เทพสงครามมังกรเทวะ

ตกตะลึงทั้งตระกูล

หกเดือนต่อมาทั่วทั้งตระกูลวิหคเพลิงในตอนนี้อยู่ในช่วงของการบำเพ็ญเพียรกันอย่างแข็งขันเนื่องจากอีกร้อยปีการประลองจักรวาลจะเริ่มขึ้น ซึ่งหากจะมองจากสายตาของมนุษย์ทั่วไปอาจจะเห็นว่ามันเนิ่นนาน แต่สำหรับผู้ฝึกตนเช่นพวกเขานั้นร้อยปีนั้นแสนจะรวดเร็วประดุจเพียงแค่กระพริบตาสองสามคราก็จะมาถึงอย่างไรอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเตรียมการอย่างแข็งขันขนาดนี้เนื่องจากขุมกำลังที่ชนะจะได้ของรางวัลฟ้าประทานซึ่งพระเจ้าของจักรวาลเป็นผู้มอบให้ ดังนั้นไม่ว่าขุมกำลังใดก็ย่อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้มา

 

ในขณะที่วันเวลาได้ดำเนินไป บนท้องฟ้าของขุมกำลังวิหคเพลิงพลันเกิดเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานในทันใด ผู้นำตระกูลเหล่าผู้อาวุโสรวมไปถึงเหล่าศิษย์ทุกคนต่างพากันออกมาแล้วมองไปยังท้องฟ้าเป็นตาเดียว

 

"บูมม!!"

 

ด้านในสุดของคฤหาสน์เกิดการปะทุครั้งใหญ่ ตาของผู้นำตระกูลและภรรยาของเขาเบิกกว้างในทันใด สถานที่แห่งนี้คือที่ๆบุตรสาวทั้งสองของเขาอยู่ไม่ใช่หรือ

 

"ฟิ้ว!"

 

"ฟุ๊บ!!"

 

"เยว่ฉานเป็นอย่างไรบ้าง แล้วน้องละ"เฟิงหยินกล่าวขึ้นมาเนื่องจากในตอนที่เฟิงเยว่ฉานออกมาใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด

 

"ขะ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่ แต่ทว่าน้อง............"กล่าวมาถึงตรงนี้เฟิงเยว่ฉานพลันชี้ไปทางคฤหาสน์ที่ด้านบนมีหญิงงามผมสีแดงกำลังยืนอยู่พร้อมกับด้านบนท้องฟ้าที่ปรากฏทัณฑ์สวรรค์ที่ดูทรงพลังขึ้นมา

 

"กะ กำลังข้าวข้ามระดับ!!"เฟิงหยางเซียนผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความตกตะลึง เป็นไปได้อย่างไรกัน สิบปีที่แล้วลูกสาวคนนี้ของเขาพึงขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะไม่ใช่หรือ นี่มันรวดเร็วเกินไปหรือไม่

 

เฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินมองเซ่อไปในทันใดเนื่องจากตั้งแต่ที่สั่งกักบริเวณของบุตรสาวก็ไม่ได้เข้าไปหานางเลยจนมาถึงวันนี้ เนื่องจากเอาเวลาไปพัฒนาขุมกำลังรวมถึงปิดด่านเสียส่วนใหญ่ จะมีก็แต่เฟิงเยว่ฉานเท่านั้นที่คอยเข้าไปดูแลน้องสาวอย่างสม่ำเสมอ

 

ความตื่นตระหนกไม่ได้มีเพียงแค่พ่อแม่ของเฟิงหยาลี่เท่านั้น แต่ทว่ากลับเหล่าผู้อาวุโสทุกคนและเหล่าสมาชิกทุกคนของตระกูลวิหคเพลิงที่ตอนนี้มองไปที่เฟิงหยาลี่เป็นตาเดียว พร้อมด้วยความคิดหนึ่งที่ผุดออกมา ต้องมีพรสวรรค์มากเพียงใดกันถึงเพียงแค่ยกระดับพลังก็ทำให้ผืนฟ้าเปลี่ยนสีได้ทั่วทั้งบริเวณเช่นนี้

 

เฟิงหยาลี่ค่อยๆลอยไปบนท้องฟ้าช้าๆเปลวเพลิงค่อยๆปกคลุมตัวของนางราวกับเทพธิดาผู้กุมอำนาจแห่งเปลวเพลิงทั้งมวล ความร้อนที่ออกมาจากตัวของหญิงงามราวกับหลอมละลายได้ทุกสรรพสิ่ง เฟิงหยาลี่เหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่บัดนี้มีทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นมาอย่างดูแคลนพร้อมกับเปลี่ยนร่างของตนเองเป็นวิหคเพลิงในทันที แต่ทว่าร่างวิหคเพิงนี้กลับผิดแผกไปจากเดิมเป็นอย่างมาก หรืออาจจะเรียกว่าวิหคเพลิงไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

 

"นะ นั่นมัน!!"

 

เฟิงหยางเซียนมองไปยังร่างของบุตรสาวดวงตาแทบถล่น หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่เพียงแต่เฟิงหยางเวียนเท่านั้นแต่ทุกคนต่างพากันอึ้งงันและพุดอะไรไม่ออกกันไปเสียทั้งหมด เนื่องจากร่างกายของเฟิงหยาลี่ในเวลานี้มันมีลักษณะเป็นมังกรสี่กรงเล็บสีแดงฉานจะมีเพียงปีกทั้งหกปีกของนางเท่านั้นที่ยังคงเป็นวิหคเพลิง

 

ใช่! มันคือการกลายพันธุ์อย่างเห็นได้ชัด การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์เทพมังกรอมตะระดับพระเจ้าและกายศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ร่วมรักกัน และเนื่องจากกายเทพมังกรอมตะที่มีระดับสูงกว่าจึงทำให้การกลายพันธุ์ออกมาในลักษณะอย่างที่เห็น

 

ในเวลานี้แม้แต่ตัวเฟิงหยาลี่เองก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ แต่ทว่าเมื่ออยู่ในร่างนี้นางสัมผัสได้ถึงพลังที่มหาศาลได้อย่างชัดเจนรวมไปถึงลมปราณของนางเองมีก็ความแข็งกร้าวขึ้นอีกด้วย

 

"โฮก!!"มังกรเปลวเพลิงที่ดูงดงามและสูงส่งคำรามลั่น พื้นที่ของตระกูลวิหคเพลิงพลันสั่นสะเทือนอย่างช่วยไม่ได้ เหล่าผู้อาวุโสพากันสร้างม่านพลังป้องกันในทันใด การเลื่อนขั้นระดับมหาเทวะเหตุใดถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้

 

ท่ามกลางสายฟ้าสวรรค์ที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องร่างมังกรเพลิงของเฟิงหยาลี่ยังคงนิ่งเฉยรับมันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเจ็บปวดของการถูกทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมานั้นตอนนี้ไม่ได้ระแคะระคายนางเลยแม้แต่น้อย ผิดกับตอนที่อยู่ในร่างของวิหคเพลิงที่ต้องรับความเจ็บปวดอย่างมหาศาล

 

"เปรี้ยง!!"

 

"วาบ!"

 

เมื่อทันฑ์สวรรค์สายสุดท้ายผ่าลงมาเมฆาสายฟ้าค่อยๆหายไปพร้อมด้วยแสงสีทองที่แผ่ลงมาบนร่างของมังกรเพลิงทำให้ดุงดงามและสูงส่งเกินบรรยาย วงแหวนเทพประทานขนาดใหญ่ค่อยปรากฏออกมาจากด้านหลังในทันใดพร้อมเปี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นรูปลักษณ์ของวิหคเพลิงกลายเป็นรูปลักษณ์ของมังกรในทันทีก่อนที่มันจะหายไปพร้อมด้วยร่างมังกรเพลิงที่ค่อยๆกลับคืนสู่ร่างหญิงงามตามเดิมโดยที่ไม่ต้องเกิดใหม่จากเถ้าถ่านอีกต่อไป

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สำหรับตัวนางและตระกูลวิหคเพลิงนั้นนับว่ายิ่งหญิงเหลือคณานับได้ เหล่าผู้อาวุโสบางคนมองไปที่นางด้วยดวงตาเป็นประกายในใจหมายที่จะส่งบุตรชายของตนไปเกี้ยวหญิงงามตอนนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ทว่ายังไม่ทันที่ความคิดเพ้อฝันของพวกเขาจะเกินเลยมากไปกว่านี้

 

ผู้นำตระกูลอย่างเฟิงหยางเซียนที่ได้เห็นอาการของเหล่าผู้อาวุโสก็ระเบิดพลังออกมาเพื่อข่มขู่ในทันที ทำให้พวกผู้อาวุโสต่างพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากและก้มหน้าก้มตากันไป

 

"ประกาศออกไปเรื่องในวันนี้ให้ก็บเป็นความลับสุดยอด หากใครแพร่งพรายออกไปฆ่าไม่เว้น"

 

"ขอรับ!!"

 

เมื่อได้ยินเสียงตอบรับคนทุกคนในขุมกำลัง เฟิงหยางเซียน เฟิงหยิน และเฟิงเยว่ฉานค่อยๆลอยไปหาลูกและน้องสามของตนก่อนจะกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

"เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยแล้ว"

 

เฟิงหยาลี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นพลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดูเหมือนว่านางจะต้องโดนครอบครัวสอบถามเรื่องที่มาของพลังเป็นแน่แท้ แล้วก็เป็นอย่างเช่นที่หญิงงามคิดจริงๆพ่อแม่และพี่สาวของนางตามถามถึงที่มาของพลังอย่างที่นางคิดเอาไว้

 

เฟิงหยาลี่จึงได้กล่าวตอบไปตามตรง ว่าพลังนี้เกิดจากการหลอมรวมกันของกายศักดิ์สิทธิ์ของนางและสามี ความจริงนี้ทำให้เฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินที่เคยตั้งคำถามของสามีของเฟิงหยาลี่ถึงกับดวงตาสั่นระรัวหัวใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้

 

"เหตุใดเจ้าไม่บอกเสียแต่ทีแรกว่าเขาคือผู้ที่มีกายมังกรระดับสูง!!"ทั้งเฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินกล่าวตะคอกพร้อมกับจนหญิงงามถึงกับสะดุ้งเฮือกและไปหลบอยู่หลังของพี่สาวก่อนจะกล่าวตอบ "กะ ก็พวกท่านไม่ได้ถามนี่เจ้าคะ"

 

"นี่!!"

 

"อีกอย่างบอกหรือไม่บอกก็ไม่ได้ต่างกันนี่เจ้าคะ"เฟิงหยาลี่กล่าวเสริมเนื่องจากนางรู้ดีแม้จะมีกายมังกรระดับสูงหรือไม่ ท่านพ่อของนางก็ยังต้องทดสอบลูกเขยของตนเองอยู่ดี ในเวลาเฟิงหยางเซียนที่ได้ยินคำพูดของบุตรสาวถึงกับกุมขมับ ลูกสาวของเขาคนนี้เดิมทีก็เป็นคนฉลาดแต่ทว่าตอนนี้กลับไม่เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้เอาซะได้

 

"หยาลี่ ลูกรู้ไหมการสำแดงพลังของลูกในวันนี้เป็นปัญหาเอามากๆ"เฟิงหยินเมื่อเห็นว่าสามีปวดหัวกับเรื่องนี้มากๆจึงได้เป็นตัวแทนกล่าวออกไป

 

"เป็นปัญหา??"เฟิงหยาลี่กล่าวด้วยความสงสัย ตนแค่ฝึกฝนและบรรลุระดับขั้นจะเป็นปัญหาได้อย่างไร นางไม่เข้าใจในคำกล่าวของมารดาเสียเท่าไรนัก

 

"ใช่ มันเป็นปัญหามากๆเพราะปรากฏการณ์ที่เจ้าสร้างขึ้นมันกินพื้นที่กว้างมากไม่แน่อาจจะไปถึงตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ และมันจะต้องดึงดูดสายตาของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน นั่นอาจจะทำให้เจ้าเป็นที่หมายปองของพวกเขา ถ้าหากมาอย่างเป็นมิตรก็แค่เอาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองขุมกำลังและขอเจ้าแต่งงาน แต่ถ้าหากมาร้ายพวกเขาก็จะบุกมาแย่งชิงตัวเจ้าไป ครานี้รู้หรือยังว่าเป็นปัญหาอย่างไร"

 

"ถ้าหากลูกบอกแต่แรกว่าสามีของลูกเป็นผู้ถือครองกายศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกร พ่อกับแม่ก็จะสามารถจะตรวจสอบร่างกายของเจ้าและชะลอการบ่มเพาะที่รวดเร็วของลูกรอจนกว่าสามีของเจ้าจะมารับได้ แต่ตอนนี้คงได้แต่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการปิดปากคนในตระกูลให้สนิทเท่านั้น ครานี้รู้หรือยังว่าทำไมการบอกหรือไม่บอกมันถึงต่างกันน่ะ"เฟิงหยินกล่าวอธิบาย

 

เนื่องจากอยู่มานานหลายล้านปีแล้วเหตุใดทั้งสองคนจะไม่รู้ว่ากายศักดิ์สิทธิ์ของมังกรอย่างไรบ้าง ถ้าหากรู้แต่แรกพวกเขาจะรีบทำอย่างที่ได้กล่าวข้างต้นอย่างแน่นอน ส่วนทางด้านเฟิงหยาลี่เมื่อยินคำอธิบายของมารดา นางก็ถึงกับผงะไปไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ปานนี้

 

"เห้อ เรื่องนี้ไม่มีทางปิดไปได้นาน ได้แต่หวังว่าสามีของเจ้าจะมาทันและพาเจ้าออกไปเท่านั้น นั่นถึงเรียกได้ว่าปลอดภัยอย่างแท้จริง"เฟิงหยางเซียนกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยใจ ไม่เพียงแต่ตำหนักเทพเจ้าสวรรค์เท่านั้น แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งหลายเองนับจากนี้ก็คงต้องหาโอกาสส่งบุตรตัวเองมาเกี้ยวเฟิงหยาลี่อย่างแน่นอน

 

"สะ สามี!!"เฟิงหยาลี่กำเกล็ดสีรุ้งเอาไว้แน่นพร้อมกล่าวออกมา หากนางรู้แต่แรกว่าการสำแดงพลังออกมาจะทำให้ทุกคนตึงเครียดเช่นนี้ นางสาบานเลยว่าจะไม่มีทางที่จะแสดงมันออกมาโดยเด็ดขาด