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเคยทำให้ข้าต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คนตั้งหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ซึ้งว่า ผู้ใดกันแน่ที่เป็ผู้ชนะที่ได้หัวเราะเป็คนสุดท้าย" มารดาของกู่เว่ยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนอัปลักษณ์
"เจอแล้ว!" บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งะโขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อมารดาของกู่เว่ยได้ยินเช่นนั้น นางก็พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี...