ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 เริ่มสงคราม

            ฟู่ถิงเย่มาส่งนางจนถึงหน้าประตูบ้าน

            หากไม่ใช่เพราะยังมีราชการทหารรอให้เขากลับไปจัดการเขาก็คงอยากจะแวะเข้าไปในบ้านของหวาชิงเสวี่ยสักพัก แล้วค่อยกลับค่ายทหาร

            หวาชิงเสวี่ยยกหีบเตรียมจะลงจากรถม้า

            “แค่ก แค่ก” ฟู่ถิงเย่ไอออกมาสองครั้ง

            หวาชิงเสวี่ยหันกลับไปมองเขาด้วยความสงสัย

            ฟู่ถิงเย่นั่งอยู่บนรถม้าไม่ขยับเขยื้อนมีเพียงดวงตาสีดำขลับฉายแววเฉลียวฉลาดและลุ่มลึกคู่นั้นที่จ้องมองหวาชิงเสวี่ย

            นานแสนนาน...

            ไม่รู้ทำไม หวาชิงเสวี่ยกลับอ่านสายตาของเขาออก!

            “ไม่ได้” หวาชิงเสวี่ยยกมือขึ้นปิดปากตัวเองพร้อมกับส่ายหน้า

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่ดำคล้ำลง

            หวาชิงเสวี่ยแสดงสีหน้าลำบากใจ“ไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ หนวดเคราของท่านมันทิ่มแทง”

            คนซื่อสัตย์เช่นนางพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่ยิ่งแย่ลงไปอีก

            หวาชิงเสวี่ยไม่กล้ามองรีบยกหีบลงจากรถม้า หันกลับไปมองเห็นว่าเขาไม่ได้ตามมา จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับหัวเราะเสียงใส“ท่านแม่ทัพเดินทางดีๆ นะเจ้าคะ ไม่ต้องมาส่งแล้ว”

            ฟู่ถิงเย่เปิดม่านรถจ้องมองนางอย่างดุดันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทิ้งคำพูดไว้ “อีกไม่กี่วันข้าจะมาหาเจ้า”

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะแห้งๆ“ฮะฮะ ได้สิเจ้าคะ...”

            รถม้าแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว

            หวาชิงเสวี่ยมองตามรถม้าค่อยๆห่างไกลออกไป ความรู้สึกในใจนั้นยากที่จะบรรยายได้

            ...ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฟู่ถิงเย่พัฒนาไปได้พิสดารเกินไปหรือไม่?

            ตอนที่อยู่ในเมืองเหรินชิวเขาเห็นนางเป็นตัวน่ารังเกียจชัดๆ ไฉนเมื่อกลับมายังเมืองผานสุ่ย ถึงได้มาสู่ขอนางโดยไม่มีเหตุผล...เรื่องมหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากที่ถูกปฏิเสธ หมอนี่ถึงกับบุกมาสู่ขอในยามค่ำคืน?!

            หวาชิงเสวี่ยอยากจะส่องกระจกดูจริงๆเหตุใดนางไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้?

            ตอนนี้ฟู่ถิงเย่ถึงกับกล้าเรียกร้องจูบจากนางแล้ว...

            หวาชิงเสวี่ย...ไม่อาจปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเขาได้เลย

            นางเป็นคนที่ปฏิเสธผู้อื่นไม่เก่งอยู่แล้วฟู่ถิงเย่กลับเป็นผู้มีอำนาจเหนือนาง ทั้งยังเอาเปรียบนางหมดทุกทางอีก

            หนึ่งปีจากนี้นางจะต้องแต่งงานกับคนโบราณจริงๆอย่างนั้นหรือ?

            ...เฮ้อ ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละขั้นแล้วกัน

            เมื่อกลับถึงบ้าน หวาชิงเสวี่ยก็พับแขนเสื้อทำความสะอาดครั้งใหญ่

            หลังจากที่จัดบ้านจนสะอาดแล้วนางก็เข้าไปในร้านช่างไม้ เมื่อเจ้าของร้านเห็นนางก็ตกใจ รีบหยิบแม่พิมพ์ที่หวาชิงเสวี่ยเคยสั่งทำไว้ออกมาให้

            “เพราะไม่ได้เห็นแม่นางเสียนานนึกว่าแม่นางจะไม่เอาแล้วเสียอีก หากแม่นางมาช้ากว่านี้อีกเพียงนิด ของเหล่านี้คงจะถูกขายออกไปในราคาถูกแล้ว”

            หวาชิงเสวี่ยตรวจสอบแม่พิมพ์ทีละอันพบว่าเหมือนกับที่นางสั่งไว้ทุกประการ บนใบหน้าเผยรอยยิ้มสดใส “ช่วงก่อนหน้านี้มีธุระนิดหน่อยเลยล่าช้าไปต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ แม่พิมพ์แบบที่สั่งชุดนี้ สามารถทำเพิ่มอีกได้หรือไม่?แต่ขอเปลี่ยนรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกับทรงกลมเจ้าค่ะ”

            นางจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้เจ้าของร้านช่างไม้เห็นนางจ่ายเงินโดยไม่ลังเล รีบตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีปัญหา แม่นางค่อยมาเอาของในอีกเจ็ดแปดวันก็แล้วกัน”

            หวาชิงเสวี่ยจึงจ่ายเงินมัดจำส่วนหนึ่งให้ด้วยความยินดี

            แม่พิมพ์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าฝ่ามือชุดนี้นางเตรียมไว้ทำสบู่จากน้ำมันหมู ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสใช้ทำสบู่น้ำมันงา และทรงกลมใช้ทำสบู่น้ำผึ้ง

            ไขมันจากหมูสามารถทำสบู่สีขาวออกมาได้เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีความแข็งดี เมื่อเทียบกับสบู่ที่ทำจากน้ำมันเมล็ดพืชแล้วพวกมันจะไม่ค่อยดูดความชื้นหรืออ่อนตัวได้ง่าย และเนื่องจากองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันหมูมีโครงสร้างคล้ายกับน้ำมันในร่างกายของมนุษย์จึงทำให้สบู่จากน้ำมันหมูเหมาะกับผิวมากกว่า อีกทั้งยังมีฟองที่ละเอียดอ่อน

            ข้อเสียคือกลิ่นไม่ค่อยหอมเพราะเป็นไขมันจากสัตว์ เมื่อเทียบกับน้ำมันจากพืชแล้ว กลิ่นจะขาดความสดชื่นไปบ้าง

            แน่นอนว่า ‘อาวุธใหม่’ที่นางบอกกับฟู่ถิงเย่ เกี่ยวกับการทำสบู่ด้วย...

            ช่วงเวลานี้ อาวุธที่กรมสรรพาวุธมีนางได้ดูไปเกือบทั้งหมดแล้ว เรื่องการปรับปรุง นางก็ได้พิจารณามาแล้วมากมาย

            นอกจากอาวุธขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับการโจมตีเมืองแล้วอาวุธที่พวกทหารถือกับมือ นอกจากจะต้องมีอานุภาพทำลายล้างในระดับหนึ่งแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากนั่นก็คือต้องสามารถผลิตในปริมาณมากได้

            หากไม่สามารถทำตามข้อนี้ได้การปรับปรุงที่ว่าก็จะสูญเปล่า

            เพราะในสนามรบ แค่เปลี่ยนอาวุธถือของทหารคนเดียวหรือทหารเพียงไม่กี่คน ไม่ได้มีผลต่อสถานการณ์มากนัก

            หวาชิงเสวี่ยจึงต้องพิจารณาปัญหาเรื่องความคุ้มค่าในการปรับปรุงอย่างรอบคอบ

            ...การปรับปรุงบางอย่างช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นได้จริง แต่ต้องใช้กำลังคน กำลังทรัพย์ และทรัพยากรเป็นจำนวนมากการปรับปรุงเช่นนี้จึงต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ

            ...ส่วนการปรับปรุงบางอย่างแค่ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย อานุภาพของอาวุธทั้งชิ้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก การปรับปรุงเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าคุ้มค่า

            หวาชิงเสวี่ยคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างแต่เมื่อพูดถึงเรื่องความคุ้มค่าแล้ว มีอาวุธอยู่ชนิดหนึ่งที่ต้องสร้างขึ้นมา

            ดินปืน

            วิธีการทำดินปืนมีความเชื่อมโยงอย่างน่ามหัศจรรย์กับการทำสบู่วัตถุดิบก็หาได้ง่าย วิธีการทำก็ไม่ซับซ้อน ทั้งยังมีอานุภาพทำลายล้างที่น่าทึ่ง

            เมื่อเทียบกับอาวุธระยะประชิดแล้วอาวุธพลังงานจลน์นั้นมีอานุภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจน

            เท่าที่หวาชิงเสวี่ยรู้แคว้นต้าฉีก็มีดินปืน เพียงแต่มีอานุภาพน้อยมาก โดยพื้นฐานแล้วก็เหมือนกับดอกไม้ไฟที่เพิ่มอานุภาพขึ้นมาเล็กน้อยจึงไม่สามารถใช้ในการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            หากนางสามารถทำดินปืนที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้จริงหวาชิงเสวี่ยคิดว่ามันจะมีคุณค่ามากกว่าการปรับปรุงอาวุธอื่นๆ เสียอีก

            แต่ในตอนนี้ นี่เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งหากจะทำดินปืนจริงๆ ไม่ใช่แค่ต้องพิจารณาเรื่องวัตถุดิบ แต่ต้องพิจารณาภาชนะที่ใช้บรรจุดินปืนด้วย

            ตอนที่พ่อลูกรางวัลโนเบลได้วิจัยและพัฒนาการผลิตดินปืนพวกเขาได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับไนโตรกลีเซอรีนเป็นจำนวนมาก กว่าจะดำเนินการสร้างโรงงานจนเริ่มทำการผลิตได้สำเร็จแต่เนื่องจากความไม่เสถียรและความอันตรายของสารเคมีชนิดนี้ โรงงานจึงเกิดระเบิดขึ้นส่งผลให้มีคนถูกระเบิดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

            หวาชิงเสวี่ยไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเรื่องนี้

            ดังนั้น...เริ่มจากการทำสบู่ไปก่อนแล้วกัน

            ชีวิตของนางกลับเข้าสู่ความสงบสุขกินข้าว นอนหลับ และทำสบู่ทุกวัน ชีวิตดำเนินผ่านไปอย่างน่าพึงพอใจ

            แต่ฟู่ถิงเย่ที่บอกว่าจะมาหานางกลับยังไม่ปรากฏตัวเสียที

            เขาเป็นบุรุษที่พูดคำไหนคำนั้นหวาชิงเสวี่ยกังวลว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันบางอย่างที่ชายแดน...

            เป็นดังคาด ไม่นานหลังจากนั้นข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง ว่ากันว่าชายแดนเริ่มเปิดสงครามแล้ว!

            กำลังทำสงครามแล้ว!

            นี่เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของชาวเมืองผานสุ่ยทุกคน!

            หวาชิงเสวี่ยคิดว่าทุกคนจะหวาดกลัวเสียอีกแต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นอย่างที่นางคิด ชาวบ้านในตลาดริมถนน ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

            พวกเขากลับจับกลุ่มกันสามหรือห้าคนบางคนจะไปส่งเสบียงให้ค่ายทหาร บางคนจะไปส่งยา บ้างก็เป็นชายหนุ่มกำยำในเมืองที่คิดจะละทิ้งงานในมือไปถวายชีวิตให้ค่ายชิงโจว

            เมื่อเอ่ยถึงกองทัพเหลียวทุกคนต่างแค้นจนเลือดขึ้นหน้า แม้แต่เด็ก คนแก่ และสตรี ต่างก็สวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าที่บ้านขอพรให้กองทัพฉีฆ่าล้างชาวเหลียวให้สิ้นซากจนไม่เหลือแม้แต่เศษผ้า!

            ในฐานะคนนอก หวาชิงเสวี่ยได้สัมผัสกับความเกลียดชังลึกซึ้งที่ไม่อาจจางหายไประหว่างแคว้นฉีและแคว้นเหลียวอีกครั้ง

            ถึงแม้จะเป็นความเกลียดชังเหมือนกันแต่ความรู้สึกที่ได้รับนั้นแตกต่างจากเมืองเหรินชิวอย่างมาก

            เมื่อคิดดูแล้วก็พอจะเข้าใจได้ที่เมืองเหรินชิว ท้ายที่สุดก็เป็นดินแดนที่ถูกชาวเหลียวเข้ายึดครองไปแล้ว ชาวบ้านที่นั่นมองไม่เห็นความหวังในเมืองจึงเต็มไปด้วยความเงียบเหงา

            แต่ผู้คนในเมืองผานสุ่ยพวกเขามีฟู่ถิงเย่!

            ภาพลักษณ์ของฟู่ถิงเย่ในใจของพวกเขาคือดวงประทีปสว่างไสวตราบใดที่ดวงประทีปยังไม่มอดดับ ก็จะนำพาความหวังมาสู่พวกเขา

            ...

            เมื่อสงครามเริ่มต้นแล้วก็ไม่สามารถจบลงได้ภายในวันสองวัน

            ถึงแม้จะรู้ว่าฟู่ถิงเย่เก่งกาจเพียงใดแต่นางก็ยังคงกังวลอยู่ดี...

            นางจึงไปที่จวนแม่ทัพเพื่อพบกับจ้าวเซิง

            “พอจะส่งข้าไปยังค่ายชิงโจวได้หรือไม่เจ้าคะ?”หวาชิงเสวี่ยถาม

            จ้าวเซิงกล่าวด้วยความลำบากใจ“หากเป็นเวลาปกติ แม่นางต้องการจะไป ข้าน้อยย่อมยินดีไปส่งท่านอย่างแน่นอน แต่ว่า...แม่นางก็รู้ช่วงนี้ชายแดนไม่ค่อยสงบ หากเกิดเรื่องขึ้นระหว่างทาง...”

            หวาชิงเสวี่ยก็รู้ว่าตนเองกำลังทำให้คนอื่นลำบากนางจึงกล่าวตอบด้วยความผิดหวัง “ข้าแค่อยากไปดูเขาหน่อย...คิดว่า อาจจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง...”

            จ้าวเซิงหัวเราะ “แม่นางวางใจเถอะ!สถานการณ์การรบเป็นไปด้วยดี! ดาบและธนูที่ท่านปรับปรุงไปก่อนหน้านี้ เริ่มผลิตออกมาบ้างแล้วกองทัพเหลียวถูกท่านแม่ทัพของเราฆ่าจนตกใจตาค้างไปแล้ว! ท่านอยู่ที่บ้านรอฟังข่าวดีเถอะ!”

            หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆคิดในใจว่าไม่ใช่คนของเขาเสียหน่อย แม้จะมีข่าวดีก็ไม่เห็นจะต้องส่งข่าวมาที่บ้านของนางเลยสักนิด...

            ไม่ว่าอย่างไร หวาชิงเสวี่ยก็วางใจลงได้บ้าง“ผลิตออกมาได้ทันการก็ดีแล้ว ข้าคิดว่าจะต้องรอให้เงินจากราชสำนักส่งมาก่อนเสียอีก...”

            “นั่นต้องรอไปถึงปีไหนเดือนไหนกัน?เงินที่เคยส่งมาอย่างเร็วก็สองสามเดือนถึงจะได้ ดังนั้นทุกครั้งจึงเป็นท่านแม่ทัพของเราที่สำรองจ่ายไปก่อน!”เมื่อพูดถึงตรงนี้จ้าวเซิงก็ดูภาคภูมิใจ “ทหารของท่านแม่ทัพ ไม่เคยขาดเงินเดือน เสื้อผ้าอาหารการกินก็ดีที่สุดในบรรดาค่ายทหารอื่นๆ”

            หวาชิงเสวี่ยกลั้นหัวเราะเอาไว้ก็จริงนะ เขาคนนั้น...คงจะทุ่มเทพลังทั้งหมดไปที่ค่ายใหญ่แห่งนั้นแล้ว

            เมื่อรู้ว่าฟู่ถิงเย่ปลอดภัยดีหวาชิงเสวี่ยก็ไม่ยืนกรานที่จะไปยังค่ายชิงโจวอีกแล้ว

            “วันนี้รบกวนพ่อบ้านจ้าวแล้วในเมื่อท่านแม่ทัพไม่ประสบปัญหาอะไร ข้าก็ขอตัวกลับก่อน...หากมีข่าวคราวจากแนวหน้าลำบากพ่อบ้านจ้าวช่วยบอกข้าด้วยนะเจ้าคะ”

            พ่อบ้านจ้าวรีบกล่าวว่า“ไม่รบกวน ไม่รบกวนเลย หากมีข่าวมาเมื่อใด จะรีบบอกแม่นางเป็นคนแรกขอรับ”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มเล็กน้อยแล้วหมุนตัวออกจากเรือนแม่ทัพไป

            เมื่อจ้าวเซิงเห็นหวาชิงเสวี่ยไปแล้วเขาก็รีบร้อนเรียกคนมาฝนหมึกให้ตนโดยด่วน

            “พ่อบ้านจ้าว ท่านจะส่งข่าวให้ท่านแม่ทัพอีกแล้วหรือ?”เด็กหนุ่มที่กำลังฝนหมึกสงสัย “เมื่อเช้าก็เพิ่งส่งไปแล้วนี่?ตอนนี้ส่งไปอีก ท่านแม่ทัพจะไม่รำคาญว่าพวกเรามากเรื่องหรือขอรับ?”

            “เจ้าไม่เข้าใจ” จ้าวเซิงจุ่มหมึกยกพู่กันวาดอักษร “จดหมายรอบนี้ไม่ธรรมดา ท่านแม่ทัพเห็นแล้วต้องดีใจแทบตายแน่!”

            พูดจบก็รู้สึกว่าพูดคำว่า‘ตาย’ นั้นไม่เป็นมงคล จึงรีบทำเป็นถ่มน้ำลายออกมาสามครั้ง

            เด็กหนุ่มมองจ้าวเซิงอย่างประหลาดใจคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ จึงไปดูจดหมายในมือของจ้าวเซิงด้วยความสงสัย

            เห็นจ้าวเซิงเขียนว่า:

            ...แม่นางหวากังวลเรื่องความปลอดภัยของท่านแม่ทัพมาที่จวนแม่ทัพหลายครั้ง ขอให้ข้าน้อยส่งนางไปยังค่ายชิงโจว ข้าน้อยกลัวว่าระหว่างทางจะไม่ปลอดภัยหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นอาจจะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายจนไม่อาจแก้ไขได้ จึงได้ปฏิเสธมาโดยตลอดแต่แม่นางหวานั้นมีความรู้สึกลึกซึ้งให้ท่านแม่ทัพ วันนี้ก็ยังคงมารบเร้าที่จวนแม่ทัพด้วยถ้อยคำหนักแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ถึงแม้ข้าน้อยจะปฏิเสธไปแล้ว แต่ในใจกลับไม่สบายใจขอบังอาจถามว่าท่านแม่ทัพจะให้จัดการเรื่องนี้อย่างไรดีขอรับ?

            เขียนเสียยาวเหยียดบรรยายภาพของหวาชิงเสวี่ยที่กังวลจนนอนไม่หลับบอกฟู่ถิงเย่อย่างละเอียด

            เมื่อเด็กหนุ่มอ่านจนจบก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “พ่อบ้านจ้าว แม่นางหวา...นางเพิ่งจะมาจวนแม่ทัพเป็นครั้งแรกวันนี้ไม่ใช่หรือขอรับ?”

            “อืม” จ้าวเซิงวางพู่กันลงเป่าหมึกบนกระดาษเบาๆ

            เด็กหนุ่มพูดต่อ “ตอนนั้น...หลังจากที่ท่านโน้มน้าวแล้วแม่นางหวาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าโศกเศร้าหรือมารบเร้าท่านอีกนี่นา...”

            จ้าวเซิงพับจดหมายเก็บไว้บนใบหน้าเผยรอยยิ้มลึกลับยากจะเข้าใจ “นี่เรียกว่าการแต่งเติมเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับงานศิลปะเข้าใจหรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382