Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 49 สมัครสอบ

    จากการพวกเขาได้ส่วนแบ่งเพียง 1 ใน 3  จึงทำให้หัวหน้าหมู่โจวจิ้งห้าวแม้มีความรู้สึกว่าฝ่ายตนจะมิได้รับความเป็นธรรมอยู่บ้าง แต่ผู้ที่จัับกุมหัวหน้าโจรสลัดผ้าเหลืองได้คือจอมยุทธสกุลหยางผู้นั้น เขาจึงได้แต่สงบคำไว้ หนำซ้ำส่วนแบ่งที่ได้มาทั้งหมดก็ยักยอกเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว หาได้แบ่งปันให้ทหารเรือชั้นผู้น้อยทั้ง 20 ก็หาไม่ ผ่านไปอีกเพียงวันเดียว เรือสำเภาซึ่งแล่นด้วยความเร็วเต็มพิกัดก็ผ่านเขตเมืองกิวกั๋ง เข้าสู่เขตมณฑลหูเป่ย์ จนเข้าเทียบท่าที่เมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นจุดหมายของเขาพวกเขาในเช้าวันที่ 2 อย่างปลอดภัยหยางไคกับหยางรุ่นชิงจึงรีบลงจากสำเภาพร้อมกับม้าและสัมภาระ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยเร่งรีบและความเปลี่ยวเหงาปนเปกันไป เพราะหยางไคนั้นต้องเดินทางต่อไปยังเขตอู่ชาง(武昌)เพียงลำพัง ส่วนพี่ใหญ่หวงเองก็ต้องเดินทางไปยังเขตชิงซาน (青山)อันเป็นบ้านเกิดของตนโดยเร่งด่วน เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 3 วันก็จวนจะได้เวลาเข้าเข้าสอบถงชื่อแล้ว หยางรุ่นชิงจึงไม่สามารถจะไปส่งถึงที่หมายได้ ทั้งสองคนจึงจำใจต้องแยกย้ายไปในลักษณะนี้แม้หยางรุ่นชิงจะไม่สามารถส่งหยางไคไปจนถึงที่หมายอย่างสมบูรณ์นักก็ตาม แต่ก็วางใจในวรยุทธ์ของอาจารย์น้อยผู้นี้เป็นอย่างมาก เพราะหลังจากร่วมทางกันมานานนับเดือน จอมยุทธอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหยางก็ได้เห็นพัฒนาการทางด้านฝีมือของเด็กหนุ่มผู้นี้ที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งคู่จึงเพียงนัดหมายกันว่าหากผู้ใดสอบเสร็จแล้วไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม ก็ขอให้มาพบกันที่เมืองอู่ฮั่นแห่งนี้ก่อนเพื่อกำหนดแผนการเดินทางกันอีกครั้ง เนื่องด้วยหยางไคนั้นไม่ต้องการเสียเวลามากไปกว่านี้อีกแล้วจึงไม่คิดแวะเข้าไปในในเมืองอู่ฮั่น ครั้นร่ำลาพี่ใหญ่หวงเป็นที่เรียบร้อยจึงรีบควบม้าไปตามทางเส้นหลักทางเหนือ พอช่วงบ่ายจึงบรรลุถึงที่ว่าการอำเภออู่ชาง เพื่อทำการสมัครสอบทั้งสองประเภท นั่นคือบู๊ซิ่วไฉ่ซึ่งจะเริ่มสอบในอีก 3 วันข้างหน้านี้ ส่วนบุ๋นซิ่วไฉ่จะเริ่มสอบในอีก 7 วัน ถัดไป แม้เด็กหนุ่มจ่ายค่าธรรมเนียมไปถึง 2 ตำลึงเงิน แต่ยังคงเหลือธนบัตรอีก 23 ก้วน ส่วนทองคำอีก 2 ตำลึง ได้ถูกส่งเข้าไปในพื้นที่จนทำให้พีระมิดพยัคฆ์เกิดการขยายใหญ่โตขึ้น พร้อมด้วยน้ำหนักที่กดทับลงไปในพื้นที่ฝั่งขวาจนเกิดการยุบตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งหากมากไปกว่านี้แล้วไซร้ หยางไคก็จำเป็นจะต้องหามวลวิญญาณของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาชดเชยเพิ่มเติมอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่รับสมัครสอบย่อมมิได้ทักท้วงที่เห็นอีกฝ่ายลงสอบถึง 2 ประเภท เพราะได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตำลึง แต่เหล่านักศึกษาและนักบู๊น้อยใหญ่ซึ่งต่างก็มาสมัครสอบในวันแรก เมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกหมั่นไส้เป็นกำลัง พอเห็นอีกฝ่ายเดินออกจากประตูไปแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ก็รีบเข้าไปหาเรื่องว่า“คนแปลกหน้าเช่นเจ้าหาใช่คนในพื้นที่ไม่ เหตุใดจึงกล้าข้ามเขตมาสอบกันเช่นนี้”“นี่เจ้าคิดจะครองตำแหน่งไว้คนเดียวหรืออย่างไร แล้วคิดว่าจะสอบผ่านทั้งบู๊ทั้งบุ๋นได้จริงหรือ ?”“เจ้ายัดใต้โต๊ะไปเท่าใด ถึงสมัครสอบทั้งสองประเภทได้ ?” อันทีจริงไม่ต้องมีเส้นสายอันใด ขอแค่มีตังค์จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มก็เป็นอันใช้ได้แล้วมิใช่หรอกหรือ ?หยางไคพิจารณาสถานการณ์แล้วจึงตัดสินใจไม่ตอบโต้เลยจะดีกว่า เพราะแม้ตอนนี้ตัวเขาเองจะอาศัยอยู่ที่เมืองเป่ยจิงเป็นหลักแล้วก็ตามที แต่จะถึงอย่างไรท่านยายของเขาก็ยังต้องพำนักอยู่ที่นี่อยู่ดี เว้นเสียแต่เขาสามารถสอบเข้ารับราชการแล้วเป็นขุนนางเสียก่อน จึงจะรับเอาท่านยายของตนไปดูแลที่ตระกูลหยางได้ การพูดตามความรู้สึกนั้นกระทำยาก แต่การไม่พูดในขณะที่มีอารมณ์โกรธแค้นนั้น กลับยังกระทำได้ยากเย็นยิ่งกว่า เด็กหนุ่มจึงเลือกกระทำสิ่งที่ลำบากกว่าด้วยการกล่าวไปเพียงว่า“ข้าขอตัวก่อน”จากนั้นรีบขึ้นม้า แล้วควบออกไปในทันที ฝ่ายนักศึกษาราว 5 - 6 คน แม้ต้องการจะรั้งอีกฝ่ายไว้ก็ไม่อาจทำได้ หนำซ้ำมีนักศึกษาในกลุ่มซึ่งเห็นอะไรบางอย่าง จึงห้ามปรามพรรคพวกเอาไว้ก่อน แล้วกล่าวอย่างขลาดเขลาว่า“พวกเจ้าไม่เห็นตราตระกูลของมันที่อานม้าเช่นนั้นหรอกหรือ ?” แต่นักศึกษาร่างท้วมเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยังไม่ลดละ จึงกล่าวขึ้นอย่างอาจหาญว่า“ตระกูลเซี่ยงของข้าเป็นใหญ่ในอำเภออู่ชาง เหตุใดต้องเกรงกลัวมัน!!” อันที่จริงนักศึกษาทั้งหลายในอำเภอแห่งนี้ก็ล้วนเป็นผู้มีอันจะกินทั้งสิ้น เพราะต่างต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ณ สำนักบัณฑิตอันมีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของเมืองอู่ฮั่น จึงล้วนมีนิสัยเอาแต่ใจตนเองไม่ต่างกับลูกคุณหนูในเมืองใหญ่เลยทีเดียว แล้วต่างก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะอย่างไรตนต้องคว้าเอาตำแหน่งบัณฑิตระดับอำเภอมาให้ได้ จึงคอยกันท่านักศึกษาที่ไม่มีคนหนุนหลังอย่างน่ารังเกียจเช่นนี้..ฝ่ายหยางไคเมื่อสมัครสอบสำเร็จแล้วก็รู้สึกอุ่นใจไปอีกเปลาะหนึ่ง จึงขี่ม้าชมทุ่งนาทั้งสองข้างทางน้อยอย่างสบายใจนัก ซึ่งเรือนของเขากับท่านยายนั้นห่างไกลจากตัวอำเภอราว 50 ลี้ (25 km.) อันเป็นพื้นที่ทางการเกษตรและที่พักอาหารของหมู่บ้านชาวไร่ชาวสวน ราว ๆ 20 หลังคาเรือน จึงทำให้เพื่อนบ้านแต่ละหลังก็ล้วนรู้จักอัธยาศัยใจคอกันเป็นอย่างดีณ ทางเข้าหมู่บ้านนั้นหยางไคจำเป็นต้องผ่านเรือนนายบ้าน(ผู้ใหญ่บ้าน)เสียก่อน จึงคิดจะแวะเข้าเพื่อเข้าไปคำนับด้วยใจจริง เนื่องด้วยที่ผ่านมาหลายสิบปีนี้ ยายและหลานชายต่างได้อาศัยความเมตตาจากผู้นำท้องถิ่นผู้นี้อยู่เสมอ …เมื่อเข้าไปถึงเรือนของนายบ้านแล้ว หยางไคก็หยิบเอาของฝากที่หลังเจ้าขาวออกมาตระเตรียมไว้ ฝ่ายนายบ้านอายุราว 50 ปี มีนามว่าจางฉวน (张全) เป็นผู้จิตใจดีมีเมตตาต่อลูกบ้านทุกคน โดยเฉพาะจูไคซึ่งเป็นเด็กกำพร้าทั้งบิดามารดาและอยู่กับยายชราเพียงสองคน ครั้นเสี่ยวไคเข้าตระกูลหยางแล้ว จางฉวนจึงอาสาดูแลความเป็นอยู่ของยายชราซึ่งมีบ้านติดกัน โดยหยางไคได้ส่งเงินส่วนหนึ่งผ่านมาทางนายบ้านผู้นี้เป็นประจำทุกเดือน จนบัดนี้ก็ล่วงผ่านมานาน 1 ปีแล้ว แต่ครั้นเห็นหยางไคเข้ามาพร้อมของขวัญของฝากกลับจดจำไม่ออก เพราะอีกฝ่ายได้เปลี่ยนแปลงไปในชนิดที่เรียกได้ว่า‘พลิกฟ้าคว่ำดิน’เด็กหนุ่มจึงจำเป็นต้องแนะนำตัวอีกครั้ง จนจางฉวนก็ถึงกับต้องตกตะลึงจนตาค้างไป ครั้นยิ่งถามไถ่ก็ได้ความว่าอีกว่า ที่เขากลับบ้านมาในวันนี้เพราะประสงค์มาสอบถงชื่อก็ยิ่งตกใจจนหงายหลัง พร้อมถามย้ำอีกทีว่า“เจ้าว่ากระไร มันคือการสอบบัณฑิตซิ่วไฉ่กระนั้นหรือ ?” หยางไคได้ฟังเช่นนั้นก็ยืนยันอย่างชัดเจน แล้วจึงคำนับลาเพื่อจะกลับไปที่บ้านของตน และเนื่องด้วยบ้านของเขาอยู่ถัดไปเท่านี้เองหยางไคจึงมิได้ขึ้นม้า เพียงแค่จูงเจ้าขาวเดินไปไม่ถึง 20 ก้าว ก็ผูกม้าไว้ที่ร่มไม้หน้าเรือนหลังเล็ก ๆ ของตน ..แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอสาวน้อยผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังเก็บสำรับอาหารให้ยายชราอยู่ แม้ผ่านไปถึงหนึ่งปี แต่เด็กหนุ่มยังจดจำใบหน้าน้อย ๆ นั้นได้อย่างแม่นยำ จึงทักทายว่า“ยุ่นเอ๋อ เจ้าอยู่นี่เอง” จางยุ่นเอ๋อ (张韵娥) นั้นเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของจางฉวนผู้เป็นนายบ้าน ซึ่งนางมักจะมาเล่นที่บ้านของเด็กหนุ่มเป็นประจำตั้งแต่ยังเป็นเด็กทั้งยังช่วยทำสวนผักตั้งแต่ครั้งนั้น จนกระทั่งหยางไคต้องไปทำงานที่เมืองกรุง นางก็ยิ่งต้องมาทั้งเช้าทั้งเย็นเพื่ออยู่เป็นเพื่อนยายชราที่ทำงานหนักไม่ไหวแล้วอีกฝ่ายกล่าวอย่างสนิทสนม แต่สาวน้อยที่เติบโตมาด้วยกันนี้ กลับไม่อาจจดจำเขาได้เลย บรรยากาศจึงดูแปลกไปอยู่บ้าง จนเมื่อนางทราบว่าอีกฝ่ายคืนเสี่ยวไคคนนั้นก็ร้อง “ว้าย” จากนั้นวิ่งหน้าแดงออกไปแล้วกลับไปตั้งสติที่เรือนของตนเองด้วยความสับสน…

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136