ตกเย็นวันนั้น คมเพชรกลับมายังบ้านของเขาด้วยสีหน้าที่ยังดูไม่สบอารมณ์กับการที่เห็นณาดา เดินเคียงคู่กับชายปริศนาในตลาดนัด
เลยมานั่งกระดกเบียร์แก้เซ็งตรงชานหน้าบ้าน ไปหลายกระป๋อง กระทั่งเสียงประตูรั้วบ้านเปิดออกคล้ายมีคนเดินเข้ามาเค้ารู้แน่ว่า เธอกลับ
เข้าบ้านมาแล้ว
คมเพชร – วันนี้ คุณไปไหนมา(สีหน้าตึงๆ กับน้ำเสียงห้วนๆ)
ณาดา - อ้อชั้นก็ไปที่ร้านและไปทำธุระบ้างนะสิ ทำไมเหรอ
คมเพชร - แน่ใจเหรอ ว่าไปทำธุระ
ณาดา - ใช่สิ ชั้นจะมีธุระบ้างไม่ได้เหรอ
คมเพชร - ไอ้ได้ มันก็ได้ แต่ถ้าไปกับผู้ชายคนอื่นด้วยเนี่ยมันใช่การไปทำธุระหรอกเหรอ ห๊ะ !แอบไปหาชู้หรือเปล่า
ณาดา - ชั้นไม่ได้ไปกับใครตามที่คุณกล่าวหา
ณาดา ถึงกับโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งและตบหน้าคมเพชรไปหนึ่งทีหน้าหันเล็กน้อย คมเพชร จึงบันดาลโทสะ
เอาคืนตบหน้าเธอกลับเช่นกัน แต่ด้วยความแรงของผู้ชาย ทำเอาร่างของณาดา เซลงกับพื้น และเค้าก็ย่อตัวลงมาบีบปากเธอ “ยังจะไม่
บอกอีกเหรอ ว่าวันนี้ไปกับใครมา”
แต่ณาดา ก็ยังข่มใจไม่บอกทั้งน้ำตาที่เริ่มอาบสองแก้มมองตาคมเพชรด้วยสายตาจงเกลียดชังมากขึ้น
“จะบอกหรือไม่บอก ห๊ะ” คมเพชร เค้นถามหนักขึ้น
“ชั้น ไม่ได้ไปกับใครอย่ากล่าวหาชั้นแบบนี้”
“ถามดีๆ ไม่บอก” “เพี๊ยะ”แล้วเค้าก็ตบหน้าเธออีกฉาด ทั้งๆ ที่เธอยังกึ่งนั่งกึ่งหมอบอยู่ที่พื้นใบหน้าซีกซ้ายเป็รอยแดงก่ำ สุดจะ
กล้ำกลืนน้ำตาอย่างเจ็บช้ำ
“หื้ย แม่งน่าเบื่อจริงเว้ยอยู่กับคนอย่างเธอ” สิ้นเสียงที่คมเพชรพูด
“เออ ดี งั้นก็เลิกๆ กันไปเลย” ณาดา พูดสวนไปทันที
“เลิกเหรอ คิดเหรอว่าผมจะเลิกง่ายๆ แล้วให้เธอไปอยู่กับไอ้ผู้ชายสกปรกคนนั้นฝันไปเถอะ”
แล้วเค้าก็ออกขับรถออกจากบ้านไป ใน่หัวค่ำของวันนั้นปล่อยให้ณาดา ยังคงร้องไห้อย่างเจ็บช้ำที่เหมือนรู้สึกคิดผิดที่มาใช้ชีวิตอยู่กับคมเพชร ที่หวังแค่ทรัพย์สินและรายได้ในธุรกิจร้านอาหารของเธอ
##########
หลังจากคมเพชร ออกจากบ้านไปพักใหญ่ เธอพยุงร่างตัวเองขึ้นไปนั่งที่โซฟาในสภาพที่ยังร้องไห้ เอามือปาดน้ำ และพยายามตั้งสติ
ที่จะทำอะไรต่อจากนี้ เมื่อคิดได้แล้วจึงเก็บข้าวของส่วนตัวที่มี ออกจากบ้านทันที มุ่งหน้าไปยังวัดที่คีรินอาศัยอยู่ @@ ณาดา มาหยุดที่หน้า
ประตูทางเข้าวัด่เกือบสองทุ่ม แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้าไปคนเดียวในยามวิกาล สุดท้ายโชคก็เข้าข้างเพราะเธอเห็นเหมือนคนที่เดินมา
อีกฝั่งกำลังจะเข้าไปในวัด คล้ายอาศัยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปถาม และได้ทราบว่าชายวัยกลางคนผู้นั้น ก็อยู่ที่นี่และรู้จักคีรินเช่นกัน เธอจึงได้รบกวน
ให้เค้าไปตามคีรินออกมาพบ
คีริน - อ้าว ณาดา ทำไมมาอยู่ที่นี่มีอะไรเหรอ
เธอไม่ตอบที่คีรินถามแต่กลับโผเข้ากอดซบอก และร้องไห้ฟูมฟายอีกครั้ง จนคีรินต้องเอ่ยปากถามอีกครั้ง“เป็อะไรดา ใครทำอะไร
บอกมาซิ”
“ฮือ ฮือ คมเพชร”
“คมเพชร เหรอ มันทำไม มันทำอะไรดา”คีรินดันไหล่สองข้างของเธอออก เมื่อเห็นเธอเอามือจับแก้มตรงที่โดนตี
“เค้า ทำร้ายดา ดาไม่อยากกลับอยู่ที่บ้านนั้นแล้วพี่คีรินพาดาไปอยู่ที่ไหนก็ได้”
“มันทำร้ายดา ขนาดนี้เลย มันจะมากไปแล้ว”
##########
พอเสร็จจากไปทำข่าวกัน่เช้า สามสาวเรนิตา ตุ๋มติ๋ม และขนม พากันเดินเล่นที่ห้างแถวเมืองนนท์ สรุปสุดท้ายไปนั่งกินไอติมที่
ร้านแห่งหนึ่งและคิมหันต์ก็ตามมาสมทบอีกคน ระหว่างที่นั่งกินกันเพลิน เรนิตา กวาดตามองไปนอกร้านดันไปเห็นชายร่างท้วมกับสาววัยรุ่น
อายุอานามใกล้เคียงกับเธอจึงสะกิดให้ตุ๋มติ๋มและคิมหันต์ช่วยดู สุดท้ายได้การยืนยันว่า นั่นคือเ้าของโรงโม่หิน และคุณวีวี่ ลูกสาว @@
ซึ่งเรนิตาและคิมหันต์ต่างมองด้วยความแปลกใจที่สองพ่อลูกนั่น ทำไมถึงออกมาเดินเฉิดฉายได้ทั้งที่โดนเ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปแล้ว
หลังจากทั้งสี่คนกินไอติมเสร็จก็พากันเดินเล่นภายในห้างอีกซักพัก กระทั่ง่เวลาเย็นเกือบ 5 โมง ตุ๋มติ๋มและขนมแยกตัวกันกลับบ้าน ปล่อยให้เรนิตา อยู่กับคิมหันต์ตามสเต็ป เค้าเลยชวนเธอกลับบ้านด้วยกันโดยอาสาพาไปส่ง อีกทั้งเวลาบรรยากาศเริ่มมืดฟ้ามัวดิน เธอเลยคิด
ว่าดีกว่าไปยืนรอรถ จึงเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ @@ หลังจากขี่ออกจากห้างไปได้ไม่กี่กิโลฝนเริ่มตกลงมาหนาเม็ดขึ้น กระทบใบหน้าคิมหันต์
จนเจ็บเพราะเค้าเอาหมวกกันน็อคให้เรนิตาใส่ไว้แทน เลยไปหยุดจอดรอฝนหยุดในตึกแถวว่าง 4-5 ห้องริมทาง
คิมหันต์ –งั้นเราจอดรถรอฝนหยุดตรงนี้ก่อนละกันนะ
เรนิตา - แล้วแต่พี่คิมเลยค่ะนี่ดูสิ หัวพี่เปียกฝนหมดเลย ฮะ ฮัดเช่ย
คิมหันต์ - ใครกันแน่ที่จะไม่สบาย
แล้วเค้าก็ถอดแจ็คเก็ตยีนส์คลุมร่างเรนิตาไว้เพราะด้วยเสื้อขาวที่เปียกฝน ทำเอาเห็นสายและขอบยกทรงสีดำ ที่ดูชัดเจนขึ้นมา และ
มายืนตรงหน้าเธออีกครั้งเรนิตาก็ยืนมองหน้าเค้าด้วยใจเต้นระทึกไม่รู้ทำไม แม้ว่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพูดคุยกันได้ปกติเพราะอยู่ที่
ทำงานเดียวกัน แต่ทว่าตอนนี้ นาทีนี้ ไม่ใช่ที่ทำงานมันเป็ตึกแถวว่างๆ ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย
เรนิตา – พี่คิมค่ะ เอ่อ เร จะบอกว่า
คิมหันต์ – จะบอกว่าอะไรเหรอ (แล้วก็ค่อยๆยื่นหน้าเข้าหาเธอ ทีละนิดๆ)
เรนิตา - อืม บอกยังไงดีน้า
คิมหันต์ - นั่นสิ แล้วเรจะบอกพี่ยังไง (ตอนนี้จมูกของคิม ใกล้ถึงปลายจมูกของเร แล้ว)
คิมหันต์ รู้ว่าฟิลลิ่งของเรนิตาตอนนี้เป็ไง เมื่ออยู่กับเค้าสองคน และถ้าเธอไม่รีบพูดอะไรออกมาดูสิว่าปากหรือจมูกของคิมหันต์ อะไร
มันจะมาชนถูกเธอก่อน @@ แต่เธอเหมือนรู้ด้วยตอนนี้บรรยากาศบวกอารมณ์มันพาไป เลยสูดลมหายใจ รวบรวมคำพูด
เรนิตา – เร จะบอกว่า ที่ผ่านมา เรต้องขอบคุณพี่คิม ที่ช่วยไว้ในหลายๆ เื่ ไม่งั้น เรคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แน่ๆ
คิมหันต์ - นึกว่าเื่อะไร ไม่เป็ไรหรอก เราทำงานที่เดียวกันต้องช่วยกัน จริงไม๊
เธอแค่พยักหน้าตอบ ยิ้มนิดๆและหลบตาอย่างเอียงอาย เค้าเลยฉวยจังหวะนี้ เอามือเสยผมเธอที่ยุ่งเหยิง ไปด้านหลังขณะที่ใบหน้า
ของเค้า อีกไม่ถึง 2 นิ้ว จะชนใบหน้าเรนิตา พร้อมกับจ้องตาไม่กระพริบ ! ให้ตายสิฟ้าร้องดังเปรี้ยง เธอใ จนลืมตัวเผลอกอด หน้าแนบอกคิมหันต์ทันที เค้าเลยได้เอามือที่ว่างมาลูบหัวเธอเบาๆประมาณเรียกขวัญกลับมา แต่คนงามก็ยังหลับตาปี๋แนบอก อยู่อย่างนั้น คิมหันต์เองก็ไม่อยากดันร่างเธอออกปล่อยไว้อย่างนั้นตามที่เธอ้า
กระทั่งฝนขาดเม็ดเค้าทั้งสองออกจากตึกแถวร้าง ขึ้นมอเตอร์ไซค์กลับ ขี่ไปซักพักเรนิตาค่อยเอาสองมือมาโอบเอวคิมหันต์ไว้ และซบหน้าลงแผ่นหลังของเค้าพ่อนักบิดได้เอียงหน้าทางซ้ายนิดๆ กับยิ้มมุมปากอย่างละมุนกับท่าทีของเรนิตาที่แสดงต่อเขา
##########
หลังจากมีปากเสียงกับณาดาและหายออกไปทั้งคืนคมเพชร ก็กลับเข้ามาบ้านอีกครั้งใน่เย็นๆ ะโถามหาเธอหลายต่อหลายครั้ง
ก็ไม่ได้การตอบกลับโหวกเหวกโวยวายลั่นบ้าน เดินหาทั้งชั้นบน ชั้นล่าง “หายไปไหนวะ แม่งเอ้ยกลับมาเหนื่อยๆ แทนที่จะหาน้ำ หาข้าว
มาให้กิน” จนเดินออกมาหน้าบ้านมองซ้ายมองขวา @@ มีเพื่อนบ้านอยู่ตรงข้าม ยืนอยู่เค้าจึงเข้าไปถาม จึงได้ความว่า ณาดา ออกจากบ้านไปเมื่อ่หัวค่ำของเมื่อวาน เหมือนถือกระเป๋าไปด้วย