สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่เก้าสิบสี่ ศิลานักปราชญ์

    ตอนที่เก้าสิบสี่ ศิลานักปราชญ์

    ผมมองไปทางเหล่าสาวๆที่นอนอยู่บนเตียงของผมแล้วคิดว่าหรือเราควรเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เราเป็น อินคิวบัส Incubusดีนะ

    ความเป็น munchkin ในร่างกายของผมคิดอย่างนั้น

    แต่คิดว่าการเมืองหรือสถานะทางสังคมไม่น่าจะสามารถยอมรับได้

    ผมเลยคิดว่าใช้เวทย์หรือทางอื่นดีกว่าที่จะหวังจะมีชีวิตอมตะ

    “ศิลานักปราชญ์” Philosopher’s stone ที่เราต้องเก็บเศษกระดาษเป็นไอเท็มอีสเตอร์เอ้กต่างๆก็น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้ อย่างน้อยก็ช่วยเรื่องชะลอความแก่ชราหรือรักษาความเป็นหนุ่มให้ยาวนานกว่าเดิม

    หรืออย่างน้อยสามารถรักษาโรคที่ทำให้คนเสียชีวิตหรือลดความทรมานได้ก็เพียงพอแล้ว

    ผมกำลังนึกถึงว่าจะต้องไปหาพวกเศษกระดาษที่บันทึกไว้เของ”การสร้างศิลานักปราชญ์”ได้บ้าง

    คุ้นๆว่ามันมีบางอันไปอยู่ในสถานที่แปลกๆอย่างหลังสุมทุมพุ่มไม้หรือในคุกของของบางเมืองด้วยนี่น่ะ

    บางอันก็อยู่ในบ่อน้ำที่อยู่ในดันเจี้ยนลึกลับ

    ที่ผมต้องฝ่ากับดักและมังกรที่เฝ้าทางอยู่ต่อไป

    ผมสร้าง รอยสักตรงท้อง womb tattoo ให้กับสาวๆในฮาเร็มของผม

    เป็นอะไรที่สะดวกมากราวกับรอยสักตรามารของโวลเดอมอร์

    ที่สาวๆของผมจะสามารถติดต่อกันเองได้ยืนยันตัวตนว่าคือทาสอุ่นเตียงของผมเหมือนกัน บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    รวมถึงนาเดียและลิเดียที่ผมสยายนอนอย่างหมดแรงบนเตียงของผมด้วย

    ผมสังสัญญาณให้มาเรียและมารีอาที่มีความเคยชินมากกว่าในการเป็นทาสอุ่นเตียงเอาพวกเธอไปล้างเนื้อล้างตัวตอนเช้า

    ส่วนผมต้องไปทำหน้าที่ของดยุก

    ...

    “ท่านดยุกมาเยือนเมืองแล้ว”

    “บุฮิ บุฮิ บุฮิหลีกทางเจ้าพวกประชาชนชั้นต่ำ”

    หน้าที่ของผมคือการเดินไล่เปิดทางชาวบ้านชาวช่องเป็นบางที่แน่นอน การดักจับก็อาจจะได้ผล แต่ผมพยายามใช้วิธีบีบให้พวกขายของข้างทางไปขายตามที่ผมกำหนดไว้นั่นเอง

    “เรียนนายท่านการจัดเก็บภาษีปีนี้ได้ผลดีแต่ว่าเอ่อ..” เยลเกอร์คนจัดเก็บภาษีพยายามกระซิบกับผมตอนผมขึ้นบนบัลลังก์ทองคำเดินเที่ยวไปมาบนถนนรอบเมือง

    “รายได้ของท่านเพิ่มขึ้นหลังจากตรวจสอบในเรื่องของกิลด์นักผจญภัยแต่ว่ามันจะไม่ดีหากรายได้เพิ่มขึ้นมากเกินไป...”

    เยลเกอร์ลดเสียงแผ่วลงมันเป็นเรื่องปรกติสำหรับการที่คนทำบัญชีไม่อยากให้บัญชีแปลกๆมากเกินไป

    ผมคิดสักครู่

    “พวกกิลด์นักผจญภัยติดหนี้ใครเอาไว้ในอดีตให้เอารายจ่ายตรงนั้นเพิ่มขึ้นเข้ามาขอเพียงให้หักเป็นค่าใช้จ่ายของกิลด์ได้ก็เพียงพอ เอาอย่างนี้ ส่งคนจำนวนหนึ่งไปทางป่าดงดิบดำและบอกว่าเป็นงบประมาณในการป้องกันพวกอันเดท..ข้ออ้างเช่นนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางโบสถ์ แม้แต่ทางสำนักงานใหญ่ของกิลด์นักผจญภัยหรือทางราชสำนักไม่น่าจะมีข้ออ้างที่แสดงความไม่พอใจไปได้”

    Subsidy เงินสนับสนุนกิจการ

    ภารกิจที่ส่งผลกระทบอย่างก็อบลินมากเกินไปหนูในท่อน้ำ อันเดทมักจะเป็นปัญหาที่ทางราชสำนักและโบสถ์มักออกเงินให้กับนักผจญภัยมาแก้

    พวกเขาเหมือนฟรีแลนซ์ที่ทุกฝ่ายมองว่าทำให้ประหยัดกว่าในการเอากองทหารไปปราบด้วยตนเองนั่นเองเพราะกองทหารนั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาล

    ไม่ใช่ทุกแคว้นจะรวยแบบดยุกหมูอ้วนที่เอากองทหารนับพันคนมาเดินเล่นไปมาได้

    “ทราบแล้ว ท่านดยุกข้าจะบวกเป็นค่าใช้จ่ายรายจ่ายของพวกเราไปด้วยเลยและจะจ้างนักผจญภัยในสังกัดของนักผจญภัยดาวรุ่งหน้าตาหล่อเหลา อูลริก เพนดราก้อน”

    เยลเกอร์พยายามกล่าวประจบ

    “เจ้านี่ชอบพูดความจริงอยู่เรื่อยบอกแล้วไงว่าข้าเขิน บุฮิ บุฮิ บุฮิ”