ตอนที่ 9: รับแท่งเครื่องเทศเพิ่มหรือไม่?
ปู้ฉืออีหยุดพูดกล่าว จากนั้นจึงเดินวนไปรอบร้าน ปู้หลี่เกอจึงเร่งรีบเดินตามติด
ซึ่งก็เป็ดังที่ลั่วฉวนคาดการณ์ไว้ หลังพบเห็นการตกแต่งภายในร้าน ปู้ฉืออีจึงเป็เฉกเช่นเดียวกับปู้หลี่เกอก่อนหน้านี้ ร่องรอยความประหลาดใจฉายชุดผ่านดวงตางดงามคู่นั้น
“เครื่องแก้วอันบริสุทธิ์กลับวางไว้บนชั้นเช่นนี้ ร้านเล็กจ้อยแห่งนี้ไม่ธรรมดา”
“ของทุกอย่างบนชั้นสามารถหยิบด้วยตนเองได้” ลั่วฉวน
กล่าวพลางชี้สิ่งของภายในร้าน
จากนั้นจึงคล้ายคิดอะไรขึ้นได้ เขากล่าวเสริม “ว่าไปแล้ว ร้านของเราเพิ่งมีแท่งเครื่องเทศมาใหม่ สนใจลองรับชมดูได้”
“เครื่องเทศ?”
ปู้หลี่เกอเผยอาการสนใจ ดวงตานั้นกวาดมองทั้งร้าน ไม่ช้าจึงได้เห็นกล่องใส่บรรจุภัณฑ์สีแดงจำนวนมาก
“พี่หญิง ทางนั้น” ปู้หลี่เกอไม่ปิดซ่อนความตื่นเต้นยินดี ฝีเท้าเร่งรีบก้าวเดินนำหน้าปู้ฉืออี
โคล่ายังให้ผลลัพธ์ชวนสะพรึง อย่างนั้นแท่งเครื่องเทศที่เพิ่งมาใหม่จะเป็เช่นไร?
นั้นช่วยไม่ได้ที่ปู้หลี่เกอจะลากนางไป ปู้ฉืออีเผยสีหน้าเรียบเฉยเดินตามไปยังกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์สีแดง
“แท่งเครื่องเทศ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกายระดับหนึ่งในระยะเวลาชั่วครู่ สะสมรวมได้ห้าครั้ง ไม่อาจใช้งานจนพลังเกินขอบเขตได้ ระยะเวลาหนึ่งนาที มูลค่าหนึ่งร้อยผลึกิญญา”
ริมฝีปากแดงของปู้ฉืออีเปิดกว้างยามได้อ่านสรรพคุณของแท่งเครื่องเทศ
คนทั้งสองต่างมองหน้ากันเองและเงียบไป กระนั้นก็ได้เห็น ว่าดวงตานั้นเผยออกซึ่งความตื่นตะลึง
ปู้ฉืออีดึงสติกลับคืนรวดเร็ว นางคว้าห่อแท่งเครื่องเทศขึ้นมาถามต่อลั่วฉวน “เถ้าแก่ ไม่ทราบว่าผลลัพธ์ของแท่งเครื่องเทศนี้เป็ดังคำกล่าวอ้างหรือไม่ มันทำข้าสงสัยว่ามีผลข้างเคียงใดหรือไม่?”
ตามที่ปู้ฉืออีได้อ่านมา แท่งเครื่องเทศสามารถเพิ่มพลังให้แก่ผู้คนในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เช่นนั้นมันสมควรต้องมีผลข้างเคียงร้ายแรง
ด้วยเหนือความคาดคิดของผู้ใด ลั่วฉวนส่ายศีรษะก่อนจะเผยคำตอบเฉยชา “ผลลัพธ์เป็ดังคำอธิบาย หากไม่เป็ตามนั้นเชิญพังร้านได้ ส่วนผลข้างเคียงนั้น... ไม่มี”
ไม่มี?
เป็ที่ทราบกันว่าโดยปกติแล้วหากสามารถทำให้ศักยภาพผู้คนเพิ่มขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็เม็ดยาหรือวิธีการอันใด เช่นนั้นย่อมต้องมีผลข้างเคียงบ้างไม่มากก็น้อย
แต่แล้วขณะนี้เ้าของร้านเล็กจ้อยได้กล่าว ว่าแท่งเครื่องเทศนี้ไร้ซึ่งผลข้างเคียงไม่ว่าเป็ผู้ใดก็ต้องให้ความสนใจจนเกิดความสงสัยขึ้น
“ปู้หลี่เกอ เ้านำผลึกิญญามาด้วยเท่าใด?” ปู้ฉืออีหันกลับมากล่าวถาม
ปู้หลี่เกอถอยเท้า จากนั้นจึงตอบคำกลับ “ข้าพกมาหนึ่งร้อยผลึกิญญา”
“ดี” ปู้ฉืออีพยักหน้ารับก่อนเผยรอยยิ้มปรากฏ
จากนั้นด้วยมือโบกเล็กน้อย แหวนสีขาวเงินจึงปรากฏในฝ่ามือของนาง
ปู้หลี่เกอมองอยู่ครู่ จากนั้นจึงเร่งรีบมองที่ฝ่ามือตนเอง “พี่หญิง นั่นแหวนมิติข้า...”
แหวนมิติคือสิ่งหายากในทวีปเทียนหลัน ภายในของมันคือมิติใช้เก็บสิ่งของพื้นที่ของมันกว้างใหญ่เกินกว่าขนาดภายนอกจะอธิบายได้
แน่นอนว่าราคาย่อมสูงล้ำเช่นกัน
เท่าที่ลั่วฉวนทราบ มูลค่าของแหวนมิติที่กว้างสักหนึ่งลูกบาศก์เมตร มูลค่าอย่างน้อยก็หลายพันผลึกิญญาแต่หากมันมีขาย เช่นนั้นมูลค่าก็แทบไม่อาจประเมินได้
จากที่เห็น สถานะของปู้หลี่เกอและปู้ฉืออีอย่างไรก็ไม่ธรรมดา
กระนั้นลั่วฉวนเพียงสงสัยเล็กน้อย เขาไม่คิดนำสถานะของคนทั้งสองมาใส่ใจ
“หนึ่งร้อยผลึกิญญาใช้ซื้อขวดโค้กกับแท่งเครื่องเทศนั่น”
หลังจากปู้ฉืออีหยิบห่อแท่งเครื่องเทศและขวดโคล่าออกจากชั้นแล้ว นางจึงก้าวเดินไปทางลั่วฉวนและกล่าว ขณะเดียวกันนี้ยังนำผลึกิญญากองหนึ่งออกจากแหวนมิติ
ลั่วฉวนพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเก็บผลึกิญญาที่ได้รับมา
“พี่หญิง ท่านคิดทดสอบเลยหรือไม่?”