ตอนที่ 672 ชายหนุ่มผู้น่าสงสาร (1)
สงสัยต้องออกไปรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียหน่อยแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าแขกกลุ่มนี้้าที่จะเข้ามายังูเาของเขาให้ได้เจิ้งฟู่ก็ไม่คิดที่จะนั่งรอคนกลุ่มนี้อยู่เฉยๆอีกต่อไป เขาลุกขึ้นและเดินออกจากบ้านพักไปก่อนจะส่งเสียงสัญญาณเรียกสิงโตปีกม่วงสองแม่ลูกมาหาเขา วี๊ด!ซึ่งหลังจากที่พวกมันทั้งสองตัวได้เสียงสัญญาณเรียกของเจิ้งฟู่พวกมันก็รีบมาหาเขาในทันที......
กรร!! กรร!!
สิงโตปีกม่วงทั้งสองตัวต่างก็ส่งเสียงตอบรับให้กับเจิ้งฟู่พร้อมกับก้มหัวของมันลงเพื่อแสดงความเคารพต่อเขา ถึงแม้เจิ้งฟู่จะอ่อนแอกว่าพวกมันแต่พวกมันก็มีจิตสำนึกและรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มคนนี้จริงใจและเชื่อถือได้พวกมันทั้งสองจึงเลือกที่จะติดตามเจิ้งฟู่......
“พวกเราจะไปต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญกันหน่อย!”เจิ้งฟู่พูดขึ้นก่อนจะะโขึ้นขี่หลังสิงโตปีกม่วงแล้วสั่งให้มันบินลงไปยังตีนเขาเพื่อไปพบแขกที่ไม่ได้รับเชิญในทันที......
ฟิ้ววววว!
ณตีนเขาทางขึ้นหน้าูเาส่วนตัวของเจิ้งฟู่......
“ลูกพี่ พวกเราจะขึ้นไปจริงเหรอ?”เสียงของชายร่างผอมเล็กพูดถามชายวัยกลางคนที่อยู่หน้าสุดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็กังวล......
“แกจะกลัวอะไรนี่เป็คำสั่งของนายน้อยเป่ยฉวนจากตระกูลพยัคฆ์เมฆา์เชียวนะหากพวกเราทำงานนี้ได้สำเร็จ รับรองว่าพวกเราจะมีเงินใช้ไปอีกนานเลย!!”ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าหันกลับมาตอบชายหนุ่มร่างผอมด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขปกติแล้วมันคงไม่กล้าที่จะบุกมายังสถานที่แห่งนี้แน่เพราะถึงพวกมันจะไม่ใช้ศิษย์ของนิกายบัญชา์พวกมันก็รู้ถึงกฎห้ามเข้าพื้นที่ส่วนตัวของศิษย์เหล่านี้ยิ่งเป็พื้นที่ส่วนตัวที่เป็ูเาทั้งลูกด้วยยิ่งแล้วใหญ่......
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะลูกพี่แต่ข้าคิดว่า.........”
“หากแกกลัวและปอดแหกก็กลับบ้านไปแล้วไม่ต้องรับส่วนแบ่งสำหรับภารกิจนี้แล้วอย่าได้มาบ่นทีหลังละว่าทำไมข้าไม่แบ่งเงินให้กับเ้า!”ชายวัยกลางผู้เป็หัวหน้าถึงกับอารมณ์เสียเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงพูดจาชวนให้รู้สึกแย่......
อ่า!
“เช่นนั้นข้าจะรอพวกท่านอยู่ที่นี้ก็แล้วกันงานนี้ข้าขอไม่รับส่วนแบ่งใดๆ!” ชายหนุ่มร่างผอมนั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนคนอื่นๆที่มันสามารถเข้าร่วมกลุ่มได้ก็เพราะความสามารถในการแกะรอยและเก่งเื่แผนที่หากไม่ใช่เพราะความสามารถนี้มันคงไม่ได้ร่วมกลุ่มแน่.......
“เอาเถอะ! ถ้างั้นแกก็รอพวกเราอยู่ที่นี้ก็แล้วกันเอาไว้เสร็จงานเมื่อไหร่ข้าจะมอบเงินบางส่วนให้ก็แล้วกันยังไงแกก็เป็ผู้นำทางให้กับพวกเรา หากไม่มีแกพวกเราคงหลงไปแล้ว!” ถึงแม้จะไม่ชอบใจกับคำตอบของชายหนุ่ม แต่ชายวัยกลางก็พอที่จะเข้าใจได้เพราะถึงชายหนุ่มจะไปกับพวกตนมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะชายร่างผอมคนนี้อยู่เพียงระดับราชันย์เทวะชั้นสูงเท่านั้น......
“ขอบคุณท่านหัวหน้า ถ้าเช่นนั้นข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี้ก็แล้วกันหากมีใครมาข้าจะรีบส่งสัญญาณบอกให้ท่านรู้ทันที!”ชายหนุ่มร่างผอมกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคนก่อนที่เขาจะหันหลังและเดินกลับไปยังหน้าทางขึ้นเขาเพื่อเฝ้าดูต้นทางให้กับพรรคพวกของตน.....
หลังจากที่ชายหนุ่มกับชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าตกลงกันแล้วชายวัยกลางคนก็พาลูกน้องคนอื่นๆตามขึ้นไปบนเขาในทันที ซึ่งเส้นทานขึ้นไปยัง้านั้นไม่ชันมากสามารถเดินขึ้นหรือขี้ม้าขึ้นไปได้แม้แต่รถม้าก็สามารถขึ้นได้เช่นกัน.......
ห่างออกไปจากจุดที่แขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้อยู่ประมาณห้าร้อยเมตร.......
“ดูท่าจะมีลูกแกะอยู่ในฝูงหมาป่าด้วยแหะ!”เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากของเขาหลังจากที่เขาเฝ้ามองดูแขกกลุ่มนี้อยู่สักครู่หนึ่งซึ่งในคราแรกนั้นเจิ้งฟู่คิดที่จะไปกล่าวทักทายแขกกลุ่มนี้เลยในทันทีแต่เขาก็หยุดก่อนที่จะถึงเพราะดันมาได้ยินบทสนทนาของชายหนุ่มเสียก่อน......
“ข้าจะมอบพวกมันให้กับเ้าทั้งสองเป็ผู้จัดการจัดการพวกมันอย่างให้มีชีวิตกลับลงมาได้ซัดคนเดียว ส่วนชายคนนั้นข้าจัดการเอง!”เจิ้งฟู่ไม่ได้สนใจแขกกลุ่มนั้นเท่าไหร่เขาจึงสั่งให้สิงโตปีกม่วงเพศเมียและลูกของมันเป็ผู้จัดการแทนด้วยระดับพลังแก่นแท้์ขั้นหกของสิงโตปีกม่วงเพศเมียนี้แขกกลุ่มนี้คงไม่มีใครเหลือหนีรอดความตายไปได้.....
กรร!! กรร!!
สิงโตทั้งสองต่างก็ส่งเสียงคำรามออกมาเบาๆเป็สัญญาณบอกว่ารับทราบก่อนที่สิงโตทั้งสองตัวจะจากไปยังทิศทางของชายวัยกลางคนและกลุ่มของมัน.......
โฮกกกกกกกกก!!
ตู้มมมมมมมมม!! ตู้ม!!ตู้ม!!
อ้า!!อ๊ากกกกกก!!
ม่ายยยยยยยยย!!
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงคำรามอย่างดุร้ายและน่ากลัวของสิงโตปีกม่วงก็ดังขึ้นก่อนที่เสียงร้องครวญครางอย่างเ็ปและทรมานจะดังตามหลังมา......
ท่านหัวหน้า?!
ซึ่งชายหนุ่มร่างผอมที่กำลังยืนเฝ้าต้นทางอยู่นั้นพลันตัวสะดุ้งขึ้นอย่างใพร้อมกับส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างหวาดกลัวชายหนุ่มจำเสียงของหัวหน้าตนได้เป็อย่างดีและเสียงร้องอย่างทรมานเมื่อครู่นี้ก็เป็เสียงของหัวหน้าตนไม่ผิดแน่......
“กะ.......กะ......เกิดอะไรขึ้น?หรือว่า...........”
“พวกนั้นตายหมดแล้ว โทษฐานที่เข้ามาในพื้นที่ของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเ้าโชคดีมากที่ไม่ตามพวกเขาเข้าไปด้วยไม่เช่นนั้นเ้าเองก็จะไดกลายเป็ปุ๋ยให้กับต้นไม้ใบหญ้าบนูเาลูกนี้เหมือนกับคนพวกนั้น!”แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้กล่าวจบ เสียงเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาซึ่งมันก็คือเสียงของเจิ้งฟู่ที่มาปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มแบบไม่ทันให้ตั้งตัวนั้นเอง.......
อ๊า!!
ตุบ!!
ชายหนุ่มถึงกลับสะดุดขาตัวเองล้มลงก้มกระแทกพื้นอย่างแรงเมื่อชายหนุ่มเห็นเจิ้งฟู่มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าตนราวกับภูตผีสีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มในตอนนี้แสดงให้เห็นว่าเขากำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด.......
“ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับนายท่านข้าน้อยผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่างฆ่าข้าน้อยเลย!!” ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอความเมตาจากเจิ้งฟู่ในทันทีหลังจากตั้งสติได้และเห็นว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของตนนั้นเป็คนไม่ใช่สัตว์อสูรที่ได้ยินเสียงก่อนหน้านี้......
“ใจเย็นๆ! ข้าบอกเ้าไปแล้วว่าไงว่าเ้าไม่ได้เข้ามาในเขตพื้นที่ของข้ามันจึงไม่มีความจำเป็ที่ข้าจะต้องฆ่าเ้าแต่ข้าอยากรู้ว่าใครเป็คนสั่งให้พวกเ้าตามข้ามา?”เจิ้งฟู่ไม่ได้คิดที่จะสังหารชายหนุ่มคนนี้อยู่แล้วที่เขาอยากรู้คือใครเป็คนสั่งให้พวกมันตามเขามาเพราะเขามาไม่ทันตอนที่ชายหนุ่มพูดถึงผู้บ่งการกับชายวัยกลางคนในตอนแรก......
“เป็นายน้อยเป่ยฉวนขอรับ!เป็นายน้อยเป่ยฉวนที่สั่งให้พวกเราทั้งหมดมาตามสืบดูว่านายท่านพักอยู่ที่ใดและหากว่าท่านไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่หรือกองกำลังใหญ่ใดๆก็ให้สังหารท่านซะซึ่งท่านหัวหน้าที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้ตัดสินใจที่สังหารนายท่านเพราะเห็นว่าท่านนั้นยัง.........”
“อ่อนแอกว่าหัวหน้าของเ้าใช่หรือไม่?”เจิ้งฟู่รู้ดีว่าประโยคสุดท้ายของชายหนุ่มคืออะไร ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดจะเถียงหรือแก้ตัวใดๆเลยมันเป็ความจริงที่เขานั้นอ่อนแอกว่าชายวัยกลางคนเนื่องจากชายวัยกลางคนมีพลังระดับ์ก่อเกิดขึ้นที่สี่แล้วอย่างมากสุดเขาก็ปะทะได้แค่กับคนที่อยู่ระดับ์ก่อเกิดขึ้นที่สองเท่านั้นดังนั้นเจิ้งฟู่จึงได้มอบหมายหน้าที่จัดการชายวัยกลางคนให้กับสองแม่ลูกสิงโตปีกม่วงแทน......
พรึบ!! พรึบ!!
กรร!! กรร!!
และในขณะนั้นเองสิงโตปีกม่วงแม่ลูกก็บินกลับมาหยุดที่ข้างๆเขาพอดีและที่มุมปากของพวกมันทั้งสองตัวนั้นยังคงมีคาบเืและหยดเืสดๆที่หยดลงพื้นซึ่งเืเหล่านี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็เืของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนั้น.......
“พวกเ้าทั้งสองทำงานได้ดีมากเอาไว้กลับขึ้นไปแล้วข้าจะมอบรางวัลให้ ตอนนี้พวกเ้าทั้งสองไปได้แล้วหากมีอะไรเกิดขึ้นอีกข้าจะเรียกเอง!” เจิ้งฟู่รู้สึกพึงพอใจกับผลงานที่ทั้งสองตัวทำมากเขากล่าวชมมันทั้งสองก่อนจะสั่งให้พวกมันกลับขึ้นเขาไปได้......
กรร! กรร!
สิงโตปีกม่วงแม่ลูกส่งเสียงคำรามเบาๆเพื่อตอบรับก่อนที่พวกมันทั้งสองจะบินจากไปและหายเข้าไปในป่าทึบโดยไม่อาจมองเห็นได้อีก......
“เอาละ! เรามาเข้าเื่กันต่อดีกว่าเ้าบอกว่าคนที่สั่งพวกเ้ามาคือศิษย์พี่เป่ยฉวนจากตระกูลพยัคฆ์เมฆา์ใช่หรือไม่?”เจิ้งฟู่กลับมาพูดกับชายหนุ่มต่อพร้อมกับถามย้ำออกไปอีกครั้งว่าคนที่สั่งการให้พวกของชายหนุ่มสะกดรอยตามเขานั้นคือศิษย์พี่ฝ่ายในเป่ยฉวน......
“ถูกต้องแล้วขอรับนายท่าน เป็นายน้อยคนนั้นเลยทว่าพวกเราไม่ได้พบเจอกับนายน้อยคนนั้นโดยตรงหรอกพวกเราเพียงรับงานมาจากคนสนิทของเขาเท่านั้น!” ชายหนุ่มพยักหน้าและตอบกลับคำตอบเดิมของเขาทว่างานที่พวกเขารับมานั้นไม่ใช่มาจากเป่ยฉวนโดยตรงแต่เป็ผู้อื่นที่มามอบหมายงานให้กับพวกมันแทน......
“คนสนิท?คนสนิทคนนั้นเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่หน้าตาดุๆหรือป่าว?”ในตอนนั้นเองเจิ้งฟู่ก็นึกถึงใครคนหนึ่งได้หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของชายหนุ่มก่อนที่เขาจะถามชายหนุ่มร่างผอมกลับไปว่าคนที่มาจ้างวานนั้นเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่หน้าตาดุๆหรือไม่......
“ใช่! ใช่ขอรับนายท่านเป็ชายคนนั้นเลยที่มาจ้างวานพวกเราเขาบอกว่าเป็คำสั่งของนายน้อยเป่ยฉวนที่สั่งเขามาอีกทีด้วยอำนาจและฐานะของนายน้อยเป่ยฉวน มีหรือที่พวกเราจะกล้าขัดไม่รับงานของเขาและเพราะแบบนั้นพวกเราจึงต้องมาที่นี้!” ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่หัวหน้าของตนรับงานก่อนหน้านี้และเขาก็จำใบหน้าของชายที่มาว่าจ้างพวกของตนได้ซึ่งมันเป็คนคนเดียวกันกับที่เจิ้งฟู่ถามออกไปเลย เขาจึงได้ตอบว่าใช่......
อื้ม!!
“ที่แท้ก็เป็พวกเห็บข้างไข่พวกนี้เองข้าก็คิดอยู่ว่าคนอย่างศิษย์พี่เป่ยฉวนที่มองไม่เห็นใครที่ระดับต่ำกว่าอยู่ในสายตาแบบนั้นจะให้ความสนใจกับข้าคนนี้แต่หากเป็เ้าตัวใหญ่นั้นมันก็อีกเื่หนึ่งด้วยฐานผู้ติดตามแล้วมันสามารถกล่าวอ้างชื่อของศิษย์พี่เป่ยฉวนได้ หึ!ได้เลย! ในเมื่อเ้า้าที่จะเล่นกับข้าแบบนี้เอาไว้คราวหลังที่เราเจอกันข้าจะจัดให้งามๆเลย!!”
เจิ้งฟู่ไม่คิดว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่เื้ัการว่าจ้างอันธพาลกลุ่มนี้จะเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เขาพูดข่มขู่เอาไว้ในตอนที่อยู่ในหอตำราและเมื่ออีกฝ่ายคิดที่จะเอาชีวิตเขาแล้วมันก็ไม่มีความจำเป็ที่เขาจะต้องไปญาติดีด้วยกับมันแต่เขาคงไม่อาจสังหารมันภายในนิกายได้ เพราะนิกายบัญชา์มีกฏห้ามฆ่ากันเองเว้นเสียแต่จะขึ้นเวทีประลองเป็ตายเท่านั้น......
“เช่นนั้นข้าน้อยสามารถไปได้แล้วใช่ไหมขอรับ?!”เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าเจิ้งฟู่ไม่คิดที่จะความตนแล้วชายหนุ่มก็พลันพูดถามขึ้นว่าตนสามารถไปจากที่นี้ได้หรือยัง.......
ยัง!!
อ่า!!
คำคำเดียวทำเอาชายหนุ่มสั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยถึงคำคำนี้จะไม่ได้ดังหรือแฝงไปด้วยคลื่นพลังใดๆแต่มันเป็ดังคำพูดที่คมราวกับใบมีดพุ่งตรงมาจอที่ลำคอของมันเอาไว้......
“นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!ข้าน้อยบอกความจริงไปหมดแล้วข้าน้อยขอสาบานต่อ์และองค์เทพพระเ้าทุกพระองค์ว่าสิ่งที่ข้าน้อยพูดไปนั้นเป็ความจริง!”ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเจิ้งฟู่ยัง้าอะไรจากตนอีกซึ่งสิ่งที่ชายหนุ่มพูดไปนั้นล้วนเป็ความจริงทั้งหมดแล้ว......
“ข้าบอกไปแล้วว่าข้าจะไม่ฆ่าเ้าแต่ข้าก็ยังปล่อยเ้าไปในตอนนี้ไม่ได้ จากที่ข้าดูเ้าคงจะมีข้อมูลดีๆที่ข้ายังไม่รู้อีกมากและข้าก็อยากรู้ข้อมูลเ่าั้ทั้งหมด ดังนั้นเ้าต้องตามข้าขึ้นไปข้างบนก่อน!”ที่เจิ้งฟู่ยังไม่ปล่อยชายหนุ่มไปก็เพราะเขาคิดว่าชายหนุ่มจะต้องรู้ข้อมูลที่เกี่ยวกับพื้นที่ด้านนอกนิกายเป็แน่เพราะแบบนั้นเจิ้งฟู่จึงต้องให้ชายหนุ่มอยู่ก่อน.....
อ่า!