ตอนที่39 ความลับของสมาชิก
เมืองอู๋โจว
ประตูเมืองทางทิศเหนือปรากฏร่างของชายหนุ่มสองคนและหญิงสาวอีกหนึ่งคนที่กำลังเดินเข้ามาในเมืองสภาพของหญิงสาวนั้นไร้รอยขีดข่วนเสื้อผ้าสะอาดหมดจดเธอเดินยิ้มแย้มอย่างสบายใจ
แต่ทว่าชายหนุ่มอีกสองคนที่มาด้วยกันนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกันเลย สภาพที่คล้ายกับขอทาน! ทั้งคู่สวมชุดจอมยุทธที่มีสภาพขาดรุ่งริ่งมีเศษดินโคลนเปราะเปื้อนเต็มไปหมดมีทั้งเศษกิ่งไม้และใบไม้ติดอยู่ตามเสื้อผ้า
ทีชที่ออกไปเก็บเลเวลตั้งแต่เช้ากำลังเดินอย่างหมดสภาพการเก็บเลเวลของวันนี้นั้นทีชคิดว่าเป็นการเก็บเลเวลที่ทรมานที่สุด
ทีชที่เดินอย่างอ่อนแรงหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่เดินอยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้น
“หมิง...พ...พี่จะเดินไม่ไหวแหล่ว...ท...ทำไมอิจิโนเสะถึง...โหดแบบนี้นะ”
“พี่อย่าพึ่งถาม...ผมเองก็ฝืนจนร่างกายจะพังอยู่แล้ว!” หมิงตอบทั้งๆที่มือกำลังใช้ไม้พลองช่วยพยุงตัวเวลาเดิน
ทีชแหละหมิงต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้นี้นั้นไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บทางร่างกายหรือกำลังภายในเลยทั้งคู่แค่หมดแรงเท่านั้นแต่การหมดแรงของทั้งคู่นั้นมาจากการทรมานของอิจิโนเสะในระหว่างเก็บเลเวลเพราะอิจิโนเสะนั้นลากสัตว์อสูรมาให้ทีละจำนวนมากแถมยังบังคับทั้งข่มขู่ห้ามทั้งคู่วิ่งหนีทีชกับหมิงนั้นแทบจะสู้ไปดื่มน้ำยาเพิ่มพลังไปโดยไม่ได้มีเวลาพักเลยและเมื่อทีชกับหมิงอยากจะขอเวลานอก อิจิโนเสะก็พูดขึ้นว่า
‘เมื่อตั้งกิลแล้วก็จะหลีกเลี่ยงสงครามหรือกิลอื่นไม่ได้อีกในเมื่อตอนนี้ยังมีเวลาก็ควรจะทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด!’
และสุดท้ายอิจิโนเสะยังบอกอีกว่า
‘จะน่าอายขนาดไหนถ้าคนอื่นรู้ว่าแม่ค้าในกิลยังเลเวลเยอะกว่าหัวหน้ากิลแบบนี้’
ทีชและหมิงที่โดนหญิงสาวตรงหน้าพูดจาดูถูกแล้วดูถูกเล่าก็เกิดแรงฮึดทั้งคู่ลุยฆ่าสัตว์อสูรตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำพอกลับเมืองมาสุดท้ายจึงมีสภาพเช่นนี้นั่นเอง
ในระหว่างที่กำลังเดินไปโรงเตี้ยมอยู่เมื่ออิจิโนเสะเผลอทีชรีบหันไปกระซิบกับหมิงว่า ‘ครั้งหน้าพวกเราแอบออกไปเก็บเลเวลกันเองนะ ห้ามบอกคุณแม่เด็ดขาด’
หมิงพยักหน้ารัวๆโดยไม่มีข้อโต้แย้งในวันนี้พวกเขาทั้งสองรู้ซึ้งแล้วว่าถ้ามีแม่เป็นคนเจ้าระเบียบจะเป็นอย่างไรหมิงได้แต่นึกถึงเพื่อนในห้องเรียนในสมัยเด็กที่มักบ่นว่าคุณแม่ของเขาเป็นคนเจ้าระเบียบชอบเข้มงวดแล้วก็ดุร้ายวันนี้หมิงได้สัมผัสและรับรู้ความรู้สึกของเพื่อนคนนั้นแล้ว
ส่วนทีชนั้นกำลังนึกถึงว่าต่อให้เจอผู้หญิงที่สวยแค่ไหนแต่ถ้าเป็นคนเจ้าระเบียบแบบนี้เขาจะไม่มีทางแต่งงานด้วยเด็ดขาด!
…….
โรงเตี้ยมในเมืองอู๋โจว
“ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าไปทำอะไรกันมาทำไมถึงมีสภาพเหมือนขอทานแบบนี้ได้ ฮ่าๆๆๆ”อลาโน่ที่รออยู่ที่โรงเตี้ยมพูดไปหัวเราะไปหลังจากที่เห็นสภาพของทั้งคู่
“หืม...มีคนที่ยังไม่สำนึกสินะ” อิจิโนเสะพูดพลางหรี่ตามองไปยังอลาโน่พร้อมกับลุกขึ้น
อลาโน่เห็นเช่นนั้นก็ไม่พูดพร่ำต่อเขาหุบปากแล้วรีบเผ่นแนบออกไปจากโรงเตี้ยมทันที
เมื่ออิจิโนเสะเห็นอลาโน่หนีไปก็หันมาหาดาร์คที่ยังนั่งอยู่ “นี่ดาร์คทำไมนายถึงไม่เตือนเพื่อนหน่อยละ”
หมิงกับทีชที่ก้มหน้าฟุบโต๊ะอย่างหมดแรงอยู่นั้นเมื่อได้ยินทั้งคู่รีบเงยหน้าขึ้นมามองดาร์คอย่างคาดหวังในคำตอบ
“ข้าเคยพูดกับหมอนั่นไปหลายครั้งแล้วแต่...เธอก็รู้นี่ว่าอาชีพที่หมอนั่นเล่นในสมัย MO คืออัศวินแสงน่ะแต่เกม LC ไม่มีอัศวินแสงหมอนั่นเลยต้องเลือกแบบนี้ไง” ดาร์คตอบ
“แล้วทำไมถึงไม่เลือกเล่นอัศวิน! บาทหลวงบ้าอะไรถือโล่!แล้วไหนจะเรื่องที่ไปประมูลสกิล ‘โล่แห่งอิสรภาพ’ มาอีก หมอนั่นลงทุนขนาดนี้แต่สกิลของอาชีพตัวเองกลับไม่คิดจะใช้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่”ทีชที่ได้ยินโพล่งถามขึ้นมาเสียงดัง จนทำเหมิงที่อยู่ข้างๆ สะดุ้ง
………
ย้อนกลับไปช่วงเช้า
ในขณะที่ทีชหมิง และอิจิโนเสะกำลังเดินออกจากเมืองเพื่อไปเก็บเลเวลที่หุบเขาอิจิโนเสะได้บอกให้ทีช ‘เปิดเข้าไปดูหน้าต่างระบบกิล’แล้วเธอก็บอกให้ทีชทำการจัดวางตำแหน่งให้กับสมาชิก แต่ทว่าระหว่างที่ทีชกำลังจัดตำแหน่งให้กับสมาชิกอิจิโนเสะได้บอกให้ทีชดูตรงรายชื่อของ อลาโน่กับมอนจี เป็นพิเศษและในเมื่อทีชเปิดดูก็พบว่า
“มอนจีเป็นจอมยุทธ ส่วนอลาโน่เป็นบาทหลวง?” ทีชเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
“สำหรับมอนจีไม่ต้องแปลกใจไปหรอกพลังน้ำแข็งของมอนจีไม่ได้มาจากเวทมนตร์แต่มาจากพลังปราณเหมือนกับข้าที่มีพลังของธาตุไฟความจริงพวกเราได้หยดเลือดจากสัตว์เทพในตอนที่ไปทำเควสด้วยกันซึ่งหยดเลือดเหล่านั้นทำให้ข้ามีพลังปราณเป็นธาตุหยางรุนแรงส่วนของมอนจีจะมีธาตุหยิน แต่ข้าจะบอกอะไรให้อีกอย่างนะที่มอนจีทำให้ดูเหมือนเป็นจอมเวทได้นั่นเพราะมอนจีเป็นอัจฉริยะในการควบคุมลมปราณ!”
“หมอนั่นใช้แค่การควบคุมลมปราณออกไปในอากาศก็เสกน้ำแข็งขึ้นได้อย่างกับเวทมนตร์ถึงแม้ในอากาศจะมีมวลของน้ำอยู่แต่ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้นก็ต้องเรียกว่าอัจฉริยะแหละนะ”ทีช ที่รู้ความจริงจากกุยแกมานานแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
อิจิโนเสะได้ยินทีชเอ่ยด้วยใบหน้านิ่งเฉยก็รู้สึกทึ่งที่หัวหน้ากิลของเธอไม่ได้ตกใจอย่างที่เธอคิดเพราะคนส่วนมากมักจะเข้าใจผิดคิดว่ามอนจีเป็นจอมเวทหลายคนที่ได้สู้กับมอนจีจึงมักเข้ามาโจมตีประชิดตัวเพราะจอมเวทมักจะมีร่างกายอ่อนแอและอ่อนด้านการต่อสู้ระยะประชิดแต่พอศัตรูเหล่านั้นได้รู้ความจริงก็มักจะสายไปเสียแล้วศัตร์ทุกคนล้วนตกอยู่ในแผนของมอนจีไปเรียบร้อยแล้ว
เหมือนกับตอนที่เบ้งตัดพลาดท่าเผลอเข้ามาในระยะโจมตีที่ถนัดของมอนจีจนสุดท้ายโดนฝ่ามือที่แฝงพลังหยินเข้าไปจนทำให้การโคจรลมปราณติดขัดซึ่งในตอนนั้นเบ้งตัดก็รู้ความจริงเช่นกันเพียงแต่ว่าไม่กี่วันต่อมาเบ้งตัดก็โดน ‘กวนเป๋ง’ ฆ่าตายเสียก่อน จึงมีเพียงกุยแกที่ยืนมองการต่อสู้อยู่ห่างๆที่เดาออก
“พี่มอนจี เป็นจอมยุทธ!”หมิงที่พึ่งจะเปิดดูหน้าต่างกิลเหมือนกันพึ่งจะเห็น จึงตะโกนออกมาอย่างตกใจแต่เพียงแค่พริบตาเด็กหนุ่มก็กำหมัดแน่นคล้ายกับดีใจอะไรบางอย่าง
‘ฮะๆ หมอนี่คงไม่ได้คิดจะไปท้าดวลกับมอนจีหรอกนะแต่พูดถึงถ้าต้องสู้กันจริงๆ สองคนนี้ใครจะชนะนะ’ทีชที่เห็นอาการของหมิงก็พอจะเดาออก
……..
ตัดกลับมาที่โรงเตี้ยมในเวลาปัจจุบัน
“อลาโน่เป็นบาทหลวงจริงๆ งั้นเหรอ” ทีชยังคงทำใจยอมรับไม่ได้เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันอลาโน่ใช้ดาบกับโล่มาตลอด แถมยังสวมชุดอัศวินสีขาวทีชยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจในตัวของอลาโน่
บาทหลวงหรือ พรีส เป็นอาชีพสายซัพพอร์ตที่มีอยู่ในหลายๆ เกม ซึ่งในเกม LC ก็มีเช่นเดียวกันผู้เล่นที่เล่นอาชีพนี้จะถูกบังคับให้เล่นสายพลังเวทเท่านั้นไม่สามารถเลือกใช้พลังปราณและพลังจิตได้
แต่ทว่าอลาโน่ตอนอยู่ในเกม MO นั้นเล่นอัศวินแห่งแสงที่เป็นอาชีพสายต่อสู้ระยะประชิด และมีเวทธาตุแสงใช้คู่กับการต่อสู้โดยอัศวินแห่งแสงจะมีเวทที่ใช้บัพตัวเองและคนอื่นได้ด้วย
แต่บาทหลวงที่อลาโน่เล่นในเกม LC นั้นเหมือนกับอาชีพสายจอมเวทแต่จะตรงกันข้ามคือไม่มีธาตุให้เลือกใช้แต่จะมีสกิลสำหรับบัพตนเองและคนในทีมเท่านั้นจนกว่าจะถึงเลเวล 200 ถึงจะเริ่มมีสกิลที่ช่วยในการโจมตีมาให้และนี่คือเหตุผลที่อลาโน่เก็บเลเวลได้ช้าและต้องเดินทางกลับมาช่วยดาร์คเก็บเลเวลเพราะถ้าไม่มีเพื่อนช่วยเก็บเลเวลอาชีพบาทหลวงถือเป็นอาชีพที่เก็บยากที่สุดในเกม LC นอกเสียจากว่าผู้เล่นจะมีวิชาการต่อสู้ในโลกจริงถึงจะพอช่วยได้เพียงแต่บาทหลวงไม่สามารถใช้พลังปราณและจิตนั่นนั่นหมายความว่าต่อให้หมิงไปเป็นเล่นบาทหลวงหมิงก็ไม่สามารถสร้างวิชาพลองที่หมิงใช้อยู่ในเวลานี้ได้เพราะสายเวทไม่ไม่สามารถสร้างวิชาขึ้นมาได้จะต้องไปค้นหาเวทหรือไปเรียนกับNPCเท่านั้น
“ใช่หมอนั่นเป็นบาทหลวง ส่วนเหตุผลก็รู้ๆกันอยู่นี่หมอนั่นชอบอะไรที่เป็นสีขาวหรือแสงสว่าง! แต่สำหรับเกม LC อัศวินขั้นสูงนั้นมีให้เลือกคือ ผู้พิทักษ์ที่เป็นอัศวินเต็มตัวซามูไรที่เป็นสายแยกออกไป และเบลดมาสเตอร์ซึ่งทั้งหมดนั่นไม่มีอาชีพไหนคล้ายกับอัศวินแห่งแสงในเกม MO เลยหมอนั่นจึงไปเล่นบาทหลวง เพราะในเกมนี้นะมีอยู่หนึ่งอาชีพที่คล้ายอัศวินแห่งแสงและยังเป็นอาชีพที่ต่อจากบาทหลวงด้วย” ดาร์คอธิบาย
“อาชีพที่สามารถเปลี่ยนได้หลังจากเป็นบาทหลวงเลเวล 200 ขึ้นไป ‘พาลาดิน’ สินะคะ” อิจิโนเสะที่เป็นผู้เล่นเก่าในเกมMO และยังเป็นผู้เล่นที่ก้าวข้ามเลเวล 200 ไปแล้วย่อมรู้ดีว่าสกิลหรือวิชาของอาชีพไหนคล้ายกับ อัศวินแห่งแสงในเกม MO
“ข้าเองก็เล่นเกม MO ย่อมพอรู้มาบ้างว่ามันคล้ายกันมากที่สุดแต่ที่ไม่เข้าใจคือแล้วทำไมหมอนั่นถึงไม่ยอมใช้สกิลของบาทหลวงโดยเฉพาะสกิล ‘ฮิล’แต่หมอนั่นกลับใช้แต่สกิลโล่แห่งอิสรภาพ!” ทีช เอ่ยถามอีกครั้ง
“ก็บอกแล้วไงว่าหมอนั่นอยากเป็นอัศวินแห่งแสงแบบเดิมจะให้มาฮิลแล้วจะเป็นอัศวินแห่งแสงได้ยังไง!สำหรับหมอนั่นอัศวินแห่งแสงต้องยืนอยู่แนวหน้าอย่างสง่างามไม่ใช่ยืนอยู่ข้างหลังแล้วคอยฮิล!” ดาร์คพูดจบก็ถอนหายใจอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่าย
ในฐานะเพื่อนนั้นดาร์คเอ่ยเตือนอลาโน่หลายครั้งแล้วให้ตั้งใจทำหน้าที่ตามอาชีพของตนดีๆพอเลเวล 200 ได้เปลี่ยนสายอาชีพค่อยกลับไปเล่นแบบเดิมแต่อลาโน่ผู้มีความคิดเป็นของตัวเองเสมอย่อมไม่เชื่อฟัง อลาโน่ถึงกับลงทุนซื้อสกิล‘โล่แห่งอิสรภาพ’ ที่เป็นสกิลราคาแพงเพราะทุกอาชีพสามารถเรียนรู้ได้แต่ว่าผู้เล่นจะต้องถือโล่เท่านั้นมาใช้ก็เพื่อที่อลาโน่จะได้ออกไปแนวหน้าได้อย่างสง่างามสมกับเป็นสุภาพบุรุษ
เกม LC นั้นค่อนข้างอิสระเพราะมีหลายอาชีพและมีพลังให้เลือกเล่นถึง 3 สาย แม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ผู้เล่นก็สามารถใส่ได้ทุกรูปแบบไม่มีอาชีพไหนกำหนดตายตัวซึ่งในความเป็นจริงผู้เล่นบางคนก็ใช้วิธีนี้ในการปกปิดอาชีพที่แท้จริงของตัวเองไว้หลอกศัตรูเวลาต่อสู้ศัตรูจะได้เดาทางไม่ถูก
แต่กับอลาโน่ทีชคิดยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆถ้าตัดเรื่องความชอบในการแต่งกายออกไป เพราะบาทหลวงใส่เกราะหนักก็ใช่ว่าจะเป็นไปไมได้แต่สำหรับบาทหลวงที่ไม่ใช้เวทมนตร์ซัพพอร์ตแต่กลับถือดาบกับโล่เข้าต่อสู้ระยะประชิดตลดเวลาแบบนี้ทีชคิดไม่ถึงอย่างแท้จริง
‘อ่า...พี่อลาโน่ช่างเป็นคนที่เดาทางได้ยากอย่างแท้จริง’หมิงคิดอย่างชื่นชมในตัวของอลาโน่.....
..........
ตำแหน่งปัจจุบันของสมาชิกกิลAdmiration
หัวหน้ากิล : ทีช เลเวล 138 อาชีพ - จอมยุทธ/ยังไม่มี
รองหัวหน้าคนที่ 1 : เว่ยเถียน เลเวล 210 อาชีพ -จอมยุทธ/นักผจญภัย
รองหัวหน้าคนที่ 2 : ดาร์ค เลเวล 143 อาชีพ -เบลดมาสเตอร์/ไม่มี
เสนาธิการคนที่ 1 : กุยแก เลเวล 300 อาชีพ –กุนซือ/แม่ทัพ
เสนาธิการคนที่ 2 :
แม่ทัพคนที่ 1 : หมิง เลเวล 159 อาชีพ -จอมยุทธ/ไม่มี
แม่ทัพคนที่ 2 : มอนจี เลเวล 193 อาชีพ -จอมยุทธ/ผู้ฝึกสัตว์
แม่ทัพคนที่ 3 : อิจิโนเสะ เลเวล 236 อาชีพ -ซามูไร/องครักษ์
แม่ทัพคนที่ 4 : ฮิเดโยชิ เลเวล 300 อาชีพ –แม่ทัพ/กุนซือ
แม่ทัพคนที่ 5 : องค์หญิงผิงหยาง เลเวล 300 อาชีพ- องค์หญิง/แม่ทัพ
สมาชิกคนที่ 1 : อลาโน่ เลเวล 161 อาชีพ -บาทหลวง/นักการทูต
สมาชิกคนที่ 2 : ปรางจี เลเวล 155 อาชีพ -แม่ค้า/ผู้ฝึกสัตว์/ช่างตัดเย็บ
สมาชิกคนที่ 3 : สมิท เลเวล 112 อาชีพ -อัศวิน/ช่างตีเหล็ก
สมาชิกคนที่ 4 : อัลเฟรด เลเวล 165 อาชีพ -อัศวิน/องครักษ์
สมาชิกคนที่ 5 : เหิ่นซ่วย เลเวล 184 อาชีพจอมยุทธ/พ่อครัว
(ท่านสามารถแต่งตั้งตำแหน่งให้กับ NPC ได้เพื่อช่วยในการบริหารและยังสามารถเพิ่มตำแหน่งเสนาธิการและแม่ทัพได้มากขึ้นหากมีเมืองในครอบครองเมืองในครอบครอง 1 เมืองจะเพิ่มตำแหน่งแม่ทัพได้ 1 คน และถ้ามีเมืองในครอบครอง 3 เมืองจะเพิ่มตำแหน่งเสนาธิการได้อีก1 คน)