กระบี่ที่ประดับประดาด้วยอัญมณีแวววาวเล่มหนึ่งถูกมู่เฉินถือไว้ในมือ มู่เฉินลูบไล้อัญมณีบนกระบี่ด้วยความตื่นเต้น
อัญมณีแต่ละเม็ดบนกระบี่วารีมรกตล้วนคุณภาพชั้นเลิศ หากของสิ่งนี้นำกลับไปที่โลกได้ เขาคงรวยไปแล้ว
“คุณชาย กระบี่เล่มนี้ท่านคิดจะจัดการอย่างไรขอรับ!” ฉีซื่อถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“จัดการอย่างไร ก็คืนสินค้าสิ!” มู่เฉินกล่าวด้วยเหตุผลหนักแน่น
ฉีซื่อขมวดคิ้ว พลางกล่าว “คืนสินค้าหรือขอรับ”
มู่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าว “ใช่!”
ต้องทราบก่อนว่าเพื่อกระบี่เล่มนี้ เ้าของร่างเดิมถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว มู่เฉินไม่อยากเพิ่งทะลุมิติมาก็กลายเป็ยาจกเช่นนี้
เขาเก็บตั๋วจ่ายเงินของกระบี่เล่มนี้ไว้ นำไปคืนภายในสิบห้าวัน ก็จะได้ศิลาทิพย์คืนมาเก้าส่วน หากกระบี่เล่มนี้พังลงในมือ นั่นก็คงแย่กันพอดี
“กระบี่เล่มนั้นไม่ใช่ว่าให้คุณชายจวงอวี๋หรือขอรับ” ฉีซื่อกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
มู่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าว “ใช่! แต่ว่าเขาก็ไม่รับไว้ไม่ใช่หรือ”
“คุณชาย ท่านอย่าเพิ่งหมดกำลังใจขอรับ ขอแค่ท่านมอบกระบี่ให้คุณชายจวงอวี๋ด้วยความจริงใจ เชื่อว่าเขาจะต้องยอมรับน้ำใจของท่านเป็แน่ขอรับ” ฉีซื่อเอ่ยโน้มน้าว
มู่เฉินแอบกลอกตาขาว คิดในใจ ‘ทำไมเขาต้องไปตามตอแยขอร้องให้คนที่จะฆ่าเขาทางอ้อมรับของขวัญด้วย! เขาร้อนใจอยากจะผลาญเงินมากเลยรึไง ยิ่งไปกว่านั้น จวงอวี๋ไม่ใช่ประเภทที่เขาชอบ’
มู่เฉินไม่คิดเช่นนั้น “แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา จวงอวี๋ก็แค่หน้าตางดงามนิดหน่อยไม่ใช่หรือ แต่ก็แค่นั้นเอง เสียเวลาและเรี่ยวแรงไปกับเขามากมายขนาดนั้น ข้าคงเกี้ยวได้หลายคนแล้ว”
มู่เฉินเบ้ปาก พลางคิดในใจ ‘จากความทรงจำ ก่อนที่มู่เฉินจะรู้จักกับจวงอวี๋ ก็เป็คุณชายจอมเ้าชู้ที่ชอบแทะโลมไปทั่ว แต่หลังจากที่ได้รู้จักกับจวงอวี๋ ก็เปลี่ยนเป็คนสงบเสงี่ยม’
ฉีซื่ออดมองมู่เฉินด้วยสีหน้าประหลาดใจไม่ได้
“แต่ว่าคุณชาย เมื่อก่อนท่านเคยบอกไม่ใช่หรือว่า คนงามมีมากมาย เลือกเ้าเพียงผู้เดียว ท่านแน่ใจเื่คุณชายจวงอวี๋แล้วหรือขอรับ” ฉีซื่อถาม
มู่เฉินมองฉีซื่ออย่างเ็า ฉีซื่อถูกมู่เฉินจ้องจนขนลุก “คุณชาย มีอะไรหรือขอรับ”
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ เ้าไม่รู้สึกว่าตัวเองพูดมากบ้างหรือ ข้าจะทำอย่างไร ต้องอธิบายบ่าวรับใช้อย่างเ้าด้วยรึไง เ้าถือเป็สิ่งใดกัน ถึงมายุ่งเื่ของข้า” มู่เฉินแค่นเสียงเ็า แล้วกล่าว
ฉีซื่อกล่าวด้วยใจที่อัดแน่นไปด้วยความกระอักกระอ่วน “ขออภัยขอรับคุณชาย ข้าก้าวก่ายแล้วขอรับ”
แววตาของฉีซื่อมีความแค้นสายหนึ่งวิ่งพาดผ่าน มู่เฉินไม่พลาดฉากนี้ ตามความทรงจำ เ้าของร่างเดิมนับว่าใจกว้างกับฉีซื่อ ทรัพยากรทุกอย่างก็ไม่เคยให้คนผู้นี้ขาดแคลน เพียงแต่คนผู้นี้กินข้างในปีนไต่ออกข้างนอก[1]ก็แล้วไป ยังเห็นเ้าของร่างเดิมเป็ไอ้งั่งอีก สมควรตายจริงๆ
มู่เฉินมองฉีซื่ออย่างเ็า แล้วกล่าว “ออกไปซะ ที่นี่ข้าไม่้าให้เ้ารับใช้”
ฉีซื่อสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะถอยออกไป
มู่เฉินจ้องมองเงาหลังของฉีซื่อ ดวงตาฉายแววดุร้ายหลายส่วน รู้ว่าอีกฝ่ายไม่หวังดี มู่เฉินแทบอยากจะจัดการคนผู้นี้ทิ้งทันที
แต่ทว่า เขาเพิ่งมาถึงก็รีบไล่คนสนิทไปเช่นนี้ ยากจะเลี่ยงไม่ให้คนมองเห็นพิรุธ มู่เฉินจึงเลือกที่จะอดทนไว้ชั่วคราว
“ฉีซื่อ ถูกคุณชายเชิญออกมาอีกแล้ว!” จ้าวเอ้อร์มองฉีซื่อ ใบหน้าปรากฏความยินดีที่เห็นผู้อื่นเป็ทุกข์อยู่หลายส่วน
ฉีซื่อกัดฟัน แม้ว่าเขาจะเป็คนของมู่หย่วนหาง แต่ในที่แจ้งคนที่เขาจงรักภักดีคือมู่เฉิน ตอนนี้มู่เฉินแสดงท่าทีเ็าต่อเขา บ่าวรับใช้คนอื่นๆ ก็ดูถูกเขามากขึ้น
“คุณชายอารมณ์ไม่ดี” ฉีซื่อกล่าว
จ้าวเอ้อร์ยิ้มอย่างเ็า แล้วกล่าว “คุณชายเชิญเหรินซานกลับมาแล้ว”
สีหน้าของฉีซื่อแปรเปลี่ยน เหรินซานคือคนที่มารดาของมู่เฉินทิ้งไว้ให้ เมื่อก่อนคอยดูแลมู่เฉินมาโดยตลอด อุปนิสัยซื่อๆ และแข็งกระด้าง ไม่เป็ที่โปรดปรานของมู่เฉิน เมื่อก่อนถูกมู่เฉินไล่ออกไป ตอนนี้จะเรียกกลับมาอีก ดูเหมือนว่ามู่เฉินจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“ฉีซื่อ เ้าทำอะไรมากันแน่!” จ้าวเอ้อร์มองหน้าฉีซื่อพลางกล่าว
ฉีซื่อกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!”
ใน่นี้ เขายังใช้ชีวิตเหลวไหลไร้ยางอาย หลงใหลนารีและดนตรีเป็เพื่อนมู่เฉิน มู่เฉินก็น่าจะพึงพอใจเขา มีเพียงเื่เดียวที่ไม่พอใจ ก็คงจะเป็เื่ที่เกี้ยวจวงอวี๋ไม่สำเร็จกระมัง
ฉีซื่อเม้มปาก หากเขาสูญเสียความไว้วางใจจากมู่เฉิน เช่นนั้นเขาก็สูญเสียคุณค่าสำหรับมู่หย่วนหางเช่นกัน
เชิงอรรถ
^ หมายถึง กินข้าวในบ้านแต่กลับช่วยเหลือคนนอกบ้าน ไม่กตัญญูรู้คุณคน