ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ขอร้องนาง

            พวกเขามาถึงหน้ารถม้าเสี่ยวหานพยุงมู่จื่อหลิงขึ้นรถม้า

            “นายน้อยบ่าวอยากไปกับท่านด้วย” เสี่ยวหานมองมู่จื่อหลิงในรถม้าด้วยความคาดหวัง

            นางรู้ว่าทุกครั้งที่นายน้อยเข้าวังล้วนไม่เคยมีเรื่องดีนางจึงอยากติดตามนายน้อยไปด้วย ถ้าเกิดเรื่อง นางยังสามารถปกป้องนายน้อย

            “เสี่ยวหานข้าจะเข้าวังไปตามลำพัง เจ้าไม่ต้องตามไปด้วย วางใจเถิดไม่มีอะไรหรอก”มู่จื่อหลิงปฏิเสธเสี่ยวหานอย่างไม่ลังเล

            นางรู้ว่าเข้าวังครั้งนี้หากเกิดเรื่องใดขึ้นตนเองมีวิธีหลบเลี่ยงไปได้ ยามนี้เสี่ยวหานคือคนที่ใกล้ชิดนางที่สุดหากมีคนนำเสี่ยวหานมาข่มขู่ตน เช่นนั้นนางคงไม่รู้จะทำอย่างไร

            ทุกเรื่องต้องระมัดระวังให้มากหน่อยไม่ว่าดีหรือร้ายนางก็ไม่อาจพาเสี่ยวหานไปด้วยได้

            “นายน้อย” เสี่ยวหานเรียกอย่างกังวลนางอยากเข้าวังไปกับนายน้อยจริงๆ

            “ไม่เป็นอันใดแต่หากยื้อต่อไป ให้ไทเฮารอนานเข้าคงได้เกิดเรื่องขึ้นจริงๆแล้ว รอข้ากลับมานะ” มู่จื่อหลิงส่งสายตาอันนิ่งสงบให้เสี่ยวหาน

            “นายน้อยเช่นนั้นท่านต้องระมัดระวังหน่อย หากเกิดเรื่องขึ้น ก็...ก็” เสี่ยวหานพูดไปคิดไปนางก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเช่นกัน

            นายน้อยเข้าวังตามลำพังหากเกิดเรื่องขึ้น แม้แต่คนส่งข่าวสารก็ไม่มี นางไปบอกท่านอ๋องเสียหน่อยดีหรือไม่แต่ยามนี้นางก็ไม่รู้ว่าท่านอ๋องอยู่แห่งหนใด

            มู่จื่อหลิงถูกท่าทางของเสี่ยวหานทำให้ขบขันเข้าแล้ว

            ขณะที่เตรียมจะพูดนั้นน้ำเสียงเกลียดชังกระแสหนึ่งก็ลอยมา

            “หวางเฟย อย่าได้เสียเวลาอีกเลยจะดีกว่าให้ไทเฮารอนานเข้า พวกเราคงรับผิดชอบไม่ไหวนะเพคะ” หลินมามากล่าวอย่างทระนงตัว

            ดูเหมือนนางจะลืมกฎระเบียบเมื่อครู่ไปเสียแล้วเห็นสองนายบ่าวตัดใจแยกจากกันเข้าวังอย่างยากเย็นนัก นางทนมองต่อไปไม่ไหวความยโสโอหังจึงจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง

            “สามหาวฐานะเช่นเปิ่นหวางเฟยนี้สามารถนำไปเหมารวมกับเจ้าได้หรือ” มู่จื่อหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

            นางปีศาจเฒ่าตนนี้คิดจริงๆหรือว่าตนเป็นลูกพลับนิ่ม เพิ่งจะสั่งสอนไปเมื่อครู่นี้พริบตาเดียวก็เริ่มพล่ามขึ้นมาอีกแล้ว

            แล้วยัง พวกเรา? ต่อให้ฐานะของนางตกต่ำก็ไม่อยู่ชั้นเดียวกับนางปีศาจเฒ่านี้แน่

            “บ่าวมิกล้า” หลินมามาเห็นดังนั้นก็ปิดปากอย่างฮึดฮัด

            แต่ความขุ่นเคืองสุมอยู่กลางอกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฉีหวางเฟยผู้นี้เชี่ยวชาญการจับผิดนักนางวางแผนไว้แล้วว่าเข้าวังไปจะกล่าวฟ้องเช่นใด

            มู่จื่อหลิงชายตามองนางอย่างเย็นชาแล้วไม่สนใจอีก

            “เอาเถิดเสี่ยวหานเจ้าเข้าไปก่อน สารถีออกรถได้” มู่จื่อหลิงมองเสี่ยวหาน แล้วพูดกับสารถี

            เสี่ยวหานมองรถม้าที่วิ่งไกลออกไปอย่างตัดใจไม่ลงกระทั่งรถม้าหายไปนางจึงวิ่งเข้าไปพบลุงฝูในจวนอ๋อง

            -

            ไทเฮาทราบว่าฮองเฮาถูกฮ่องเต้หลงเหวินอิ้นกักบริเวณอยู่ในตำหนักคุนหนิงจึงออกไปหาฮ่องเต้แต่เช้า

            กล่าวว่าเป็นเพราะอาการเจ็บป่วยของหลงเซี่ยวหลีฮองเฮาจึงได้สร้างความวุ่นวายเช่นนี้ขอให้เขาเข้าใจความรู้สึกห่วงใยที่ฮองเฮามีต่อบุตรชาย ยกเลิกกักบริเวณไทเฮา

            สิ่งที่ฮ่องเต้หลงเหวินอิ้นมิอาจทานทนได้ที่สุดคือเรื่องราวประเภทความรักของมารดาและความกตัญญูของบุตรสุดท้ายจึงได้แต่ยกเลิกคำสั่งกักบริเวณฮองเฮาอย่างไร้ทางเลือก

            ทันทีที่ออกมาฮองเฮาก็วิ่งไปอ้อนวอนไทเฮาให้ไทเฮาเรียกมู่จื่อหลิงเข้าวังมาตรวจดูหลงเซี่ยวหลี ไทเฮาย่อมยินดียิ่งนัก

            ถ้ามู่จื่อหลิงสามารถรักษาจนหายได้ก็ช่างเถิดแต่หากรักษาไม่ได้ ค่อยลงโทษนางกลางคัน เช่นนั้นย่อมลดเรื่องราวไปได้ไม่น้อย

            มู่จื่อหลิงเข้าวังหลวงมาแล้วรถม้าวิ่งมาจอดหน้าประตูตำหนักโซ่วอัน

            นางเข้าวังน้อยครั้งจนนับได้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นางมาตำหนักของไทเฮา ด้านในนั้นทั้งอึมครึมและน่าเกรงขาม

            ไทเฮาและฮองเฮานั่งอยู่บนที่นั่งอย่างมั่นคงท่าทางเคร่งขรึมทั้งสองคนนั่งอยู่ด้านบนนั้นเสมือนว่ากำลังมองสรรพสิ่ง ทำให้ผู้พบเห็นคิดจะคลานอยู่ใต้ฝ่าเท้าโดยมิรู้ตัว

            มู่จื่อหลิงไร้ซึ่งความขลาดกลัวโดยสิ้นเชิงยกเท้าก้าวเข้าไปอย่างเยือกเย็นสูงศักดิ์

            “หม่อมฉันถวายพระพรไทเฮาเสด็จแม่” มู่จื่อหลิงถอนสายบัวให้ผู้ที่นั่งอยู่ด้านบนทั้งสองคน

            นางแปลกใจนัก เมื่อวานหลงเซี่ยวเจ๋อเพิ่งจะพูดว่าฮองเฮาถูกกักบริเวณมิใช่หรือเหตุใดวันนี้จึงมาอยู่กับไทเฮาได้

            ทว่าท่าทางฮองเฮาในวันนี้เหมือนว่าจะมีกลิ่นอายอันสูงศักดิ์น้อยกว่าปกติแม้จะแต่งหน้าจนเข้ม แต่ก็ยังมองเห็นสีหน้าหมองคล้ำของนางในยามนี้

            นางคิดว่าที่นางถูกเรียกเข้าวังแต่เช้าเช่นนี้คงเกี่ยวข้องกับฮองเฮาเป็นแน่

            ก่อนหน้าเพิ่งมีข่าวว่านางถูกกักบริเวณสำนึกผิดไม่นานก็มานั่งอย่างอิสรเสรีอยู่กับไทเฮาที่นี่ได้ ดูท่าแผนการของไทเฮาคงมิธรรมดา

            “หลิงเอ๋อร์มาแล้วไม่ต้องมากพิธี นั่งลงได้” ไทเฮาแย้มยิ้มเต็มใบหน้าและทักทายอย่างสนิทสนม

            ผู้ที่ไม่รู้คงคิดว่านางชมชอบมู่จื่อหลิงอย่างยิ่งเสมือนว่าความไม่พอใจต่อมู่จื่อหลิงก่อนหน้านี้ ได้สลายหายไปเหมือนหมอกควันไม่มีอยู่อีกแล้ว

            “ขอบพระทัยไทเฮา” มู่จื่อหลิงเองก็ไม่เกรงใจเยื้องย่างไปยังที่นั่งด้านข้างอย่างสุขุมเยือกเย็น

            หากไม่รู้อยู่ก่อนว่าไทเฮาเป็นคนเช่นใดมู่จื่อหลิงเกรงว่าคงถูกการทักทายแสนกระตือรือร้น น้ำเสียงที่สนิทสนมหลอกลวงไปแล้ว

            ไทเฮาคิดจะเล่นอะไรอีก? จริงใจหน่อยได้หรือไม่ท่าทางเช่นนี้ทำให้นางไม่เคยชินเล็กน้อย

            “หลิงเอ๋อร์อายเจียให้หลินมามาไปตั้งแต่เช้าแล้ว เหตุใดจึงเพิ่งมายามนี้เล่า” ไทเฮากล่าวอย่างมิใคร่พอใจ

            ไทเฮาผู้นี้ไม่จับผิดมู่จื่อหลิงสักวันเป็นต้องรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแน่แท้

            มู่จื่อหลิงกำลังจะอ้าปากพูด

            หลินมามาที่อยู่ข้างกายไทเฮาก็บิดเอวก้าวออกมาคุกเข่าลงด้านหน้าไทเฮา เปิดปากอย่างอดรนทนไม่ไหว

            “ไทเฮาเป็นความผิดของบ่าวเอง เพื่อมิให้ไทเฮารอนาน บ่าวจึงรีบถ่ายทอดพระเสาวนีย์แก่หวางเฟยจึงลืมทำความเคารพ ทำให้หวางเฟยไม่พอใจ เสียเวลาไปเพคะ”

            การกระทำและน้ำเสียงของหลินมามาพร้อมเพรียงกันนักรวดเร็วเสียจนทำให้คนพูดไม่ออก ราวกับเกรงว่าวินาทีถัดไปจะถูกคนปล้นลิ้นไป

            ในใจมู่จื่อหลิงยกนิ้วโป้งให้หลินมามาเงียบๆมีผู้ที่กลัวตนเองจะถูกกล่าวฟ้องถึงเพียงนี้ด้วยหรือ ช่างลำบากนางเสียจริงอายุอานามปูนนี้แล้ว ยังต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้

            แต่ว่าคำพูดนี้ของหลินมามาช่างมีคุณธรรมนักมีคุณธรรมเสียจริง นางยอมรับความผิดพลาดอย่างสัตย์ซื่อทั้งเป็นฝ่ายยอมรับความผิดก่อน ทั้งประคองไทเฮาไว้สูง และไม่ลืมลากตนลงน้ำ

            ไทเฮาฟังเงื่อนงำออกนางย่อมพอใจนักที่หลินมามายกนางไว้เหนือหัว จึงมิได้ลงโทษหลินมามาในทันทีทว่าหันมามองมู่จื่อหลิง ราวกับรอนางกล่าวอธิบาย

            “เป็นเช่นนั้นจริงเพคะ” มู่จื่อหลิงกล่าวอย่างง่ายๆนางมิอยากอธิบายให้มากความ หลีกเลี่ยงความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกยิ่งพูดยิ่งแย่

            บ่าวของไทเฮาไม่รู้จักมารยาทผู้ที่เสียหน้าคือไทเฮา นางก็ไม่เชื่อว่าเพื่อบ่าวผู้หนึ่งแล้วไทเฮาจะสามารถเสียหน้าอีกครั้งมากล่าวโทษว่าตนทำให้เสียเวลา

            ได้ยินคำพูดเรียบง่ายของมู่จื่อหลิงไทเฮาก็ไม่พอใจขึ้นมา

            แต่นางก็ยังพูดกับหลินมามาอย่างเข้มงวด“เจ้าก็เป็นมามาเฒ่าที่ปรนนิบัติมาหลายปีแล้ว เหตุใดมารยาทเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ยังลืมได้ยังไม่ขอบพระทัยฉีหวางเฟยที่สั่งสอนอีก”

            หลินมามาเห็นเช่นนั้นในใจก็พลันยินดีนางรู้ไทเฮาจะไม่ลงโทษนางแล้ว นางจึงรีบหันไปประจบประแจงมู่จื่อหลิง“ขอบพระทัยหวางเฟยที่สั่งสอน ขอบพระทัยหวางเฟยที่สั่งสอน”

            ยามนี้หลินมามาไหนเลยจะมีความหยิ่งผยองอยู่อีกทั้งยังจนตรอกยิ่งกว่าอะไรดี เมื่อมีคนถือหาง ย่อมต้องมีสิทธิพิเศษอย่างแน่นอน

            มู่จื่อหลิงหัวเราะเยาะเงียบๆไทเฮาไม่คิดจะลงโทษหลินมามาที่ไม่รู้จักมารยาท จึงให้หลินมามาขอบคุณตนแล้วปล่อยผ่านไปเช่นนี้?

            “ข้าจะกล้ารับได้อย่างไรกันหลินมามาอย่างน้อยก็เข้าวังมากี่สิบปีแล้วเรื่องเข้าใจขนบมารยาทย่อมมากกว่าเปิ่นหวางเฟยเป็นเปิ่นหวางเฟยต้องขอคำชี้แนะจากหลินมามาถึงจะถูก” มู่จื่อหลิงกล่าวอย่างสุขุมเยือกเย็น

            อาศัยบารมีนายข่มผู้อื่น? รังแกผู้อ่อนแอกว่า? จะทำให้เจ้ารู้ว่าเปิ่นหวางเฟยมิใช่ผู้ที่ควรยั่วโทสะ

            “บ่าวมิกล้า” หลินมามาพูดอย่างอกสั่นขวัญแขวนได้ยินมู่จื่อหลิงพูดเหมือนว่าจะไม่เลิกรา ก็ตกใจจนขาแข้งอ่อน

            “เอาล่ะ เจ้าออกไปก่อน” ไทเฮากล่าวเสียงเย็น

            แม้จะเป็นบ่าวแต่ก็เป็นถึงบ่าวข้างกายตนเอง มาเลียแข้งเลียขามู่จื่อหลิงเช่นนี้นางย่อมทนดูต่อไปไม่ได้

            “เพคะ เพคะ บ่าวทูลลา” หลินมามาได้ยินไทเฮาอนุญาตให้ตนออกไปใจที่เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ พลันกระโดดขึ้นมาอยู่สูงอีกครั้ง

            ดูท่าทางไทเฮาคงยอมรับตนเองแล้วยังดีที่นางฉลาดพอชิงตัดคำพูดของฉีหวางเฟย

            มู่จื่อหลิงเปี่ยมไปด้วยความไม่ยินยอมมีนายเช่นใดบ่าวก็เป็นเช่นนั้น

            หากไทเฮาลงโทษหลินมามาจริงก็เท่ากับยอมรับว่าหลินมามานั้นไม่รู้มารยาทเช่นนั้นไทเฮาจะยิ่งขายหน้ามากขึ้นไปอีก

            ไทเฮาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เช่นนี้นางก็จะไม่ยุ่งกับธุระกงการของผู้อื่นอีก หลีกเลี่ยงมิให้เกิดความวุ่นวายแก่ตนเอง

            “หลิงเอ๋อร์แต่งงานมาระยะหนึ่งแล้ว คุ้นเคยหรือยัง” พอหลินมามาจากไปไทเฮาก็เปลี่ยนท่าทีมาไถ่ถามอย่างสนิทชิดเชื้อ ราวกับว่าเหตุการณ์คั่นเล็กๆ ก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้น

            “ขอบพระทัยไทเฮาที่ห่วงใยเพคะจวนฉีอ๋องเป็นบ้านของหม่อมฉัน ไม่มีสิ่งใดไม่คุ้นเคยอยู่บ้านของตนย่อมต้องพึงพอใจ” มู่จื่อหลิงกล่าวราบเรียบพลางแย้มยิ้ม

            ความหมายของคำพูดนางก็คือไทเฮานั้นถามเกินความจำเป็นแล้วนางแต่งเข้าจวนฉีอ๋อง เช่นนั้นจวนฉีอ๋องก็เป็นบ้านของนาง นางอยู่บ้านตนเองย่อมใช้ชีวิตอย่างสงบสบายใจหาได้มีความไม่คุ้นเคยไม่

            ยามนี้นางกินอิ่มนอนหลับชีวิตดีเสียยิ่งกว่านางฟ้านางสวรรค์

            ไทเฮาได้ยินเช่นนี้ชั่วพริบตาก็คุมสีหน้าไว้ไม่อยู่ก่อนจะสงบลงมาอีกครั้ง “หลิงเอ๋อร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อายเจียก็วางใจ หากอวี่เอ๋อร์รังแกหลิงเอ๋อร์หลิงเอ๋อร์ก็มาฟ้องอายเจียได้เลย อายเจียจะจัดการแทนเจ้าเอง”

            หืมไทเฮากล่าวเช่นนี้เกือบจะทำให้นางรับไม่ไหวราวกับไทเฮารู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะรังแกนางอย่างไรอย่างนั้นทั้งยังคิดจะเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังนาง เป็นผู้ทวงความยุติธรรมให้นาง

            ไทเฮาชราผู้นี้ไม่แทงนางข้างหลังนางคงต้องอมิตาพุทธเสียแล้ว

            “ไทเฮาทรงกังวลมากไปแล้วเพคะท่านอ๋องทรงดีกับหม่อมฉันมาก วันปกติท่านอ๋องงานยุ่งนักสตรีในห้องหอผู้หนึ่งเช่นหม่อมฉันก็ไร้ความสามารถที่จะช่วยเหลืออันใดได้จะกล้าบ่นได้อย่างไร” มู่จื่อหลิงที่ไม่เคยปรารถนาจะรับน้ำใจจากไทเฮา กล่าวต่อ

            “หลิงเอ๋อร์เข้าใจผู้อื่นดียิ่งอายเจียยิ่งชอบเจ้าเสียแล้วสิ” ยามนี้ในใจไทเฮานั้นอดกลั้นโทสะเอาไว้แต่ไม่สามารถออกอาการได้ ทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างจืดเจื่อน

            “หลิงเอ๋อร์ ระยะนี้เสด็จพี่ใหญ่เจ้าร่างกายไม่สบายหมอหลวงในวังล้วนไร้หนทางรักษา แม่รู้ว่าเจ้ามีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้างอยากเชิญเจ้ามาช่วยตรวจอาการเสด็จพี่ใหญ่ของเจ้า”

            ฮองเฮาด้านข้างดูเหมือนจะมิอาจทนรอให้ไทเฮาและมู่จื่อหลิงกล่าวโต้ตอบกันเช่นนี้ต่อไปได้แล้วจึงตัดเข้าสู่ใจความสำคัญทันที

            “เกิดอันใดขึ้นกันก่อนหน้านี้องค์ชายใหญ่ก็เหมือนจะยังดีๆ อยู่เลยนี่เหตุใดพูดว่าป่วยก็ป่วยเสียแล้วเล่าเพคะ” มู่จื่อหลิงแสร้งถามอย่างกังวล

            แท้จริงแล้วในใจนางลอบยิ้มไว้นานแล้วไทเฮากล่าวไร้สาระมากมายเช่นนี้ ล้วนมิได้กล่าวถึงเหตุผลที่ให้นางเข้าวังมายังเป็นฮองเฮาที่ว่องไว แค่เอ่ยปากก็พูดออกมาแล้ว

            นางรู้ว่าไทเฮาให้นางเข้าวังในวันนี้แปดถึงเก้าส่วนจากสิบส่วนต้องเป็นเรื่องหลงเซี่ยวหลีแน่ต่อให้พวกไทเฮาไม่เชิญ นางก็ต้องคิดหาวิธีเข้ามาถอนพิษให้หลงเซี่ยวหลี

            หากหลงเซี่ยวหลียังเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไร้ความผิดกี่มากน้อยต้องสูญสิ้นจากน้ำมือเขา

            “นี่...” ฮองเฮานั้นยากที่จะเอ่ยปากอยู่บ้าง

            แม้นางจะไม่ชินกับท่าทางเสแสร้งเช่นนี้ของมู่จื่อหลิงทว่ายามนี้ต้องขอร้องนาง นางจำต้องเป็นมิตรต่อมู่จื่อหลิง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247