หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 84 ศึกย่านการเงิน

    ตอนที่ 84 ศึกย่านการเงิน

    แสงแดดในช่วงสายส่องลงมายังย่านการเงินของดัลลัสเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงผู้คน การจราจรและตัวเลขทางเศรษฐกิจที่หมุนเวียนไม่หยุด แต่ตอนนี้ทุกอย่างเงียบงันราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้

    ตึกระฟ้ากระจกแตกตั้งตระหง่านอยู่สองฝั่งถนนเหมือนสุสานของอารยธรรมกระจกที่เหลืออยู่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายหม่นๆ บางอาคารผนังด้านหนึ่งพังยุบลงเผยให้เห็นโครงเหล็กด้านในที่บิดงอเหมือนซี่โครงของสัตว์ยักษ์ที่ถูกทิ้งให้ผุพังกลางทะเลทราย

    กระดาษเอกสารเก่าๆ ปลิวไปตามลมเหมือนฝูงนกสีซีดเศษป้ายโฆษณาที่หลุดออกจากตัวตึกแกว่งไปมาส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาถนนหลายสายเต็มไปด้วยซากรถเก่าที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่วันแรกของวันสิ้นโลก

    แต่ตรงกลางของย่านนั้นมีลานกว้างหน้าตึกสำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและลานจอดรถของบริษัทการเงินพื้นลานปูด้วยหินแกรนิตสีเทาแตกร้าวเป็นเส้นยาววัชพืชสีเขียวเข้มแทงทะลุขึ้นมาจากรอยแตก ราวกับธรรมชาติกำลังค่อยๆทวงคืนสิ่งที่มนุษย์เคยยึดครอง

    กลางลานนั้นมีรถบรรทุกดัดแปลงสามคันจอดอยู่พวกมันจอดเรียงเป็นแนวเหมือนสิ่งของที่ถูกวางทิ้งไว้กลางเวทีที่ไร้ผู้ชมท้ายรถบรรทุกคันหนึ่งมีผ้าใบสีดำขนาดใหญ่คลุมบางอย่างเอาไว้รูปร่างของมันเป็นทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่ สูงเกือบสองเมตร

    มองจากระยะไกลมันดูเหมือนแท่นบูชาลึกลับที่ถูกคลุมผ้าเอาไว้รอให้ใครบางคนมาเปิดเผยความลับด้านใน มอร์ยืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสี่ของอาคารฝั่งตรงข้ามมือหนึ่งถือกล้องส่องทางไกล ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเพราะรูปทรงนั้นมันเหมือนกับสิ่งที่ลอร์ดแกนนอนเคยอธิบายให้เขาฟังอย่างไม่มีผิด

    “โต๊ะสิ่งประดิษฐ์!”รอบลานยังมีกล่องไม้ขนาดใหญ่ถูกวางกระจายอยู่เกือบยี่สิบกล่องบางกล่องถูกมัดด้วยเชือก บางกล่องมีตราประทับสีดำติดอยู่

    แต่สิ่งที่ทำให้ภาพทั้งหมดดูผิดปกติคือไม่มีคน...ไม่มีทหารเฝ้า...ไม่มีแม้แต่เงาของใครลานกว้างทั้งลานดูว่างเปล่าจนเหมือนฉากละครที่นักแสดงยังไม่ก้าวขึ้นเวที

    ลูก้ายืนอยู่ที่หน้าต่างของอาคารอีกฝั่งหนึ่งมองภาพเดียวกันผ่านกล้องส่องทางไกลด้านหลังเขาคือกองกำลังของพันธมิตรราชาที่กระจายกำลังอยู่ตามอาคารรอบพื้นที่

    ทหารมากกว่าสองพันคนส่วนหนึ่งซ่อนตัวอยู่บนดาดฟ้าเหมือนนักล่าที่รอเหยื่อ บางส่วนกระจายตามชั้นต่างๆของตึก ที่เหลือซ่อนอยู่หลังซากรถและกำแพงพังด้านล่างพื้นที่ทั้งหมดรอบลานถูกปิดล้อมอย่างเงียบงันเหมือนใยแมงมุมที่ถูกขึงไว้รอให้เหยื่อติดกับ

    “มันแปลกเกินไป”มอร์พูดขึ้นเบาๆ

    ลูก้ายังคงไม่ละสายตาจากกล้อง “หมายความว่าไง”

    มอร์ชี้ไปที่รถบรรทุกกลางลาน

    “ถ้านั่นคือโต๊ะสิ่งประดิษฐ์จริงค่ายมิดไนท์ไม่มีทางทิ้งมันไว้กางลานแบบนี้” เขาหยุดเล็กน้อย

    “นี่อาจจะเป็นกับดัก”

    “กับดัก?” ลูก้าหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาแห้งและเย็นเหมือนโลหะกระทบกันเขาหันมามองมอร์เพียงเสี้ยววินาที

    “เรามีคนสองพันคนอยู่รอบพื้นที่นี้ต่อให้มันเป็นกับดักแล้วจะทำอะไรเราได้”

    มอร์ยังคงมองลานกว้างด้านล่างสีหน้าของเขาเหมือนคนที่เห็นเงาของพายุอยู่ไกลๆ แม้ท้องฟ้ายังดูสงบ

    “แต่...” ลูก้าตัดบท

    “หรือจะให้นั่งดูมันอยู่แบบนี้”

    สายตาของเขากลับไปหยุดที่ผ้าใบสีดำอีกครั้งในสายตาของเขานั่นมันไม่ได้ดูเหมือนกับดักเลยแต่มันเหมือนสมบัติที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีเจ้าของ

    “ถ้านั่นคือโต๊ะสิ่งประดิษฐ์จริง…”น้ำเสียงของเขาแฝงความโลภชัดเจน

    “เราก็แค่เอามันมา”เขาหันกลับไปมองกลุ่มผู้นำกองกำลังที่ยืนอยู่ด้านหลังสายตาของเขาหยุดที่ชายร่างใหญ่คนหนึ่งชายคนนั้นมีแผลเป็นพาดผ่านคิ้วซ้ายสวมเกราะหนังหนาและถือปืนไรเฟิลยาว ผู้นำกองกำลังจากค่ายระดับสอง ค่ายหมาป่าเหล็ก

    “ฮาร์ค”

    “ครับ ลอร์ดลูก้า”ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นทันที ลูก้าชี้ไปที่ลานกว้างด้านล่าง

    “พาคนของนายไปตรวจสอบ”ฮาร์คชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที คำสั่งนั้นเหมือนการผลักใครบางคนให้เดินเข้าไปในหมอกที่อาจซ่อนหน้าผาเอาไว้ใจอยากจะปฏิเสธแต่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ฮาร์คกัดฟันเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า

    “เข้าใจแล้ว”

    ไม่นานหลังจากนั้นประตูอาคารด้านล่างก็เปิดออก ฮาร์คนำทหารประมาณสามสิบคนเดินออกมาพวกเขากระจายตัวเป็นแนวระวังภัย เดินข้ามถนนไปยังลานหินแกรนิตที่ว่างเปล่าเสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะเบาๆเสียงนั้นสะท้อนกลับมาจากตึกสูงรอบด้านเหมือนเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่ในโถงสุสานขนาดยักษ์

    ทหารหลายคนเงยหน้ามองตึกสูงรอบๆอย่างระแวง หน้าต่างมืดสนิทของตึกเหล่านั้นดูเหมือนดวงตานับร้อยคู่ที่กำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่

    “ไป” ฮาร์คยกมือส่งสัญญาณ

    ทหารสองคนแยกไปตรวจรถบรรทุกอีกกลุ่มเดินตรงไปยังกล่องไม้

    ฮาร์คเองเดินไปหยุดหน้ากล่องใบหนึ่งเขาย่อตัวลง ใช้มีดตัดเชือกที่มัดฝากล่องไว้

    ฉับ! เชือกขาดออก เขาจับขอบฝากล่องเตรียมเปิดมันแต่ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์คำรามก็ดังขึ้นจากถนนด้านหนึ่งเสียงนั้นดังและหยาบกระด้างเหมือนสัตว์เหล็กกำลังตื่นจากการหลับใหล

    ทหารทุกคนชะงัก

    ปัง! ปัง! ปัง!เสียงปืนก็ดังขึ้นทันที กระสุนจากปืนกลหนักพุ่งกราดใส่ลานกว้างเหมือนสายฝนเหล็ก

    รถกระบะดัดแปลงคันหนึ่งพุ่งออกมาจากถนนระหว่างตึกด้วยความเร็วสูงมีคนยิงปืนกลจากที่นั่งข้างคนขับกราดยิงไม่หยุดกระสุนกระแทกพื้นหินแกรนิตจนเกิดประกายไฟกระจาย ทหารของฮาร์คล้มลงทันทีหลายคนเลือดสีแดงสดกระเซ็นเปื้อนพื้นสีเทาเหมือนหมึกที่สาดลงบนผ้าใบ

    “ซุ่มโจมตี!” เสียงตะโกนดังลั่นลาน

    “เชี่ยเอ๊ย” ฮาร์คทิ้งฝากล่องแล้วพุ่งหลบหลังรถบรรทุกกระสุนยังคงกราดยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงปืนสะท้อนก้องไปทั่วระหว่างตึกสูงเหมือนฟ้าร้องที่ถูกขังอยู่ในหีบเหล็กของเมืองร้าง

     

    ด้านบนอาคารที่ลูก้าและมอร์ยืนอยู่

    “บอกแล้วว่ามันเป็นกับดัก”มอร์หน้าตึงทันที

    “รู้แล้ว!แต่ไอ้ลูกหมานั่นแค่รถคันเดียวพวกเรา...” ลูก้ากำลังจะออกคำสั่งบางอย่างแต่ในวินาทีนั้นเอง

    เสียงเครื่องยนต์อีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้น

    ครั้งนี้มันดังมาจากทิศทางด้านหลังรถคันแรกที่กราดยิงพวกเขาถนนรอบลานเริ่มมีรถบรรทุกและรถกระบะติดอาวุธพุ่งเข้ามาเหมือนกระแสน้ำที่ไหลทะลักเข้าสู่แอ่งกลางเมือง

    “พวกพันธมิตรผู้แก้แค้น”มอร์จำได้ ลูก้าก็จำได้เช่นกันหลายวันนี้พวกเขายิงและฆ่าล้างบางกันไม่หยุด อย่างไรก็ไม่มีทางลืมพวกมันไปได้

    “ฆ่าแม่งให้หมด”ลูก้าตะโกนเสียงดัง ทหารที่อยู่ตามที่ซ่อนตัวต่างๆ พากันเปิดเผยตัวยิงถล่มใส่ขบวนรถของพันธมิตรผู้แก้แค้นในทันที

    เสียงปืนเริ่มดังขึ้นจากหน้าต่างของตึกหลายแห่งในพริบตาเดียวย่านการเงินที่เงียบงันเหมือนสุสานก็กลายเป็นสนามรบเต็มรูปแบบในทันที

    ...

    เสียงปืนที่ระเบิดขึ้นกลางลานกว้างสะท้อนก้องไปทั่วระหว่างตึกระฟ้าที่พังทลายเหมือนเสียงฟ้าร้องที่ถูกกักขังไว้ในหีบเหล็กของเมืองร้าง

    แต่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นถนนสายหนึ่งที่ตัดผ่านย่านการเงินกำลังมีขบวนรถเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างระมัดระวังรถกระบะดัดแปลงของโฮมแล่นนำอยู่ด้านหน้า เครื่องยนต์คำรามต่ำๆเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังย่องล่าเหยื่อในความมืดด้านหลังตามมาด้วยรถบรรทุกและรถกระบะของเดรโกอีกหลายคัน

    สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกสูงที่พังครึ่งหนึ่งกระจกแตกกระจัดกระจายเหมือนเศษน้ำแข็งที่ถูกเหยียบย่ำอยู่บนพื้นถนน

    เดรโกนั่งอยู่ในรถบรรทุกคันหน้าดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องรถของโฮมที่นำทางอยู่ข้างหน้า

    “ใกล้ถึงแล้ว” คนขับพูดเบาๆ เดรโกพยักหน้า

    ทันใดนั้นรถของโฮมที่วิ่งนำอยู่ก็เลี้ยวผ่านมุมตึกและภาพของลานกว้างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ารถบรรทุกสามคันจอดอยู่กลางลาน มีกล่องไม้จำนวนมากวางกระจายและผ้าใบสีดำที่คลุมวัตถุทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่อยู่หลังรถบรรทุก

    เดรโกหรี่ตาเล็กน้อยราวกับนักล่าที่กำลังสงสัยว่ากับดักซ่อนอยู่ตรงไหน แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไรรถของโฮมก็เร่งความเร็วขึ้นกะทันหัน

    เครื่องยนต์คำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่หลุดจากโซ่ตรวน

    “เดี๋ยวก่อน...!”เดรโกยังพูดไม่ทันจบ

    หน้าต่างด้านข้างของรถของโฮมก็ถูกเลื่อนลงทหารมืดที่นั่งอยู่ข้างคนขับยกปืนกลขึ้น แล้วเสียงปืนก็ระเบิดขึ้นทันที

    ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!กระสุนพุ่งกราดใส่ลานกว้างเหมือนสายฝนเหล็กที่ตกกระหน่ำจากฟ้าก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว ฮาร์คที่กำลังย่อตัวเปิดกล่องไม้เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจกระสุนชุดแรกก็ฉีกผ่านอากาศเข้ามา

    ทหารคนหนึ่งข้างเขาถูกยิงทะลุหน้าอกแรงกระแทกทำให้ร่างเขากระเด็นถอยหลังเหมือนตุ๊กตาที่ถูกเตะเลือดพุ่งออกมาจากปากเป็นฝอยสีแดงเข้ม อีกคนโดนกระสุนเจาะเข้าที่ต้นคอเสียงกระดูกแตกดังกรอบ เลือดสาดออกมาราวกับมีใครเปิดก๊อกสีแดงในร่างกายเขาร่างของชายคนนั้นทรุดลงกับพื้นหินแกรนิตอย่างไร้เรี่ยวแรง

    “ซุ่มโจมตี!” เสียงตะโกนดังขึ้นทันที

    รถของโฮมยังคงพุ่งผ่านลานเหมือนลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศรปืนยิงต่อเนื่องจนกระสุนหมดแมกาซีน ปลอกกระสุนร้อนๆกระเด็นตกลงพื้นเหมือนเม็ดฝนโลหะ

    “พอแล้ว ไปกัน” โฮมบอกทหารมืดแล้วก็ขับรถคันนั้นก็เร่งความเร็วอีกครั้งพุ่งออกจากลานและหายไปตามถนนระหว่างตึก

    ทิ้งไว้เพียงเสียงปืนที่ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในอากาศและขบวนรถของเดรโกที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาด้านหลัง

    ในวินาทีต่อมาเสียงปืนจากรอบลานก็ระเบิดขึ้นพร้อมกันเหมือนนรกเปิดประตูกระสุนจำนวนมหาศาลพุ่งใส่ขบวนรถของพันธมิตรผู้แก้แค้นราวกับพายุเหล็ก

    กระจกหน้ารถแตกกระจายเหมือนน้ำแข็งที่ถูกทุบด้วยค้อนโลหะส่งเสียงดังลั่นเมื่อถูกกระสุนกระแทก

    “เชี่ยเอ๊ย!มีคนซุ่มอยู่!”

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน