มีนาค่อยๆ ลืมตาอย่างยากลำบาก ภาพจำสุดท้ายคือเธอเข้าเส้นชัยชนะอย่างหวุดหวิด และภาพอัฒจันทร์รอบตัวก็พังครืนลงตามร่างกายเธอที่ทิ้งตัวลงสู่พื้นสนาม
สิ่งแรกที่มีนาเห็นคือม่านสีฟ้าอ่อนถูกรูดบังรอบเตียงนอนทั้งสามด้าน ตอนนี้เธออยู่ห้องพยาบาลสินะ
“อ้าว ไอ้ธาม มาทำอะไรตรงนี้วะ” เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ดังมาจากประตูด้านหน้าของห้องพยาบาล
“อ่อ พาน้องที่เป็ลมมาส่ง แล้วมึงมาทำไร” ธามวัตถามกลับ
“กูจะมาเอาแอมโมเนียอ่ะดิ ฝ่ายปฐมพยาบาลของขาดพอดี” เพื่อนเขาตอบ
“เออ เมื่อกี้สีเราเกือบชนะแล้ว แม่งน้องแว่นสีแดงดันแซงวินาทีสุดท้ายเฉยเลย” เพื่อนเขานึกขึ้นได้เลยทักกลับ
“นี่กูก็ลุ้นอยู่ข้างสนาม อุตส่าห์เชียร์น้องเราเต็มที่ แต่น้องสีแดงดันชนะเฉย แถมเป็ลมคาเส้นชัยอีก ใจสู้จริงๆ” ธามวัตเอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังอะไรแกมขบขันเล็กน้อย
มีนานิ่งอึ้ง พี่ธามไม่ได้เชียร์เธอหรอ! อ้อ..นึกออกแล้วเธอแข่งกับสีฟ้า ซึ่งเป็สีเดียวกับเขานี่!! โถ่ มีนา! แกนี่มันจอมเข้าข้างตัวเองชัดๆ เธออยากจะนอนจมหายไปกับเตียงนอนแล้วไปผุดไปเกิดอีกกาแล็กซี่หนึ่งให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ทั้งเสียหน้าและละอายใจในเวลาเดียวกัน
หลังจบการแข่งขันกีฬาสี ก็ยังมีพิธีไหว้ครู ซึ่งแน่นอนธามวัตได้ถือพานเป็ตัวแทนของชั้น ม.5/4 แต่สำหรับเธอ ได้นั่งปั้นดินเหนียวจนหน้าเมือก และยังต้องนั่งปักดอกเข็ม ดอกมะเขือ หญ้าแพรก โรยข้าวตอก และธูปเทียน ตามแบบที่เพื่อนๆร่วมมือกันร่างขึ้นมา
แต่พอถึงหน้างานจริงกลับเละไม่เป็ท่า ดอกเข็มไม่พอบ้าง ดอกมะเขือเละคามือเพราะจับแรงไปบ้าง หญ้าแพรกที่เอามาก็กลายเป็หญ้าแฝกเพราะหัวหน้าห้องสะกดชื่อหญ้าผิดตอนส่งรายการให้แต่ละคนไปรับผิดชอบบ้าง เป็การทำพานไหว้ครูที่ปวดหัวและวุ่นวายไปหมด พานห้องเธอเลยได้ส่งในวินาทีสุดท้ายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด และอย่าได้ถามถึงรางวัล แค่ประกอบเป็ร่างมีพานให้ไหว้ครูก็บุญโข
วันวาเลนไทน์ที่เด็กนักเรียนชายหญิงต่างรอคอยให้ของขวัญและสารภาพความรู้สึกในใจให้แก่กันก็มาถึง วันนี้ที่โรงเรียนมีแต่คนถือดอกไม้มากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง สีชมพู และสีขาว จะมีดอกลิลลี่ และดอกทิวลิปบ้างเล็กน้อยเนื่องจากราคาที่สูงมาก รวมไปถึงโหลแก้วที่บรรจุไปด้วยดาวกระดาษ ตุ๊กตาหมีตัวเล็กใหญ่ขนาดต่างๆกันไป หรือจะเป็การ์ดวันวาเลนไทน์กระดาษลายน่ารักมีทั้งแบบลายการ์ตูน หรือแบบกากเพชร แต่สิ่งที่นักเรียนทุกคนมีคือสติ๊กเกอร์รูปหัวใจแปะเต็มพื้นที่เสื้อนักเรียนสีขาวและเสื้อพละสีบานเย็น (สีประจำโรงเรียนคือ สีบานเย็น-ขาว) เป็สีสันต้อนรับวันวานเลนไทน์อย่างแท้จริง
วันนี้มีนาก็เตรียมดอกกุหลาบสีขาว 1 ดอก และมีโบแดงผูกที่ก้านอย่างน่ารัก (ความหมายของดอกกุหลาบสีขาว คือ ความรักอันบริสุทธิ์ จำนวน 1 ดอก คือ ความรักแบบรักแรกพบ)
"นั่นแน่ ดอกกุหลาบให้พี่ธามหรอ" มิ้นแซวมีนาเมื่อเห็นดอกกุหลาบในกระเป๋าเรียนแว๊บๆ ตลอดเวลาที่เรียน ม.1มาด้วยกัน มีนาแทบจะปรึกษามิ้นทุกเื่ และเื่ของธามวัตคือหนึ่งในเื่ที่เธอสองคนคุยกันมากที่สุด
"ใช่แก ฉันจะเข้าไปให้ตอนจบคาบชมรม แกว่าดีมั้ยอ่ะ" มีนาพูดแกมตื่นเต้น ไม่รู้ว่าควรให้ตอนไหนหรือทำตัวยังไง เพราะเกิดมาทั้งชีวิตเธอไม่เคยให้ดอกไม้ใครเลย
"ดีเลยแก เดี๋ยวฉันช่วยดูต้นทางให้" มิ้นตอบกลับพร้อมเป็ผู้ช่วยอย่างเต็มที่
ใกล้จะหมดคาบเรียนชมรมเข้ามาทุกที ใจมีนาเต้น ตึกตักๆ หายใจไม่ทั่วท้อง ขนาดว่าเมื่อคืนเธอซ้อมพูดและทำท่ายื่นดอกไม้ให้เขาต่อหน้ากระจกเป็สิบรอบ ก็ไม่ช่วยลดความตื่นเต้นนี้ลงได้เลย สู้โวยยย มีนาปลอบใจตัวเอง
เด็กนักเรียนหญิงมากมายไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนยืนอออยู่หน้าห้องดนตรีเพื่อนำดอกไม้และของขวัญวันวาเลนไทน์ให้กับธามวัต และเพื่อร่วมวงของเขา ที่มี นิว นัท และกานต์ แต่คนที่ฮอตที่สุดจะเป็ใครไปได้ นอกจากพี่ธามของเธอ นักเรียนหญิงต่างแย่งกันเพื่อเข้าไปให้ถึงตัวธามวัตมากที่สุด มีทั้งผลักกัน มองหน้าหาเื่กัน และจบที่ท้าตบกันหลังเลิกเรียน
มีนาเดินกลับห้องเรียนอย่างหมดหวัง เธอเดินมาเก็บกระเป๋า พร้อมมองดอกกุหลาบในมือ เขาคงไม่อยากได้มันหรอก มีนักเรียนหน้าตาน่ารักหลายคนคงให้เขาแล้ว มีนาเดินไปที่หน้าต่างห้องเรียน พร้อมโยนดอกกุหลาบสีขาวนั้นด้วยความน้อยใจ พลั๊ก!!
"โอย!!" เสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องขึ้น
มีนารีบชะเง้อหน้าผ่านหน้าต่างมองลงไปจากชั้นสองที่เธออยู่ เธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งเอามือกุมที่หัวเบาๆ พร้อมมองขึ้นมา
"พี่ธาม!!!" มีนาเรียกชื่อเขาอย่างใ
ธามวัตมีท่าทีงุนงง ก่อนจะปรับสายตาให้ชัดขึ้น
"น้องโยนไอ้ดอกไม้นี่ลงมาหรอ?" ธามวัตถามกลับพร้อมถือดอกกุหลาบสีขาวของเธอไว้ในมืออย่างสงสัย
"เอ่อ คือ ใช่ ใช่ค่ะ" มีนาทำหน้าตาเลิ่กลั่กแบบบอกไม่ถูก ทำไมต้องเป็เขาด้วยนะ
"ทำไมถึงทิ้งหล่ะ มันสวยมากเลยนะ" เขาพูดพร้อมมองดอกไม้และหน้ามีนาอย่างจะค้นความจริงอะไรบ้างอย่าง
ยังไม่ทันที่มีนาจะตอบอะไรไป ธามวัตจึงพูดสวนมา
"งั้นพี่ขอนะครับ"
บันทึกของมีนา...ให้ดอกกุหลาบสีขาวดอกแรกกับพี่ธาม ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547
~ปล.ดอกกุหลาบจากฟากฟ้า~