ออด……….
เสียงออดบอกเวลาเริ่มคลาสดังขึ้น คุณครูประจำชั้นสาวในชุดเครื่องแบบสีกรมท่า เดินเข้ามาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง พร้อมเอาสมุดเช็คชื่อตบโต๊ะสองสามทีเพื่อให้เสียงพูดคุยภายในห้องเรียนเงียบเสียงลง นักเรียนหลายคนก็กระวีกระวาดวิ่งกลับเข้าที่นั่งตัวเอง จนสถานการณ์ในห้องเรียบร้อย ก่อนที่ครูสาวจะขานเช็คชื่อนักเรียนแต่ละคนตามลำดับ
ฟ้านั่งเหม่อลอย ฟังคุณครูประจำชั้นพูดเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ภายใต้ท่าทีเหม่อๆของเธอ หัวใจกลับเต้นระรัวเป็ตีกลอง หน้าของเธออมยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน นี่เป็ครั้งแรกเลยที่พี่ชายตัวโตของเธอพูดจากับเธอแบบนี้ ปกติเขาจะวางมาดของพี่ชายที่ปกป้องน้องสาวซะมากกว่า ถึงแม้เธอจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้มองเขาแบบพี่ชายก็ตาม… เขาก็เลือกที่จะทำเป็ไม่รับรู้ซะอย่างนั้น แต่คำพูดของเขาเมื่อวานทำให้เธอต้องคิดใหม่
คำพูดที่ไม่ใช่แค่ห่วง...มันคือ ‘หวง’... เธอััได้
ความเคยชินอาจจะทำให้เขายังมองไม่เห็นว่าเขาคิดยังไงกับเธอ แต่เธอต้องไม่จำเป็ต้องรีบ เธอยังมีเวลา… ค่อยๆทำให้พี่ชายของเธอคนนี้ซึมซับความรู้สึกนี้ แล้วค่อยยอมรับความรู้สึกด้วยตัวเอง
“คัคนางค์” เสียงขานเรียกชื่อเธอดังขึ้น ช่วยเรียกสติฟ้าขึ้นมาจากภวังค์
เด็กสาวกะพริบตาปริบๆ…
งงกว่าเดิมเมื่อเห็นมิ้นท์ทำท่าป้องปากกระซิบเรียกชื่อเธอ ก่อนจะส่งสัญญาณชี้นิ้วรัวๆไปยังหน้าห้อง
“คะ?” ฟ้ารีบยันกายขึ้นยืนจากที่นั่งอย่างงุนงง ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่มิ้นท์จะสื่อ จนคุณครูต้องย้ำถามลูกศิษย์จอมเหม่อลอยของเธออีกครั้ง
“แล้วสรุปมารึเปล่า คัคนางค์? ไม่อย่างนั้น… ครูจะได้ติ๊กว่าลา”
“อ๋อ... มะ… มาค่ะ มา”
ฟ้าขานรับอย่างเขินๆ แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งกลับที่เดิม… ที่แท้ก็แค่เช็คชื่อ… คุณครูส่ายหัวอมยิ้มเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะขานชื่อนักเรียนคนอื่นๆต่อไปจนครบจำนวน
“เอาล่ะ... ชั่วโมงโฮมรูมวันนี้ครูมีเื่จะแจ้งให้ทุกคนทราบ ฝ่ายมัธยมปลายของเรากำลังจะมีกิจกรรมค่ายจิตอาสาในอาทิตย์นี้ ปีนี้เราจะไปทำกิจกรรมของมูลนิธิที่ทางสมาคมผู้ปกครองหลายท่านให้การสนับสนุนอยู่ที่หัวหินนะ แต่… ต้องได้รับการอนุญาตจากทางผู้ปกครองก่อน เพราะกิจกรรมนอกสถานที่นี้จะต้องไปค้างคืนด้วยสองวันหนึ่งคืน ใครสนใจให้ไปลงชื่อได้ที่หัวหน้าห้องได้ แล้วรับจดหมายเพื่อนำกลับไปให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอมด้วย”
จบคำประกาศ เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบห้องเหมือนผึ้งแตกรัง ความตื่นเต้นแผ่กระจายไปทั่วห้อง ไม่มีใครไม่รู้ว่ากิจกรรมแต่ละกิจกรรมที่โรงเรียนจัดนั้นก็ไม่ต่างกับการไปเที่ยวพักผ่อน กิจกรรมก็ทำให้เต็มที่ แต่พักผ่อน… ก็เต็มที่เช่นกัน ไม่แปลกที่นักเรียนหลายคนจะสนใจ ถึงแม้จะไม่ได้สนใจที่จะทำงานจิตอาสาเป็หลักก็ตาม
“ครูคะ… ค่ายนี้นี่รวมรุ่นพี่ ม.5 กับ ม.6 ด้วยใช่ไหมคะ?” นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือ ลุกขึ้นถามในสิ่งที่เพื่อนๆหลายคนก็อยากจะรู้
“ใช่แล้ว”
เสียงฮือฮาดังขึ้นมาอีกระลอก ส่วนใหญ่จะเป็เสียงของนักเรียนหญิงซะมากกว่า งั้นคำตอบของคุณครูก็หมายความว่า… พวกเธออาจจะมีสิทธิ์ที่จะได้ไปเที่ยว… เอ๊ย!... ไปค่ายพร้อมๆกับกลุ่มพี่ซิงค์น่ะสิ เนื่องจากกิจกรรมที่มีค้างคืนนอกสถานที่พร้อมๆกับรุ่นพี่นั้นมีไม่มาก
แล้วใครล่ะ… ที่อยากจะพลาดโอกาสดีๆแบบนี้
“แต่ว่า… ครูบอกไว้ก่อนว่านี่คือกิจกรรม ‘อาสา’ ไม่ใช่กิจกรรมบังคับ” คุณครูสาวขัดขึ้นเนื่องจากเธอรู้ความหมายในคำถามของนักเรียนของเธอ “เพราะฉะนั้น… ก็ไม่ได้หมายความว่า… จะไปกันทุกคน”
โห่…..
เสียงครางผิดหวังดังระงม จนครูสาวต้องรีบปรามก่อนที่เด็กสาวจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ “แล้วนี่ก็คือค่าย ‘จิตอาสา’ นะ… ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ถ้าใครไม่สนใจที่ทำกิจกรรม ก็ขอร้อง… อย่าลงชื่อ!!”
มิ้นท์หันไปสะกิดเพื่อนสาว อยากรู้ว่าคนข้างๆสนใจที่จะไปกิจกรรมนี้ไหม “ฟ้าสนใจไหม?”
“ก็นะ… แล้วมิ้นท์ล่ะ สนใจรึเปล่า?”
“สนสิ!! อยากไปเที่… อยากไปช่วยสังคม” มิ้นท์เบรกความคิดในใจไว้แทบไม่ทัน เกือบหลุดปากออกมาซะแล้ว ฟ้าส่ายหัวอย่างระอา รู้ดีว่าสาวห้าวเพื่อนเธอคนนี้รักการทำกิจกรรมเป็ชีวิตจิตใจมากแค่ไหน ไม่มีทางที่มิ้นท์จะพลาดงานนี้อยู่แล้ว และไม่วาย…ต้องมาลากเธอไปด้วยแน่นอน
“งั้นเดี๋ยวฟ้าขอกลับไปถามแม่ก่อนนะ ไม่รู้ว่าแม่จะให้ไปรึเปล่า”
“อ้อเหรอ… ไอ้เราก็นึกว่า ต้องรอถามพี่แบงค์ซะอีก”
“จะเลิกแขวะได้รึยัง?” ฟ้าเลิกคิ้ว ก่อนส่งค้อนวงโตให้เพื่อนสาวอย่างไม่พอใจ “ถ้ามิ้นท์ไป...ฟ้าก็ไป ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่แบงค์ซะหน่อย”
“จ้า จ้า… ไปขอแม่นะวันนี้... นะ นะ นะ… มิ้นท์อยากไปมากเลย!!” มิ้นท์ส่งสายตาเว้าวอนไปหาฟ้า ไม่คิดจะแซวต่อเพราะไม่อยากจะทำให้เสียบรรยากาศ
เขาว่ากันว่า… แซววันละนิดจิตแจ่มใส
ถ้าแซวมากไปเดี๋ยวภัยจะมาหาตัวแทน…
“โอเค ได้” ฟ้ารับปาก ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงเื่ที่เธอถูกเสนอชื่อไปเมื่อวาน “แล้ววันนี้ที่ต้องมีการคัดตัวนี่… อะไร… ยังไง?”
“มิ้นท์แจ้งพี่แตงไปแล้วล่ะเมื่อวาน พี่แตงบอกว่าจะคัดหลีดที่ห้อง ม.6/7… หลักเลิกเรียนก็ขึ้นไปได้เลย”
“โอเค แล้วมิ้นท์จะไปกับฟ้าด้วยรึเปล่า?”
“คงไม่ได้อ่ะ… เดี๋ยวมิ้นท์มีประชุมกับพวกพี่ประธานสีเย็นนี้” มิ้นท์ปฏิเสธเพื่อนสาวไป แต่ก็กลัวว่าคนตรงหน้าจะโกรธเธออีก… ว่าเธอเองที่เป็คนให้ฟ้ายอมรับข้อเสนอของเพื่อนๆ... แต่กลับปล่อยเพื่อนให้ไปเอง “ไปคนเดียวได้ไหม?”
“ได้ๆ งั้นเดี๋ยวฟ้าไปพร้อมเต้ยละกัน” ฟ้ารับปากมิ้นท์อย่างไม่ได้คิดอะไรมาก อย่างน้อย… เธอก็มีผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน ก่อนที่จะอุทานออกมาเบาๆ เพราะว่าเธอก็ยังไม่รู้ว่าจะติดต้องเพื่อนใหม่ของเธอยังไง นอกจากรู้แค่ว่า...อยู่ห้อง 6 “ลืมไปเลย!! เมื่อวานก็ไม่ได้ขอไลน์เต้ยไว้ งั้นเดี๋ยว่พักเที่ยงฟ้าลองแวะไปหาเต้ยที่ห้องดูละกัน”
“แล้ววันนี้ฟ้ากลับบ้านยังไง? วันนี้พี่แบงค์ไม่มีเรียนเสริมนี่”
“ก็คงกลับคนเดียวแหละ เมื่อวานฟ้าบอกพี่แบงค์แล้ว เขาก็บอกว่าคงจะรอฟ้ากลับบ้านทุกครั้งไม่ได้” ฟ้าคิดถึงคำพูดของพี่ชายเธอเมื่อวาน ซึ่งเธอก็เข้าใจในเหตุผล
“ให้กลับเป็เพื่อนไหม?”
“ไม่ต้องย่ะ”
“เอาน่า… อย่าปฏิเสธน้ำใจสิ” มิ้นท์แทบจะกุมขมับเมื่อเห็นสายตาที่เพื่อนสาวมองมาอย่างไม่ไว้ใจ “เอาไว้ฟ้าเลิกแล้วทักแชทมาแล้วกัน ถ้ามิ้นท์เลิกเร็วเดี๋ยวเรากลับพร้อมกัน”
ฟ้าพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนที่จะหันไปตั้งใจเรียนต่อ ปล่อยให้สาวห้าวคิดหนัก…
เดี๋ยวนี้พูดอะไรฟ้าก็ไม่เชื่อซะแล้ว… พับผ่าสิ!!
สงสัยเธอจะต้องเพลาๆเื่แซวเพื่อนคนนี้ซะแล้ว
__________________________________________________
“ฟ้า… มีคนมาหาน่ะ”
เสียงะโเรียกชื่อเธอดังขึ้นมา เรียกความสนใจของฟ้าให้หันไปมองร่างบางที่ยืนรอพบเธออยู่ที่หน้าห้อง เมื่อเห็นว่าเป็บุคคลที่เธอตั้งใจจะไปเจอหลังทานข้าวเที่ยงชิงมาหาเธอก่อน หญิงสาวจึงเดินตรงเข้าไปหา... ดวงตาหวานจับจ้องอยู่ที่ร่างอรชรอ้อนแอ้น เต้ยสวยสดใสเสียจนฟ้าตาพร่าไปหมด
สมฉายา… หญิงสาวที่โดดเด่นเจิดจ้าราวกับพระอาทิตย์…
“อ้าวเต้ย” ฟ้าเอ่ยทักขึ้นมาเป็ประโยคแรก “ฟ้าว่าจะแวะไปหาหลัง่พักเที่ยงพอดีเลย”
“เมื่อวานไม่ได้ขอไลน์ฟ้าไว้ ก็เลยไม่รู้จะติดต่อยังไง เต้ยจะมาบอกว่า เดี๋ยววันนี้ไปคัดตัวหลีดพร้อมกันนะ”
“โอเคจ้ะ ถ้างั้นฟ้าขอแอดไลน์เต้ยเลยแล้วกัน”
สองสาวหยิบมือถือขึ้นมาแลกเปลี่ยนไอดีกัน ไม่ได้สนใจเลยว่าพวกตนจะเป็เป้าสายตาของคนรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาหนุ่มๆที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะเห็นสาวสวยอยู่ด้วยกัน
“อ้าว!! น้องฟ้า”
เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นมา หญิงสาวหันไปมองที่ต้นเสียง ก่อนที่สายตาจะหยุดจับอยู่ที่ร่างสูงของบาสที่ส่งยิ้มกว้าง เดินกอดคอมากับหนุ่มสุดหล่อของโรงเรียน กำลังเดินตรงมาที่เธอ ทั้งสองคนมีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกัน คนหนึ่งดูร่าเริงสดใส เป็มิตรกับทุกคน ในขณะที่อีกคนดูเงียบขรึม แต่กลับเป็ที่หมายปองของสาวๆทั้งโรงเรียน
“พี่บาส พี่ซิงค์ สวัสดีค่ะ” ฟ้าเอ่ยทักเสียงสดใส “นี่กำลังไปทานข้าวเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ” ซิงค์ตอบกลับ ก่อนจะเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่เขาไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ข้างๆฟ้า “เพื่อนน้องฟ้าเหรอ?”
“เฮ้ย ไอ้ซิงค์ เอ็งไม่รู้จักน้องเขาได้ยังไงวะ… นี่น้องเต้ยไง น้องเต้ยเขาดังจะตาย” เสียงบาสแย้งขึ้นมาอย่างขัดขัดหู ขัดตา ขัดใจ กับไอ้เพื่อนของเขาคนนี้เสียจริง เสียแรงที่เป็เพื่อนเขา มีดีแค่หน้าตา… แต่ตาหามีแววไม่!!
ซิงค์ยืนมองบาสอย่างงุนงง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “เหรอ… ไม่อ่ะ”
“ไอ้นี่!!” บาสทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจในลำคอ ก่อนจะหันมากล่าวขอโทษกับสาวน้อยแสนสวยตรงหน้า “อย่าถือสามันเลยนะครับน้องเต้ย ไอ้ซิงค์มันก็เป็คนแบบนี้แหละ”
“ไม่หรอกค่ะ เต้ยไม่ใช่คนดังจริงๆ ไม่แปลก…ที่พี่ซิงค์จะไม่รู้จัก” เต้ยโบกมือปฏิเสธพัลวัน ยิ้มตอบกลับกว้างขวางพลางจ้องมองทั่วใบหน้าหล่อเหลาของซิงค์… ที่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาผิดอะไร “ถ้าอย่างนั้นเต้ยไปกินข้าวก่อนนะฟ้า เย็นนี้เจอกันจ๊ะ เดี๋ยวเต้ยไลน์ไปหา” เต้ยหันไปมองฟ้า โบกมือให้เพื่อนก่อนที่จะขอแยกตัวไปพักเที่ยงกับเพื่อนๆของเธอ
“น้องฟ้ากับน้องเต้ยมีนัดกันเย็นนี้เหรอ?” บาสเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความงง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทั้งสองสาวจะสนิทกันถึงขั้นมีนัดแนะกัน “ถ้าพี่จำไม่ผิด วันนี้น้องฟ้ามีคัดตัวหลีดนี่นา”
“ใช่ค่ะ เต้ยก็จะไปคัดตัวพร้อมกับฟ้านี่แหละค่ะ
“เฮ้ย!!! จริงดิ… ปีนี้นี่มันสุดยอดจริงๆ” บาสอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้น วันนี้พี่คงต้องไปช่วยส่งกำลังใจให้ทั้งสองคนแล้วล่ะ”
“พอเลยค่ะ พวกเราอยู่คนละสีกันนะคะ” ฟ้ารีบปรามหัวเราะเสียงใส ความหวานในน้ำเสียงทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนจ้องมองเธออย่างใจลอย ซิงค์ยิ้มออกมาบางๆ เอ็นดูในความจริงจังของฟ้า... นี่เธอไม่รู้เหรอว่าถึงจะคนละสี แต่มันห้ามความอยากรู้อยากเห็นเพื่อนคนนี้ของเขาได้ที่ไหน
“งั้นเดี๋ยวพวกพี่ไปกินข้าวก่อน ป่านนี้ไอ้แบงค์รอนานแล้ว” ซิงค์เอ่ยลาสาวน้อยตรงหน้า ก่อนที่จะล็อกคอลากเพื่อนสนิทที่ไม่มีทีท่าว่าอยากจะหยุดเสวนาออกไป
แบงค์กวาดสายตามองไปทั่วโรงอาหารที่เขานั่งอยู่ นิ้วเรียวงามค่อยๆไล่นิ้วเคาะลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ เขานั่งเฝ้าโต๊ะมาเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้ว... ทำไมพวกมันมาช้านักนะ นี่เขาหิวจะตายแล้ว จะลุกไปซื้อข้าวก็กลัวจะเสียม้า... ก่อนที่ความอดทนจะใกล้หมด สายตาก็เหลือบไปเห็นเพื่อนทั้งสองกำลังเดินตรงมาหาเขา
“เฮ้ย! ทำอะไรกันอยู่ ทำไมช้านักวะ?”
“โทษทีๆ พอดีพวกข้าเจอน้องฟ้ามา ก็เลยคุยด้วยกันนิดหน่อย” คำตอบของบาสทำให้แบงค์ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย... พวกมันปล่อยให้เขานั่งรอ ในขณะที่ไปเจ๊าะแจ๊ะกับน้องสาวเข้าเนี่ยนะ
“คุยอะไร?”
“เห็นว่าน้องฟ้ามีคัดตัววันนี้ ข้าว่า… ข้าจะแอบไปส่งกำลังใจให้เขาหน่อยว่ะ” บาสตอบ
“แล้วเอ็งไม่กลับบ้านหรือไง วันนี้ไม่มีเรียนเสริมนี่?” ซิงค์ถามขึ้นมาบ้าง
“ถึงไม่มีเรียนเสริม แต่ข้ามีซ้อมบาส” บาสเอ่ย “แล้วอีกอย่าง... ถึงข้าจะไม่มีอะไรทำ แต่แค่รอน้องฟ้าไม่กี่ชั่วโมง มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกโว้ย”
บาสพูดจบก็ลุกขึ้นไปซื้ออาหารพร้อมกับซิงค์ ปล่อยให้แบงค์ที่นั่งเฝ้าโต๊ะรอพวกเขามาเกือบครึ่งชั่วโมง นั่งนิ่งจมอยู่กับความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัว… เห็นทีว่าวันนี้ เขาอยู่รอฟ้ากลับบ้าน… ท่าจะดีกว่า
__________________________________________________
การคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
เต้ยยืนตั้งท่าอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่หลายคนที่นั่งเรียงหน้ากระดานเพื่อคัดเลือกเชียร์ลีดเดอร์ปีนี้ เหลือบเห็นสายตาของพี่แตง… หัวหน้าหลีดสีฟ้าที่มองมาที่เธออย่างครุ่นคิด มือที่ไพล่หลังในท่าสแตนบายกำลังเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ความตึงเครียดเข้ามากอบกุมในใจของเต้ย… นี่ขนาดแค่คัดตัวยังจริงจังกันแบบนี้… มือใหม่อย่างเธอดูทรงแล้วก็คงจะคัดตัวไม่ผ่านเสียแล้ว
“ทำได้แค่นี้เองเหรอ?” หัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบ สร้างความกดดันให้เต้ยไม่น้อย “ถ้าแค่นี้น่ะ พี่คงจะให้ผ่านไม่ได้หรอกนะ… คนต่อไป!”
แตงปัดมือเป็เชิงไล่ให้เต้ยไปนั่ง เพื่อให้ผู้สมัครคนถัดไปเข้ามาคัดตัวต่อ เต้ยเดินลงมานั่งข้างๆฟ้าที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ความกังวลเด่นชัดขึ้นบนใบหน้าจนฟ้าจับสังเกตได้
“เป็ยังไงบ้างเต้ย”
เต้ยส่งยิ้มแห้งให้อย่างยอมแพ้ ความมั่นใจที่เธอพกมาหดหายไปจนเกือบหมด “นี่มันยากกว่าที่เต้ยคิดไว้มากเลย สงสัยว่า… เต้ยคงจะไม่เหมาะกับงานนี้แหละ”
“อย่าคิดแบบนั้นสิ เต้ยพึ่งจะเคยเต้นเป็ครั้งแรก ฟ้าว่ามันก็ดีมากแล้วนะสำหรับมือใหม่” ฟ้าปลอบใจเต้ย ที่กำลังมองผู้สมัครคนอื่นๆ เข้าทดสอบจนครบอย่างหมดความหวัง
ดวงตาของหัวหน้าหลีดสาวสวย กวาดสายมองไปทั่วห้องหลังจากผู้สมัครทุกคนได้คัดตัวครบจนหมดทุกคน แล้วก็ต้องส่ายหัวด้วยความระอา เห็นได้ชัดว่า หลายคนมองการเป็เชียร์ลีดเดอร์เป็เื่ง่าย หรืออาจจะมาสมัครเพียงเพราะอยากจะได้รับความสนใจจากเพื่อนๆภายในโรงเรียนเท่านั้น แต่สำหรับเธอ มันเป็สิ่งที่เธอมุ่งมั่นตั้งใจ อยากจะทำออกมาให้ดี และปีนี้ก็เป็ปีสุดท้ายของเธอแล้ว ที่จะได้ทำกิจกรรมภายในรั้วโรงเรียนนี้ ในฐานะหัวหน้า เธออยากจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด ไม่อยากให้ใครก็ตามที่มองว่าเป็เื่เล่นๆได้รับโอกาสนี้ไป และแน่นอน… ใครก็ตามที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ… เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสเช่นกัน
“เอาล่ะ สำหรับคนที่ไม่ผ่าน… พี่จะให้พักสิบห้านาที ใครที่อยากจะซ้อมอีกรอบแล้วมาทดสอบใหม่ พี่จะให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง” สิ้นคำประกาศของหัวหน้าหลีดสาว ผู้สมัครหลายคนก็เปลี่ยนสีหน้า มีความหวังมากขึ้น หลายคนเรียกกำลังใจมาให้ตน หลายคนก็สร้างความมั่นใจขึ้นมาใหม่
“มา… เดี๋ยวฟ้าช่วยนะ” ฟ้าเห็นว่าโอกาสที่สองได้มาถึงอีกครั้ง และคราวนี้เธอจะช่วยเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเธอ ให้ผ่านการทดสอบครั้งนี้ให้ได้ ฟ้าพาเต้ยเดินไปที่มุมห้องอีกมุมเพื่อช่วยซ้อม จัดท่าทางและจังหวะการเต้นของเต้ยใหม่ แตงมองตามสองสาวก็ระบายยิ้มด้วยความพอใจ
มากกว่าความสามารถ… น้ำใจก็เป็สิ่งสำคัญที่เธอ้าจะเห็นจากกิจกรรมนี้
“ถ้าใครพร้อมแล้ว ก็มาลองใหม่อีกครั้ง”
เต้ยรวบรวมสมาธิอีกครั้ง พยายามเหลือเกินที่จะไม่ตื่นเต้นจนมือสั่น แต่มันทำได้ยากชะมัด ให้ตายสิ แต่เธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอีกครั้ง เต้ยสลัดความกังวลออกไปจากหัว สูดหายใจลึกจนเต็มปอด ก่อนที่จะตั้งใจเต้ยตามจังหวะเพลงที่ได้ซ้อมกับฟ้าเมื่อสักครู่จนจบเพลง แตงระบายยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างพึงพอใจ
“ดีขึ้น แต่… หลังจากนี้คงยังต้องฝึกอีกเยอะ เตรียมใจไว้ด้วยล่ะ”
เต้ยถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกพลางส่งยิ้มงดงามสดใสให้กับฟ้า ละอองน้ำตาตีตื้นเอ่อขึ้นมาคลอเบ้า โผเข้ากอดฟ้าด้วยความปีติ… ในที่สุดเธอก็คัดตัวผ่านแล้ว รู้สึกซาบซึ้งมากจริงๆที่เพื่อนสาวคนใหม่ให้ความช่วยเหลือเธอเป็อย่างดี
“เอาล่ะ ถ้างั้นวันนี้พอแค่นี้ คนที่ไม่ผ่านพี่ก็ขอขอบคุณมากนะที่สนใจมาลองคัดตัว ส่วนคนที่ผ่านแล้วก็ขอให้ตั้งใจมาซ้อมเป็ประจำตามเวลานัด… วันนี้ขอบคุณมากนะทุกคน”
หัวหน้าหลีดสาวกล่าวขอบคุณผู้สมัครทุกคน ก่อนที่จะปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับได้ เด็กสาวหลายคนทยอยกันเดินออกมาจากห้อง หลายคนผิดหวัง… หลายคนก็สมหวัง… แต่คนที่ดีใจที่สุดคงหนีไม่พ้น สาวน้อยที่ได้รับโอกาสเป็ครั้งที่สองในวันนี้ เต้ยะโโลดเต้นด้วยความดีใจ กล่าวขอบใจเพื่อนสาวไม่หยุดหย่อน รอยยิ้มที่สดใสเหมือนพระอาทิตย์ถูกส่งมาให้ ทำให้ฟ้ามองตามอย่างลืมตัว
“ขอบคุณมากนะฟ้า ในที่สุดเต้ยก็ทำได้แล้ว” ฟ้าพยักหน้ารับ เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้เธอรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในรอยยิ้มนั้น “งั้นเดี๋ยวเรากลับบ้านพร้อมกันไหมฟ้า” เต้ยเอ่ยชวนเสียงใส
“เอาสิ งั้นเดี๋ยวเราขอไลน์หามิ้นท์ด้วยนะ เห็นว่ามีประชุมกับประธานสี ไม่รู้ว่าจะกลับด้วยกันรึเปล่า”
“โอเคจ้ะ งั้นเต้ยไปเก็บของก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันที่ห้องฟ้านะ”
เต้ยแยกตัวกลับไปเก็บของที่ห้องเรียนของตัวเอง ฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทักแชทไปหาเพื่อนสนิท ใช้เวลาสักครู่ถึงได้ทราบว่าตัวมิ้นท์เองก็ยังประชุมไม่เสร็จ ให้เธอกลับก่อนได้เลย หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นมาเฉยๆที่วันนี้เต้ยชวนเธอกลับพร้อมกัน
อย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ต้องกลับบ้านคนเดียว
“ไปกันยังฟ้า” เต้ยที่เก็บของเสร็จแล้วชะโงกหน้าเข้ามาถาม มองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เห็นเงาของสาวห้าวเพื่อนสนิทฟ้า “อ้าว แล้วมิ้นท์ล่ะ?”
“มิ้นท์บอกว่าน่าจะอีกนาน ให้ฟ้ากลับไปก่อนได้เลย”
สองสาวเดินลงมาจากตึกเรียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีคนแล้ว… พลัน… ฟ้าก็ต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มที่เธอรู้จักมาทั้งชีวิต… พี่แบงค์... เขายังไม่กลับบ้าน… ฟ้าคิดอย่างยินดี สายตายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่กำลังยืนพิงเสา กดโทรศัพท์เล่นด้วยท่าทางสบายๆ เผลอแอบคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้… ว่าคนที่เขารอ… อาจจะเป็เธอ
หญิงสาวไม่รอตอบคำถามในหัวตัวเอง วิ่งเข้าไปสะกิดชายหนุ่มเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง
“พี่แบงค์ มายืนทำอะไรตรงนี้คะ?”
“เอ่อ... พอดีพี่… พี่มีคุยธุระกับคุณครูแนะแนวนิดหน่อย ก็เลยเลิกช้า” สายตาของแบงค์เลิ่กลั่กจ้องกลับมาที่เธอ ใกับคำถามที่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ชายหนุ่มต้องปดคำโต ก่อนจะเนียนๆไปเสียอย่างนั้น “เห็นว่าเย็นแล้ว ฟ้าน่าจะเลิกพอดี ก็เลยมายืนรอ”
“โถ่ แล้วทำไมไม่ทักแชทมาล่ะคะ เกิดฟ้าเลิกเร็วขึ้นมา จะทำยังไงคะเนี่ย”
สาวน้อยอดขำในคำแก้ตัวของพี่ชายเธอไม่ได้ รู้ทันทีว่าเขาโกหก ก็ไม่ใช่เขาเหรอที่ชอบตัดบทเปลี่ยนเื่ทันที ถ้ามีใครจับได้… ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกนั่นอีก...
“เออ พี่ก็ลืมไปเลย” แบงค์หัวเราะแก้เก้อ รู้สึกเขินเหมือนกันที่ปิดสาวน้อยตรงหน้าไม่มิด “แล้วนี่เสร็จแล้วใช่ไหม? ไป… กลับบ้านกันเถอะ” แบงค์รีบตัดบทอีกครั้งอย่างรีบร้อน ไม่อยากจะเสียเวลาคุยกันอยู่ตรงนี้นานนัก เพราะเกรงว่าถ้าไอ้เพื่อนสนิทของเขามันซ้อมบาสเสร็จ แล้วจะรีบแจ้นมาเห็นซะก่อน
เขาี้เีตอบคำถามของมัน… มันน่ารำคาญ!!
“งั้นให้เต้ยเดินกลับพร้อมกับเราด้วยนะคะ พอดีฟ้ารับปากเต้ยไว้แล้ว”
“เต้ย? ใครอ่ะ… เพื่อนฟ้าเหรอ?”
แบงค์หันมาถามด้วยความสงสัย ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนในบรรดาคนรู้จักของฟ้า ฟ้าพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนที่แนะนำคนที่เดินตรงมาสมทบกับเธอ
“นี่เต้ยค่ะ เพื่อนที่ไปคัดตัวเป็เชียร์ลีดเดอร์พร้อมกับฟ้า” ฟ้าผายมือแนะนำเพื่อนใหม่ของเธอ ก่อนที่จะผายมือกลับไปทางพี่ชายของเธอ “ส่วนนี่… พี่แบงค์จ๊ะ”
ชายหนุ่มหันไปมองตามคำแนะนำของฟ้า แบงค์ชะงักค้าง ผู้หญิงคนนี้สวย… รอยยิ้มหยุดโลกของเธอทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปหา ลอยคว้างอยู่ในความสดใสนั้นอย่างไม่มีวันถอยกลับมาได้อีก
ดวงอาทิตย์?
สิ่งเดียวที่เขาให้คำนิยามผู้หญิงตรงหน้าได้… เขาไม่รู้หรอกว่ากำลังจ้องเธออย่างเอาเป็เอาตายแค่ไหน แบงค์รู้สึกว่าดวงตาที่เหมือนจะยิ้มได้ของเธอมองตอบเขาเหมือนกัน
“สวัสดีค่ะ พี่แบงค์”
เสียงใสใสของเต้ยเป็ฝ่ายทักขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะตะลึงมากมายแต่ชายหนุ่มก็ดึงสติกลับมาได้เร็ว รู้สึกละอายขึ้นมาที่เสียมารยาทกับคนตรงหน้าไปเสียแล้ว
“ครับ… สวัสดีครับ”
“เพื่อนๆของเต้ยกรี๊ดพี่แบงค์มากเลยค่ะ” เต้ยเล่าเสียงใส “นี่ถ้ารู้ว่าเต้ยได้เจอพี่แบงค์ตัวจริง พวกนั้นต้องอิจฉาเต้ยแน่ๆเลย”
“โห คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับ” แบงค์ถ่อมตัว ก่อนที่จะหยุดทุกๆบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป “พวกเรารีบกลับกันดีกว่า เดี๋ยวจะค่ำซะก่อน”
สำคัญกว่าคือ…
ไม่อยากให้คนที่เขาไม่้าเจอ มาเห็นเข้าเสียก่อน!!