ณ ท้ายซอยของถนนเครื่องลายคราม สถานที่จัดงานของงานการค้าหินหยก ่เวลาสิบโมงเช้า
ที่นี่เวลานี้มีผู้คนล้นหลามคนที่สัญจรไปมากำลังสังเกตอยู่ที่แผงลอยต่างๆ
บนแผงลอยเหล่านี้จัดวางหินไว้มากมายภายนอกของหินเหล่านี้ล้วนถูกเปลือกหินปกคลุม หากมองผ่านๆ ก็ไม่สามารถดูเนื้อแท้ข้างในได้ แม้ว่าวันนี้วิทยาศาสตร์จะเจริญรุ่งเรืองแต่กลับไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถมองทะลุเปลือกนอกของหิน จนไม่อาจวิเคราะห์ได้ว่าด้านในมีหยกหรือไม่
ดังนั้นการซื้อหินจึงมีความเสี่ยงมากดั่งคำที่ว่าดาบเดียวถึง์ ดาบเดียวถึงนรก หากหินที่ซื้อมาไม่พบหยกหลังผ่าออก นั่นคือนรก
อย่างไรก็ตามราคามาตรฐานของหินก็แพงหูฉี่หากเปิดมาไม่พบหยก เงินที่ซื้อหินก็เท่ากับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ซูฮ่าวเดินตามเจิงจื่อโหยวมาตลอดทางก็พบว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันถือแว่นขยาย
หลังจากถามเจิงจื่อโหยวถึงได้รู้ว่าคนที่พนันหินทุกคนล้วนเลือกที่จะใช้แว่นขยายสังเกตลวดลายผิวชั้นนอกของหินอย่างละเอียด
ลวดลายผิวชั้นนอกของหินหนึ่งก้อน หากมีสีคือของดีโอกาสที่ด้านในจะมีหยกก็มากตาม
ตอนที่เห็นหินที่มีลวดลายไม่เลวโดยเฉพาะมีสีเขียวล้อมรอบ คนที่พนันหินก็จะหยุดถามราคา
“จื่อโหยวผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่นายเชิญมาอยู่ที่ไหน?” ซูฮ่าวมองไปรอบๆ พลางถามอย่างแปลกใจ
“ก็อยู่ด้านหน้านี่ไงล่ะ!” เจิงจื่อโหยวชี้ไปตรงมุมซ้ายของห้องโถงในงานการค้า ก่อนจะพาซูฮ่าวเดินไป
เวลานี้ตรงมุมด้านซ้ายมีผู้ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมยาวหลวมๆ ท่านหนึ่งยืนอยู่ใบหน้าดูอิ่มเอิบ สีหน้าดูท่าทางโอหัง
ข้างกายผู้ชายวัยกลางคนยังมีชายหนุ่มผมสั้นอีกหนึ่งท่านใส่แว่นตาหนามาก เขากำลังมองไปยังชายวัยกลางคนด้วยสายตาเลื่อมใส
“อาจารย์กู่ปล่อยให้คุณรอนานแล้ว” เจิงจื่อโหยวพาซูฮ่าวเดินเข้ามา ก่อนยกมือขึ้นคำนับขอโทษ
“เฮ้อ มาได้แล้วหรือ? อาจารย์ของผมรอคุณอยู่นานแล้วคุณก็รู้ว่าเวลาของอาจารย์ผมมีค่ามากแค่ไหน?” ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมยาวยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มผมสั้นที่อยู่ข้างๆกลับแค่นเสียงเ็าใส่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“คนที่เชิญอาจารย์ไปพนันหินแต่ละวันก็มีนับไม่ถ้วนอย่าคิดว่าให้ราคาสูงแล้วจะรั้งให้อาจารย์ของผมอยู่ตรงนี้ได้!”
ราวกับเขาสะสมความอาฆาตแค้นไว้มากมายขณะที่กล่าวเช่นนี้ออกมา สีหน้าก็ดูบูดเบี้ยวอย่างมาก
“ขอโทษด้วยครับผมบังเอิญเจอเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ก็เลยมาสาย” เจิงจื่อโหยวโค้งตัวขอโทษด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มผมสั้นกลอกตาใส่เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมรับการขอโทษนี้
แต่กลับเป็ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมยาวโบกมือไปมาพลางหัวเราะเบาๆ ว่า “ไม่เป็ไรครับ คุณเจิงเป็คนทำธุรกิจใหญ่ งานรัดตัวก็พอเข้าใจได้”
เขาพูดๆ อยู่ก็ชี้ไปที่ชายหนุ่มผมสั้นพลางพูดว่า “นี่คือลูกศิษย์ของผมหวางเถี่ยจู้อารมณ์ร้อนไปหน่อย อย่าถือสาที่เขาพูดเมื่อครู่นี้เลยครับ”
“อาจารย์กู่ก็พูดสุภาพเกินไปแล้ว ผมไม่ตรงเวลาเอง การที่คุณหวางไม่พอใจก็เป็เื่ปกติ” เจิงจื่อโหยวส่ายหน้าและลากซูฮ่าวก้าวขึ้นมาด้านหน้า “อาจารย์กู่คนนี้คือเพื่อนสนิทของผม ซูฮ่าวคู่หมั้นของไป๋เหวินหลิงประธานบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวครับ”
“คู่หมั้นของไป๋เหวินหลิง?” กู่กว่างคุนได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ผงะ
หวางเถี่ยจู้ที่อยู่ข้างๆเผยอาการแปลกประหลาดและกวาดตามองซูฮ่าว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “คือคุณซูนี่เองได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว เวลานี้คุณควรจะหมกมุ่นอยู่กับสุรานารีหรือหยอกเย้าผู้หญิงดีๆ อยู่ไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?”
หากถามว่าในฉวนโจวชื่อเสียงของใครฉาวโฉ่ที่สุดก็คงมีแค่ชื่อซูฮ่าว
นี่คือคนไร้ประโยชน์ที่หลังจากมีคู่หมั้นแล้ว ก็ยังทำตัวไร้ยางอายอยู่ด้านนอก เที่ยวร่ำความสุขไปวันๆ ไม่ทำอะไร ไม่กลับบ้านหนึ่งหรือสองอาทิตย์ถือเป็เื่ปกติมาก
สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ คุณชายเสเพลั้แ่หัวจดเท้าคนนี้ ทำไมถึงมีคู่หมั้นที่สะสวยและมีความสามารถอย่างนั้นได้?
“เถี่ยจู้อย่าเสียมารยาท!” กู่กว่างคุนขมวดคิ้ว และพูดตำหนิ
หวางเถี่ยจู้รีบก้มหัวแต่ในสายตากลับเต็มไปด้วยอาการดูถูกเหยียดหยาม
ซูฮ่าวยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ ไร้ซึ่งอาการขุ่นเคืองใดๆ
ชาติก่อนชื่อเสียงของเขานั้นแย่มาก ทำให้ผู้คนมากมายต่างก็ไม่มีความประทับใจที่ดีอะไรต่อเขาดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ก็อยู่ในการคาดเดาของเขาอยู่แล้ว
ส่วนเหตุใดเขาถึงไม่คัดค้าน เพราะเขารู้ว่าตอนนี้หาก้าเปลี่ยนความประทับใจที่คนอื่นมีต่อเขา ก็ไม่ใช่อาศัยปากพูดแต่อาศัยการกระทำมายืนยัน
พอเห็นบรรยากาศไม่ดีเข้า เจิงจื่อโหยวจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อาจารย์กู่งานค้าหินหยกเริ่มแล้วตอนนี้เริ่มพนันหินเลยดีไหมครับ?”
กู่กว่างคุนพยักหน้าแล้วเดินไปยังแผงลอยที่วางหินโดยมีหวางเถี่ยจู้เดินตามไปด้วย
“ซูฮ่าวพวกเราก็ไปกันเถอะ” เจิงจื่อโหยวตบไหล่ของซูฮ่าวและก้าวตามไป
ตลอดทางที่เดินผ่านไปซูฮ่าวเดินตามเจิงจื่อโหยว และกวาดตามองหินไปไม่น้อยจากข้อมูลการตรวจสอบของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ามีหินที่มีหยกอยู่ไม่เท่าไร ถึงจะมีหยก แต่ส่วนใหญ่ก็มีเนื้อหยกน้อย แถมยังมีคุณภาพต่ำ ซื้อมาก็ขาดทุนเปล่าๆ
ดีที่กู่กว่างคุนคนนี้มีความสามารถนิดหน่อยเหมือนจะรู้สึกได้ว่าหินที่ดูแล้วไม่ค่อยมีของคุณภาพดีเท่าไร ดังนั้นจึงไม่ให้เจิงจื่อโหยวซื้อ
หลังจากเดินชมประมาณสิบนาทีกู่กว่างคุนก็หยุดอยู่ตรงแผงลอยร้านหนึ่ง
“เถี่ยจู้หยิบแว่นขยายมาให้ฉันที”
“ได้ครับอาจารย์!”หวางเถี่ยจู้รู้ว่ากู่กว่างคุนจะต้องพบหินที่มีคุณภาพดีแล้วก็เลยรีบหยิบแว่นขยายออกมาจากในกระเป๋า
กู่กว่างคุนรับแว่นขยายมาและเข้าไปใกล้หินที่มีลักษณะประหลาดชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ในนั้น
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆตาลุกวาว หยกที่ดีจะมีภายนอกเกลี้ยงเกลาและสะอาดหมดจดมองไม่เห็นสภาพเปลือกส้ม แต่หยกระดับนี้ภายนอกกลับมีสภาพเปลือกส้ม กระทั่งไม่เกลี้ยงเกลาและสะอาดหมดจด
หินที่กู่กว่างคุนกำลังเข้าไปใกล้นี้ ด้านในหนาด้านนอกบางเกลี้ยงเกลาเป็อย่างยิ่ง ลวดลายค่อนข้างเก่าแก่ โดยเฉพาะภายนอกล้อมรอบด้วยสีเขียวรำไรคุณภาพดูแล้วก็ไม่เลว
บนใบหน้าของเจิงจื่อโหยวแสดงสีหน้าเลื่อมใสออกมา “อาจารย์กู่ช่างสายตาดีจริงๆ !”
“แน่นอนอยู่แล้ว อาจารย์ของฉันเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินชื่อดังของฉวนโจวพนันหินมาเกือบสิบปี มีประสบการณ์มากมาย สายตาเฉียบคมเคยชนะพนันหินให้เศรษฐีมาไม่น้อย แถมยังได้หยกระดับสูงอีกด้วย” หวางเถี่ยจู้กอดอกหัวเราะราวกับว่าคนที่ถูกชมไม่ใช่กู่กว่างคุน แต่คือเขาเอง
แต่ซูฮ่าวที่อยู่ด้านหลังกลับขมวดคิ้วเวลานี้ภายใต้การจับจ้องของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าของเขา หินก้อนใหญ่ที่มีคุณภาพไม่เลวตรงหน้านี้ได้ปรากฏข้อมูลจำนวนหนึ่งแล้ว
(หินเกลี้ยงเกลาขุดขึ้นมาเร็วเกินไป ด้านในไม่มีหยก)
ประสิทธิภาพที่พลิกฟ้าของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าตอนที่พิสูจน์ลายมือแท้ของถังป๋อหู่ก็ได้สำแดงออกมาแล้วสำหรับผลลัพธ์ที่มันตรวจพิสูจน์ได้ ซูฮ่าวไม่มีความสงสัยใดๆ
เห็นได้ชัดว่าหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนี้ขุดออกมาค่อนข้างเร็วจึงทำให้หยกที่อยู่ด้านในยังก่อตัวไม่เสร็จ
ซูฮ่าวที่ได้ข้อมูลนี้หยุดชะงักไป และพูดว่า“จื่อโหยว หินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนี้ถึงแม้มีคุณภาพดีแต่ด้านในไม่มีหยก หากซื้อก็จะขาดทุนนะ”
แม้คำพูดนี้ของเขาจะไม่ใช่การโอ้อวด แต่หวางเถี่ยจู้ก็ได้ยินชัดเจน
“นี่นายกำลังสงสัยสายตาของอาจารย์ฉันอยู่หรือ?” หวางเถี่ยจู้มีสีหน้าบูดบึ้งและจ้องมองซูฮ่าวด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร
ซูฮ่าวส่ายหน้า
“แล้วทำไมนายถึงพูดว่าในหินก้อนนี้ไม่มีหยกล่ะ?” หวางเถี่ยจู้แสยะยิ้มถามกลับ
ซูฮ่าวอ้าปาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
เขาไม่สามารถบอกหวางเถี่ยจู้ได้อยู่แล้วว่าเป็เพราะเขามีดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าจึงรู้ว่าในหินก้อนนี้ไม่มีหยก
พอเห็นซูฮ่าวไม่พูดหวางเถี่ยจู้ก็แสยะยิ้มหนักขึ้น
กู่กว่างคุนเงยหน้ามองซูฮ่าวและพูดเบาๆ ว่า “ความใสของหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนี้อยู่ในระดับกลางตำแหน่งที่มีสีเขียวน้ำมักจะค่อนข้างดี อัตราที่ด้านในจะมีหยกก็มีมาก”
พอพูดจบเขาก็มองเจิงจื่อโหยว “คุณเจิง ไปถามราคาหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนี้ได้เลย”
“ได้ครับ”เจิงจื่อโหยวพยักหน้า และเตรียมจะไปถามราคา
แต่ซูฮ่าวกลับรั้งเขาไว้และพูดโน้มน้าวว่า “จื่อโหยว ด้านในนั้นไม่มีหยกจริงๆ ”
“ซูฮ่าวกว่าฉันจะเชิญอาจารย์กู่มาได้ ครั้งนี้ฉันมาทำงานจริงจังนะ นายอย่ามาล้อเล่นสิ” เจิงจื่อโหยวมองกู่กว่างคุนและลากซูฮ่าวมาอีกด้านหนึ่งพลางพูดอย่างจริงจัง
เพื่อพนันหินในวันนี้ เขายอมดึงเงินทุนจากทางบ้านมาไม่น้อยหากไม่พบหยก กลับไปต้องถูกคุณพ่อด่าตายแน่นอน
ซูฮ่าวฝืนยิ้ม “ฉันไม่ได้ล้อเล่นจริงๆด้านในหินก้อนนั้นว่างเปล่าไม่มีหยกจริงๆ นายซื้อไปก็ขาดทุนแน่”
“แล้วนายรู้ได้อย่างไรว่าข้างในไม่มีหยก?”
ซูฮ่าวก็หยุดพูดทันที ขณะที่กำลังจะพูดบางอย่าง แต่กลับเห็นเจิงจื่อโหยวเดินไปทางแผงลอย และเริ่มต่อราคาแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเจิงจื่อโหยวไม่เชื่อคำพูดของเขา
ซูฮ่าวเองก็จนปัญญากับเื่นี้เหมือนกัน เขารู้ว่าเจิงจื่อโหยวมีนิสัยดื้อรั้นหลังจากที่ตัดสินใจอะไรแล้ว ต่อให้โน้มน้าวอย่างไรก็ยาก
ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าในหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนั้นไม่มีหยก
ซูฮ่าวถอนหายใจอย่างจนปัญญาและหันไปมองแผงลอยอีกแผงหนึ่ง หลังจากที่เห็นหินก้อนหนึ่งแล้ว ก็หยุดชะงักทันที
ในมุมของแผงลอยนี้วางหินที่ใหญ่เท่ากับลูกรักบี้ไว้หนึ่งก้อนทั้งสองมุมของ้าด้านล่างมีช่องโหว่และสึกหรอราวกับถูกคนผ่าออก
ลูกค้าที่สัญจรไปมาแค่มองแวบเดียวก็ละสายตาไปจากมัน สำหรับเศษหินอย่างนี้พวกเขาไม่สนใจแม้แต่น้อย
(หินที่ถูกทิ้งอายุยาวนาน ระดับความสมดุลของน้ำและพื้นฐานค่อนข้างดี มีรอยแตกน้อยชนิดหยกระดับสูงที่เป็สีเขียวหรือเขียวปนเขียว ด้านในมีหยกน้ำแข็งเนื้อหยกคือสองในสามส่วนของหิน)
ข้อมูลที่ดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ารายงานทำให้ซูฮ่าวตาลุกวาวในตาฉายแสงเจิดจรัส
หยกน้ำแข็งใสแจ๋วเนื้อดีมาก ความใสสูงที่สุด ในหยกก็คืออันดับสอง เป็รองแค่หยกเนื้อแก้ว
ปัจจุบันนี้คือสมัยที่หยกเนื้อแก้วนี้ขาดแคลนหยกน้ำแข็งจึงได้ะโขึ้นกลายเป็หยกชั้นเยี่ยม หากร้านเครื่องประดับมีเครื่องประดับหยกน้ำแข็งเป็ของล้ำค่าประจำร้านก็จะช่วยประคับประคองสถานการณ์ของร้านหยกได้
หากช่วยจื่อโหยวให้ได้หยกก้อนนี้มา เขาก็คงจะมีคำอธิบายกับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้วซูฮ่าวมองเจียงจื่อโหยวที่กำลังต่อราคากับเถ้าแก่อยู่ด้านหน้าแวบหนึ่งก็ตัดสินใจหันหลังเดินมาที่แผงลอยที่มีซากหิน
เวลานี้เถ้าแก่แผงลอยกำลังนั่งไขว่ห้างมือซ้ายถือโทรศัพท์มือถือ มือขวาสูบบุหรี่ ท่าทางดูเหมือนขาใหญ่
ซูฮ่าวไม่ได้ถามราคาซากหินกับเถ้าแก่เพราะมันจะดึงดูดความสนใจของคน และจะทำให้เถ้าแก่ร้านเพิ่มราคาได้
เขาชี้ไปที่หินก้อนใหญ่ที่ดูดีนิดหน่อยก้อนหนึ่งก่อนและถามเถ้าแก่ว่า “เถ้าแก่ หินก้อนนี้ราคาเท่าไร?”
ในหินที่เขาชี้ก้อนนั้นไม่มีหยกแต่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเถ้าแก่เขาจึงถามราคา
“ไอ้หนูตาดีมากนี่คือหินคัมติลอง เกิดขึ้นในทรายที่ถูกเซาะอยู่ใต้น้ำ น้ำดีฐานดี มักจะมีหยกเขียวมรกต มีหมอกน้อยรอยแตกมาก และจะยิ่งดีขึ้นในการผลิตที่ดีคือวัสดุในอุดมคติที่ใช้ทำแหวน” พอเห็นว่ามีคนมาถามราคาหินเถ้าแก่ก็วางโทรศัพท์มือถือทันที และแนะนำพลางหัวเราะ
ซูฮ่าวรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“เถ้าแก่คุณบอกผมมาตรงๆ เถอะว่าราคาเท่าไรก็พอ”
เถ้าแก่ยื่นนิ้วมือออกมาห้านิ้ว
ซูฮ่าวตะลึงงัน “ห้าหมื่น?”
“ห้าแสน!”
ซูฮ่าว “ … ”
หินที่ไม่มีอะไรเลยก้อนหนึ่งราคาห้าแสนเลยหรือ?
โธ่เอ๊ย นี่มันปล้นกันชัดๆ !
เขารีบเบนสายตาและสุ่มชี้หินที่ด้านในไม่มีหยกอีกก้อนพร้อมกับถามว่า “เถ้าแก่ แล้วก้อนนี้ล่ะราคาเท่าไร?”
“นี่คือหินหลุมัเปลือกนอกมีทรายเหลืองหรือทรายหนังปลาสีเทาขาวเป็หลักเปลือกนอกค่อนข้างหยาบ น้ำและพื้นฐานส่วนใหญ่ค่อนข้างดี สีเขียวมรกตมากมักจะปรากฏหยกชั้นเยี่ยม” เถ้าแก่ยังคงแนะนำด้วยรอยยิ้ม และเสนอราคา “ไอ้หนู ถ้านายอยากซื้อฉันจะลดราคาให้นายหน่อยแล้วกัน แปดแสน”
หลังจากที่ซูฮ่าวได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกหมดคำจะพูด
หินที่ด้านในไม่มีหยกแม้แต่ก้อนเดียว ขายตั้งห้าแสน แปดแสนเลยหรือ?
มิน่าล่ะต่างก็ว่ากันว่าตอนที่พนันหินก้อนหินก้อนเดียวอาจจะทำให้ร่ำรวยได้ และขณะเดียวกันก็อาจจะทำให้ล้มละลายในคืนเดียวเช่นกัน
หากเขาไม่มีดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าเกรงว่ามีเงินมากแค่ไหนก็ไม่พอที่จะล้างผลาญ
ซูฮ่าวสูดหายใจลึก แล้วกลอกตาไปมา ก่อนจะชี้ไปที่ซากหินที่อยู่ตรงขอบสุดก้อนนั้นแกล้งทำเป็มือใหม่ และถามเถ้าแก่ว่า “เถ้าแก่ หินก้อนนี้ทำไมมีรูโหว่?”
เถ้าแก่มองตามมือของซูฮ่าวสีหน้าก็งงงัน
ซากหินก้อนนี้เป็ซากหินที่มีคนซื้อไป และผ่าเมื่อสองสามวันก่อน ตอนนั้นซากหินก้อนนี้ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะเขาเห็นว่ารูตรงมุมหินก้อนนี้มีสีเขียวรำไรคิดว่าจะอาศัยสิ่งนี้หลอกคนที่ไม่เข้าใจได้สักสองสามคน ดังนั้นจึงเอามันมาวางไว้บนแผงลอย
พอเห็นว่าซูฮ่าวเหมือนจะสนใจซากหินก้อนนี้เถ้าแก่ก็พูดหลอกว่า “ไอ้หนู นายอาจจะไม่รู้ว่า ก้อนนี้คือหินผากั้นน้ำและพื้นฐานค่อนข้างดี รอยแตกน้อยชนิดหยกระดับสูงที่เป็สีเขียวหรือเขียวปนเขียว มีสิ่งเจือปนน้อยมากพื้นกระจกค่อนข้างพบได้บ่อย เพราะตอนที่ขนย้ายไม่ระวังก็เลยตกแตกดังนั้นจึงมีรูโหว่ แต่ว่านายมองแสงสีเขียวที่ส่องออกมาจากรูโหว่ชัดมากว่าด้านในมีหยก หากซื้อก็ไม่ขาดทุนแน่นอน”
“เท่าไร?” ซูฮ่าวแกล้งทำท่าทางหวั่นไหวและถาม
เถ้าแก่ยื่นนิ้วมือออกมาสามนิ้ว“สามแสน!”
ภายนอกซูฮ่าวไม่พูดอะไร แต่ภายในใจกลับแสยะยิ้ม
ซากหินก้อนนี้เป็ของที่คนอื่นไม่เอา ราคาต่ำมากได้สามหมื่นก็ไม่เลวแล้ว แต่นี่ยังกล้าเสนอราคาสามแสนอีก?
คิดๆ ดูแล้วเขาก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เถ้าแก่คุณอย่าคิดว่าผมคือมือใหม่ที่จะโก่งราคาอย่างไรก็ได้ ที่มุมทั้งสองด้านของหินก้อนนี้มีรูโหว่ก็เพราะเคยถูกคนผ่า แต่คุณหลอกผมว่ามันตกแตกจนเป็อย่างนี้ แล้วไหนจะเสนอราคาสามแสนให้ผมอีก หน้าเืเกินไปหรือเปล่า?”
“ก้อนนี้ฉันจำผิดแล้ว… ถ้ายนายอยากได้จริงๆ ฉันให้นายสามหมื่นพอ” เถ้าแก่ที่ถูกเปิดโปงก็ลูบต้นคอ ท่าทางดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
ซูฮ่าวกลอกตาใส่ “สามหมื่น? มากสุดก็แค่สามพัน ถ้าไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าซากหินก้อนนี้มีเนื้อดีหน่อยเลยอยากเสี่ยงดวงดู ไม่อย่างนั้นต่อให้คุณยกให้ผมฟรีๆ ผมก็คงไม่เอา”
“ก็ได้ ในเมื่อนายสนใจมัน ฉันก็จะขายให้นาย”เถ้าแก่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย และพยักหน้าตกลงทันที
อย่างไรเขาก็เก็บหินก้อนนี้มาจริงๆ อันที่จริงเขาเองก็ไม่ได้ใช้เงินสักแดง หากตอนนี้ขายได้ราคาสามพันก็ถือว่าได้กำไรมาบ้าง
ดังนั้นซูฮ่าวจึงไม่ได้กดราคาลงอีก เขาเปิดจือฟู่เป่าและโอนเงินให้เถ้าแก่สามพัน
เมื่อได้ซากหินมาแล้ว ยังไม่รอให้ซูฮ่าวไปผ่าหิน ก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยที่แสบแก้วหูดังมา
“ใช้เงินสามพันเพื่อซื้อซากหินก้อนหนึ่ง คุณซูนี่ตาดีจริงๆ เลยนะ!”