Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    76 มาถึง

    “  แอ็กเซล แกอยู่ไหน ”


    เสียงจากปลายสายทำให้แอ็กเซลรู้ว่าเพื่อนของตนเองไม่สามารถเดินทางกลับสถาบันได้เช่นเดียวกัน


    “ อยู่ในฐาน ”


    “ ออกมานี่เร็วเข้า มีบางอย่างที่แกจะต้องดู ”


    แอ็กเซลปิดโทรศัพท์แล้วนำเสื้อขึ้นมาสวมใส่ ตลอด 7 วันที่เขาอยู่ภายในห้องนอกจากใช้สกิลและดื่มยาแล้ว เขาไม่ได้ทำสิ่งใดเลยเพราะไม่สามารถออกไปนอกฐานได้ หากไม่ใช่ระดับ 5 ดาว ดังนั้นเขาจึงพยายามตามข่าวเผ่าเดม่อนตลอดเวลา  ตั้งแต่ที่เขากลับฐานก็เริ่มมีข่าวการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และเดม่อนปรากฎออกมาให้เห็น ตอนนี้การปะทะกันเกิดขึ้นมากกว่า 100 ครั้งแล้ว เพียงแต่ว่าทุกครั้งที่ปะทะกันไม่ได้เกิดอยู่ใกล้กับฐานดาวโนวา


    “ มีอะไร ”


    แอ็กเซลเดินมาเจอเมสันหน้าทางเข้าตึกหลัก ในระหว่างนี้เขาสังเกตได้ว่านักศึกษาออกไปด้านนอกตึกพลางหันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาจึงทำตามเพราะเมสันชี้ให้เขามองดูบนท้องฟ้าไม่ต่างกัน


    เมื่อสายตาหันมองขึ้นไปด้านบน กลางหน้าผากของแอ็กเซลก็เริ่มปรากฎรอยย่นในทันที บนท้องฟ้าที่ไร้ก้อนเมฆกำลังแสดงภาพอันน่าตื่นตะลึงออกมา  วัตถุหลากหลายรูปร่างที่กำลังลอยอยู่ภายในอวกาศกำลังบินไล่ล่ากัน ยานที่เขามองเห็นเป็นยานของสหพันธ์เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตามมันกลับมียานรบสีดำและสีแดงเลือดบินวนอยู่รอบๆ คอยใช้ปืนใหญ่ยิงสวนการโจมตีของยานรบสหพันธ์ ภาพที่เห็นตอนนี้ราวกับเป็นภาพในหนังแอ็กเซลจึงมองด้วยความสนใจ


    “ ทำไมฐานไม่แจ้งเตือนล่ะ ”


    “ ดูท่าฐานจะประเมินแล้วว่าการต่อสู้นี้จะมาไม่ถึงพื้นที่ที่เราอยู่ ”


    “ แล้วแบบนี้เราจะต้องทำยังไง ”


    ภายในเครือข่ายมีวิธีปฎิบัติตัวเขียนเอาไว้ นักศึกษาและเจ้าหน้าที่สามารถอ่านทำความเข้าใจได้ แอ็กเซลกลับอยากได้ความคิดจากเพื่อนของตนเองเขาจึงสอบถามเผื่อจะได้คำตอบที่แตกต่าง


    “ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อใดก็ตามที่ยานอวกาศพวกนั้นจอดเทียบชั้นบรรยากาศนอกสุด ตอนนั้นแหละเราถึงจะได้ต่อสู้ ”


    การจอดเทียบชั้นบรรยากาศที่เมสันพูดถึง แอ็กเซลเข้าใจเป็นอย่างดี มันเป็นการจอดยานเพื่อให้เจ้าหน้าที่บนยานและเผ่าเดม่อนเข้ามาที่นี่จากทางอวกาศ พวกเขาไม่สามารถขับยานพุ่งเข้ามาได้ก็เพราะว่าที่แห่งนี้มีม่านพลังที่คอยคัดกรองไม่ให้ผู้ที่มีระดับสูงกว่า 5 ดาวเดินทางเข้ามาได้ ดังนั้นยานรบที่กำลังต่อสู้กันจึงไม่สามารถบินลงมาที่นี่ได้หากพวกเขาไม่นำแหล่งพลังงานระดับ 6 ดาวออกจากยานไปทั้งหมด


    ในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจกับการต่อสู้บนอวกาศ ฐานโนวาก็เริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนดังสร้างความวิตกให้ทุกคนไม่น้อย 


    [  โปรดทราบ พบการต่อสู้ระหว่างเผ่าเดม่อนและเจ้าหน้าที่ห่างออกไป 15 กิโลเมตรทางทิศ 9 นาฬิกาของฐานโนวา ขอให้นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ภายในฐานเตรียมตัวให้พร้อม ขอย้ำ! ]


    เสียงประกาศของเจ้าหน้าที่หญิงสร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้นักศึกษาหลายคนที่เคยเข้ามาสนามรบปฐมภูมิเช่นเดียวกับแอ็กเซล ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบเจอกับการมาของเผ่าเดม่อน


    “ ไม่ต้องตกใจเพื่อน ยังไงเราก็ยังไม่ถูกเรียก จะมีแค่ระดับ 5 ดาวเท่านั้นที่ถูกส่งไปก่อน ถ้าหากสถานการณ์ร้ายแรงกว่านี้ระดับ 4 ดาวถึงจะถูกเรียก ตอนนั้นจะเป็นช่วงที่เราต้องออกไป ”


    “ ฉันเป็น 3 ดาว ” แอ็กเซลหันไปคุยกับเมสัน ฝ่ายตรงข้ามที่รู้เกี่ยวกับระดับที่แท้จริงของแอ็กเซลถึงขั้นอ้าปากกว้าง เนื่องจากเพื่อนของเขาอยู่ในกลุ่มสุดท้ายที่ถูกเรียก ต่างจากเขาที่เป็นระดับ 4 


    “ แกยังไม่เป็นระดับ 4 เหรอ ”


    “ ใครบ้าที่ไหนจะเลื่อนระดับได้เร็วขนาดนั้นกัน ”


    “ ก็แกนี่ไง ผ่านมาไม่กี่เดือนเป็นระดับ 3 แล้ว ”


    หว๋อ!


    เสียงแจ้งเตือนดังออกมาจากฐานโนวาอีกครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นนักศึกษาหลายคนก็ได้ยกโทรศัพท์ของพวกเขาออกมา เนื่องจากว่าได้รับข้อความจากทางฐานให้เข้าสู่คำสั่งต่อสู้ เจ้าหน้าที่ของฐานที่เข้าไประงับเหตุมีจำนวนไม่เพียงพอจึงต้องขอความร่วมมือจากนักศึกษา


    เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง นักศึกษาระดับ 5 คือกลุ่มเป้าหมายของการประกาศ แอ็กเซลจึงใช้โอกาสนี้สำรวจระดับ 5 ภายในฐานโนวาว่ามีเยอะแค่ไหน


    หลังจากเสียงประกาศจบลงไป นักศึกษาราว 100 คนได้เดินออกมาจากฐานดาวโนวา ระดับของพวกเขาล้วนแล้วเป็นระดับ 5 ชุดเกราะแต่ละคนที่สวมทับล้วนเป็นระดับไม่ต่างกัน แอ็กเซลสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากระดับ 5 เหล่านี้ 


    “ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไปล่าที่ไหนกันนะ ”


    เมสันได้ยินเสียงคำพูดที่เหมือนจะคุยกับตนเอง เขาจึงอาสาตอบคำถาม


    “ ระดับ 5 มีพื้นที่พิเศษของพวกเขา ภายในสนามรบปฐมภูมิไม่ได้มีแค่ซากโบราณสถานระดับ 4 ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถประเมินระดับได้ นักศึกษาระดับ 5 ส่วนมากจึงไปรวมตัวกันที่นั่นเพื่อแย่งชิงสิ่งของ ”


    “ ระดับ 4 ไปด้วยได้ไหม ”


    “ อย่าได้คิดเชียว แค่แชมเปี้ยนระดับ 5 ดาวสวมใส่ชุดเกราะไม่ครบชิ้น โอกาสจะจบชีวิตมีสูงถึง 50 % ระดับ 4 ดาวอย่าคิดว่าจะเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้นได้ ”


    “ แล้วอะไรอยู่ในพื้นที่นั่น ทำไมระดับ 5 ถึงพยายามสำรวจมัน ”


    “ มันมีสิ่งที่สหพันธ์ไม่สามารถระบุได้  ”


    แอ็กเซลลูบคางด้วยความสนใจ สิ่งใดที่สหพันธ์ไม่สามารถระบุได้ หมายความว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่สหพันธ์ไม่สามารถตรวจสอบได้หมด พื้นที่ที่นักศึกษาระดับ 5 ดาวล่าจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สหพันธ์ไม่สามารถตรวจสอบได้ครบถ้วน 100 % ภายในสถานที่แห่งนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบพลังของเผ่าอีเธอร์เอลถูกทิ้งเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วพืชกลายพันธุ์ที่เติบโตภายในพื้นที่ที่สำรวจไปไม่ถึงจะต้องมีมากมาย ยิ่งคนเข้าไปถึงน้อย พืชกลายพันธุ์ก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์


    “ เมสัน แล้วที่นั่นมีมอนสเตอร์ไหม ”


    “ มีสิ น่ากลัวมากๆด้วย มอนสเตอร์ที่นั่นแทบจะจำลองร่างกายมาจากสนามรบใกล้กับหลุมดำเลย ”


    บนใบหน้าของแอ็กเซลปรากฎความรู้สึกวิตก ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่สามารถเดินทางไปที่นี่ได้อย่างที่เมสันกล่าวเตือน รูปร่างของมอนสเตอร์ในแต่ละพื้นที่บ่งบอกความอันตรายของมันได้เป็นอย่างดี 


    การที่มอนสเตอร์ภายในเขตระดับ 5 ดาวมีร่างกายเหมือนมอนสเตอร์ภายในสนามรบที่ใกล้หลุมดำ หมายความว่ามันจะมีแขนและขามากกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป หาง ปีก หลายสิ่งหลายอย่างจะมีมากกว่า 1 และใช้งานต่อสู้ได้จริง นอกจากนั้นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง รูปร่างของมันจะเหมือนสัตว์หลายชนิดผสมรวมเอาไว้ด้วยกัน ที่น่าหวาดกลัวไม่ใช่แค่รูปร่างที่เปลี่ยนไปเท่านั้น ผิวหนังของพวกมันยังหนาเป็นอย่างมากเพราะปรับตัวให้เข้ากับความโหดร้ายของพื้นที่ 


    ในขณะที่แอ็กเซลคิดเกี่ยวกับพื้นที่ล่าระดับ 5 ดาวนี้เอง นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ระดับ 5 ดาวที่ขึ้นไปบนยานเมื่อครู่ก็ได้เดินทางไปถึงจุดที่มีการปะทะกันของเจ้าหน้าที่ฐานโนวาและเผ่าเดม่อนแล้ว


    เขารู้ได้ว่ายานเดินทางไปถึงที่นั่นก็เพราะว่าตอนนี้ใจกลางฐานมีหน้าจอโปร่งแสงขนาดใหญ่ฉายกลางอากาศ เจ้าหน้าที่ฐานที่เดินทางไปยังจุดต่อสู้กำลังพยายามถ่ายทอดสดทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วส่งกลับมาให้ฐานรับทราบ  ซึ่งสิ่งนี้ทำให้นักศึกษาที่ประจำอยู่ภายในฐานรู้ว่าตนเองจะต้องทำตัวอย่างไร เมื่อพวกเขาถูกเรียกจะได้ไม่ต้องปรับตัวนาน


    จากภาพที่กำลังฉายกลางอากาศ มันถูกแบ่งออกเป็น 4 มุมมองด้วยกัน สิ่งที่กำลังปะทะกันจนทำให้เกิดควันฟุ้งกระจายมีต้นเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ราว 30 คนและเผ่าเดม่อนราว 20 ตัว ถึงจำนวนเจ้าหน้าที่จะมีเยอะกว่า เผ่าเดม่อนกลับมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ด้วยร่างกายที่สูงมากกว่า 2 เมตรและมีท่อพลังงานที่มากยิ่งกว่ามนุษย์ จึงทำให้พวกมันสามารถเข้าใจทักษะเผ่าอีเธอร์เอลได้มากกว่า นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต้องจับคู่กันถ้าหากจะเอาชนะเผ่าเดม่อนระดับเดียวกันกับพวกเขา


    แอ็กเซลเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้ง การถ่ายทอดสดทำให้เขามองเห็นหลายอย่าง สกิลของเจ้าหน้าที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือทักษะและสกิลของเผ่าเดม่อนที่มีความคล้ายกันกับมนุษย์


    จากความทรงจำภายในหัวของแอ็กเซล เผ่าเดม่อนปรับแต่งเทคโนโลยีเผ่าอีเธอร์เอลให้เข้ากับพวกมันได้ไม่ต่างจากมนุษย์ นอกจากนั้นแล้วพวกมันยังมีระบบอาชีพแห่งจักรวาล พันธุกรรมพวกมันสามารถรับอาชีพได้ไม่ต่างจากมนุษย์ แอ็กเซลจึงเห็นพวกมันใช้สกิลและทักษะรับมือกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างสูสี


    อย่างไรก็ตาม การเดินทางเข้าไปสมทบของนักศึกษากลับไม่ทำให้เผ่าเดม่อนเสียท่า พวกมันได้เรียกกำลังเสริมออกมาจากภายในป่าทำให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 50 ตัว


    ในขณะที่การต่อสู้ใกล้กับฐานโนวาดุเดือดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นักศึกษาต่างหันมองบนท้องฟ้า หลังจากได้ยินเสียงระเบิดส่งลงมาจากด้านบนนั้น


    เมื่อสายตาของทุกคนหันมองก็พบเข้ากับยานรบลำหนึ่งพุ่งชนชั้นบรรยากาศของสนามรบปฐมภูมิ การที่มันบรรทุกพลังงานระดับสูงกว่า 5 ดาวแล้วหวังจะเข้ามาที่นี่จึงระเบิดกลางอากาศ อย่างไรก็ตามในตำแหน่งยานที่ระเบิดออกมานั้นมีเดม่อนหลายพันตัวร่วงหล่นลงมา การระเบิดของยานเมื่อครู่จึงเป็นการพุ่งชนครั้งสุดท้ายเพื่อพาเดม่อนระดับต่ำกว่า 5 ดาวเข้ามาที่นี่


    “ แย่แล้วสิ สถานการณ์ดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าที่คิด ”


    “ ครั้งก่อนมีพวกมันกี่ตัว ”


    “ จากข้อมูลของสหพันธ์ ครั้งล่าสุดเดม่อนเดินทางมาที่นี่ราว 1,341 ตัวเท่านั้น แต่จากการปะทะกันที่เกิดใกล้กับฐานโนวาและฐานอื่นๆ รวมกับพวกที่กำลังร่วงลงมาจากฟ้า ฉันคิดว่าจำนวนพวกมันน่าจะเพิ่มมากกว่านี้แล้ว ”


    แอ็กเซลสังเกตเห็นท่าทางวิตกกังวลจากทางฝั่งของเมสัน  การต่อสู้ของยานรบที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป กลุ่มเดม่อนที่กระโจนลงมาจากยานลำที่ระเบิดต่างก็ใช้อุปกรณ์ช่วยบินเพื่อนำร่างพวกมันลงสู่พื้นดินโดยไม่มีตัวใดตาย ทันใดนั้นสายตาของนักศึกษาก็หันมองไปยังจอภาพพร้อมๆกัน หลังจากมีเดม่อนโผล่ออกมาอีก 100 ตัวแล้วเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่และนักศึกษาระดับ 5 ดาวจากฐานโนวา


    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง การประกาศในครั้งนี้เรียกให้นักศึกษาที่เป็นระดับ 4 ดาวขึ้นยาน พวกเขาจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปสมทบในจุดที่กำลังปะทะกับเดม่อนใกล้กับฐานดาวโนวา เพียงแต่ว่าการประกาศครั้งนี้กลับมีเงื่อนไข นักศึกษาระดับ 4 ดาวกลุ่มที่ต้องขึ้นยานมุ่งหน้าไปช่วยเหลือคือคนที่มีทักษะระดับ  7 ขึ้นไปเท่านั้น 


    “ ฉันต้องไปแล้ว ”


    “ แกมีทักษะระดับสูงด้วยเหรอ ” แอ็กเซลหันมองเพื่อน อีกฝ่ายรู้ว่าตนเองกำลังถูกเหน็บแหนมทำได้เพียงยิ้มแห้งส่งให้หนึ่งทีแล้วรีบวิ่งขึ้นยาน โดยมีนักศึกษาราวพันคนเคลื่อนย้ายออกไปจากฐาน


    แอ็กเซลที่เห็นใบหน้านักศึกษาที่ขึ้นยาน เขาคุ้นหน้าเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ทั้งๆที่เขาล่าในพื้นที่ระดับ 4 หลายแห่ง


    “ ดูเหมือนว่าพื้นที่ล่าจะใหญ่กว่าที่คิดอีกสินะ ”


    โทรศัพท์ในมือยกขึ้นมาค้นหาข่าว เขาอยากรู้ว่าฐานแห่งอื่นเป็นเช่นไรแล้วบ้าง แต่ละฐานกำลังรับมือกับเผ่าเดม่อนเช่นเดียวกัน ซึ่งกลุ่มที่ลงมาจากอวกาศยังไม่ได้ปรากฏตัวใกล้ฐานใดเลย ทุกฐานจึงเฝ้ารอเวลาที่พวกมันจะปรากฎตัวออกมา.