ฮันน่ามองจ้องไปยังแอนเดอร์สัน แม้ข้อเสนอที่เธอยื่นไปจะให้ประโยชน์กับแอนเดอร์สันเป็นอย่างมาก เขาสามารถใช้เวลา 1 เดือนได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของนายน้อย 1 และยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเฟียร์ แต่ถึงอย่างนั้นข้อเสนอของเธอกลับไม่ดีพอ
ท่ามกลางงานเลี้ยงที่ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่ว่าพิธีกรจะขึ้นมากล่าวเปิดงาน หรือว่างานเต้นรำจะเริ่มต้นขึ้น ฮันน่าทำเพียงมองจ้องแอนเดอร์สันที่กำลังส่งยิ้มให้เธอเพื่อรอดูว่าเธอจะทำให้เขาพอใจได้อย่างไร แม้ภายในมือของเธอจะมีข้อเสนอมากมาย แต่ชายตรงหน้ากลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกินอาหารต่อไป
เธอรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการรู้จุดประสงค์ของการ์ดชีวิต 1 ปีที่เธอต้องแลกเปลี่ยนให้ได้ ทว่าเธอก็ยังไม่คิดจะบอกในตอนนี้ จากหลากหลายวิธีในการแลกเปลี่ยน เธออยากจะลองดูก่อนเผื่อแอนเดอร์สันจะไม่ได้ต้องการรู้จุดประสงค์ของการนำการ์ดชีวิตไปใช้งาน
“คิดได้หรือยัง เวลาผ่านมา 1 ชั่วโมงแล้วนะ”
แอนเดอร์สันยังคงพูดด้วยรอยยิ้มแล้วหันมองไปยังงานเลี้ยงที่กำลังมีการเต้นรำ จากเดิมมีการจับคู่กันเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้พูดถึงพื้นหลังของพวกเขา ตอนนี้งานเลี้ยงกลายเป็นการเต้นรำสลับคู่กันอย่างสนุกสนาน ใครก็ตามสามารถเข้าไปขอเต้นรำกับหญิงสาวทั้งหมดภายในงานที่กำลังเต้นรำอยู่ในตอนนี้ได้
“อิ่มแล้วล่ะ”
แอนเดอร์สันนำจานเล็กๆไปเก็บแล้วเดินไปหยิบน้ำผลไม้มาดื่มล้างปาก ฮันน่าที่รู้ว่าแอนเดอร์สันต้องการกลับออกไปจากงานเลี้ยงแล้วเธอจึงตัดสินใจเข้าประเด็นหลัก ทั้งที่ในหัวมีข้อเสนอมากมายที่ต้องการพูด อีกฝ่ายกลับไม่มีเวลามากขนาดนั้นในการฟังข้อเสนอของเธอ
“คุณแอนเดอร์สัน คุณจะรับข้อเสนอของเราได้ไหมหากเราบอกจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนไป”
“ขึ้นอยู่กับความพอใจ”
“การ์ดชีวิตที่ฉันได้รับหน้าที่ให้มาแลกเปลี่ยน เราต้องการนำไปช่วยคนสำคัญ เขาไม่สามารถตายได้เพราะยังทำหน้าที่ไม่เสร็จ จากการคำนวณเขาอยากได้เวลาเพิ่มอีก 1 ปี เราจึงอยากแลกเปลี่ยนกับคุณ”
“เป็นความต้องการของพี่ชายฉัน ?” แอนเดอร์สันถามด้วยน้ำเสียงสงสัยพลางมองไปยังงานเลี้ยงที่เปลี่ยนธีมด้วยการเปิดเพลงทันสมัยที่วัยรุ่นเข้าถึงมัน เมื่อทุกคนได้ยินเพลงจังหวะมันๆต่างพากันเต้นด้วยความสนุกสนาน สลัดความรู้สึกของงานเลี้ยงพิธีการทิ้งไป
“ใช่ค่ะ นายน้อย 1 ต้องการช่วยเหลือคนสำคัญเอาไว้”
แอนเดอร์สันมองดูนักเรียนทั้ง 5 วิทยาลัยที่กำลังเต้นกันอย่างสนุกสนาน ฮันน่าที่รู้ว่ายังไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายพอใจได้ เธอจึงควักข้อมูลออกมาเพิ่มเติม
“คุณแอนเดอร์สัน การ์ดของคุณจะนำไปช่วยนักเวทย์คนหนึ่ง เขามีพลังเวทย์ 1,000 ปี”
แอนเดอร์สันก้าวเดินไปยังประตูทางออกของงานด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม ไม่ได้สนใจใดๆทั้งสิ้น ฮันน่าที่รู้ว่าโอกาสพูดคุยกับแอนเดอร์สันกำลังจะหมดลงเธอจึงพูดออกมาอีกเพื่อให้แอนเดอร์สันสนใจ
“นักเวทย์ 1,000 ปีคนนั้นเขากำลังถ่ายทอดเวทย์ประจำตระกูลให้กับพี่ 1 และเขายังรู้อีกด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปให้ได้”
แอนเดอร์สันหยุดเท้าพลางหันมองไปยังฮันน่าที่กำลังแสดงสีหน้าวิตก เขาจึงฉีกยิ้มเล็กน้อยส่งไปให้เธอ
“เวทย์ประจำตระกูล แล้วตระกูลนั้นคือตระกูลใดล่ะ”
“ตระกูลเฟอร์เรอร์ค่ะ”
“อ๋อ ตระกูลหลักที่หนุนหลังพี่ 1 อย่างนั้นสินะ”
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณยอมแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับทางเรา ฉันจะแบ่งปันข้อมูลการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีของนักเวทย์ที่เรากำลังช่วยชีวิต”
“อืม เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ว่าแต่เธอจะตามฉันไปห้องน้ำเหรอ”
แอนเดอร์สันยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินออกจากงานเลี้ยงมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ฮันน่าที่ได้ยินดังนั้นเธอจึงยืนนิ่งแล้วนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของแอนเดอร์สัน ประโยคแรกหลังจากที่เธอยื่นข้อเสนอให้เขาจากนั้นก็เงียบเป็นเวลานาน เขาพูดเพียงแค่ว่าอิ่มแล้วเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เธอคิดไปเองว่าแอนเดอร์สันต้องการจะเดินทางออกไปจากที่แห่งนี้ เดินทางกลับไปยังห้องพักของเขา
เมื่อรู้ว่าเธอคิดผิดและตกอยู่ภายใต้การใช้จิตวิทยาของแอนเดอร์สันที่ไม่ได้ต้องการกลับแต่ต้องการไปห้องน้ำ เธอจึงกัดฟันเล็กน้อยที่เอ่ยข้อมูลสำคัญทั้งหมดออกมา เดิมทีเธอมีความใจเย็นพอสมควร งานนี้เธอถูกเลือกจากเหล่าพี่น้องมากมายให้มาติดต่อกับแอนเดอร์สัน แต่ความเยือกเย็นและความสามารถในการตัดสินใจของเธอ กลับถูกแอนเดอร์สันทำลายด้วยการบีบสถานการณ์ให้เหมือนกับว่าเขากำลังจะหนีเพื่อให้เธอตีกันกับความคิดที่อยู่ในหัวจนกระวนกระวายใจเผยสิ่งที่จะเก็บเป็นไพ่ลับสุดท้ายในการต่อรองออกมา
เรื่องนักเวทย์ 1,000 ปีสำหรับพวกเธอไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นแต่อย่างใด เพราะนักเวทย์ 1,000 ปีมีให้เห็นทั่วไป ถึงแม้จะมีน้อยด้วยการนับนิ้วก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าข้อมูลนี้ก็คือ ข้อมูลการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีที่นักเวทย์ 1,000 ปีแต่ละคนใช้งาน การจะก้าวข้ามระดับนี้ไปได้ยังคงเป็นคอขวดใหญ่ของมนุษย์ แต่ละคนที่ก้าวข้ามไปได้ล้วนปกปิดวิธีการของตัวเอง ดังนั้นการที่เธอบอกว่านักเวทย์ 1,000 ปีกำลังจะถ่ายทอดวิธีการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ให้จึงเป็นข้อมูลลับสุดยอด แต่กลับถูกบอกเร็วเกินไป
“ข้อมูลตระกูลเฟียร์ อีกไม่นานเราจะได้มันมาแล้ว ส่วนเวลา 1 เดือนไม่เอาดีกว่า สำหรับวิธีการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี ราชินีเอลฟ์น่าจะมีความรู้เยอะ”
แอนเดอร์สันลองชั่งน้ำหนักทุกๆอย่างระหว่างเขากำลังเข้าห้องน้ำ อย่างไรก็ตามทุกอย่างที่ฮันน่าเสนอมาเขาสามารถหาได้เองโดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา
ข้อมูลตระกูลเฟียร์แอนเดอร์สันก็เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว เขาจะใช้ความตายของพี่ 10 ในการเค้นข้อมูลออกมา ส่วนเรื่องพื้นที่ปลอดภัยถ้าเขาเดินทางไปยังหมู่บ้านเอลฟ์ก็น่าจะหลบซ่อนอยู่ที่นั่นได้เป็นเวลา 1 เดือน สำหรับเรื่องก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี เขาคิดว่ามันน่าสนใจแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะให้เขาแลกเปลี่ยน ทันทีที่แอนเดอร์สันกลับเข้ามาในงานเลี้ยงเขาก็มองไปยังฮันน่าที่เดินเข้ามาขอคำตอบ
“คุณแอนเดอร์สันได้คำตอบหรือยังคะ ทางเราเสนอข้อมูลตระกูลเฟียร์ พื้นที่ปลอดภัย 1 เดือน และข้อมูลการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี”
ฮันน่ารออย่างมีความหวังทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็หันมองเธอด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
“ไม่ล่ะ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ ส่วนการ์ดชีวิตฉันเก็บไว้ให้ไอรีน หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ”
แอนเดอร์สันนำเรื่องน้องสาวมาอ้างเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจและรู้สึกไม่ต่อต้านกับการปฎิเสธ หากเขาไม่ให้เหตุผลคงจะมีเรื่องมากมายตามมา
“ขอบคุณที่รับฟังฉันนะคะ”
ฮันน่าจับกระโปรงแล้วย่อตัวคำนับตามมารยาทก่อนจะเดินจากไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แอนเดอร์สันจึงหันมองไปในงานเลี้ยงที่กำลังจะจบลง อย่างไรก็ตามเวียร์น่ากลับเดินออกมาจากงานเต้นรำมุ่งหน้ามาหาเขา
“สวัสดีคุณเวียร์น่า โทรฟ่า”
“สวัสดีแอนเดอร์สัน เราเจอกันอีกแล้วนะ ไม่คิดว่านายก็มางานแข่งขันด้วย”
“ฮ่าๆๆ ใช้คำว่า ไม่คิด แทนคำว่า ไม่รู้ เธอนี่จะวางแผนตลอดเลยหรือไงกัน”
การทักทายของแอนเดอร์สันด้วยการหยอกล้อคำพูดที่เธอใช้ทำให้เวียร์น่ายิ้มออกมาเล็กน้อย การที่เธอไม่ใช้คำว่า ไม่รู้ ก็เพราะเธอสืบข้อมูลทุกอย่างแม้กระทั่งรายชื่อของตัวแทนแต่ละวิทยาลัยที่จะมาร่วมงานในวันนี้ เธอจึงใช้คำว่าไม่คิดแทน
“แล้วไม่คิดจะหาคู่เต้นรำบ้างเหรอ”
“หาทำไมในเมื่อฉันไม่ได้มางานโชว์ตัว ตอนนี้คงไม่มีใครอยากจะอยู่กับฉันหรอกนะ ส่วนเธอมีเรื่องอะไรล่ะ”
“ก็แค่เข้ามาทักทายเท่านั้น เจอคู่แข่งไม่ให้เข้ามาทักทายจะให้ทำอะไรล่ะ เสียดายที่รายการแข่งของฉันและนายมันอยู่คนละรูปแบบกัน ”
“นั่นสินะ ถ้าได้เล่นสนุกกับเธออีกก็คงอารมณ์ดีไม่น้อยหากชนะได้”
“ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมหรอกนะ” แอนเดอร์สันหัวเราะเล็กน้อย หลังจากอีกฝ่ายทำหน้าโกรธอย่างกับเด็กที่ถูกแย่งขนม อย่างไรก็ตามเขากลับหยุดหัวเราะเหลือไว้แค่รอยยิ้มเช่นเดิม เพื่อพูดกับเธอในประเด็นที่กดดันกว่านี้
“นี่ แล้วสรุปเธอจะเอายังไง ยังจะเป็นกลางอยู่ใช่ไหม ตระกูลโทรฟ่าจะไม่เลือกสักฝ่ายเลยเหรอ”
เวียร์น่ามองแอนเดอร์สัน จากนั้นเธอก็หยิบอาหารด้านข้างขึ้นมากินพลางมองเข้าไปในงานที่กำลังเต้นรำ หลายคนที่มีอาการเมามากต่างก็กลับห้องพัก
“นายมีกองกำลังเท่าไหร่ มากพอจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้ไหม”
แอนเดอร์สันหันมองเวียร์น่า เขารู้ว่าตระกูลโทรฟ่ามีการวางแผนทุกขั้นตอน แม้แต่การเลือกฝ่ายพวกเขาก็จะประเมินรวมไปถึงตรวจสอบทุกๆฝ่ายเพื่อดูว่าการเข้าร่วมฝ่ายใดให้ผลประโยชน์สูงที่สุดและสามารถทำให้พวกเธอร่วมชนะไปด้วยกันได้
“พี่ชายของฉันคนไหนส่งมาถามล่ะ” แอนเดอร์สันพูดติดตลก ทำให้เวียร์น่าอมยิ้มเล็กน้อย
“ฉันสงสัยเอง”
“ตอนนี้เหรอ กองทัพของฉันไม่มีหรอก แต่เมื่อถึงช่วงสงครามครั้งสุดท้าย ไม่แน่หรอกนะ เธอจะรอจนถึงตอนนั้นแล้วเลือกฝ่ายก็ได้ ฉันไม่ว่าหรอก”
เวียร์น่ากระพริบตาเล็กน้อยพลางใช้ความคิดในหัว คำพูดของแอนเดอร์สันกำกวมมาก แต่ด้วยท่าทางการพูดของแอนเดอร์สันทำให้เธอรู้ว่าเขาเตรียมบางอย่างเอาไว้ ถึงอย่างนั้นเธอรู้ว่าต่อให้จะถามต่อไป แอนเดอร์สันก็ไม่บอกอยู่ดีจึงหยุดที่จะถามเรื่องนี้แล้วกล่าวลา
“งั้น คืนนี้พักผ่อนให้มากๆนะ พรุ่งนี้งานแข่งจะเริ่มแล้ว ฉันต้องกลับไปนอนแล้ว ฝันดี”
“ฝันดี”
“ถ้าเป็นไปได้ฉันและตระกูลของฉันไม่ต้องการจะขวางทางนาย”
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาทดสอบหรือลองเชิงฉันเช่นกันเพราะจากนี้ไปฉันไม่เล่นสนุกแล้ว”
แอนเดอร์สันโบกมือลาเล็กน้อย ทำตัวให้เหมือนกับว่าเขาและเธอมาเจอกันโดยบังเอิญ สำหรับประโยคสุดท้ายที่แอนเดอร์สันกล่าวเตือน ก็เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายคงจะหาวิธีมากมายมาทดสอบเขาเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการเลือกฝ่าย
สงครามของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เกิดจากเหล่านายน้อย ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นตระกูลโทรฟ่าจึงยังคงเข้าร่วมเช่นเดิม แอนเดอร์สันจึงพูดตัดปัญหาที่เธอจะทดสอบเขาเหมือนทดสอบพี่คนอื่นๆ เปลี่ยนให้เธอทำเพียงมองดูสิ่งที่เขาจะทำต่อจากนี้ไปจะดีกว่าเพราะมันไม่คุ้มที่เธอจะเข้ามาทดสอบเพราะมันอาจจะเป็นการยั่วยุเขาได้
กระทั่งเวียร์น่าเดินจากไปแอนเดอร์สันกลับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเธอไม่ได้เลือกฝ่ายพี่ชายของเขา
การที่เธอตอบรับข้อเสนอพี่ 10 เพื่อเป็นคู่เต้นรำในคืนนี้ก็เพื่อจะสอบถามข้อมูลจากอีกฝ่ายเท่านั้น และการเดินเข้ามาหาเขาก็เป็นการสอบถามข้อมูลเช่นกัน แต่มันก็มีอีกอย่างแฝงเอาไว้ในการที่เวียร์น่ามาเจอเขาและพี่ชาย
สิ่งที่แฝงเอาไว้คือ การรักษาความเป็นกลาง วันนี้หากเธอเลือกที่จะเต้นรำกับพี่ชายของเขาแล้วแยกย้ายกลับห้องพัก ทุกคนจะคิดไปในทันทีเลยว่าเธอและตระกูลโทรฟ่าเอนเอียงไปยังพี่ 10 ของเขาแล้ว แต่การที่เวียร์น่าเดินเข้ามาหาแอนเดอร์สัน ทำให้ความคิดของทุกคนที่คิดว่าจะเข้าร่วมกับพี่ 10 หายไป เธอยังคงรักษาความเป็นกลางได้ด้วยการพูดคุยกับนายน้อยทั้ง 2 คนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์