คนในจวนตระกูลหลินต่างก็รู้กันดีว่า หลินหนิงชินผู้หลอมโอสถตัวน้อยผู้นี้นอกจากเวลาที่ต้องสอนในชั้นเรียนก็แทบจะไม่พูดคุยกับใคร นอนพักผ่อน หลอมโอสถ อ่านตำรา เก็บเนื้อเก็บตัวเป็อย่างยิ่ง ภายหลังหลินหนิงชินได้รู้ความคิดของพวกเขา นางยังบ่นกระปอดกระแปดอยู่คนเดียวตามประสานางไปอีกหลายระลอก
“ข้าเข้านอนก็เพราะต้องแอบไปปลูกสมุนไพรในมิติต่างหากเล่า สมุนไพรพวกนั้นโตเร็วชะมัด เดี๋ยวก็ต้องเก็บเกี่ยวเดี๋ยวก็ต้องปลูก"
"และหากไม่ "ขยัน" อ่านตำราข้าจะเอาความรู้จากที่ไหนมาสอนพวกเ้ากันล่ะ"
“จริงๆ ข้าไม่ต้องอ่านด้วยซ้ำ แค่คัดลอกข้าก็รู้เนื้อหาทั้งเล่มแล้วยังต้องมาแสร้งนั่งอ่านให้ผู้คนเห็น เพื่อพวกเ้าทั้งนั้น"
“ข้าหลอมโอสถได้คราวละกระบุง ยังต้องมาทยอยทำทีละเล็กละน้อยไม่ให้ผิดสังเกต เฮ้อ !! เป็ข้านี่มันช่างเหน็ดเหนื่อยจริงๆ !!”
และอื่นๆ อีกสารพัดคำบ่น ทำหน้าตายับย่นยู่ยี่ทั้งวัน จนเดือดร้อนถึงซ่งอวี้ ต้องยอมควักเงินเหรียญไปซื้อขนมหวานมาหลอกล่อปลอบใจ
..........
วันเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางความ"ขยันหมั่นเพียรของหลินหนิงชิน ศิษย์ในชั้นเรียนเพาะปลูกสมุนไพรก้าวหน้าขึ้นกันทุกคน บรรดาผู้ฝึกปราณในจวนตระกูลหลิน ก็มีผู้ฝึกปราณที่เลื่อนขอบเขตขึ้นมาหลายคน
การค้าที่หอโอสถสกุลหลินก็วุ่นวายพอสมควรผู้ฝึกปราณจากเมืองใกล้เคียงล้วนแล้วแต่มุ่งหน้ามาหาซื้อโอสถคุณภาพสูง โรงเตี๊ยม ร้านอาหาร ร้านน้ำชา ทุกกิจการภายในเมืองเป่ยถังล้วนแล้วแต่ได้รับผลประโยชน์จากการที่คนจำนวนมากเดินทางเข้ามา
หลินหนิงชินในตอนนี้ ผ่านวันเกิดครบอายุ 9 ปี ไปแล้ว บิดาของนางซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่สีชมพูและสีเขียวอ่อนให้นาง 2 ชุด นางตัวสูงขึ้นกว่าเดิมมากนัก เมื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดเดิมที่เป็ผ้าป่านหยาบสีเทา ที่ใช้ใส่กันทั่วไปตามชนบท ยิ่งทำให้เด็กหญิงน่ามองขึ้นอีกหลายส่วน
พี่ชายทั้งสองซื้อผ้าผูกผมสวยๆ กับหวีอันเล็กๆ ที่ทำจากไม้แกะสลักให้นาง มารดาของนางเย็บรองเท้าให้ 2 คู่เข้ากับชุดใหม่ทั้งสองสี และยังมีถุงใส่เหรียญเงินปักลายทั้งสองด้านน่ารักใบจิ๋วอีก 1 ใบ
ระดับขั้นของนางและมารดายังคงไม่เปลี่ยนแปลง นางไม่รีบร้อนเลื่อนระดับ ท่านแม่ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ค่อยกระตือรือร้นกับการฝึกฝนมากนัก แต่บุรุษทั้งสามในครอบครัว ล้วนก้าวหน้ากันทุกคน
ผู้นำตระกูลหลินสมกับที่ผู้เป็ผู้นำตระกูลจริงๆ หลินลี่หยางเลือก่เวลาก่อนปีใหม่ ซึ่งเป็่ที่ผู้คนจะหาซื้อของฝากกลับไปเป็ของขวัญคนในครอบครัว พวกคนร่ำรวยหลายสกุลก็กำลังมองหาของขวัญแปลกตา เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ หอโอสถสกุลหลินทำการเปิดการขายโอสถชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า "ดังขุนเขา” และ “วาโยศักดิ์สิทธิ์” เป็โอสถระดับสามขั้นต่ำ กลาง สูง มีครบทุกขั้น ราคาก็ต่างกันไป ใน่เวลาก่อนสิ้นปีนี่เอง
“ไปดูกันเร็วหอโอสถสกุลหลินมีโอสถชนิดใหม่มาวางขายแล้ว”
“หืม ข้ารอดูมาตั้งนานในที่สุดก็เป็ไปตามคาด พวกเขาทำโอสถชนิดใหม่ขึ้นมาได้จริงๆ”
ผู้ฝึกปราณจำนวนมากมารอต่อแถวรอซื้อโอสถที่หอโอสถสกุลหลินกันอย่างล้นหลาม บ้างก็มาดูความสนุกครึกครื้นอยู่ใกล้ๆ หลายคนก็มาเพื่อสอบถามก่อนตัดสินใจซื้อ เหล่าศิษย์ชั้นเรียนเพาะปลูกสมุนไพร ทั้ง 22 คน รับหน้าที่อธิบายสรรพคุณ วิธีใช้ ต้อนรับ จัดคิว คิดเงิน ส่งแขก วุ่นตัวเป็เกลียวกันหลายวันกว่าจะเข้าที่เข้าทาง
เหตุการณ์นี้สร้างชื่อเสียงให้หอโอสถสกุลหลิน ะเืเลื่อนลั่นโด่งดังไปอีกมากมาย
สามผู้หลอมโอสถตระกูลหลิน หลายวันมานี่ดูเหมือนท่านปู่ใหญ่และท่านลุงหลีเหว่ยก็จะชราลงไปกว่าเดิม เด็กหญิงก็ซูบผอมลงไปเล็กน้อย เพราะยอดคำสั่งซื้อที่มีมาอย่างถล่มทลาย
“ท่านปู่ เช่นนี้เราก็ลดการหลอมโอสถพื้นฐานลงไปบ้างเถิดเ้าค่ะ”
“โอสถเดิมที่มีขายอยู่ หอโอสถสกุลจงก็มีเช่นกัน หากเราลดจำนวนลงบ้าง ผู้คนก็ยังไปหาซื้อได้ที่หอโอสถสกุลจง พวกเราจะได้พักกันบ้าง”
หลินหลีเหว่ยพยักหน้าตามช้าๆ “เช่นนี้ก็ดีขอรับ สกุลจงไม่ได้มาก่อความวุ่นวายหรือสร้างปัญหาให้พวกเราเลย เดิมทีข้ายังคิดว่าพวกเขาอาจมีใจริษยาอยู่บ้างเพราะทางนั้นการค้าก็ซบเซาลงไป”
“แต่เดิมมา สองตระกูลก็ไม่ได้บาดหมางกันช่วยเหลือเล็กน้อยเช่นนี้ก็สมควรแล้ว เช่นนั้นก็เอาตามที่พวกเ้าว่านั่นล่ะ” หลินลี่หยางตัดสินใจ เขาสามคนเหน็ดเหนื่อยกันไม่น้อยเลยทีเดียว
หลินหนิงชินยังพบปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ศิษย์ผู้หลอมโอสถรุ่นใหม่กำลังเริ่มฝึกฝนการหลอมโอสถ จำเป็ต้องใช้สมุนไพรปราณจำนวนมาก การค้าโอสถก็เจริญรุ่งเรือง คำนวณจากปริมาณการใช้สมุนไพรใน่หลายวันมานี้ในอนาคตอย่างไรก็ไม่เพียงพอ น้ำในบ่อน้ำที่หมู่บ้านจิ้งซานเวลานี้คงเจือจางน้ำทิพย์ไปจนหมดสิ้นแล้ว
“ข้าคงต้องเริ่มแผนการที่คิดไว้เมื่อครั้งที่อยู่หมู่บ้านจิ้งซานเสียแล้วล่ะ”
“ในมิติมีสมุนไพรอะไรน่าสนใจบ้างนะ” ไวเท่าความคิด หลินหนิงชินรีบเข้าไปค้นหาสมุนไพรบางอย่างในมิติ
“พบแล้ว!! หญ้ากระจ่างใจนี่แหล่ะใช้การได้ดีเลยทีเดียว” นางคิดจะนำหญ้ากระจ่างใจมาผสมกับน้ำทิพย์ เพื่อให้มีสีสันเปลี่ยนไปเพียงเท่านั้น จึง้าสมุนไพรที่เพาะปลูกง่ายสรรพคุณธรรมดาๆ
เช้าวันต่อมา หลินหนิงชินก็นำ “หญ้ากระจ่างใจ” ออกมาจากมิติแนะนำให้ทุกคนรู้จัก บอกสรรพคุณว่าเป็สมุนไพรที่ใช้ผสมกับสูตรยาได้ทุกชนิด มีผลทำให้ผ่อนคลายจิตใจสงบและยังบำรุงผิวพรรณได้เป็อย่างดี
“เพาะปลูกก็ง่าย เป็เหมือนหญ้าทั่วไปแค่เพียงนำไปปักดินก็เจริญงอกเงยได้เอง โตเร็วไม่เปลืองพื้นที่เพาะปลูกมากนักปล่อยให้เติบโตอยู่ริมขอบแปลงสมุนไพรก็เพียงพอเ้าค่ะ ต่อไปเมื่อทำโอสถใดคิดผสมเข้าไปในโอสถนั้นก็ทำได้เลย เป็การช่วยเพิ่มสรรพคุณโอสถด้วย”
การเพาะปลูกหญ้ากระจ่างใจ ไม่ได้ถูกส่งออกไปยังหมู่บ้านทั้ง 8 แห่ง ทำเพียงแค่เพาะปลูกไว้ในสวนสมุนไพรในจวนตระกูลหลินเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้มากพอสมควรแล้ว อีกอย่างในมิติของหลินหนิงชินเองก็ยังมีอีกมากมายมหาศาล
……….
ที่หอโอสถสกุลหลิน
“ท่านพ่อบ้านจาง เวลานี้โอสถห้ามเืที่หอโอสถเราไม่มีเหลือเลยขอรับ” หลินหลีเหว่ยออกมารับแขกสูงวัยด้วยตนเอง กำลังเอ่ยปฏิเสธบุรุษสูงวัยตรงหน้า
“เช่นนั้นข้าก็จะสั่งจองไว้ล่วงหน้าแล้วกัน มีพร้อมเมื่อไรรบกวนหอโอสถส่งคนไปแจ้งที่จวนสกุลจางได้หรือไม่”
“ยังคงต้องขาดตลาดอีกนานเลยขอรับ ่นี้จำนวนสมุนไพรปราณของสกุลหลินมีไม่เพียงพอที่จะนำมาหลอมโอสถเลย ท่านพ่อบ้านจาง ไม่ไปดูที่หอโอสถสกุลจงเล่าขอรับ ที่นั่นน่าจะยังพอมีอยู่บ้าง”
“ไอหย๋า ..เ้าไม่รู้อะไร ใครๆก็อยากมาอุดหนุนหอโอสถสกุลหลินกันทั้งนั้น ข่าวว่าโอสถก็มีคุณภาพดี ยังมีข่าวว่ามีผู้หลอมโอสถเก่งกาจในสกุลหลินอีกหลายคนด้วยนะ”
“หอโอสถสกุลจงก็ใช่ว่าจะขาดแคลนผู้หลอมโอสถนี่ขอรับ สกุลจงทำการค้าอย่างซื่อสัตย์ ชื่อเสียงล้วนดีงามมาตลอด ไม่ทำการค้าหลอกลวงหรอก พ่อบ้านจางเชื่อข้าเถิด” หลินหลีเหว่ยแนะนำ
“ดีๆๆ คิดไปแล้วก็จริงดังเ้าว่า เช่นนั้นข้าผู้แซ่จางก็ขอลา”
ไม่นานท่านผู้เฒ่าพ่อบ้านสกุลจาง ก็ไปที่หอโอสถสกุลจง ซื้อโอสถเรียบร้อยดีแล้วก็ยังอดเอ่ยเล่าเื่ที่หอโอสถสกุลหลินทำการค้าอย่างมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ดึงดันที่จะกดข่มหอโอสถสกุลจงเลยแม้แต่นิดให้คนสกุลจงฟังไม่ได้
ทางด้านหลินหนิงชินในเวลานี้ นางกำลังเติมน้ำทิพย์ใส่เตาหลอมโอสถที่ถูกขยายให้มีขนาดใหญ่พอสมควร ค่อยๆบรรจงเติมหญ้ากระจ่างใจปริมาณมากลงไป ใช้เวลาหลอมอยู่นานพอที่จะให้หญ้ากระจ่างใจละลายจนกลายเป็สีเขียวเข้มใส ผสมปนไปกับน้ำทิพย์
นาง้าส่งน้ำทิพย์ที่มีพลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นนี้ไปพื้นที่เพาะปลูก ทั้ง 8 แห่งของตระกูลหลินเพื่อช่วยแก้ปัญหาเื่คุณภาพและปริมาณของสมุนไพรปราณ หากได้สมุนไพรปราณที่มีคุณภาพดีย่อมสิ้นเปลืองน้อยลง
เด็กหญิงขอให้พี่ชายทั้งสองคนช่วยกันแบ่งน้ำทิพย์ที่ผสมหญ้ากระจ่างใจไว้แล้ว บรรจุลงในถังอีกหลายสิบถัง ลำเลียงออกมาวางไว้ที่ลานหน้าเรือน จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตัวปลิวไปหาท่านปู่ใหญ่ที่เรือนหลัก
“ท่านปู่ใหญ่เ้าคะ” เสียงสดใสร้องทักทายชายชราสูงวัยที่กำลังยืนรับลมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น
บุรุษชราหันมามองเด็กหญิงตัวน้อย ที่ตอนนี้ตัวสูงขึ้นมาไม่น้อย แก้มป่องทั้งสองข้างขึ้นสีแดงอ่อนๆ จากการตากแดดและวิ่งมา
“หืม..หลานสาว มีเื่สนุกอันใดหรือก่อเื่ซุกซนอันใดไว้เล่า เหตุใดเ้าจึงดูมีความสุขเช่นนี้”
“ท่านปู่ล้อข้าเล่นแล้ว ข้าไม่ได้ซุกซนแม้แต่นิด แต่ข้ากำลังมีความสุขจริงๆเ้าค่ะ เมื่อวานท่านปู่บรรพบุรุษนำของดีมามอบให้กับข้าเ้าค่ะ" เด็กหญิงทำท่ากระซิบกระซาบอย่างไร้เดียงสา