สาวน้อยกับสถานที่ อดีต ปัจจุบัน อนาคต

    ตอนที่51 เด็กชนบท+เด็กเมือง พบเจอกันครั้งแรก

         ขบวนรถจากกลุ่มคนกลุ่มใหม่ที่มาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านเป่าเฉิงนั้น ในตอนนี้ได้ขับเคลื่อนมาใกล้ระยะสายตากันแล้วด้วย!!

         “นั่นไงพวกเขามากันแล้วล่ะคนใหม่ใช่ไหม??”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

          “น่าจะใช่นะพี่สาว รอดูตอนพวกเขามาถึงและลงจากรถพวกเราก็รู้แล้วล่ะว่าคนมาใหม่ หรือคนเก่ากันแน่”เสี่ยวจื่อน้อย เองก็สนใจมากเช่นกันว่าคนในเมืองจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นแบบไหน 

         ทุกๆคนต่างก็พากันสนใจกลุ่มผู้ที่เดินทางเข้ามาใหม่กันทั้งนั้น เพราะถือว่ามีแขกมาเยี่ยมหมู่บ้านเป่าเฉิงเยอะขึ้นนั่นเอง

         “พวกเราเตรียมของว่างรับแขกที่จะมาใหม่กันก่อนนะ พวกเขาเดินทางกันมาเหนื่อยเร่งมือกันหน่อยนะ”ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเจา

         “เดี๋ยวพวกน้ำชาเครื่องดื่มพวกนี้ ทางนี้จะจัดการเองไม่ต้องกังวลนะ”ยาย

         “ใช่ๆแยกกันทำ จะได้ทำเสร็จเร็วๆ มาบอกกันเร่งด่วนแบบนี้เล่นเอาพวกเราหัวหมุนเหมือนก้นนะ ดีนะที่มีของเตรียมเอาไว้แล้วไม่ต้องเตรียมจัดหากันใหม่”ย่า

         “ก็นั่นน่ะสิ ระมัดระวังกันหน่อยนะคนที่มาใหม่เป็นคนมาจากครอบครัวชั้นสูงกันหมดเลย อย่าให้พวกเขามาว่าพวกเราชาวบ้านเป่าเฉิงได้ว่าเตรียมของให้ไม่เหมาะสมน่ะ”ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเจา

         “ได้ค่ะ”บรรดาพวกผู้หญิงหลากหลายวัยของหมู่บ้านเป่าเฉิงก็พากันเร่งมือยุ่งวุ่นวายกันไปหมดในตอนนี้ เพื่อช่วยกันเตรียมอาหารของว่างให้กับกลุ่มคนที่มาใหม่ที่อีกไม่กี่นาทีรถของพวกเขาก็มาถึงกันที่บริเวณบ่อน้ำพุร้อนกันแล้ว ช่างเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนมากจริงๆ 

         “บรื้น…บรื้น…….บรื้น…”

         “เอี๊ยด….เอี๊ยด……”

          เสียงรถยนต์หลายคันพากันมาจอดเรียงรายกันแล้ว และประตูค่อยๆเปิดออกพร้อมกับกลุ่มผู้มาใหม่ที่พากันทยอยก้าวเท้าลงจากรถแต่ละคัน 

         “ว้าว………”

         “มีแต่คนแต่งตัวสวยๆทั้งนั้นเลยล่ะน้องเล็กดูสิ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “หงึก…หงึก….”เสี่ยวจื่อน้อยพยักหน้าแบบเห็นด้วยจริงๆ

     “เป็นแบบในซีรี่ยส์เลยชุดแบบเนี่ย พอเห็นของจริงๆก็สวยมากเลยนะเนี่ยนะ เหมือนหลุดมาอยู่ในกองหนังเลยเรา เฮ้อ….มันคือความแตกต่างกันระหว่างชนชั้นของสังคมจริงๆแหละนะ”เสี่ยวจื่อน้อยบ่นพึมพำกับตัวเองไปด้วยเมื่อมองการแต่งกายของกลุ่มคนที่มาใหม่ที่มาจากเมืองหลวง

         “คนในเมืองหลวงเขาแต่งตัวสวยๆกันแบบนี้นี่เองเนอะพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย

         “ใช่ๆน้องเล็ก สวยมากจริงๆล่ะ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าสวยนะ คนก็สวยด้วยล่ะพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย

         “ใช่ๆ” “หงึก…หงึก….”พี่สาวอู่หมิงจื่อ ผงกหน้าอยู่หลายรอบเลยทีเดียว

         เมื่อกลุ่มคนผู้มาใหม่พากันทยอยลงจากรถทั้งหมดแล้ว ท่านนายพลจ้านจางหย่ง คุณไฉหรงซิ่ง หัวหน้าหมู่บ้านเจา ปู่ ตา พวกท่านเองก็พากันมาต้อนรับด้วยตนเองเพราะกลุ่มที่มาใหม่นี้ก็คือครอบครัวของพวกท่านนายพล และคุณไฉนั่นเอง 

         “เป็นอย่างไรกันบ้าง เดินทางมาเหนื่อยไหม”ท่านนายพลจ้านจางหย่งถามภรรยา ลูกสะใภ้ และคนอื่นๆในกลุ่มคนมาใหม่

         “ก็นิดหน่อยค่ะท่านนายพล แต่พอมาถึงที่นี่แล้วถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียวนะคะ อากาศที่นี่ดีมากจริงๆ”ภรรยาท่านนายพลจ้าน

         “ไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่าไหมครับ??”คุณไฉหรงซิ่ง 

         “ก็ดีเหมือนกันค่ะ”บรรดาสาวๆจากในเมือง

         “แต่ว่าเอ๊ะ…พวกเด็กๆเล่าไหนว่าจะมาด้วยกันไม่ใช่เหรอแล้วนี่ไม่เห็นเลย??”ไฉหรงซิ่ง

         “มานี่คะคุณหลานๆมากันหมดทุกคนเลยค่ะ พอได้รู้ว่าจะมาเที่ยวข้างนอกแบบนี้มีหรือจะพลาดได้ล่ะค่ะ”ภรรยาไฉหรงซิ่ง

         “มากันหมดทุกคนเลย??”ทั้งท่านนายพล ทั้งไฉหรงซิ่งก็พากันมองไปทั่วๆแต่ก็ไม่เจอพวกเด็กๆเลย

          “ไหนเด็กๆล่ะ??...”อีกฝ่ายกำลังจะถาม ส่วนฝ่ายที่มาด้วยกันยังไม่ทันได้ตอบอะไรกันก็หันไปเจอกลุ่มที่กำลังตามหาอยู่พอดีเลย

         “ใช่เด็กๆทางด้านโน้นไหมครับ นั่นน่ะครับท่านนายพล คุณไฉ ดูเหมือนจะเดินไปทางที่หลานๆของพวกผมอยู่น่ะครับ”ปู่

         “ไหนๆ ใช่ๆนั่นแหละหลานๆของผมกับคุณไฉเขาล่ะ”ท่านนายพลจ้านจางหย่ง

         “ใจหายหมดนึกว่าเด็กๆหายไปจริงๆเสียแล้วสิคะ ตอนก่อนจะออกจากบ้านมาก็บอกย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามซน และพากันไปเล่นโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่ไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง รอบๆมีแต่ภูเขาและป่าเท่านั้น คลาดสายตาไม่ได้เลยจริงๆ”ภรรยาท่านนายพลจ้าน

         “เอาน่าคุณไม่เป็นอะไรหรอก แถวๆนี้มีคนเยอะแยะคอยดูแลอยู่ แต่ก็ว่านะดูสิยังไม่ทันเรียกให้พวกเด็กๆในหมู่บ้านเป่าเฉิงมาทำความรู้จักกันเลย ดันไปทำความรู้จักกันเองเสียแล้วสิ ดูท่าแล้วคงจะได้เพื่อนใหม่กันแล้วล่ะสินะ”ท่านนายพลจ้านจางหย่ง

         “นั่นน่ะสิครับ พวกเด็กๆนี่เหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหากันจริงๆ เข้ากันได้ง่ายมากนะครับ”ไฉหรงซิ่ง

         “เอ่อ….”ปู่ ตา ที่เกรงใจมากๆที่จะถามคำถามบางอย่างออกมา แต่พอดีว่าคุณไฉหรงซิ่งหันมามองเห็นพอดีเลยถามขึ้นเองเสียเลยว่า…..

         “มีอะไรหรือเปล่าครับ???”ไฉหรงซิ่ง

         “แค่อยากจะถามอะไรนิดหน่อยนะครับ”ตา

         “ถามมาได้เลยครับ”ไฉหรงซิ่ง

         “ใช่ๆมีอะไรพูดออกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะ”ท่านนายพลจ้าน

         “คือจริงๆแล้วหลานๆของท่านนายพลกับคุณไฉ เอ่อ…ไม่ทันเสียแล้ว!!”ปู่

          “..????”ท่านนายพลจ้านจางหย่ง ไฉหรงซิ่ง พากันงงเข้าไปใหญ่ที่จู่ๆเหมือนจะได้ฟังคำพูดออกมา และก็ตัดบทพูดไปเสียอย่างนั้น

         “พวกผมคงห้ามพวกหลานๆของท่านนายพล กับคุณไฉไม่ทันแล้วล่ะครับ พวกเด็กๆเจอกันแล้ว!!”ตา

         “โอ้…ไม่เป็นไรเลย หลานๆของพวกเราไม่ได้เป็นเด็กถือตัวอะไร เข้ากับคนได้ง่าย”ท่านนายพลจ้าน

         “ใช่ๆ พวกเราไม่เคยสอนลูกๆหลานๆให้แบ่งแยกชนชั้นทางสังคมกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแบบไหนรับรองเลยว่าเด็กๆของพวกเราไม่รังแกหรือรังเกียจอย่างแน่นอนวางใจได้เลย”ไฉหรงซิ่ง

         “เอ่อ….ไม่ใช่เรื่องนี้เลยครับที่เป็นห่วง!!”ตา

         “อ้าว…ไม่ใช่เรื่องนี้แล้วห่วงพวกเด็กๆเรื่องอะไรกันเหรอครับ??”ไฉหรงซิ่ง

         “ก็ถ้าหลานๆของท่านนายพลกับคุณไฉ เป็นเด็กแบบว่านิสัยกระตือรือร้นมากๆ และมาเจอเข้ากับหลานๆของพวกผมล่ะก็รับรองเลยว่า…!!!”ปู่

         “ความปั่นป่วน ความสงบสุขจะหายไปทันทีทันใดเลยครับ”ตา

         “.......!!!”ท่านนายพลจ้านจางหย่ง ไฉหรงซิ่ง

         “ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ คงจะไม่ทันเสียแล้วมั้งคะ เพราะบอกได้เลยว่าเด็กตระกูลจ้าน ตระกูลไฉ ซนไม่แพ้ลูกลิงเลยค่ะ จริงไหมคะ??”ภรรยาไฉหรงซิ่ง

         “...........!!!”บรรดาปู่ๆ ตาๆ ของพวกเด็กๆพากันตาโตและรีบหันไปมองทางพวกเด็กๆกันทันทีเลยว่าการพบกันครั้งแรกของพวกเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

        “ควั่บ….ควั่บ……”

         เด็กชนบท กับเด็กในเมือง ต่างพากันเดินหน้ากระดานเข้ามาหากัน และหยุดเว้นระยะห่างกันพอสมควร

         ต่างหยุดมองกันและกันสักพักใหญ่ เอียงซ้าย เอียงขวามองกันไป มองกันมา อย่างสนใจฝ่ายตรงข้าม

         เสี่ยวจื่อน้อย พี่สาวอู่หมิงจื่อ และหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านนายพลจ้าจางหย่ง ซึ่งมีชื่อว่าจ้านลี่หลิน ต่างพากันเดินนำหน้าออกมาจากแถวพวกพี่ๆ 

         สามสาวน้อยที่เป็นเด็กชนบทสองคน และสาวน้อยในเมืองหนึ่งคน ต่างพากันมองหน้ากันอย่างสำรวจแบบละเอียด พากันเดินวนเป็นวงกลม วนไปทางซ้ายบ้าง วนไปทางขวาบ้างเพื่อดูฝ่ายตรงข้ามให้ละเอียด

         สาวน้อยชนบททั้งสองพี่น้องที่ตอนนี้สภาพมอมแมมเหลือเกิน!! ผิดกับสาวน้อยในเมืองที่แต่งตัวคุณหนูน้อยแสนร่ำรวยจากในตัวเมืองจริงๆ 

         เสียเวลาสำรวจกันและกันพักใหญ่ สุดท้ายก็พากันยิ้มให้กันส่งมิตรไมตรีแรกเลย และเอ่ยขึ้นมาพร้อมเพรียงกันอีกด้วยว่า…

         “ชื่ออะไรกันเหรอ???”สามสาวน้อย 

         “เราชื่อเสี่ยวจื่อ”เสี่ยวจื่อน้อย

         “เราชื่ออู่หมิงจื่อ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “นิ้วนาง??? นิ้วก้อย????”จ้านลี่หลิน หลานสาวท่านนายพล

         “อ่าฮะใช่แล้ว พวกเราเป็นฝาแฝดกันล่ะ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “ว้าว …ฝาแฝดงั้นเหรอ??เราชื่อลี่หลินนะ”จ้านลี่หลิน

         “ยินดีที่ได้รู้จักนะ”สามสาวน้อย 

         “ดีจังเป็นฝาแฝดกันน่ะ ย่ากับแม่เคยบอกว่าเด็กฝาแฝดจะเกิดมาพร้อมๆกัน วันเดียวกัน แต่ว่าต่างเวลากันนิดหน่อย”จ้านลี่หลิน

         “พวกเราเป็นฝาแฝด 5 คนนะไม่ใช่แค่สองคนกับพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย

         “ฝาแฝด 5!!คน”จ้านลี่หลิน สาวน้อยในเมืองตาโตอย่างตื่นเต้น และก็นึกขึ้นได้ว่าแม่เคยเล่าให้ฟังตอนที่เธอเกิดนั้นมีเด็กแฝดถึง 5 คนที่เกิดมาพร้อมกับเธอด้วย

         “จำได้แล้วแม่บอกว่าวันที่เราเกิดมีครอบครัวหนึ่งมีลูกแฝดถึง 5 คน เกิดวันเดียวกันกับเราด้วยเป็นพวกเธอจริงๆ ดวงเราต้องกันมากถึงได้มาเจอกันอีก”จ้านลี่หลิน พูดออกมาอย่างตื่นเต้นมากๆที่เจอคนที่เกิดวันเดียวกับเธอ

         “แต่ไม่ใช่น้องเล็กของเรานะ เพราะน้องเล็กเกิดอีกวันหนึ่งน่ะ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “เอ๋…????เกิดคนละวันได้ด้วยเหรอ???”จ้านลี่หลิน

         “ได้สิลี่หลิน ถ้าเกิดหลังเที่ยงคืนก็เป็นวันใหม่แล้ว เสี่ยวจื่อเกิดหลังเที่ยงคืนเลยไม่ได้เกิดวันเดียวกันกับพวกพี่ๆทั้ง 4 คนน่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย

         “อ้าว…..แต่เดี๋ยวนะถ้าเป็นแบบนั้นเสี่ยวจื่อก็ต้องเป็นน้องเล็กของเราด้วยสิใช่ไหม??”จ้านลี่หลิน

         “ใช่ๆแล้วล่ะ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “ดีใจจังเลยที่ได้เป็นพี่สาวกับเขาแล้ว เรามีแต่พวกพี่ชายน่ะไม่ดีเลย ไม่มีพี่สาวหรือน้องสาวสักคนเดียว น่าเบื่อมาก”จ้านลี่หลิน

         “อ้า….เข้าใจเลยล่ะ แต่ว่าเสี่ยวจื่อโชคดีที่มีพี่สาวหนึ่งคนไม่งั้นก็คงจะแย่เหมือนกันนะเพราะมีพี่ชายตั้ง 7 คนแน่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย

         “น่าสงสารลี่หลินจังเลย มีแต่พวกพี่ชายน่ะ”พี่สาวอู่หมิงจื่อ

         “ใช่ๆ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะเฮ้อ…..”จ้านลี่หลิน

          “............!!!”พวกพี่ชายทั้งสองฝ่ายที่ได้ยินน้องสาวทั้งสามกำลังพูดคุยกัน แต่ก็โดนลากเข้าไปในบทสนทนาด้วยแบบไม่รู้ตัวอีกแล้ว

         “น้องเล็กกับอู่หมิงจื่อ ไปเล่นที่ไหนกันเหรอถึงได้เปรอะเปื้อนแบบนี้น่ะ แล้ว……ควั่บ….ควั่บ…….แม่ของพวกเธอไม่ว่าเหรอสภาพแบบนี้น่ะ???”จ้านลี่หลิน ป้องปากแบบกระซิบกระซาบไม่ให้ใครได้ยิน แต่ว่าเสียงมันไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย

          “ควั่บ….ควั่บ…..”เสี่ยวจื่อน้อย กับพี่สาวก็หันมองรอบๆเพื่อความปลอดภัยในการสนทนากับเพื่อนใหม่ต่อด้วยว่า…

          “.............!!!”พวกพี่ชายจากชนบทกับพี่ชายในเมือง

         “ไม่เหลือน่ะสิ สภาพแบบนี้ต้องโดนอยู่แล้ว”เสี่ยวจื่อน้อย

         “เหมือนแม่พี่สาวเลยน้องเล็ก ถ้ามีสภาพแบบนี้นะต้องโดนดีแน่นอนเลยล่ะ”จ้านลี่หลินพี่สาวคนใหม่ของเสี่ยวจื่อน้อย

         “แต่ว่าวันนี้ไม่โดนหรอก เพราะว่าแม่อารมณ์ดีที่ได้เนื้อหมูป่ามาเยอะแยะเลย พวกเราจับหมูป่าได้ตั้ง 32 ตัวแน่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย

         “จับหมูป่าได้ตั้ง 32 ตัวเลยเหรอ???ไหนๆขอดูด้วยสิ”จ้านลี่หลิน

         “หมูป่าตัวเป็นๆไม่แน่ใจว่าจะมีไหมนะเพราะโดนสังหารตัดเป็นชิ้นส่วนหมดแล้วล่ะ ไปดูกันนะ”เสี่ยวจื่อน้อย

         “ไปๆ…”จ้านหลี่หลิน 

         สามสาวน้อยพากันจูงมือเดินกันไปโดยมีเสี่ยวจื่อน้อยเดินอยู่ตรงกลางที่มีพี่สาวทั้งสองคนจูงไปคนละข้าง ตรงไปยังจุดที่วางเนื้อหมูป่ากันอีกครั้งแล้ว 

         ส่วนพวกพี่ชาย ก็ได้โอกาสทักทายกันสักทีหนึ่งเพราะมัวแต่อึ้งๆกับบทสนทนาที่พูดคุยกันของสามสาวน้อยกันอยู่ และเด็กๆในเมืองต่างก็พากันตื่นเต้นเรื่องที่ได้ยินว่าจับหมูป่ากันได้เยอะแยะขนาดนี้ เลยเร่งฝีเท้าพากันไปดูกัน

    *********
     

         เด็กชนบท + เด็กในเมือง ไม่รู้ว่าใครจะซนกว่าใครล่ะงานนี้ แต่ที่แน่ๆกลุ่มคนที่จะต้องพากันปวดหัวหนึ่บๆคงจะไม่พ้น ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ลุงๆป้าๆน้าๆอาๆ นั่นแหละนะ

     


    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยกับสถานที่ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่คุณอ่าน