item monster ไอเทมมอนสเตอร์

    ตอนที่ 86 เรื่องราวหลังเมืองปลายฝนเป็นซากปรักหักพัง 1

    ตอนที่ 86 เรื่องราวหลังเมืองปลายฝนเป็นซากปรักหักพัง 1

    2 ชั่วโมงหลังจากประตูมิติหายไป

    ผู้อำนวยการอีคอนกลับมาถึงเมืองปลายฝนพร้อมกับเหนือมนุษย์ที่พาไปด้วยหนึ่งร้อยกว่าคนพวกเขาทั้งหมดต่างอ้าปากค้างมองดูสภาพเมืองอย่างตกตะลึงจนในใจคิดว่าพวกเขามาผิดที่หรือไม่

    เมืองปลายฝนในตอนนี้เหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังทั้งเมืองเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่วิ่งพล่านไปทั่ว มีซากศพชิ้นส่วนมนุษย์ รอยเลือดจนกลิ่นเลือดคราวคละคุ้งไปทั้งเมือง

    มอนสเตอร์ต่างกัดกินซากศพพวกนั้นอย่างตะกละที่นี่ไม่ต่างจากบุฟเฟ่ต์เนื้อมนุษย์ของมอนสเตอร์ สถานที่นี้ได้กลายเป็นสวรรค์ของมอนสเตอร์ไปแล้ว

    “เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่กันเนี่ย” เหนือมนุษย์ต่างมองด้วยสีหน้ากังวลพวกเขาไม่รู้ว่าครอบครัว เพื่อนและสหายของตัวเองเป็นอย่างไรกันบ้างจะยังปลอดภัยกันอยู่ไหม

    “กระจายกำลังไป ช่วยคนที่รอดให้ได้มากที่สุด ส่วนที่เหลือตามฉันกลับไปที่สำนักงานเหนือมนุษย์”อีคอนสั่งการ เหนือมนุษย์ทั้งหมดจับทีมไป 10 คนเพื่อช่วยเหลือคนส่วนอีลิกพาคนสนิทกลับไปที่สำนักงานเหนือมนุษย์เพื่อควบคุมในภาพรวมและต้องการทำความเข้าใจว่ามันเกิดเรื่องราวอะไรในตอนที่พวกเขาไม่อยู่

    ระหว่างทางทุกคนพบว่าเมืองด้านในยิ่งเสียหายหนักมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะเขต 3 ที่เหมือนโดนระเบิดขนาดใหญ่ตกใส่หลายลูกไม่เหลือสภาพของเมืองที่เจริญรุ่งเรืองแม้แต่น้อย

    และสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอึ้งยิ่งขึ้นไปอีกก็คือด้านบนมียานเหาะลำหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า

    “ยานเหาะ”

    “พระเจ้ามียานเหาะมาที่นี่ด้วย”

    “เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นมันเลย”

    “มันเกี่ยวกับที่เขตนี้โดนทำลายไม่เหลือด้วยไหม”

    พวกเขามองหน้ากันไม่มีใครให้คำตอบได้ คนจากสำนักงานเหนือมนุษย์รู้เรื่องเกี่ยวกับยานเหาะค่อนข้างมากกว่าคนทั่วไปและรู้ว่าเจ้าของยานเหาะจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

    “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติแล้ว มียานเหาะมาที่นี่ เรารีบกันหน่อย”อีคอนกล่าวเร่ง

    เขามองยานเหาะด้วยแววตาสับสน ยานเหาะแบบนั้นแม้แต่เขาที่มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการก็ยังมีสิทธิ์มากพอที่จะได้ครอบครองซึ่งมีแต่พวกชนชั้นปกครองเมืองระดับรัฐขึ้นไปเท่านั้นที่ครอบครองได้

    หลังจากกลับไปถึงที่สำนักงานเหนือมนุษย์ผู้อำนวยการก็ไปหาคามิลที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บและอ่อนล้ากำลังรวบรวมคนที่ยังเหลือรอด ช่วยเหลือมนุษย์ที่ติดอยู่ตามซากตึกหรือหลุมหลบภัยออกมาให้ได้มากที่สุด

    ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากเกิดเรื่องคามิลได้เข้ามาควบคุมสำนักงานเหนือมนุษย์และส่งทีมออกไปกู้ภัยช่วยเหลือคนธรรมดาในภัยพิบัติครั้งนี้

    “ผู้อำนวยการคุณกลับมาแล้ว” คามิลรีบเข้ามาทักทายด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นผู้อำนวยการอีคอนกลับมา

    “เกิดอะไรขึ้นที่นี่มาให้ฉันฟังหน่อย”อีคอนมาถึงก็รีบสอบถามเรื่องราวในทันที

    คามิลเล่าที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียดเริ่มจากการโจมตีของมอนสเตอร์ไปที่การล่าของพวกมันและความเกี่ยวข้องกับกลุ่มของลุคเหนือมนุษย์ที่เคยสงสัยว่ามีพลังพรสวรรค์และอีลิกด้วยซึ่งคามิลเน้นย้ำไปที่เจนเด็กสาวเป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่ตอนนี้สถานการณ์ผูกพันไปจนถึงยานเหาะที่ลอยเหนือเมืองโดยมีตัวตนระดับ A อยู่บนนั้น

    ยังมีการตายของผู้ปกครองเมืองกิลเดอร์กับเหนือมนุษย์ระดับ C 9คนและเหนือมนุษย์ของเมืองนับพันคนที่เสียชีวิตในครั้งนี้

    และการสูญเสียกำลังเหนือมนุษย์ของเมืองปลายฝนที่แทบจะเรียกว่าถูกทำลายล้างจนเกือบหมด

    อีคอนไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้เขาสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทันทีจึงรู้ว่าคราวนี้ตัวเองโดนแผนล่อเสือออกจากถ้ำแล้ว และถ้าไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของเหนือมนุษย์ระดับA ผู้นั้นเมืองอาจจะหายไปอย่างแท้จริงไม่มีใครรอดชีวิตอีกด้วย

    “กิลเดอร์ตายแล้ว!...เฮ้อ ตาแก่นั้นคงสู้จนนาทีสุดท้ายจริง ๆ”อีคอนระลึกถึงสหายคนนี้อย่างเงียบ ๆก่อนจะแววความกดดันและหนักอึ้งในจิตใจต่อการความเสียหายที่เกิดกับเหนือมนุษย์ที่ตายไป

    อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะชดเชยจำนวนเหนือมนุษย์ที่ตายไปมากขนาดนั้นได้

    “เด็กคนนั้นอยู่ไหน” อีคอนถาม

    คามิลเงยหน้าขึ้นมองไปที่ยานเหาะที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

    “พวกนายไปช่วยคามิลจัดการส่วนที่เหลือ ช่วยคนให้ได้มากที่สุดประเมินความเสียหายและจำนวนผู้เสียชีวิตมา นายไปที่โรงพยาบาลชั่วคราวกันทุกคนไม่ให้เข้าไปหาชายคนนั้นและห้ามใครเข้าใกล้เข้าจนกว่าเราจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นไปที่เมืองคานันให้ทางรัฐส่งเจ้าหน้าที่และผู้ปกครองคนใหม่มาจัดการเมืองเราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเรื่องจัดการชายหนุ่มคนนั้นได้ในตอนนี้”

    อีคอนสั่งการลงไป

    “ท่านจะไปที่ไหนต่อ” คามิลถามเมื่อเห็นอีคอนกำลังจะเดินออกไป

    “ส่วนฉันจะไปพบตัวตนระดับ A ก่อน”

    ...

    6 ชั่วโมงต่อมาหลังจากประตูมิติหายไป

    เมืองปลายฝนกำหนดพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมาเป็นบริเวณเขตหนึ่งชั่วคราวพวกเขาอพยพคนที่ยังรอดอยู่มาที่นี่ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ โรงพยาบาล โรงอาหารและสิ่งจำเป็นทุกอย่างเท่าที่จะนึกได้

    ในศูนย์ตอนนี้มีคนที่รอดชีวิตอยู่ที่ราว ๆ 15,000คนเท่านั้นและจากตัวเลขคนตายสามารถสรุปได้ทันทีว่ามีมากกว่า 50,000 คนหายสาบสูญอีก 35,000 คน

    หลายคนยังมีความหวังว่าจะมีคนรอดชีวิตมากกว่านี้การค้นหายังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แม้ท้องฟ้าจะเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ แล้วก็ตาม

    พื้นที่เขต 3

    ผู้มองอนาคตกวาดสายตามองทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความโศกเศร้าและอ่อนล้าในจิตใจ

    แท้ที่จริงเป็นเขาที่ผลักอนาคตทุกความเป็นไปได้ให้เดินมาถึงจุดหนีเขาเชื่อในพลังที่มองอนาคตจนหลงลืมไปว่าพลังแท้จริงของตัวเองเป็นเพียงคนธรรมดาที่อาศัยดื่มเลือดกลืนเนื้อมอนสเตอร์ที่มีพลังงานต่างมิติทำให้บีบคั้นฝืนทำนายทุกสิ่งออกมาได้ แต่พลังที่เป็นเพียงคนธรรมดากลับไม่สามารถมองถึงอนาคตของคนที่แข็งแกร่งเกินไปได้

    เขามองเห็นอนาคตของคนระดับ F ถือว่าเกินมากแล้ว

    ที่เขามองเห็นอนาคตของลุคเพราะเป็นการมองก่อนที่ตัวลุคจะเป็นระดับ E รวมกับเจนที่อยู่ในสถานะอ่อนแอนั้นก็ด้วยจึงพอเห็นเป็นฉากๆ ที่ปรากฏ แต่แดริวที่เขาติดต่อด้วยเพื่อส่งไปฆ่าเจนเป็นระดับ D เขาก็ไม่เคยคิดในมุมกลับแดริวกลายเป็นตัวแปรที่ผลักเรื่องราวตกลงไปยังเหตุการณ์ที่เขาพยายามหลีกหนีจนมันได้มาบรรจบกัน

    แต่ตอนนี้ทุกอย่างนั้นจบลงแล้ว เขาไม่ต้องไปฆ่าเด็กสาวคนนั้นเพราะมันไม่มีประโยชน์ใด ๆ อีก

    ผู้มองอนาคตตกอยู่ในความเงียบ

    “แม่...” ในตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมาผู้มองอนาคตหันไปมองเสียงที่เกิดขึ้น เขาพบว่ามันมาจากใต้ซากกำแพงด้านหน้าจึงรีบเข้าไปช่วยและงัดเอาแผ่นกำแพงที่พังเสียหายนั้นออกก็พบว่ามีผู้หญิงสาวที่โดนกำแพงตึกทับตายแล้วกอดเด็กสาวอายุ4-5 ขวบไว้คนหนึ่ง

    สภาพของเด็กสาวเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดของแม่เธอ

    “แม่...ฮือ... ๆ หนูจะหาแม่”

    เด็กสาวคนนั้นพยายามร้องเรียกแม่ของเธอไม่หยุดเธอเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

    ผู้มองอนาคตมองดูเด็กสาวแต่แล้วตอนนั้นเองเขาก็เห็นถึงเรื่องราวในอนาคตของเด็กสาว มันทำให้ตัวของเขาแข็งทื่อไปในทันทีเขามองด้วยความไม่อยากจะเชื่อมต่อเด็กคนนี้แต่ก็มีความหวาดกลัวต่อความตายของตัวเองเช่นกัน

    เขาเห็นความตายของตัวเองได้เชื่อมโยงต่อเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้

    ผู้มองอนาคตก้มตัวลงและมองดูเด็กสาวที่ร้องไห้อย่างไร้เดียงสาคนนั้นเขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาเด็กสาวก็สะอื้นเบา ๆ มองดูคุณลุงด้านหน้าเธอ

    “ไปเถอะเด็กน้อยสักวันหนึ่งเธอจะได้ทุกสิ่งจากฉันและช่วยโลกใบนี้ไว้”

    ผู้มองอนาคตกล่าวและยื่นมือไปจับมือของเด็กสาวก่อนจะพาเธอเดินไปจากตรงนี้โดยที่เด็กสาวยังคงหันไปมองดูศพของผู้เป็นแม่ที่ห่างออกไปเรื่อย ๆจนกระทั่งไม่เห็นอีก

    นั้นคือภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นผู้เป็นแม่

    ...

    โรงพยาบาลชั่วคราวในเขต 1 ห้องพยาบาลที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนา

    ลุคนอนอยู่บนเตียงในสภาพหลับใหล ร่างกายถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั้งตัวมีรอยเลือดซึมไหลออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน เขาถูกนอนและใส่เครื่องช่วยหายใจพร้อมกับที่สองมีและขามีกุญแจมือล็อกไว้อย่างแน่นหนา

    ด้านนอกห้องมีคนกำลังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่เป็นชายหนุ่มร่างซูบผอมจนหนังติดกระดูกคนหนึ่งที่พยายามขอให้เจ้าหน้าที่ปล่อยให้พวกเขาเข้ามา

    แต่เจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นไม่ยอมให้เขามา

    เจ้าหน้าที่เป็นเหนือมนุษย์ระดับ D และอีกสองคนเป็นระดับ E พร้อมกับตำรวจอีก 5 คนที่จับตามองตลอด 24 ชั่วโมงนี่คือคนที่ถูกส่งมาเฝ้าลุคไว้ แม้เขาจะอยู่ในสภาพกึ่งผักก็ตาม

    “กลับไปซะ ผมไม่สามารถให้คุณเข้าไปได้ชายคนนี้คืออาชญากรของเมืองปลายฝนที่รอทางรัฐคานันส่งคนมาตัดสินโทษของเขา” คำกล่าวของเหนือมนุษย์คนนั้นยังแฝงไว้ด้วยความโกรธแค้นอย่างชัดเจน

    “ฉันคืออีลิก ลูกชายของผู้อำนวยการอีคอน บอกให้ถอยไปไงไม่อย่างนั้นฉันจะไปบอกพ่อของฉันว่าพวกนายกล้าขวางฉัน”

    “นี่เป็นคำสั่งจากผู้อำนวยการอีคอนและเขาบอกว่าคุณห้ามเข้ามายุ่งเรื่องนี้เป็นอันขาดไม่อย่างนั้นเรามีสิทธิ์จับคุณขังอีกคนด้วย”เหนือมนุษย์ระดับ D กล่าวด้วยแววตาขึงขัง

    “เวรเอ๊ย...” อีลิกสบถออกมา ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่งเจนก็ถูกนำตัวไปบนยานไม่มีข่าวอะไร พี่ลุคก็ถูกจับมาควบคุมไว้ที่นี่เขาไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง

    แถมตอนนี้พลังในร่างก็แทบไม่มีเหลือ อ่อนแออย่างมากพลังถดถอยกลับมาที่ระดับ Eเท่านั้นถ้าเขามีพลังระดับ D อยู่ละก็อีลิกก็อยากจะบุกเข้าไปชิงตัวพาลุคหนีไปจากที่นี่แน่นอน

    “อีลิกพอได้แล้ว เราจะออกไปก่อน” นิโคลดึงตัวของอีลิกออกมา

    “เราจะเอายังไงกันดีพวกนั้นจะต้องตัดสินโทษพี่ลุคเป็นการประหารชีวิตแน่นอน” อีลิกพูดอย่างกังวล

    “ค่อยคิดหาทาง แต่ว่าตอนนี้เราควรห่วงเรื่องอาการของลุคก่อนเขาสลบไปไม่รู้สึกตัวเลย ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี” นิโคลกล่าว

    ทั้งสองคนรีบไปหาหมอที่ตรวจสอบลุค จนได้คำตอบว่านี่คืออาการของแหล่งกำเนิดคลื่นพลังที่เสียหายไม่มีทางรักษา

    อีลิกและนิโคลได้ฟังก็มีสีหน้าเคร่งเครียดกันทันที

    ขณะที่นิโคลกำลังหนักใจกับเรื่องของลุคก็ได้รับการติดต่อจากบอสตันและไอกะดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะยังปลอดภัยกันดีและพวกเขาก็นัดพบกัน

    คล้ายกับเรื่องitem monster ไอเทมมอนสเตอร์ ที่คุณอ่าน