เสียงระเบิดดังพร้อม ๆ กับต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดลากยาวไปยันแม่น้ำสายหนึ่ง ฟรานกระโดดสุดแรงเพื่อทิ้งระยะให้ไกลที่สุดแต่เครื่องร่อนของพวกทริกซี่ก็เร่งความเร็วตามได้ทัน
"พวกนายไปดักหน้าซะ" ทริกซี่ร่อนเครื่องลงต่ำเหนือพื้นดินเพียงสามเมตร เธอใช้ความสามารถอันคล่องแคล่วหลบต้นไม้ไปมาจนนึกว่าเธอควบคุมเครื่องร่อนได้ดั่งใจ
"[บอลไฟ]" เวทบอลไฟของทริกซี่พุ่งตรงไปหาฟรานแต่เธอก็สามารถสัมผัสพลังเวทได้จึงหันกลับมาป้องกันได้ทัน
"ก็คิดไว้แล้วแหละว่าจัดการไม่ได้ง่าย ๆ" เธอเร่งความเร็วของเครื่องร่อนเข้าไปอีกจนเกือบจะตามฟรานทัน
"[วายุโบกสะบัด]"
"[พสุธาสะเทือน]"
เวทลมพุ่งลงมาจากด้านบนพร้อมกับเวทดินที่ทำให้พื้นที่อยู่ตรงหน้าผุดขึ้นเปลี่ยนรูปร่างของมันเป็นหอกแหลม
"[ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง - เส้นทางเปล่าเปลี่ยว]" ปลายดาบพุ่งทะลุทะลวงด้วยมานาที่มีความเข้มข้นสูงปกคลุมอยู่ เธอเหลือบตามองดูพวกทริกซี่ครู่หนึ่งแต่ไม่ทันได้พักหายใจพรรคพวกของเธอก็มีมาเพิ่มอีก
เจ็ดคนสินะคงจะล่อออกมาได้แค่นี้
"[เปิดใช้งานการสื่อสาร] อยู่ทางนี้เจ็ดคนเริ่มจัดการได้เลย"
ทำไมเธอถึงช้าลงนะหรือจะเหนื่อยแล้ว ทริกซี่ส่งสัญญาณให้กับพรรคพวกที่มาเพิ่มของเธอให้แยกกันไปสามทางเพื่อดักการเคลื่อนไหวของฟราน
"[วงล้อเปลวเพลิง]" เวทไฟรูปทรงคล้ายกับล้อรถหมุนกลิ้งบนพื้นพุ่งเข้าหาฟรานอย่างรวดเร็วและยังเผาพื้นหญ้าที่มันผ่านจนไหม้เกรียม
"[ลงดาบรูปแบบที่สาม - ทะลวงโลกันตร์]"
แย่แล้วเธอจะสวนกลับอย่างงั้นเหรอ ทริกซี่บินขึ้นสูงทันทีเมื่อได้เห็นท่าทางของฟราน แววตาอันมั่นคงจ้องมองวงล้อเปลวเพลิงแทบจะกลืนกินเข้าไปก่อนจะแทงดาบคาตานะสีชาดส่งคลื่นความร้อนฝ่าเวทมนตร์ของทริกซี่มิหนำซ้ำยังกวาดต้นไม้ตรงหน้าไปหมด
"อันตรายจริง ๆ ดีที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น-" คลื่นลมพัดเฉี่ยวทริกซี่ไปไม่ถึงคืบเพียงแค่นั้นก็ทำให้เครื่องร่อนทรงตัวไม่อยู่และร่วงลงพื้น
ซวยแล้วต้องถอดชุดออก ขณะที่กำลังวุ่นกับชุดใหญ่ ๆ เทอะทะฟรานก็โผล่มาตรงหน้าพร้อมกับเหยียดแขนเตรียมเหวี่ยงใบดาบสะบัดร่างของทริกซี่
"[กำแพงหิน]" เพียงชั่วลมหายใจก็มีกำแพงขนาดใหญ่ผุดขึ้นจากดินล้อมรอบฟรานและปกป้องทริกซี่ไว้ได้ทัน
"ไม่เป็นอะไรนะ" ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพาทริกซี่ถอยออกไปขณะที่กำแพงหินยังรั้งฟรานไว้ แต่เธอก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีทำลายเวทมนตร์นั่น
"[ระเบิดมานา]" ไม่นานก็มีพรรคพวกคนอื่นกลับมาสมทบแผนที่คิดจะดักก็ล้มเหลวเพราะฟรานหันมาสู้แทน
"[ลงดาบรูปแบบที่สอง..."
"กางบาเรียเร็ว !" ทริกซี่และเพื่อนของเธอหยิบแผ่นเหล็กขึ้นมาและร่ายมานาใส่ลงไป เวทประทับที่ทำไว้ก็ทำงานสร้างโล่มานาซ้อนกันหลายชั้น
"...สับสน]"
"..." ฟรานได้หายไปจากสายตาของพวกเธอใช้ดาบที่ยังไม่แม้แต่จะชักออกจากฝักกระแทกเข้าที่ท้องบ้างสีข้างบ้างมันรุนแรงถึงขั้นทำให้ทรุดตัวลงกองกับพื้นเลย
ตั้งสติสิ เธอจะปล่อยให้คนเดียวจัดการกับทุกคนไม่ได้ ทริกซี่เพ่งเล็งไปยังเพื่อนร่วมทีมที่อาจจะเป็นเหยื่อรายต่อไป เวทโล่มานาที่เตรียมไว้ช่างไร้ประโยชน์เพราะมันป้องกันได้แค่ทิศทางเดียว
นั่นไง ทริกซี่ฟาดดาบลงข้าง ๆ เพื่อนร่วมทีมได้ยินเสียงมันกระทบกับอะไรบางอย่างแต่แรงกระแทกก็ทำให้ดาบของเธอหลุดมือ
"อะ-" เธอเหลือบตามองด้านข้างได้เห็นฟรานที่กำลังง้างแขนมาทางเธอ ถึงแม้จะมองเห็นแต่ร่างกายก็ไม่สามารถตอบสนองเคลื่อนไหวได้ทันจนโดนสันดาบกระแทกท้องและยังโดนถีบกระเด็นออกไป
โชคดีที่ร่ายเสริมกำลังไว้ ทริกซี่ค่อย ๆ ยันตัวเองลุกขึ้นและได้เห็นฟรานยืนอยู่นิ่ง ๆ
เธอคงจะกำลังร่ายเวทสินะ ต้องรีบแล้ว ทริกซี่กำมือแน่นใช้กำไลข้อมือที่มีส่วนผสมของหินเวทสร้างคลื่นไฟพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ฟรานยืนอยู่แต่กลับลืมไปว่าเพื่อนของเธอเองก็อยู่ตรงนั้นเช่นกัน
"หมอบลง !" เสียงตะโกนจากทริกซี่บอกให้เพื่อน ๆ ที่ยังยืนอยู่หมอบลงไป ทันใดนั้นก็มีคลื่นเปลวเพลิงพุ่งเผาทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า
"สำเร็จไหม ?" เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นก็มีเพียงเถ้าถ่านจากต้นไม้ตรงหน้า
"ขอโทษด้วยละกัน"
"ฮะ ?" เสียงใครบางคนกระซิบข้างหูของทริกซี่ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะหายไป
"ทริกซี่ !" เพื่อนของเธอพุ่งจู่โจมไม่คิดหน้าคิดหลังคว้าเอาดาบที่หล่นอยู่เหวี่ยงไปรอบ ๆ แต่มันก็เดาทางง่ายจนฟรานไม่ต้องใช้เวทมนตร์ด้วยซ้ำ
"ถอยออกมา !" พรรคพวกที่ใช้เครื่องร่อนยิงกระสุนเวทลงมาไม่หยุดขณะที่ฟรานสร้างโล่มานาป้องกันไว้ได้ทั้งหมด
"กลับไปรวมกลุ่มก่อนการจะล้มท่านผู้กล้าได้ต้องใช้คนมากกว่านี้" พวกเขากดดันฟรานให้ถอยห่างไปเรื่อย ๆ ก่อนจะช่วยทริกซี่และคนอื่น ๆ
"พวกนั้นมีมานาสำรองเท่าไหร่กันเนี่ย ?" ฟรานนั่งลงกับพื้นพักหายใจและฟื้นฟูมานามากมายที่ใช้ไป
"[เปิดใช้งานการสื่อสาร] พวกนั้นกำลังกลับไป ต้องรีบจัดการให้เสร็จก่อนที่มานาของพวกเขาจะฟื้น"
ปล่อยให้พวกเขาได้สู้กันบ้างดีกว่า ถ้าเทียบตอนอยู่ค่ายแล้วการแข่งนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากการฝึกดาบเลย ถ้าเป็นกิจังคงจะจัดการได้เร็วกว่านี้แท้ ๆ ไม่ได้ละเราต้องรีบแข็งแกร่งให้ไวกว่านี้ ถึงจะมีข่าวแบบนั้นออกมาแต่ยังไงฉันก็ยังเชื่อว่ากิจังยังมีชีวิตอยู่
ไม่นานนักที่มานาจะฟื้นฟูทันก็มีฝูงหนอนเคลื่อนที่มา พวกมันละลายพื้นที่ผ่านจนเหลือแต่เศษซากเละ ๆ เท่านั้น
"โถ่...ไม่ให้พักกันบ้างเลย"
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดไม่มีแม้แต่รอยยิ้มสักนิดให้เห็น เหล่านักเรียนห้องหนึ่งกำลังรวมพลหลังจากได้รับสัญญาณการบุกรุกจากทริกซี่การเตรียมการมากมายทั้งอาวุธและเวทมนตร์พร้อมจะถล่มทีมห้องพิเศษ
"แจ้งถึงคาร่า แจ้งถึงคาร่า ทางเราหมดสติไปสามคนและยังมีคนที่บาดเจ็บอีกสองขอหน่วยปฐมพยาบาลด่วน" เสียงดังมาจากเครื่องสื่อสารยิ่งทำให้พวกเขาคิดหนัก
"รับทราบทางเราจะส่งคนไปช่วยเดี๋ยวนี้" คาร่าส่งสัญญาณให้กับพรรคพวกที่มีอุปกรณ์รักษาเบื้องต้น
พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว โชคดีที่สำรวจพื้นที่บริเวณนี้ไว้ล่วงหน้าจึงรู้การเคลื่อนไหวได้
"พวกนั้นอาจจะยังไม่รู้ตำแหน่งของเรา พยายามสอดส่องไว้พบเห็นเมื่อไหร่ติดต่อกลับมาทันที" ชายหญิงอีกหลายคนได้แยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งของตัวเอง เวทประทับที่มีมากถึงสามสิบอันวางเรียงกันเต็มไปหมดพวกเธอต้องทำงานการเหนื่อยมาก กว่าจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสร้างเวทประทับได้ทั้ง ๆ ยังไม่มีสอนในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน
"เป็นยังไงบ้าง ?" หลังจากที่พาพวกทริกซี่กลับมาได้เธอก็รีบเข้าไปดูอาการทันที
"เธอแข็งแกร่งมาก ถ้าไม่มีเวทเสริมกำลังป่านนี้คงไม่รอดแล้ว"
หลังจากใช้เวลาพักฟื้นอยู่หลายชั่วโมงจนกลับมาหายเป็นปกติ ทั้งการผันผวนมานาและอาการช้ำในเองก็เริ่มหายแล้วเช่นกัน
"เครื่องร่อนเราเหลือแค่สองเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ก็จะให้ทริกซี่เป็นคนใช้เพราะเธอควบคุมมันได้ดีแต่ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน" ขณะที่คาร่ากำลังพูดคุยอยู่เกรซก็เอาแต่ลูบหัวของทริกซี่ทำอย่างกับเป็นสัตว์เลี้ยงไม่มีผิด
"ตอนที่ฉันไล่ตามผู้กล้าไปไม่เห็นคนอื่นในทีมเลย ก็เลยสงสัยว่าพวกเขาจะโดนตัดออกจากการแข่งไปแล้วหรือเปล่า ?"
"ก็มีความเป็นไปได้ที่ทีมห้องพิเศษจะปะทะกับทีมอื่นไปแล้ว แต่พวกเขาคงไม่โดนจัดการจนเหลือแค่ผู้กล้าหรอกถึงจะไม่แข็งแกร่งเทียบผู้กล้าได้แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดานะ"
"ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันเจอผู้กล้า ขณะที่ยืนอยู่บนต้นไม้กำลังพึมพำอะไรสักอย่างอยู่ แต่เท่าที่ดูก็ไม่น่าใช่เครื่องสื่อสารหรือจะแค่พูดกับตัวเองหรือไม่ก็ร่ายเวทมนตร์"
"ไม่น่าใช่เครื่องสื่อสารหรอกต่อให้ใช้ก็ต้องมีตัวรับสัญญาณอยู่ใกล้ ๆ แต่เราก็ตรวจสอบบริเวณนี้หมดแล้ว"
"คาร่ามาดูนี่สิ !" ชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนมาแต่ไกล
"มีอะไร ?"
"เราพบคนเฝ้ายามหมดสติอยู่ตอนที่กำลังจะเปลี่ยนกะ"
"ทุกคนระวัง !" เมื่อเธอเห็นสภาพของเพื่อนร่วมทีมก็นึกอะไรขึ้นได้ทันที เสียงตะโกนที่ดังจนเรียกทุกคนในฐานทัพออกมาได้สร้างความตื่นตระหนกไม่ใช่น้อย ๆ
"พวกเขาเข้ามาแล้วเตรียมตัวสู้" ไม่ทันที่พรรคพวกจะหยิบอาวุธก็มีเสียงระเบิดดังจากเครื่องส่งสัญญาณ
"แย่ละ" รอยยิ้มแหยะกับแววตาคู่นั้นกำลังจ้องมองคาร่าไม่มีเกรงกลัวแม้เขาจะอยู่กลางวงล้อมของทีมห้องหนึ่ง เขาเหวี่ยงดาบสองคมร่ายเวทมนตร์สร้างบอลไฟยิงออกไปรอบ ๆ ไม่สนทิศทาง
"อ่อนกันจริง ๆ เลย" หลังจากสร้างความเสียหายไปทั่วชาญก็วิ่งหนีสุดชีวิตอีกทั้งยังยิ้มเยาะกวนประสาทไม่หยุด
"เตรียมเวทระยะไกล" พวกเขาหยิบเวทประทับที่มีลักษณะเป็นลูกศรใส่ลงคันธนูและยิงออกไปสร้างกระสุนเวทนานาชนิดอย่างกับห่าฝน
"[โล่มานา]" ชาญเลือกป้องกันแค่จุดที่สำคัญไม่ใช้มานาฟุ่มเฟือย
"อย่าหยุด ! ยิงเข้าไป" ชายหญิงกว่าสิบชีวิตกระหน่ำยิงกระสุนใส่ชาญไม่ยั้งการที่พวกเขาใช่ลูกศรเวทที่ทำไว้ทำให้ไม่ต้องร่ายอะไรให้เสียเวลาเลย
"ฮึ เสร็จล่ะ" ชาญหยุดวิ่งกะทันหันหันกลับร่ายเวทในทันที
"อะ-" พวกที่ตามมาต่างก็ตกใจการกระทำของชาญแต่ก็เลือกที่จะยิงกระสุนเวทตอบโต้แต่ในขณะที่พรรคพวกของชาญก็ซุ่มรออยู่กำลังเตรียมมานาโต้กลับ
"ลงไปนอนซะ" เรนและริสุกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ข้าง ๆ ใช้รีโมทพิเศษกับพวกเขา ทันทีที่ร่ายมานาลงไปพื้นตรงนั้นก็ถูกกดพร้อม ๆ กับร่างของสมาชิกทีมห้องหนึ่ง
"ก-เกิดอะไรขึ้น ?" พวกเขาไม่แม้แต่จะหยิบอาวุธได้และยังถูกกดทับลงไปเรื่อย ๆ จนแทบจะทนไม่ไหว
"รั้งไว้นะริสุ" เรนร่ายเวทใส่ให้กับตนเองลดแรงโน้มถ่วงลงและเข้าไปในเขตนั้นโดยที่ไม่ถูกกดทับเหมือนกับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอาอาวุธทั้งหมดออกมา
"ทางโน้นปล่อยให้โยกับพีชจัดการจะดีเหรอ ? ดูท่าจะเยอะกว่าพวกนี้อีกนะ" ชาญกอดออทำเข้มมองดูสมาชิกห้องหนึ่งถูกมัดรวมกัน
"เถอะน่า ยังไงพีชก็ทำงานกับโยได้ดีมากกว่าพวกเราอยู่แล้ว" ซันนี่ถอนหายใจสั้น ๆ ดูยังหวาดระแวงมองซ้ายมองขวาไม่หยุด
ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งแกะแงะอุปกรณ์สื่อสารที่ถูกระเบิดไป เก็บเศษซากพวกนั้นพยายามจะซ่อมให้ได้
"พอได้ไหม ?"
"คงจะไม่ไหวเพราะหลาย ๆ ชิ้นส่วนแตกเละจนเอามาใช้ไม่ได้"
"งั้นก็แย่หน่อยแต่พวกเขาคงได้ยินเสียงระเบิดหรือไม่ก็ควันพวกนี้แล้ว อีกไม่นานก็น่าจะกลับมา" คาร่ามองดูเส้นทางที่พวกชาญใช้เข้ามาตรวจดูร่องรอยของการใช้เวทมนตร์และทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ ๆ
"กลับมาแล้วสินะ..." คาร่าเงยหน้ามองพีชเห็นแววตาที่ดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
"พีชกับองค์ชาย..." คาร่าค่อย ๆ เดินถอยออกจากจุดนั้นขณะเดียวกันก็เตรียมมานาไว้ตอบโต้
"[วารีสะบั้น]" คาร่าฉวยโอกาสที่ร่ายเวทโจมตีวิ่งกลับไปรวมกลุ่มอีกครั้ง
"ทุกคนเตรียมอาวุธ !"
"[น้ำตาพระแม่]" เสียงร่ายเวทดังออกมาจากช่องว่างระหว่างต้นไม้ใหญ่ขณะที่พีชค่อย ๆ เดินออกมาเผยให้เห็นกลุ่มก้อนมานาขนาดใหญ่
"กางบาเรีย !" คาร่าตะโกนสั่งการทันทีที่เห็นมานาพวกนั้น บาเรียป้องกันขนาดใหญ่ได้วางตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของฐานทัพแม้จะใช้มานาจำนวนมากแต่เพราะจำนวนคนที่มีจึงไม่มีปัญหา
"เปล่าประโยชน์น่า" เสียงพึมพำของพีชเหมือนกำลังคุยกับพวกคาร่าแต่ก็ไม่ ก่อนที่กลุ่มก้อนมานานั้นพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าสร้างเมฆฝนเหนือหัวไม่นานนักก็มีหยดน้ำสีครามตกลงมาทั้ง ๆ ที่มันดูไม่ต่างอะไรจากฝนธรรมดาแต่กลับทำให้บาเรียป้องกันสลายหายไป
"นี่มันอะไรกัน ?"
ทันทีที่ได้สัมผัสกับหยาดฝนก็มีเหมือนมีเข็มทิ่มแทงร่างกายแม้มันจะไม่ทำให้เลือดตกยางออกแต่ความรู้สึกเจ็บพวกนั้นคือของจริงมันสร้างความทรมานให้กับเหล่านักเรียนห้องหนึ่งจนบางคนถึงกับหมดสติไปเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว
"อ๊าก !" เสียงคร่ำครวญทรมานพยายามวิ่งหาทางหนี
"[คุกโลกันตร์]" โยวางตั้งขวานลงพร้อม ๆ กับกระทืบเท้าสร้างกรงเปลวเพลิงล้อมรอบพวกห้องหนึ่งเมื่อมองดูความทุรนทุรายกับเสียงร้องที่ดังไม่หยุดอย่างกับที่นี่เป็นนรกจริง ๆ
"[พายุคลั่ง]" ขณะที่ทุกคนกำลังเจ็บปวดก็มีหญิงสาวคนหนึ่งลุกขึ้นสู้รวบรวมสมาธิที่มีร่ายเวทมนตร์ พายุขนาดใหญ่พัดเป่าเวทมนตร์ของพีชและโยออกไปได้ง่ายดายทำให้ทุกคนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
"ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด" พีชร่ายมานาเตรียมตัวกับเวทต่อไปทันที
"คาร่า ทริกซี่...พวกเธอหนีไปก่อนเถอะที่เหลือฉันจะยื้อไว้เอง" เกรซหมุนคทาไปรอบ ๆ สร้างกระแสมานาไหลไปมาอย่างกับสายลมที่หมุนวนเป็นพายุ
"[ลมโบกสะบัด]" กระแสลมอันรุนแรงพัดต้านกับโล่มานาของพีชมันพัดเอาเศษหญ้าใบไม้จนไปถึงข้าวของมาปะทะทำให้วิสัยทัศน์หายไปชั่วขณะ
"ขอยืมหน่อยนะทุกคน" เกรซคว้าเอาเวทประทับที่หล่นตามพื้นและตามเนื้อตัวของเพื่อนร่วมห้องใช้พวกนั้นทั้งหมดในคราวเดียวสร้างห่ากระสุนเวทนานาชนิดยิงออกไปไม่สนเป้าหมาย
"การจะคุมให้โดนทุกดอกมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่างน้อย...อย่างน้อยนะ" แววตาที่เต็มไปด้วยความหวังกำลังชายตามองความเสียหายที่ตนเองเป็นคนสร้างและท่ามกลางที่แห่งนั้นก็มีเวทโล่มานาปกคลุมพวกพีชอยู่ซึ่งจะกันไว้ได้สักแค่ไหนก็ไม่รู้
"ระหว่างที่เวทประทับกำลังถ่วงเวลาเราต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง [คมดาบไร้รูป]" เธอเหวี่ยงคทาสุดแขนเสมือนการฟันดาบสร้างคลื่นลมที่ฟันฝ่าทุกอย่างแม้แต่โล่มานาของพีชก็ไม่อาจทนได้ก่อนจะแตกและได้เห็นเลือดกระเซ็นออกมา
"หวังว่าจะไม่ตายนะ-"
"ฮ่า ๆ ๆ แบบนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นมาสักหน่อย" สภาพโยที่รับเวทมนตร์นั้นไปเต็ม ๆ ไม่แม้แต่จะรู้สึกเจ็บอย่างที่ควรแต่กลับเดินชูชันอาวุธอันน่าเกรงขามออกมา
"โชคดีจริง ๆ ที่ใช้เสริมกำลังตามที่พีชบอกไว้ถึงจะเปลืองมานาก็เถอะแต่ลดความเสียหายได้เยอะน่าดูเลย" โยหมุนตัวสร้างเปลวเพลิงจากขวานใครเห็นก็นึกว่าลูกข่างติดไฟก่อนที่เขาจะขว้างมันไปทั้งอย่างงั้นเฉี่ยวใบหน้าอันสวยงามของเกรซไปนิดเดียวสร้างรอยไหม้ทิ้งไว้
เขาไม่มีอาวุธในมือแล้วถ้าเป็นตอนนี้
"[ลมบิดพลิ้ว]" ขณะที่สายลมอันคมกริบกำลังจะเข้าถึงตัวของโยพีชก็โผล่ออกมาด้านหน้าทันที
"[ลมบิดพลิ้ว]" เวทแบบเดียวกันถูกร่ายออกมาจากคทาของพีชเมื่อทั้งสองเวทปะทะกันก็หักล้างหายไปเหลือเพียงร่องรอยของของมีคมที่ตัดผ่านข้าวของใกล้ ๆ
"เธอคงเป็นเกรซสินะ เวทประจำตัวคือลมและมีเลเวลมากที่สุดในห้องหนึ่งก็คือเลเวลห้า ถ้าเราสองคนสู้กันคงจะหาคนชนะได้ยากเพราะฉะนั้น...ฝากด้วยนะโย" พีชส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัยแม้แต่โยเองก็รู้สึกหวั่น ๆ
"ด-ได้สิ" จู่ ๆ โยก็รู้สึกมีพลังฮึกเหิมมากขึ้นเมื่อพีชร่ายเวทบางอย่างให้
"[ลมบิดพลิ้ว]" เกรซร่ายเวททันทีที่เห็นท่าทางของโยแต่เวทพวกนั้นก็ช้าเกินไปไม่แม้แต่จะเฉี่ยวตัวเขาเลยด้วยซ้ำเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถเข้ามาถึงตัวได้
"[ระเบิดมานา] [โล่มานา] [พายุคลั่ง]" เกรซร่ายเวทมนตร์อย่างต่อเนื่องทำให้โยไม่สามารถจับตัวของเธอได้ แต่ร่างกายที่คงทนจนน่าแปลกใจหลังจากรับเวทมนตร์จากเกรซไปไม่น้อยแต่ก็ยังยืนอยู่ได้
"ฮ่า ๆ ๆ จัดมาให้หมดเลย" โยวิ่งฝ่าดงกระสุนเวทคว้าเอาขวานที่ตนขว้างมาฟาดสวนกลับเวทมนตร์พวกนั้น
โยหมุนตัวสร้างแรงเหวี่ยงจามขวานยักษ์ใส่เกรซไม่มีการออมแรงไว้ทั้งสิ้นแต่เธอก็ไหวตัวกระโดดหลบออกไปได้และยังร่ายเวทสร้างกระสุนวายุซัดใส่อย่างต่อเนื่อง
เขาแข็งเกินไปที่จะเอาลงด้วยเวททั่วไป คงต้องพึ่งวิธีอื่น
เกรซเสริมกำลังตัวเองและกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ทิ้งระยะห่างพอสมควรหลังจากที่เห็นพวกคาร่าหนีออกไปเรียบร้อยแล้ว กลุ่มก้อนมานาที่ก่อรวมกันเหนือไม้คทาเพียงแค่ดูก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่เด็กนักเรียนคนหนึ่งจะทำได้และวินาทีที่โยวิ่งตามมาเธอก็ได้ร่ายเวทออกไป
"[ทอร์นาโด]" ทันทีที่ร่ายเวทก็มีพายุขนาดใหญ่หมุนกวาดทุกสิ่งทุกอย่างขนาดเกรซที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาก็เกือบจะหนีไม่รอดตรงข้ามกันกับโยที่เขาเหวี่ยงขวานใส่แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรกับเวทมนตร์ระดับนั้นได้ เกรซเองก็คิดเผื่อไว้ล่อโยให้ออกมาจากฐานทัพเพื่อใช้เวทมนตร์นี้ไม่ให้โดนเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ ที่หมดสติอยู่ ในช่วงเวลาที่กำลังวุ่นวายเธอก็ชิงจังหวะหนีไปได้
"เธอหนีไปแล้วอย่ามัวแต่เล่นสิ"
"ฉันรู้แต่เจ้าพายุบ้านี่มันขวางทาง" โยกระโดดเข้าใส่พร้อมกับเวทไฟห่อหุ้มขวานยักษ์ฟาดใส่ใจกลางของพายุนั่นแต่มันกลับลากตัวโยหมุนวนไปกับกระแสลมด้วย
"อ๊าก !" เสียงร้องตื่นตระหนกไม่ใช่เพราะเจ็บปวดเพราะไม่มีแผลสาหัสเลยสักนิดร้องลั่นเพียงเพราะความตกใจ
"เลิกร้องเป็นเด็กได้แล้ว [ทะลวงวารี]" สายน้ำสีครามพุ่งกระแทกร่างของโยจนทำให้เขาหลุดออกจากรัศมีพายุ
พีชเดินวนดูรอบ ๆ หาที่นั่งสบายใจมองดูความพินาศตรงหน้าที่เกิดขึ้น เวทไฟที่ปะทุระเบิดเป็นระยะ ๆ สลับกับเวทลมที่พัดเอาต้นไม้โค่นล้มไปหมด
ถ้าเลเวลเท่ากันสเตตัสก็คงจะไม่ห่างนัก ที่เหลือก็จะวัดกันที่การแพ้ชนะทางของเวทมนตร์รวมถึงไหวพริบในการตอบโต้
"อ๊าก !"
"ฉันบอกแล้วว่าอย่าเอาแต่ร้อง..." เสียงที่ค่อย ๆ ริบหรี่ลงเมื่อได้เห็นร่างกายกำยำใหญ่โตตรงหน้า มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่สูงกว่าห้าเมตรกับอาวุธที่คล้ายกับกระบองในมือของมันทุบลงพื้นแสดงถึงความน่าเกรงขาม
"ฮะ ?" เพียงชั่วพริบตากระบองนั่นก็ฟาดโดนร่างของเธอกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร
แม่งเอ๊ยถ้าไม่มีเสริมกำลังคงได้ตายไปแล้ว กองเลือดที่กระอักออกมาจากปากด้วยแรงกระแทกอันรุนแรงทำให้อวัยวะภายในเสียหายแค่จะลุกขึ้นยืนก็ยากเต็มกลืนแล้ว
"พีช !" พวกซันนี่ที่เห็นมอนสเตอร์ยักษ์แต่ไกลรีบวิ่งกลับมาทันที
"แย่แล้วคนพวกนั้น" ชาญ ซันนี่รวมทั้งริสุกับเรนเข้าไปช่วยพวกนักเรียนที่นอนอยู่ก่อนจะโดนเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นจัดการ
"ทำไมคนดูแลหายไปหมด ขืนเป็นแบบนี้ได้ตายจริง ๆ แน่" ชาญมองไปมาพยายามจะหาความช่วยเหลือขณะที่แบกร่างของชายหญิงพาออกไปไกล ๆ
"ไม่นะ !" ใบหน้าอันซีดเชียวของเรนที่มองเห็นกระบองยักษ์ฟาดเข้าหาริสุจากด้านหลังแต่แทนที่จะหนีเธอกลับยืนร่ายเวทโล่มานาพยายามจะต้านพลังโจมตีที่รุนแรงนั่นไว้
"[ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง - เส้นทางเปล่าเปลี่ยว]" คลื่นดาบตัดผ่านระหว่างริสุกับมิโนทอร์นั่นกระแทกกระบองอันใหญ่ยักษ์ออกไปทันที
"พาทุกคนออกไปเดี๋ยวฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้" น้ำเสียงกระตุกเล็กน้อยอีกทั้งยังกัดฟันพูดออกมาฝืน ๆ มือไม้เองก็สั่นไม่หยุดแต่ก็ยังคงกำดาบไว้แน่น
"พลโทครับเราจะเอายังไงกันดี ?" หน่วยช่วยเหลือกว่าสิบคนซึ่งมีพลโทลักซ์เป็นคนนำยืนมองดูบาเรียขนาดใหญ่ที่กางไว้ ปลายนิ้วมือที่ได้ลองสัมผัสรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตดีดออกมา
"ถอยออกไปก่อน...[กรงล้อไฟ]" เธอร่ายเวทด้วยการสะบัดแส้สร้างเปลวเพลิงขนาดใหญ่หมุนกลิ้งชนกับบาเรียนั่นและปะทะกันนานหลายชั่วลมหายใจกว่าจะทำลายการป้องกันได้
"รีบไปดู-"
"ลักซ์รีบเข้าไปช่วยเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เลย ! มีมอนสเตอร์เลเวลเจ็ดโผล่มาและมันกำลังจะฆ่าพวกเด็ก ๆ แล้ว" เสียงตะโกนลั่นมาจากเครื่องสื่อสารที่ลูกทีมของเธอถือไว้
"[เสริมกำลังระดับเจ็ด]" ลักซ์วิ่งสุดแรงฝีเท้าที่มีเปิดการตรวจจับเวทแต่ก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็นเพียงแค่เธอกระโดดขึ้นสูงก็เห็นร่างของมิโนทอร์และความเสียหายที่มันทำไว้ได้ชัดเจน
ขณะที่เธอกำลังจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาจู่ ๆ พื้นแผ่นดินก็สั่นสะเทือนก่อนจะมีเสียงดังมาจากมิโนทอร์ตัวนั้นพร้อม ๆ คลื่นมานามหาศาลตัดผ่านตั้งแต่ต้นทางไปยันป่าฝากหนึ่ง
"เกิดอะไรขึ้นกันนะ ?" ลักซ์ยิ่งรีบตามไปหวังไม่ให้ใครเป็นอะไร
"ทุกคน !" หยดเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณและที่แห่งนั้นก็มีฟรานยืนอยู่นิ่ง ๆ เต็มไปด้วยแผลใหญ่เล็กเสื้อผ้าก็ขาดหลุดลุ่ย
"[ฺฮิล]" ลักซ์เข้าช่วยเหลือฟรานทันทีโชคดีที่เธอยังมีลมหายใจอยู่แต่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ลำพังแรงที่ยืนอยู่ก็ไม่น่าเหลือแล้วด้วยซ้ำ
"ม-ไม่เป็นไร ช่วยคนอื่นเถอะ"