“เจ้าหยุดร้องเถิด” หลี่หยวนหยวนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
บ่าวรับใช้ทั้งสามพากันเงยหน้า ยกผ้าขึ้นซับน้ำตา “พวกเราเห็นใจหวางเฟยเจ้าค่ะ”
“ข้ามิได้บอกพวกเจ้า ข้ากำลังบอกตนเองต่างหาก”
หลี่หยวนหยวนส่ายหน้า นางมิได้บอกกับคนทั้งสาม หากแต่กำลังบอกกับหัวใจของเจ้าของร่างเดิม ให้เลิกเจ็บปวดกับเรื่องของอ๋องหยางไปเสีย
‘ก็แค่ผู้ชายคนเดียว ในเมื่อเขาไม่ดี ไม่รักเจ้า เจ้าก็แค่สะบัดหน้าแล้วเดินจากไป สามีที่ดี คือ สามีใหม่’
ในตอนที่เป็นติงหยวนหยวน แม้ว่านางจะแอบชอบหัวหน้าหยางก็จริง แต่ก็มิได้มากมายจนต้องทุ่มกายเทใจเหมือนกับหลี่หยวนหยวน หากเขาชอบคนอื่น ติงหยวนหยวนก็พร้อมจะตัดใจ
คิดมาถึงตรงนี้ พลันในความทรงจำก็ผุดภาพของหวานหว่านที่ยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อถือแก้วกาแฟอยู่กับหัวหน้า หยางหน้าเคาน์เตอร์ร้านกาแฟใกล้บริษัท
ติงหยวนหยวนกำลังจะเข้าแถว หวานหว่านหันมาเห็นเข้าก็ร้องเรียก “หยวนหยวน มาซื้อกาแฟเหมือนกันเหรอ ฉันกับหัวหน้าหยางกำลังจะกลับพอดีเลย”
หัวหน้าหยางอมยิ้มขณะมองดูเธอ ติงหยวนหยวนสังเกตว่าเขาทำหน้าเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง แต่เพราะคนข้างหลังเอ่ยขึ้นว่า
“คุณจะเข้าแถวไหมครับ”
เธอจึงต้องก้าวเท้าไปต่อคิว
“เดี๋ยวสิ! หยวนหยวน” หัวหน้าหยางเดินมาหา แล้วดึงข้อมือเธอขึ้นมาพร้อมยัดเยียดกาแฟแก้วใหญ่ให้ “ผมยังไม่อยากดื่ม แก้วนี้ยกให้คุณก็แล้วกัน ดื่มเผื่อผมด้วยนะ”
“ไม่ดีมั้งคะ”
“ดีสิ รับไปเถอะ ผมอยากให้” เขาเอ่ยยิ้มๆ
หวานหว่านทำหน้างอ มองดูเธอด้วยสายตาไม่พอใจ ติงหยวนหยวนคิดจะห้ามแต่ไม่ทันแล้ว หัวหน้าหยางเดินรี่ไปหาหัวหน้าอีกคนหนึ่งที่เดินเขามาใกล้
บ่ายวันนั้น เมื่อหวานหว่านกลับเข้ามาบริษัท ก็มีคนซุบซิบกันว่าหัวหน้าหยางกับหวานหว่านเหมือนจะกำลังแอบซุ่มคบกันอยู่
ตอนนั้นเธอรู้สึกปวดแปลบคล้ายกับตอนนี้ เย็นนั้นหลังจากแวะดื่มเบียร์จนเมาได้ที่ ติงหยวนหยวนก็สัญญาว่าเธอจะตัดใจจากหัวหน้าหยาง...จากนี้จะไม่สนใจเขาอีก
น้ำตาของหลี่หยวนหยวนหยุดไหลแล้ว แต่ท่าทางที่นางนั่งตะลึงนั้น ทำเอาสาวใช้ทั้งสามไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม
“หวางเฟยเจ้าคะ เป็นอันใดไปหรือ”
หญิงสาวกระพริบตาถี่ “ข้าก็แค่ คิดเรื่องบางอย่างออกเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก”
ซุนมามาถอนหายใจยาว วันเวลาต่อจากนี้ของหวางเฟยในจวนอ๋องคงจะลำบากยิ่งแล้ว
“เสี่ยวเยว่ เจ้าไปเอาเครื่องเขียนมาให้ข้า”
“เจ้าค่ะ” ไป๋เยว่รีบลุกไปยกถาดเครื่องเขียนมา “ฝนหมึกด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
“อืม ข้าจะเขียนจดหมายหย่า” หลี่หยวนหยวนพูดชัดถ้อยชัดคำ
“ไอหยา!” ซุนมามาตบอกผาง “ได้อย่างไรเจ้าคะ เป็นสตรีหย่าสามีจะดีหรือ”
หลี่หยวนหยวนเชิดหน้า ยิ้มอย่างมั่นใจ “ทำไมเล่า ในเมื่อสามีไร้คุณธรรม ข้าหย่าเขาไม่ได้หรือ สตรีก็มีคุณค่าเทียบเท่ากับบุรุษ พวกเราเป็นคนเหมือนกัน เหตุใดข้าต้องยอมให้เขาย่ำยีศักดิ์ศรีข้าด้วย”
ซุนมามาหน้าเสีย นางคิดไม่ถึงว่าหลี่หยวนหยวนจะได้รับความสะเทือนใจมากจนกระทั่งคิดหย่าขาดกับอ๋อง หยาง
“หวางเฟย ใคร่ครวญให้ดีเถิดเจ้าค่ะ การหย่ามิได้ดีกับสตรีเลย ขอเพียงท่านอยู่อย่างสงบ ในฐานะหวางเฟย ท่านก็จะสุขสบายไปทั้งชีวิต”
“ไม่! ซุนมามา ข้าไม่ต้องการเป็นภรรยาเอก ข้าต้องการเป็นภรรยาเดียวและเป็นภรรยาที่สามีรักใคร่ให้เกียรติ ระหว่างเขากับข้า ในเมื่อไปกันไม่ได้ ก็ทางใครทางมัน”
หญิงสาวหยิบพู่กันมาจรดอย่างตั้งใจ หนังสือหย่าของนางเขียนความผิดของสามีและความต้องการที่จะหย่าขาดจากเขาอย่างชัดเจน นางยังลงท้ายเอาไว้ด้วยว่าจะไม่เรียกร้องเงินทองค่าเลี้ยงดูจากเขาแม้แต่อีแปะเดียว
กระดาษแผ่นนั้นถูกพับแล้วสอดไว้ในซองสีน้ำตาล หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ท่ามกลางสีหน้าไม่สบายใจของสาวใช้ทั้งสาม
“หวางเฟย หากหย่าแล้ว ท่านคิดจะทำเช่นใดเจ้าคะ” ไป๋เยว่กลืนน้ำลาย “เราอยู่เมืองเฉินม่ายต่อไปก็คงไม่ได้”
หลี่หยวนหยวนยกมือขึ้นแบฝ่ามือคล้ายจะบอกมิให้สาวใช้กังวล “เจ้าไม่ต้องห่วง หากว่าเราร่ำรวย จะใช้ชีวิตอยู่ที่ใดก็ได้ทั้งนั้น”
ซุนมามาหน้าหมองลงไป นางไม่อาจจะห้ามหลี่หยวนหยวนได้ สวรรค์! นี่คุณหนูของนางถูกปีศาจดลใจหรือไร จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือหย่าสามี
หลี่หยวนหยวนออกไปยืนดูพ่อบ้านประจำจวนอ๋องกำลังสั่งการบ่าวทั้งหลายจัดตกแต่งเรือนหลังรองอีกสองหลังเพื่อเตรียมการรับชายาคนใหม่ด้วยความเยือกเย็น
“ท่านอ๋องรับชายารองตั้งสองคนเชียวนะเจ้าคะ”
“รับคนเดียวก็แย่แล้ว แต่นี่ยังรับพร้อมกันถึงสองคน หนำซ้ำท่านกับท่านอ๋องก็ยังเพิ่งแต่งกันได้เดือนเดียว เฮ้อ! พวกนางก้าวเท้าเข้ามาวันใด คนในจวนนี้คงไม่เห็นหัวท่านแล้ว” ซุนมามายังคงมีความหวังว่าท่านอ๋องได้เห็นจดหมายหย่าของหลี่หยวนหยวนแล้วจะไม่เห็นด้วย
“ยุคที่บุรุษเป็นใหญ่เช่นนี้ สตรีผู้อื่นจำต้องรับชะตากรรม แต่มิใช่ข้า” น้ำเสียงของหลี่หยวนหยวนหนักแน่น “อีกอย่าง ข้าเองก็เขียนหนังสือหย่ากับเขาแล้ว เหตุใดต้องห่วงว่าผู้อื่นจะไม่เห็นหัวตนเองด้วย”
พ่อบ้านยงมองเห็นพระชายาของท่านอ๋องก็พลันรู้สึกเห็นใจ เขาได้ยินเรื่องราวของนางมาจากองครักษ์หน่วยหยกทมิฬบางคน ใจของนางที่มีให้กับท่านอ๋องนั้นเหล่าผู้ติดตามล้วนรู้ดี แต่...ดอกไม้มีใจ สายน้ำไร้ไมตรี
หลี่หยวนหยวนยิ้มให้กับพ่อบ้านที่เดินเข้ามาใกล้
“หวางเฟย เรือนหลังนี้เตรียมเอาไว้ต้อนรับชายารองขอรับ” น้ำเสียงของฝ่ายผู้น้อยเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจ
“ข้ารู้แล้ว” หญิงสาวพยักหน้ารับ มองผ้า ดอกไม้ผ้า และโคมไฟสีแดง อยากจะมองบนแต่ก็กลัวว่าจะเสียมารยาท บรรยากาศเช่นนี้ ผู้ใดบ้างดูไม่ออกว่ากำลังจะมีงานมงคล
“หยางไท่เฟยคงจะบอกกับท่านแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”
หลี่หยวนหยวนส่ายหน้า “ข้ามิได้พบกับไท่เฟยและชายารองหลิ่วเลยสักครั้ง ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังที”
ใบหน้าของพ่อบ้านยงเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ ไม่รู้ว่าตนเองสมควรจะพูดมากน้อยเพียงใด
“ไท่เฟยบอกกับข้าน้อยว่าสตรีที่จะรับเข้ามาเป็นคนแรกก็คือ คุณหนูสกุลหนานกงขอรับ หลังจากนั้นอีกสามวันก็จะรับบุตรสาวใต้เท้าหวางเข้ามา”
หลี่หยวนหยวนเห็นว่าพ่อบ้านยงไม่กล้าพูดต่อจึงผงกศีรษะ “อืม ขอบใจมากที่บอกข้า”
“เช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวไปทำงานก่อนนะขอรับ ประเดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันกำหนด ท่านอ๋องน่าจะกลับมาอีกสองวันข้างหน้า”
หลี่หยวนหยวนออกจากจวนไปตรวจร้านเช่นทุกวัน แต่ระหว่างทางมอบหมายให้ซุนมามากับไป๋เยว่ไปสืบเรื่องของสกุลหนานกงและสกุลหวางมา ส่วนตัวนางไปนั่งรออยู่ที่ระเบียงโรงน้ำชาจาเรอ
ไม่นานนักซุนมามากับไป๋เยว่ในชุดบุรุษก็เดินเข้าไปในร้าน พร้อมกับเล่าเรื่องคุณหนูห้าสกุลหนานกงกับคุณหนูหกสกุลหวางให้กับหลี่หยวนหยวนฟัง
“พวกนางล้วนเป็นบุตรสาวอนุสูงศักดิ์ของขุนนางคนสำคัญในเมืองเฉินม่ายนี่เอง ท่านอ๋องมีอำนาจทหารในมือก็จริงแต่ในการปกครองต้องอาศัยความเชื่อถือจากขุนนางทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายกฎหมาย สตรีสองคนนี้เลือกมาได้เหมาะสมยิ่ง”
***************
