กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในยุคที่พระบุตรของพระเ้า นาม ‘ เยซู ‘ ทรงจุติลงมา ในฐานะพระคริสต์นำคำสอนแห่งพระองค์มาโปรดมวลมนุษย์และคนบาป คอยเผยแพร่คำสอนของ์ ก่อกำเนิดเป็มหาศาสนาที่ครอบคลุมไปแทบจะทุกพื้นที่ของโลกและมีผู้ศรัทธามากที่สุดในโลก นั้นก็คือ ศาสนาคริตส์
ทว่าเวลานั้น เหล่าผู้อาศัยบน์ ร่วมทั้งพระเ้าเองก็มิอาจรับรู้ได้ ถึงบ้างสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขุมนรก มาตุภูมิของ สิ่งที่เป็สัญญาลักษณ์ของความชั่วร้าย ดินแดนที่ปกคลุมด้วยความมืด เปลวไฟนรก ิญญาคนตาย ปีศาจ มวลมาร และ เสียงกรีดร้องของคนบาป
นรกภูมิถูกบ้างสิ่งบ้างอย่างรุกรานจนล่มสลายแปรสภาพกลายเป็ดินแดนร้าง เหล่านิรยชน(ผู้อาศัย)อันเป็ผู้รับหน้าที่ลงโทษิญญาชั่วในนรกต่างถูกฆ่าหมด ปีศาจและมารทั้งมวลก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของตัวตนปริศนาล้างล่าจนเกือบสิ้น ส่วนิญญาคนบาปหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้ายที่สุดมันก็ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า
์ ขนานนามศัตรู รายใหม่ ผู้ทำลายแดนคนตายว่า ‘ ผู้รุกราน ‘
ผู้รุกรานที่ความปรารถนาอันเลวร้าย มีจุดมุ่งหมายที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด หลังจากยึดครอง อดีตนรก ที่ปัจจุบันถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า วอยด์เวิร์ด ภายใต้การปกครองของผู้รุกราน เหล่าศัตรูรายใหม่หวังจะมุ่งหน้ามาทำลาย์ดินแดนของทวยเทพ
แต่แผนการก็ต้องประสบกับข้อติดขัด เมื่อพวกมันจำเป็ต้องผ่านแดนของคนเป็อย่าง พิภพ สถานที่ทีตัวตนเหนือธรรมชาติทั้งหลายจะถูกจำกัดพลังจนเหลือไม่ต่างกับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่แทบทุกส่วนบนโลก และ เรียกขานพวกตนเองว่ามีสติปัญญาฉลาดล้ำที่สุดบนโลกา อย่าง มนุษย์ เนื่องจากในยามที่พระเ้าให้กำเนิดโลกพระองค์ก็ได้สร้างกฎเหล็ก ที่แม้แต่ตนเองยังฝ่าฝืนไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปีศาจหรือเทพมาร องค์ใดมาแผลงฤทธิ์ทำร้ายดวงดาวที่ท่านรัก พวกผู้รุกรานจึงไม่สามารถทะลวงผ่านแดนคนเป็ไปได้
เหล่าผู้รุกรานจึงได้สร้างทางเลือกใหม่ ให้กำเนิดอาวุธมีชีวิตนามว่า นัวร์ หรือเรียกอีกแบบว่า นูร์ ไม่มีผู้ใดนอกจากคนที่สร้างมันรู้ว่าอาวุธชิ้นนี้สร้างได้อย่างไร แต่พวกมันคืออาวุธมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ที่มีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียวคือฆ่าทุกชีวิตบนโลกมนุษย์เท่านั้น
เพื่อปกป้อง ชีวิตทั้งหมด พระเ้าและเหล่าเทพได้ร่วมพลังกันสร้างศาสตราวุธ ศักดิ์สิทธิขึ้นมาทั้งหมด 302 ชิ้น
มอบพลังให้มนุษย์ผู้อ่อนแอ ใช้ต่อกรกับ การรุกราน ในฐานะสาวก
เราเรียกเขาเ่าั้ที่ถูกเลือกโดยอาวุธจาก์ว่า เอ็กโซซิสท์(มือปราบ) เวลาเดียวกัน ศาสนาคริสต์ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อกลุ่มผู้ศรัทธาที่รวมตัว ช่วยกันตั้งองค์กรในเงามืดเพื่อปกป้องโลกและสนับสนุนเหล่ามือปราบ
เกิดเป็มหาาศักดิ์สิทธิที่ดำเนินมานับพันปี อย่างลับ ๆ จากสายตาของสาธารณะชนมีเพียงแค่คนของโลกอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่ล่วงรู้
ดำเนินมาจึงศตวรรษที่ 21
“ มันกำลังจะเริ่มขึ้น.... “ เสียงของสตรีผู้หนึ่งดัง ท่ามกลางห้องโถงแห่งหนึ่งที่ในใจกลางมีรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนหล่อจากทองคำบริสุทธิ์ รอบ ๆ บริเวณคือกำแพงหนาที่มีการทำช่องสี่เหลี่ยมเล็กเอา ๆ ไว้ ล้อมรอบทั่วเทวรูปสีทอง
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินถือคทาทองคำ ที่มีปีกปักษาสีทองสยายปีกอยู่ติดบนส่วนหัวของคทา สวมชุดเดรสสีขาวใส ปกปิดรูปลักษณ์ส่วนใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาวที่ลากยาวลงมาจนถึง่เอว
“ คำทำนายเมื่อพันปีก่อน.... ช่างน่าคิดถึงจริง “
น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะน่าฟัง
งานเทศกาลแห่งความวิบัติ
การปรากฏตัวของผู้กล้าในคำทำนาย
กับ ศัตรูผู้น่าเกรงขามที่มอบความหวาดกลัวให้กับพื้นพิภพ
าระหว่างความดีและความชั่ว
แสงกับความมืด
เอื้อมมือในเงามืดที่จะโผล่มาตอนไหนก็ได้
สุดยอดปกรณัมที่เกิดขึ้นจริง
“ นับพันปี....ที่าดำเนินมาอย่างยืดยาว....ในที่สุดก็จะจบลงสักที “
สาวปริศนาอ้าแขนทั้งสองข้าง
“ เอ็กโซซิสท์นับร้อยนับพัน... เด็ก ๆ ของเราเอ่ย... หลับให้สบายเถิด...เพราะไม่ช้าาครั้งนี้ก็กำลังจะจบลง “ เธอเริ่มหมุนตัวไปมาแบบช้า ๆ เสียงของเธอใครก็ตามที่ได้ยินก็จะรู้ในทันทีว่าบัดนี้ ดรุณีนางนี้กำลังดีใจ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากช่องบนกำแพง จำนวนนับไม่ถ้วน
ราวกับงานเทศกาลแห่งความยินดี
“ เอาล่ะ...ได้เวลาแล้ว...จงโลดเต้น เริงระบำ ไปตามใจ... “
“ กู่ร้องให้ดังลั่น...แม้น้ำเสียงนั้นจะเต็มไปด้วยความน่าสังเวช ก็ตาม “
“ แสดงความกล้าหาญ ปณิธาน และ ความปรารถนาให้ฟ้าได้รับรู้ “
“ และจงลุกขึ้นมายืน...ก้าวต่อไป ต่อให้เท้าจะเจ็บ ร่างแทบแหลกสลาย ก็จงมุ่งหน้าต่อไป ๆ... ถักทอเื่ราวของตนเองให้สมบูรณ์ซะ “
ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า
บนโลกใบนี้หาได้มีสิ่งใดจะงดงามเท่ากับอารมณ์ของมนุษย์
ไม่ว่า จะความโกรธ ความเกลียดชัง ความกล้า ความยินดี ทุกอย่างล้วนสวยงาม ใช่โดยเฉพาะในสายตาของนาง ผู้ที่เฝ้ามองกาลสมัยมาอย่างเนิ่นหน้า เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดตัวตน มันคือความเป็ตัวเอง มันคือสิ่งที่ชีวิตของมนุษย์อันมีขีดจำกัดสร้างขึ้นมา วรรณกรรมชั้นยอด ที่เกิดจาก่เวลาอันแสนสั้น ที่คนหนึ่ง ๆ ใส่ทั้งฝันและหวังลงไปเพื่อสร้างมัน
“ เราขออวยพร... “
เธอกล่าวเสียงต่ำ
ต่อให้มันน่าจะขบขัน... หรือท้ายที่สุด จะต้องกลายเป็ที่เกลียดชัง หรือเป็ศัตรูของโลกทั้งใบ ก็จงยัดยืน และมุ่งหน้าต่อไป...ก้าวไปทีละนิด... เพราะนั้นคือชีวิต มันคือการใช้ชีวิต
คำวิงวอนของอรชรผู้หนึ่งได้ถูกส่งไปหาสรวง์
แด่ความปรารถนาที่จะให้เื่ราวนี้นั้นยอดเยี่ยมและงดงามกว่าใคร
แต่มันไม่ใช่เื่ราวของผู้กอบกู้ในคำทำนาย
ณ ประเทศบนเกาะ ในเขตตะวันออก เด็กหนุ่มคนหนึ่งแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าในขณะที่มี ดาวตกสีฟ้าดวงหนึ่ง แล่นผ่านสายตาไป เขาจ้องมองที่มันอย่างไม่วางตา พลางคิดในใจว่าสิ่งที่เห็นช่างงดงามเหลือเกิน ก่อนจะมีเสียงเรียกของเพื่อนทำให้เขาตื่นจากห้วงความคิดและรีบออกก้าวเดินต่อ
ตอนนั้นเองก็มีชายสวมชุดแจ็คเก็ตสีดำกับแว่นกันฝุ่นผ่านไป
สหรัฐ อเมริกา
ท่ามกลางแมกไม้ในป่าใหญ่ ปรากฏร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีดำทรงแปลกของเด็กหนุ่มผู้มีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน ทั้งคู่เงยหน้ามองท้องฟ้า เหตุใดก็ไม่ทราบถึงรู้สึกว่าเร็ว ๆ นี่จะมีเื่บ้างอย่างที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล
ไม่นานก็มีเสียงบ้างอย่างดังมาจากทางพุ่มไม้ คนซ้อนท้ายจึงหยิบคมดาบทรงประหลาดมาไว้ในมือ
โอกินาว่า
‘ ยินดีต้อนรับสู่ โอกินาว่า ค่ะผู้โดยสาร.... ‘
เสียงของพนักงานในสนามบินดังสนั่นเป่าประกาศซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่คนหนึ่งเดินลากกระเป๋าสัมภาระผ่านจุดตัวคนเข้าเมือง ก่อนจะหยิบรูปภาพใบหนึ่งมาดู แล้วเค้นยิ้มสยอง อย่างมีเล่ห์นัย
จีน
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนใหญ่ขับแซงปาดหน้ารถคันอื่น ๆ ไปแบบสบาย ๆ ด้วยความเร็วเกินธรรมดา ผู้ขับคือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ขณะที่มีคนซ้อนทายเป็ชายชราง้างคันศรเล็งเป้าไปยังที่อะไรสักอย่าง
อิตาลี
กลางแสงของดวงตะวันที่สาดส่องลงมา ร่างเล็กของเด็กหญิงออกมาเต้นระบำกลางแสงแดด มีกลิ่นหอมของดอกบุปฝาในฤดูใบไม้ผลิลอยมาแตะจมูกทำให้ ดวงหน้าน่ารักเผยรอยยิ้มกว้างให้ได้เห็น
รัสเซีย
ความหนาวเหน็บยังคงไม่จากแผ่นดินหมีขาวไปไหน แม้ว่านี้จะเป็่ฤดูใบไม้ผลิก็ตาม หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสัตว์ขนหนา ผ่านพายุหิมะหลงฤดู แต่งกายด้วยชุดกันหนาวแบบครบชุด พยายามใช้ดวงตามองหาเส้นท้างออกจากจุดที่เธออยู่
อังกฤษ
ราตรีมาเยือน ่เวลาที่ผู้คนส่วนมากกำลังหลับไหลกลับปรากฏร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งถือเงินมัดใหญ่ หนีการไล่ล่าของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เขามีสีผมที่ดูแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป เพราะมันเป็สีขาวบริสุทธิ์ล้วน ๆ
“ หยุดนะ ! “
มีเสียงะโไล่หลังมา
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาเห็นซอกตึกหนึ่ง ก็ยกยิ้ม และรีบวิ่งเข้าไปใช้ร่างกายและความเร็วอันภาคภูมิใจปีน พวกขอบหน้าต่างจนไปถึงบนตึกอย่างว่องไว ขณะที่พวกคนไล่ตามก็พากันอ้าปากค้างต่อความเร็วของเป้าหมาย
จากนั้นโจรหนุ่มก็ะโข้ามตึกไปมาหนีการไล่ตามอย่างสบาย ๆ
“ ได้มาเยอะเลยแหะ “
เขาเริ่มพลิ้วปากสบายใจ
ก่อนเขาจะนึกถึงอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้
“ จะว่าไปเมื่อกี่เราก็หยิบไอ้นี้มาได้ด้วยนิหว่า ? “
เขาควักวัตถุทรงกลมออกมาจากกระเป๋ากางเกง
มันคือลูกแก้วโปร่งใสที่มีสัญญาลักษณ์รูปปีกอยู่ข้างใน
“ เ้าพวกมาเฟียกลุ่มนั้น... เก็บของแบบนี้ไว้ทำอะไรกันนะ ? “ หัวขโมยคิด ตอนแอบลอบเข้าไปในฐานทัพของพวกบ้านั้น ก็เห็นมันดูสะดุดตาดี เลยขโมยมา แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าจะมีราคาอะไรเลย เขาจึงถอนหายใจยาวเหยียด และตัดสินใจเดินกลับบ้าน ไปพักผ่อน
ระหว่างทางก็โยนเ้าลูกแก้วไปมา
สักพักหนึ่ง เขาก็ใกล้ถึงที่หมายที่เรียกว่าบ้าน
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เ้าลูกแก้วก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับแสงของพระอาทิตย์
“ อะไร- “
พูดยังไม่ทันจบประโยค ขณะที่มันกำลังลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งเข้ามา กระแทกศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างแรง ดัง ปัก
ร่างสูงเซไปเซมา ภาพที่เห็นเริ่มพร่าหมัว ทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามจะฝืนเดินไปต่อจนพลาดตกลงไปข้างล่าง สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือถังขยะ จากนั้นภาพก็ดับไป พร้อมกับเสียงร้องของผู้หญิงที่แล่นเข้ามาในแก้วหู
เื่นี้ไม่ใช่ปกรณัมของผู้กล้าในตำนาน
แต่คือเื่ราวอันสุดวิเศษของบ้างสิ่งที่เหนือกว่า
ใช่แล้ว...
ผู้เฝ้ามองยังไงล่ะ
และแล้วเื่ราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ถึงการพบพาน การผจญภัย โศกนาฏกรรม
ทั้งหมดนี่จะไปจบลงที่ใด.... ท้ายที่สุดแล้ว บ้างทีฟ้าเองก็คงจะไม่รู้
กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในยุคที่พระบุตรของพระเ้า นาม ‘ เยซู ‘ ทรงจุติลงมา ในฐานะพระคริสต์นำคำสอนแห่งพระองค์มาโปรดมวลมนุษย์และคนบาป คอยเผยแพร่คำสอนของ์ ก่อกำเนิดเป็มหาศาสนาที่ครอบคลุมไปแทบจะทุกพื้นที่ของโลกและมีผู้ศรัทธามากที่สุดในโลก นั้นก็คือ ศาสนาคริตส์
ทว่าเวลานั้น เหล่าผู้อาศัยบน์ ร่วมทั้งพระเ้าเองก็มิอาจรับรู้ได้ ถึงบ้างสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขุมนรก มาตุภูมิของ สิ่งที่เป็สัญญาลักษณ์ของความชั่วร้าย ดินแดนที่ปกคลุมด้วยความมืด เปลวไฟนรก ิญญาคนตาย ปีศาจ มวลมาร และ เสียงกรีดร้องของคนบาป
นรกภูมิถูกบ้างสิ่งบ้างอย่างรุกรานจนล่มสลายแปรสภาพกลายเป็ดินแดนร้าง เหล่านิรยชน(ผู้อาศัย)อันเป็ผู้รับหน้าที่ลงโทษิญญาชั่วในนรกต่างถูกฆ่าหมด ปีศาจและมารทั้งมวลก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของตัวตนปริศนาล้างล่าจนเกือบสิ้น ส่วนิญญาคนบาปหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้ายที่สุดมันก็ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า
์ ขนานนามศัตรู รายใหม่ ผู้ทำลายแดนคนตายว่า ‘ ผู้รุกราน ‘
ผู้รุกรานที่ความปรารถนาอันเลวร้าย มีจุดมุ่งหมายที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด หลังจากยึดครอง อดีตนรก ที่ปัจจุบันถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า วอยด์เวิร์ด ภายใต้การปกครองของผู้รุกราน เหล่าศัตรูรายใหม่หวังจะมุ่งหน้ามาทำลาย์ดินแดนของทวยเทพ
แต่แผนการก็ต้องประสบกับข้อติดขัด เมื่อพวกมันจำเป็ต้องผ่านแดนของคนเป็อย่าง พิภพ สถานที่ทีตัวตนเหนือธรรมชาติทั้งหลายจะถูกจำกัดพลังจนเหลือไม่ต่างกับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่แทบทุกส่วนบนโลก และ เรียกขานพวกตนเองว่ามีสติปัญญาฉลาดล้ำที่สุดบนโลกา อย่าง มนุษย์ เนื่องจากในยามที่พระเ้าให้กำเนิดโลกพระองค์ก็ได้สร้างกฎเหล็ก ที่แม้แต่ตนเองยังฝ่าฝืนไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปีศาจหรือเทพมาร องค์ใดมาแผลงฤทธิ์ทำร้ายดวงดาวที่ท่านรัก พวกผู้รุกรานจึงไม่สามารถทะลวงผ่านแดนคนเป็ไปได้
เหล่าผู้รุกรานจึงได้สร้างทางเลือกใหม่ ให้กำเนิดอาวุธมีชีวิตนามว่า นัวร์ หรือเรียกอีกแบบว่า นูร์ ไม่มีผู้ใดนอกจากคนที่สร้างมันรู้ว่าอาวุธชิ้นนี้สร้างได้อย่างไร แต่พวกมันคืออาวุธมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ที่มีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียวคือฆ่าทุกชีวิตบนโลกมนุษย์เท่านั้น
เพื่อปกป้อง ชีวิตทั้งหมด พระเ้าและเหล่าเทพได้ร่วมพลังกันสร้างศาสตราวุธ ศักดิ์สิทธิขึ้นมาทั้งหมด 302 ชิ้น
มอบพลังให้มนุษย์ผู้อ่อนแอ ใช้ต่อกรกับ การรุกราน ในฐานะสาวก
เราเรียกเขาเ่าั้ที่ถูกเลือกโดยอาวุธจาก์ว่า เอ็กโซซิสท์(มือปราบ) เวลาเดียวกัน ศาสนาคริสต์ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อกลุ่มผู้ศรัทธาที่รวมตัว ช่วยกันตั้งองค์กรในเงามืดเพื่อปกป้องโลกและสนับสนุนเหล่ามือปราบ
เกิดเป็มหาาศักดิ์สิทธิที่ดำเนินมานับพันปี อย่างลับ ๆ จากสายตาของสาธารณะชนมีเพียงแค่คนของโลกอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่ล่วงรู้
ดำเนินมาจึงศตวรรษที่ 21
“ มันกำลังจะเริ่มขึ้น.... “ เสียงของสตรีผู้หนึ่งดัง ท่ามกลางห้องโถงแห่งหนึ่งที่ในใจกลางมีรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนหล่อจากทองคำบริสุทธิ์ รอบ ๆ บริเวณคือกำแพงหนาที่มีการทำช่องสี่เหลี่ยมเล็กเอา ๆ ไว้ ล้อมรอบทั่วเทวรูปสีทอง
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินถือคทาทองคำ ที่มีปีกปักษาสีทองสยายปีกอยู่ติดบนส่วนหัวของคทา สวมชุดเดรสสีขาวใส ปกปิดรูปลักษณ์ส่วนใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาวที่ลากยาวลงมาจนถึง่เอว
“ คำทำนายเมื่อพันปีก่อน.... ช่างน่าคิดถึงจริง “
น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะน่าฟัง
งานเทศกาลแห่งความวิบัติ
การปรากฏตัวของผู้กล้าในคำทำนาย
กับ ศัตรูผู้น่าเกรงขามที่มอบความหวาดกลัวให้กับพื้นพิภพ
าระหว่างความดีและความชั่ว
แสงกับความมืด
เอื้อมมือในเงามืดที่จะโผล่มาตอนไหนก็ได้
สุดยอดปกรณัมที่เกิดขึ้นจริง
“ นับพันปี....ที่าดำเนินมาอย่างยืดยาว....ในที่สุดก็จะจบลงสักที “
สาวปริศนาอ้าแขนทั้งสองข้าง
“ เอ็กโซซิสท์นับร้อยนับพัน... เด็ก ๆ ของเราเอ่ย... หลับให้สบายเถิด...เพราะไม่ช้าาครั้งนี้ก็กำลังจะจบลง “ เธอเริ่มหมุนตัวไปมาแบบช้า ๆ เสียงของเธอใครก็ตามที่ได้ยินก็จะรู้ในทันทีว่าบัดนี้ ดรุณีนางนี้กำลังดีใจ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากช่องบนกำแพง จำนวนนับไม่ถ้วน
ราวกับงานเทศกาลแห่งความยินดี
“ เอาล่ะ...ได้เวลาแล้ว...จงโลดเต้น เริงระบำ ไปตามใจ... “
“ กู่ร้องให้ดังลั่น...แม้น้ำเสียงนั้นจะเต็มไปด้วยความน่าสังเวช ก็ตาม “
“ แสดงความกล้าหาญ ปณิธาน และ ความปรารถนาให้ฟ้าได้รับรู้ “
“ และจงลุกขึ้นมายืน...ก้าวต่อไป ต่อให้เท้าจะเจ็บ ร่างแทบแหลกสลาย ก็จงมุ่งหน้าต่อไป ๆ... ถักทอเื่ราวของตนเองให้สมบูรณ์ซะ “
ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า
บนโลกใบนี้หาได้มีสิ่งใดจะงดงามเท่ากับอารมณ์ของมนุษย์
ไม่ว่า จะความโกรธ ความเกลียดชัง ความกล้า ความยินดี ทุกอย่างล้วนสวยงาม ใช่โดยเฉพาะในสายตาของนาง ผู้ที่เฝ้ามองกาลสมัยมาอย่างเนิ่นหน้า เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดตัวตน มันคือความเป็ตัวเอง มันคือสิ่งที่ชีวิตของมนุษย์อันมีขีดจำกัดสร้างขึ้นมา วรรณกรรมชั้นยอด ที่เกิดจาก่เวลาอันแสนสั้น ที่คนหนึ่ง ๆ ใส่ทั้งฝันและหวังลงไปเพื่อสร้างมัน
“ เราขออวยพร... “
เธอกล่าวเสียงต่ำ
ต่อให้มันน่าจะขบขัน... หรือท้ายที่สุด จะต้องกลายเป็ที่เกลียดชัง หรือเป็ศัตรูของโลกทั้งใบ ก็จงยัดยืน และมุ่งหน้าต่อไป...ก้าวไปทีละนิด... เพราะนั้นคือชีวิต มันคือการใช้ชีวิต
คำวิงวอนของอรชรผู้หนึ่งได้ถูกส่งไปหาสรวง์
แด่ความปรารถนาที่จะให้เื่ราวนี้นั้นยอดเยี่ยมและงดงามกว่าใคร
แต่มันไม่ใช่เื่ราวของผู้กอบกู้ในคำทำนาย
ณ ประเทศบนเกาะ ในเขตตะวันออก เด็กหนุ่มคนหนึ่งแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าในขณะที่มี ดาวตกสีฟ้าดวงหนึ่ง แล่นผ่านสายตาไป เขาจ้องมองที่มันอย่างไม่วางตา พลางคิดในใจว่าสิ่งที่เห็นช่างงดงามเหลือเกิน ก่อนจะมีเสียงเรียกของเพื่อนทำให้เขาตื่นจากห้วงความคิดและรีบออกก้าวเดินต่อ
ตอนนั้นเองก็มีชายสวมชุดแจ็คเก็ตสีดำกับแว่นกันฝุ่นผ่านไป
สหรัฐ อเมริกา
ท่ามกลางแมกไม้ในป่าใหญ่ ปรากฏร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีดำทรงแปลกของเด็กหนุ่มผู้มีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน ทั้งคู่เงยหน้ามองท้องฟ้า เหตุใดก็ไม่ทราบถึงรู้สึกว่าเร็ว ๆ นี่จะมีเื่บ้างอย่างที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล
ไม่นานก็มีเสียงบ้างอย่างดังมาจากทางพุ่มไม้ คนซ้อนท้ายจึงหยิบคมดาบทรงประหลาดมาไว้ในมือ
โอกินาว่า
‘ ยินดีต้อนรับสู่ โอกินาว่า ค่ะผู้โดยสาร.... ‘
เสียงของพนักงานในสนามบินดังสนั่นเป่าประกาศซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่คนหนึ่งเดินลากกระเป๋าสัมภาระผ่านจุดตัวคนเข้าเมือง ก่อนจะหยิบรูปภาพใบหนึ่งมาดู แล้วเค้นยิ้มสยอง อย่างมีเล่ห์นัย
จีน
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนใหญ่ขับแซงปาดหน้ารถคันอื่น ๆ ไปแบบสบาย ๆ ด้วยความเร็วเกินธรรมดา ผู้ขับคือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ขณะที่มีคนซ้อนทายเป็ชายชราง้างคันศรเล็งเป้าไปยังที่อะไรสักอย่าง
อิตาลี
กลางแสงของดวงตะวันที่สาดส่องลงมา ร่างเล็กของเด็กหญิงออกมาเต้นระบำกลางแสงแดด มีกลิ่นหอมของดอกบุปฝาในฤดูใบไม้ผลิลอยมาแตะจมูกทำให้ ดวงหน้าน่ารักเผยรอยยิ้มกว้างให้ได้เห็น
รัสเซีย
ความหนาวเหน็บยังคงไม่จากแผ่นดินหมีขาวไปไหน แม้ว่านี้จะเป็่ฤดูใบไม้ผลิก็ตาม หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสัตว์ขนหนา ผ่านพายุหิมะหลงฤดู แต่งกายด้วยชุดกันหนาวแบบครบชุด พยายามใช้ดวงตามองหาเส้นท้างออกจากจุดที่เธออยู่
อังกฤษ
ราตรีมาเยือน ่เวลาที่ผู้คนส่วนมากกำลังหลับไหลกลับปรากฏร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งถือเงินมัดใหญ่ หนีการไล่ล่าของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เขามีสีผมที่ดูแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป เพราะมันเป็สีขาวบริสุทธิ์ล้วน ๆ
“ หยุดนะ ! “
มีเสียงะโไล่หลังมา
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาเห็นซอกตึกหนึ่ง ก็ยกยิ้ม และรีบวิ่งเข้าไปใช้ร่างกายและความเร็วอันภาคภูมิใจปีน พวกขอบหน้าต่างจนไปถึงบนตึกอย่างว่องไว ขณะที่พวกคนไล่ตามก็พากันอ้าปากค้างต่อความเร็วของเป้าหมาย
จากนั้นโจรหนุ่มก็ะโข้ามตึกไปมาหนีการไล่ตามอย่างสบาย ๆ
“ ได้มาเยอะเลยแหะ “
เขาเริ่มพลิ้วปากสบายใจ
ก่อนเขาจะนึกถึงอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้
“ จะว่าไปเมื่อกี่เราก็หยิบไอ้นี้มาได้ด้วยนิหว่า ? “
เขาควักวัตถุทรงกลมออกมาจากกระเป๋ากางเกง
มันคือลูกแก้วโปร่งใสที่มีสัญญาลักษณ์รูปปีกอยู่ข้างใน
“ เ้าพวกมาเฟียกลุ่มนั้น... เก็บของแบบนี้ไว้ทำอะไรกันนะ ? “ หัวขโมยคิด ตอนแอบลอบเข้าไปในฐานทัพของพวกบ้านั้น ก็เห็นมันดูสะดุดตาดี เลยขโมยมา แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าจะมีราคาอะไรเลย เขาจึงถอนหายใจยาวเหยียด และตัดสินใจเดินกลับบ้าน ไปพักผ่อน
ระหว่างทางก็โยนเ้าลูกแก้วไปมา
สักพักหนึ่ง เขาก็ใกล้ถึงที่หมายที่เรียกว่าบ้าน
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เ้าลูกแก้วก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับแสงของพระอาทิตย์
“ อะไร- “
พูดยังไม่ทันจบประโยค ขณะที่มันกำลังลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งเข้ามา กระแทกศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างแรง ดัง ปัก
ร่างสูงเซไปเซมา ภาพที่เห็นเริ่มพร่าหมัว ทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามจะฝืนเดินไปต่อจนพลาดตกลงไปข้างล่าง สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือถังขยะ จากนั้นภาพก็ดับไป พร้อมกับเสียงร้องของผู้หญิงที่แล่นเข้ามาในแก้วหู
เื่นี้ไม่ใช่ปกรณัมของผู้กล้าในตำนาน
แต่คือเื่ราวอันสุดวิเศษของบ้างสิ่งที่เหนือกว่า
ใช่แล้ว...
ผู้เฝ้ามองยังไงล่ะ
และแล้วเื่ราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ถึงการพบพาน การผจญภัย โศกนาฏกรรม
ทั้งหมดนี่จะไปจบลงที่ใด.... ท้ายที่สุดแล้ว บ้างทีฟ้าเองก็คงจะไม่รู้
กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในยุคที่พระบุตรของพระเ้า นาม ‘ เยซู ‘ ทรงจุติลงมา ในฐานะพระคริสต์นำคำสอนแห่งพระองค์มาโปรดมวลมนุษย์และคนบาป คอยเผยแพร่คำสอนของ์ ก่อกำเนิดเป็มหาศาสนาที่ครอบคลุมไปแทบจะทุกพื้นที่ของโลกและมีผู้ศรัทธามากที่สุดในโลก นั้นก็คือ ศาสนาคริตส์
ทว่าเวลานั้น เหล่าผู้อาศัยบน์ ร่วมทั้งพระเ้าเองก็มิอาจรับรู้ได้ ถึงบ้างสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขุมนรก มาตุภูมิของ สิ่งที่เป็สัญญาลักษณ์ของความชั่วร้าย ดินแดนที่ปกคลุมด้วยความมืด เปลวไฟนรก ิญญาคนตาย ปีศาจ มวลมาร และ เสียงกรีดร้องของคนบาป
นรกภูมิถูกบ้างสิ่งบ้างอย่างรุกรานจนล่มสลายแปรสภาพกลายเป็ดินแดนร้าง เหล่านิรยชน(ผู้อาศัย)อันเป็ผู้รับหน้าที่ลงโทษิญญาชั่วในนรกต่างถูกฆ่าหมด ปีศาจและมารทั้งมวลก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของตัวตนปริศนาล้างล่าจนเกือบสิ้น ส่วนิญญาคนบาปหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้ายที่สุดมันก็ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า
์ ขนานนามศัตรู รายใหม่ ผู้ทำลายแดนคนตายว่า ‘ ผู้รุกราน ‘
ผู้รุกรานที่ความปรารถนาอันเลวร้าย มีจุดมุ่งหมายที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด หลังจากยึดครอง อดีตนรก ที่ปัจจุบันถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า วอยด์เวิร์ด ภายใต้การปกครองของผู้รุกราน เหล่าศัตรูรายใหม่หวังจะมุ่งหน้ามาทำลาย์ดินแดนของทวยเทพ
แต่แผนการก็ต้องประสบกับข้อติดขัด เมื่อพวกมันจำเป็ต้องผ่านแดนของคนเป็อย่าง พิภพ สถานที่ทีตัวตนเหนือธรรมชาติทั้งหลายจะถูกจำกัดพลังจนเหลือไม่ต่างกับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่แทบทุกส่วนบนโลก และ เรียกขานพวกตนเองว่ามีสติปัญญาฉลาดล้ำที่สุดบนโลกา อย่าง มนุษย์ เนื่องจากในยามที่พระเ้าให้กำเนิดโลกพระองค์ก็ได้สร้างกฎเหล็ก ที่แม้แต่ตนเองยังฝ่าฝืนไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปีศาจหรือเทพมาร องค์ใดมาแผลงฤทธิ์ทำร้ายดวงดาวที่ท่านรัก พวกผู้รุกรานจึงไม่สามารถทะลวงผ่านแดนคนเป็ไปได้
เหล่าผู้รุกรานจึงได้สร้างทางเลือกใหม่ ให้กำเนิดอาวุธมีชีวิตนามว่า นัวร์ หรือเรียกอีกแบบว่า นูร์ ไม่มีผู้ใดนอกจากคนที่สร้างมันรู้ว่าอาวุธชิ้นนี้สร้างได้อย่างไร แต่พวกมันคืออาวุธมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ที่มีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียวคือฆ่าทุกชีวิตบนโลกมนุษย์เท่านั้น
เพื่อปกป้อง ชีวิตทั้งหมด พระเ้าและเหล่าเทพได้ร่วมพลังกันสร้างศาสตราวุธ ศักดิ์สิทธิขึ้นมาทั้งหมด 302 ชิ้น
มอบพลังให้มนุษย์ผู้อ่อนแอ ใช้ต่อกรกับ การรุกราน ในฐานะสาวก
เราเรียกเขาเ่าั้ที่ถูกเลือกโดยอาวุธจาก์ว่า เอ็กโซซิสท์(มือปราบ) เวลาเดียวกัน ศาสนาคริสต์ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อกลุ่มผู้ศรัทธาที่รวมตัว ช่วยกันตั้งองค์กรในเงามืดเพื่อปกป้องโลกและสนับสนุนเหล่ามือปราบ
เกิดเป็มหาาศักดิ์สิทธิที่ดำเนินมานับพันปี อย่างลับ ๆ จากสายตาของสาธารณะชนมีเพียงแค่คนของโลกอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่ล่วงรู้
ดำเนินมาจึงศตวรรษที่ 21
“ มันกำลังจะเริ่มขึ้น.... “ เสียงของสตรีผู้หนึ่งดัง ท่ามกลางห้องโถงแห่งหนึ่งที่ในใจกลางมีรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนหล่อจากทองคำบริสุทธิ์ รอบ ๆ บริเวณคือกำแพงหนาที่มีการทำช่องสี่เหลี่ยมเล็กเอา ๆ ไว้ ล้อมรอบทั่วเทวรูปสีทอง
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินถือคทาทองคำ ที่มีปีกปักษาสีทองสยายปีกอยู่ติดบนส่วนหัวของคทา สวมชุดเดรสสีขาวใส ปกปิดรูปลักษณ์ส่วนใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาวที่ลากยาวลงมาจนถึง่เอว
“ คำทำนายเมื่อพันปีก่อน.... ช่างน่าคิดถึงจริง “
น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะน่าฟัง
งานเทศกาลแห่งความวิบัติ
การปรากฏตัวของผู้กล้าในคำทำนาย
กับ ศัตรูผู้น่าเกรงขามที่มอบความหวาดกลัวให้กับพื้นพิภพ
าระหว่างความดีและความชั่ว
แสงกับความมืด
เอื้อมมือในเงามืดที่จะโผล่มาตอนไหนก็ได้
สุดยอดปกรณัมที่เกิดขึ้นจริง
“ นับพันปี....ที่าดำเนินมาอย่างยืดยาว....ในที่สุดก็จะจบลงสักที “
สาวปริศนาอ้าแขนทั้งสองข้าง
“ เอ็กโซซิสท์นับร้อยนับพัน... เด็ก ๆ ของเราเอ่ย... หลับให้สบายเถิด...เพราะไม่ช้าาครั้งนี้ก็กำลังจะจบลง “ เธอเริ่มหมุนตัวไปมาแบบช้า ๆ เสียงของเธอใครก็ตามที่ได้ยินก็จะรู้ในทันทีว่าบัดนี้ ดรุณีนางนี้กำลังดีใจ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากช่องบนกำแพง จำนวนนับไม่ถ้วน
ราวกับงานเทศกาลแห่งความยินดี
“ เอาล่ะ...ได้เวลาแล้ว...จงโลดเต้น เริงระบำ ไปตามใจ... “
“ กู่ร้องให้ดังลั่น...แม้น้ำเสียงนั้นจะเต็มไปด้วยความน่าสังเวช ก็ตาม “
“ แสดงความกล้าหาญ ปณิธาน และ ความปรารถนาให้ฟ้าได้รับรู้ “
“ และจงลุกขึ้นมายืน...ก้าวต่อไป ต่อให้เท้าจะเจ็บ ร่างแทบแหลกสลาย ก็จงมุ่งหน้าต่อไป ๆ... ถักทอเื่ราวของตนเองให้สมบูรณ์ซะ “
ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า
บนโลกใบนี้หาได้มีสิ่งใดจะงดงามเท่ากับอารมณ์ของมนุษย์
ไม่ว่า จะความโกรธ ความเกลียดชัง ความกล้า ความยินดี ทุกอย่างล้วนสวยงาม ใช่โดยเฉพาะในสายตาของนาง ผู้ที่เฝ้ามองกาลสมัยมาอย่างเนิ่นหน้า เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดตัวตน มันคือความเป็ตัวเอง มันคือสิ่งที่ชีวิตของมนุษย์อันมีขีดจำกัดสร้างขึ้นมา วรรณกรรมชั้นยอด ที่เกิดจาก่เวลาอันแสนสั้น ที่คนหนึ่ง ๆ ใส่ทั้งฝันและหวังลงไปเพื่อสร้างมัน
“ เราขออวยพร... “
เธอกล่าวเสียงต่ำ
ต่อให้มันน่าจะขบขัน... หรือท้ายที่สุด จะต้องกลายเป็ที่เกลียดชัง หรือเป็ศัตรูของโลกทั้งใบ ก็จงยัดยืน และมุ่งหน้าต่อไป...ก้าวไปทีละนิด... เพราะนั้นคือชีวิต มันคือการใช้ชีวิต
คำวิงวอนของอรชรผู้หนึ่งได้ถูกส่งไปหาสรวง์
แด่ความปรารถนาที่จะให้เื่ราวนี้นั้นยอดเยี่ยมและงดงามกว่าใคร
แต่มันไม่ใช่เื่ราวของผู้กอบกู้ในคำทำนาย
ณ ประเทศบนเกาะ ในเขตตะวันออก เด็กหนุ่มคนหนึ่งแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าในขณะที่มี ดาวตกสีฟ้าดวงหนึ่ง แล่นผ่านสายตาไป เขาจ้องมองที่มันอย่างไม่วางตา พลางคิดในใจว่าสิ่งที่เห็นช่างงดงามเหลือเกิน ก่อนจะมีเสียงเรียกของเพื่อนทำให้เขาตื่นจากห้วงความคิดและรีบออกก้าวเดินต่อ
ตอนนั้นเองก็มีชายสวมชุดแจ็คเก็ตสีดำกับแว่นกันฝุ่นผ่านไป
สหรัฐ อเมริกา
ท่ามกลางแมกไม้ในป่าใหญ่ ปรากฏร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีดำทรงแปลกของเด็กหนุ่มผู้มีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน ทั้งคู่เงยหน้ามองท้องฟ้า เหตุใดก็ไม่ทราบถึงรู้สึกว่าเร็ว ๆ นี่จะมีเื่บ้างอย่างที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล
ไม่นานก็มีเสียงบ้างอย่างดังมาจากทางพุ่มไม้ คนซ้อนท้ายจึงหยิบคมดาบทรงประหลาดมาไว้ในมือ
โอกินาว่า
‘ ยินดีต้อนรับสู่ โอกินาว่า ค่ะผู้โดยสาร.... ‘
เสียงของพนักงานในสนามบินดังสนั่นเป่าประกาศซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่คนหนึ่งเดินลากกระเป๋าสัมภาระผ่านจุดตัวคนเข้าเมือง ก่อนจะหยิบรูปภาพใบหนึ่งมาดู แล้วเค้นยิ้มสยอง อย่างมีเล่ห์นัย
จีน
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนใหญ่ขับแซงปาดหน้ารถคันอื่น ๆ ไปแบบสบาย ๆ ด้วยความเร็วเกินธรรมดา ผู้ขับคือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ขณะที่มีคนซ้อนทายเป็ชายชราง้างคันศรเล็งเป้าไปยังที่อะไรสักอย่าง
อิตาลี
กลางแสงของดวงตะวันที่สาดส่องลงมา ร่างเล็กของเด็กหญิงออกมาเต้นระบำกลางแสงแดด มีกลิ่นหอมของดอกบุปฝาในฤดูใบไม้ผลิลอยมาแตะจมูกทำให้ ดวงหน้าน่ารักเผยรอยยิ้มกว้างให้ได้เห็น
รัสเซีย
ความหนาวเหน็บยังคงไม่จากแผ่นดินหมีขาวไปไหน แม้ว่านี้จะเป็่ฤดูใบไม้ผลิก็ตาม หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสัตว์ขนหนา ผ่านพายุหิมะหลงฤดู แต่งกายด้วยชุดกันหนาวแบบครบชุด พยายามใช้ดวงตามองหาเส้นท้างออกจากจุดที่เธออยู่
อังกฤษ
ราตรีมาเยือน ่เวลาที่ผู้คนส่วนมากกำลังหลับไหลกลับปรากฏร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งถือเงินมัดใหญ่ หนีการไล่ล่าของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เขามีสีผมที่ดูแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป เพราะมันเป็สีขาวบริสุทธิ์ล้วน ๆ
“ หยุดนะ ! “
มีเสียงะโไล่หลังมา
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาเห็นซอกตึกหนึ่ง ก็ยกยิ้ม และรีบวิ่งเข้าไปใช้ร่างกายและความเร็วอันภาคภูมิใจปีน พวกขอบหน้าต่างจนไปถึงบนตึกอย่างว่องไว ขณะที่พวกคนไล่ตามก็พากันอ้าปากค้างต่อความเร็วของเป้าหมาย
จากนั้นโจรหนุ่มก็ะโข้ามตึกไปมาหนีการไล่ตามอย่างสบาย ๆ
“ ได้มาเยอะเลยแหะ “
เขาเริ่มพลิ้วปากสบายใจ
ก่อนเขาจะนึกถึงอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้
“ จะว่าไปเมื่อกี่เราก็หยิบไอ้นี้มาได้ด้วยนิหว่า ? “
เขาควักวัตถุทรงกลมออกมาจากกระเป๋ากางเกง
มันคือลูกแก้วโปร่งใสที่มีสัญญาลักษณ์รูปปีกอยู่ข้างใน
“ เ้าพวกมาเฟียกลุ่มนั้น... เก็บของแบบนี้ไว้ทำอะไรกันนะ ? “ หัวขโมยคิด ตอนแอบลอบเข้าไปในฐานทัพของพวกบ้านั้น ก็เห็นมันดูสะดุดตาดี เลยขโมยมา แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าจะมีราคาอะไรเลย เขาจึงถอนหายใจยาวเหยียด และตัดสินใจเดินกลับบ้าน ไปพักผ่อน
ระหว่างทางก็โยนเ้าลูกแก้วไปมา
สักพักหนึ่ง เขาก็ใกล้ถึงที่หมายที่เรียกว่าบ้าน
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เ้าลูกแก้วก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับแสงของพระอาทิตย์
“ อะไร- “
พูดยังไม่ทันจบประโยค ขณะที่มันกำลังลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งเข้ามา กระแทกศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างแรง ดัง ปัก
ร่างสูงเซไปเซมา ภาพที่เห็นเริ่มพร่าหมัว ทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามจะฝืนเดินไปต่อจนพลาดตกลงไปข้างล่าง สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือถังขยะ จากนั้นภาพก็ดับไป พร้อมกับเสียงร้องของผู้หญิงที่แล่นเข้ามาในแก้วหู
เื่นี้ไม่ใช่ปกรณัมของผู้กล้าในตำนาน
แต่คือเื่ราวอันสุดวิเศษของบ้างสิ่งที่เหนือกว่า
ใช่แล้ว...
ผู้เฝ้ามองยังไงล่ะ
และแล้วเื่ราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ถึงการพบพาน การผจญภัย โศกนาฏกรรม
ทั้งหมดนี่จะไปจบลงที่ใด.... ท้ายที่สุดแล้ว บ้างทีฟ้าเองก็คงจะไม่รู้
กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในยุคที่พระบุตรของพระเ้า นาม ‘ เยซู ‘ ทรงจุติลงมา ในฐานะพระคริสต์นำคำสอนแห่งพระองค์มาโปรดมวลมนุษย์และคนบาป คอยเผยแพร่คำสอนของ์ ก่อกำเนิดเป็มหาศาสนาที่ครอบคลุมไปแทบจะทุกพื้นที่ของโลกและมีผู้ศรัทธามากที่สุดในโลก นั้นก็คือ ศาสนาคริตส์
ทว่าเวลานั้น เหล่าผู้อาศัยบน์ ร่วมทั้งพระเ้าเองก็มิอาจรับรู้ได้ ถึงบ้างสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขุมนรก มาตุภูมิของ สิ่งที่เป็สัญญาลักษณ์ของความชั่วร้าย ดินแดนที่ปกคลุมด้วยความมืด เปลวไฟนรก ิญญาคนตาย ปีศาจ มวลมาร และ เสียงกรีดร้องของคนบาป
นรกภูมิถูกบ้างสิ่งบ้างอย่างรุกรานจนล่มสลายแปรสภาพกลายเป็ดินแดนร้าง เหล่านิรยชน(ผู้อาศัย)อันเป็ผู้รับหน้าที่ลงโทษิญญาชั่วในนรกต่างถูกฆ่าหมด ปีศาจและมารทั้งมวลก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของตัวตนปริศนาล้างล่าจนเกือบสิ้น ส่วนิญญาคนบาปหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ท้ายที่สุดมันก็ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า
์ ขนานนามศัตรู รายใหม่ ผู้ทำลายแดนคนตายว่า ‘ ผู้รุกราน ‘
ผู้รุกรานที่ความปรารถนาอันเลวร้าย มีจุดมุ่งหมายที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด หลังจากยึดครอง อดีตนรก ที่ปัจจุบันถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า วอยด์เวิร์ด ภายใต้การปกครองของผู้รุกราน เหล่าศัตรูรายใหม่หวังจะมุ่งหน้ามาทำลาย์ดินแดนของทวยเทพ
แต่แผนการก็ต้องประสบกับข้อติดขัด เมื่อพวกมันจำเป็ต้องผ่านแดนของคนเป็อย่าง พิภพ สถานที่ทีตัวตนเหนือธรรมชาติทั้งหลายจะถูกจำกัดพลังจนเหลือไม่ต่างกับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่แทบทุกส่วนบนโลก และ เรียกขานพวกตนเองว่ามีสติปัญญาฉลาดล้ำที่สุดบนโลกา อย่าง มนุษย์ เนื่องจากในยามที่พระเ้าให้กำเนิดโลกพระองค์ก็ได้สร้างกฎเหล็ก ที่แม้แต่ตนเองยังฝ่าฝืนไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปีศาจหรือเทพมาร องค์ใดมาแผลงฤทธิ์ทำร้ายดวงดาวที่ท่านรัก พวกผู้รุกรานจึงไม่สามารถทะลวงผ่านแดนคนเป็ไปได้
เหล่าผู้รุกรานจึงได้สร้างทางเลือกใหม่ ให้กำเนิดอาวุธมีชีวิตนามว่า นัวร์ หรือเรียกอีกแบบว่า นูร์ ไม่มีผู้ใดนอกจากคนที่สร้างมันรู้ว่าอาวุธชิ้นนี้สร้างได้อย่างไร แต่พวกมันคืออาวุธมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ที่มีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียวคือฆ่าทุกชีวิตบนโลกมนุษย์เท่านั้น
เพื่อปกป้อง ชีวิตทั้งหมด พระเ้าและเหล่าเทพได้ร่วมพลังกันสร้างศาสตราวุธ ศักดิ์สิทธิขึ้นมาทั้งหมด 302 ชิ้น
มอบพลังให้มนุษย์ผู้อ่อนแอ ใช้ต่อกรกับ การรุกราน ในฐานะสาวก
เราเรียกเขาเ่าั้ที่ถูกเลือกโดยอาวุธจาก์ว่า เอ็กโซซิสท์(มือปราบ) เวลาเดียวกัน ศาสนาคริสต์ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อกลุ่มผู้ศรัทธาที่รวมตัว ช่วยกันตั้งองค์กรในเงามืดเพื่อปกป้องโลกและสนับสนุนเหล่ามือปราบ
เกิดเป็มหาาศักดิ์สิทธิที่ดำเนินมานับพันปี อย่างลับ ๆ จากสายตาของสาธารณะชนมีเพียงแค่คนของโลกอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่ล่วงรู้
ดำเนินมาจึงศตวรรษที่ 21
“ มันกำลังจะเริ่มขึ้น.... “ เสียงของสตรีผู้หนึ่งดัง ท่ามกลางห้องโถงแห่งหนึ่งที่ในใจกลางมีรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนหล่อจากทองคำบริสุทธิ์ รอบ ๆ บริเวณคือกำแพงหนาที่มีการทำช่องสี่เหลี่ยมเล็กเอา ๆ ไว้ ล้อมรอบทั่วเทวรูปสีทอง
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินถือคทาทองคำ ที่มีปีกปักษาสีทองสยายปีกอยู่ติดบนส่วนหัวของคทา สวมชุดเดรสสีขาวใส ปกปิดรูปลักษณ์ส่วนใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาวที่ลากยาวลงมาจนถึง่เอว
“ คำทำนายเมื่อพันปีก่อน.... ช่างน่าคิดถึงจริง “
น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะน่าฟัง
งานเทศกาลแห่งความวิบัติ
การปรากฏตัวของผู้กล้าในคำทำนาย
กับ ศัตรูผู้น่าเกรงขามที่มอบความหวาดกลัวให้กับพื้นพิภพ
าระหว่างความดีและความชั่ว
แสงกับความมืด
เอื้อมมือในเงามืดที่จะโผล่มาตอนไหนก็ได้
สุดยอดปกรณัมที่เกิดขึ้นจริง
“ นับพันปี....ที่าดำเนินมาอย่างยืดยาว....ในที่สุดก็จะจบลงสักที “
สาวปริศนาอ้าแขนทั้งสองข้าง
“ เอ็กโซซิสท์นับร้อยนับพัน... เด็ก ๆ ของเราเอ่ย... หลับให้สบายเถิด...เพราะไม่ช้าาครั้งนี้ก็กำลังจะจบลง “ เธอเริ่มหมุนตัวไปมาแบบช้า ๆ เสียงของเธอใครก็ตามที่ได้ยินก็จะรู้ในทันทีว่าบัดนี้ ดรุณีนางนี้กำลังดีใจ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากช่องบนกำแพง จำนวนนับไม่ถ้วน
ราวกับงานเทศกาลแห่งความยินดี
“ เอาล่ะ...ได้เวลาแล้ว...จงโลดเต้น เริงระบำ ไปตามใจ... “
“ กู่ร้องให้ดังลั่น...แม้น้ำเสียงนั้นจะเต็มไปด้วยความน่าสังเวช ก็ตาม “
“ แสดงความกล้าหาญ ปณิธาน และ ความปรารถนาให้ฟ้าได้รับรู้ “
“ และจงลุกขึ้นมายืน...ก้าวต่อไป ต่อให้เท้าจะเจ็บ ร่างแทบแหลกสลาย ก็จงมุ่งหน้าต่อไป ๆ... ถักทอเื่ราวของตนเองให้สมบูรณ์ซะ “
ใครคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า
บนโลกใบนี้หาได้มีสิ่งใดจะงดงามเท่ากับอารมณ์ของมนุษย์
ไม่ว่า จะความโกรธ ความเกลียดชัง ความกล้า ความยินดี ทุกอย่างล้วนสวยงาม ใช่โดยเฉพาะในสายตาของนาง ผู้ที่เฝ้ามองกาลสมัยมาอย่างเนิ่นหน้า เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดตัวตน มันคือความเป็ตัวเอง มันคือสิ่งที่ชีวิตของมนุษย์อันมีขีดจำกัดสร้างขึ้นมา วรรณกรรมชั้นยอด ที่เกิดจาก่เวลาอันแสนสั้น ที่คนหนึ่ง ๆ ใส่ทั้งฝันและหวังลงไปเพื่อสร้างมัน
“ เราขออวยพร... “
เธอกล่าวเสียงต่ำ
ต่อให้มันน่าจะขบขัน... หรือท้ายที่สุด จะต้องกลายเป็ที่เกลียดชัง หรือเป็ศัตรูของโลกทั้งใบ ก็จงยัดยืน และมุ่งหน้าต่อไป...ก้าวไปทีละนิด... เพราะนั้นคือชีวิต มันคือการใช้ชีวิต
คำวิงวอนของอรชรผู้หนึ่งได้ถูกส่งไปหาสรวง์
แด่ความปรารถนาที่จะให้เื่ราวนี้นั้นยอดเยี่ยมและงดงามกว่าใคร
แต่มันไม่ใช่เื่ราวของผู้กอบกู้ในคำทำนาย
ณ ประเทศบนเกาะ ในเขตตะวันออก เด็กหนุ่มคนหนึ่งแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าในขณะที่มี ดาวตกสีฟ้าดวงหนึ่ง แล่นผ่านสายตาไป เขาจ้องมองที่มันอย่างไม่วางตา พลางคิดในใจว่าสิ่งที่เห็นช่างงดงามเหลือเกิน ก่อนจะมีเสียงเรียกของเพื่อนทำให้เขาตื่นจากห้วงความคิดและรีบออกก้าวเดินต่อ
ตอนนั้นเองก็มีชายสวมชุดแจ็คเก็ตสีดำกับแว่นกันฝุ่นผ่านไป
สหรัฐ อเมริกา
ท่ามกลางแมกไม้ในป่าใหญ่ ปรากฏร่างของเด็กสาวผู้หนึ่งกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีดำทรงแปลกของเด็กหนุ่มผู้มีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน ทั้งคู่เงยหน้ามองท้องฟ้า เหตุใดก็ไม่ทราบถึงรู้สึกว่าเร็ว ๆ นี่จะมีเื่บ้างอย่างที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล
ไม่นานก็มีเสียงบ้างอย่างดังมาจากทางพุ่มไม้ คนซ้อนท้ายจึงหยิบคมดาบทรงประหลาดมาไว้ในมือ
โอกินาว่า
‘ ยินดีต้อนรับสู่ โอกินาว่า ค่ะผู้โดยสาร.... ‘
เสียงของพนักงานในสนามบินดังสนั่นเป่าประกาศซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่คนหนึ่งเดินลากกระเป๋าสัมภาระผ่านจุดตัวคนเข้าเมือง ก่อนจะหยิบรูปภาพใบหนึ่งมาดู แล้วเค้นยิ้มสยอง อย่างมีเล่ห์นัย
จีน
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนใหญ่ขับแซงปาดหน้ารถคันอื่น ๆ ไปแบบสบาย ๆ ด้วยความเร็วเกินธรรมดา ผู้ขับคือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ขณะที่มีคนซ้อนทายเป็ชายชราง้างคันศรเล็งเป้าไปยังที่อะไรสักอย่าง
อิตาลี
กลางแสงของดวงตะวันที่สาดส่องลงมา ร่างเล็กของเด็กหญิงออกมาเต้นระบำกลางแสงแดด มีกลิ่นหอมของดอกบุปฝาในฤดูใบไม้ผลิลอยมาแตะจมูกทำให้ ดวงหน้าน่ารักเผยรอยยิ้มกว้างให้ได้เห็น
รัสเซีย
ความหนาวเหน็บยังคงไม่จากแผ่นดินหมีขาวไปไหน แม้ว่านี้จะเป็่ฤดูใบไม้ผลิก็ตาม หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของสัตว์ขนหนา ผ่านพายุหิมะหลงฤดู แต่งกายด้วยชุดกันหนาวแบบครบชุด พยายามใช้ดวงตามองหาเส้นท้างออกจากจุดที่เธออยู่
อังกฤษ
ราตรีมาเยือน ่เวลาที่ผู้คนส่วนมากกำลังหลับไหลกลับปรากฏร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งถือเงินมัดใหญ่ หนีการไล่ล่าของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เขามีสีผมที่ดูแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป เพราะมันเป็สีขาวบริสุทธิ์ล้วน ๆ
“ หยุดนะ ! “
มีเสียงะโไล่หลังมา
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาเห็นซอกตึกหนึ่ง ก็ยกยิ้ม และรีบวิ่งเข้าไปใช้ร่างกายและความเร็วอันภาคภูมิใจปีน พวกขอบหน้าต่างจนไปถึงบนตึกอย่างว่องไว ขณะที่พวกคนไล่ตามก็พากันอ้าปากค้างต่อความเร็วของเป้าหมาย
จากนั้นโจรหนุ่มก็ะโข้ามตึกไปมาหนีการไล่ตามอย่างสบาย ๆ
“ ได้มาเยอะเลยแหะ “
เขาเริ่มพลิ้วปากสบายใจ
ก่อนเขาจะนึกถึงอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้
“ จะว่าไปเมื่อกี่เราก็หยิบไอ้นี้มาได้ด้วยนิหว่า ? “
เขาควักวัตถุทรงกลมออกมาจากกระเป๋ากางเกง
มันคือลูกแก้วโปร่งใสที่มีสัญญาลักษณ์รูปปีกอยู่ข้างใน
“ เ้าพวกมาเฟียกลุ่มนั้น... เก็บของแบบนี้ไว้ทำอะไรกันนะ ? “ หัวขโมยคิด ตอนแอบลอบเข้าไปในฐานทัพของพวกบ้านั้น ก็เห็นมันดูสะดุดตาดี เลยขโมยมา แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าจะมีราคาอะไรเลย เขาจึงถอนหายใจยาวเหยียด และตัดสินใจเดินกลับบ้าน ไปพักผ่อน
ระหว่างทางก็โยนเ้าลูกแก้วไปมา
สักพักหนึ่ง เขาก็ใกล้ถึงที่หมายที่เรียกว่าบ้าน
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เ้าลูกแก้วก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับแสงของพระอาทิตย์
“ อะไร- “
พูดยังไม่ทันจบประโยค ขณะที่มันกำลังลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งเข้ามา กระแทกศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างแรง ดัง ปัก
ร่างสูงเซไปเซมา ภาพที่เห็นเริ่มพร่าหมัว ทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามจะฝืนเดินไปต่อจนพลาดตกลงไปข้างล่าง สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือถังขยะ จากนั้นภาพก็ดับไป พร้อมกับเสียงร้องของผู้หญิงที่แล่นเข้ามาในแก้วหู
เื่นี้ไม่ใช่ปกรณัมของผู้กล้าในตำนาน
แต่คือเื่ราวอันสุดวิเศษของบ้างสิ่งที่เหนือกว่า
ใช่แล้ว...
ผู้เฝ้ามองยังไงล่ะ
และแล้วเื่ราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ถึงการพบพาน การผจญภัย โศกนาฏกรรม
ทั้งหมดนี่จะไปจบลงที่ใด.... ท้ายที่สุดแล้ว บ้างทีฟ้าเองก็คงจะไม่รู้