ลวี่เยาไม่สนใจถังโยว ถังโยวถูกสกัดอยู่ด้านนอกห้องคนรับใช้ จึงทำได้เพียงหันกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง
ห้องของคุณหนูในบ้านตระกูลถังมีขนาดไม่ใหญ่มาก ไม่มีพื้นที่สำหรับสาวใช้ ดังนั้นทุกคืนเสร็จจากการปรนนิบัติคุณหนู เหล่าสาวใช้ต้องกลับไปนอนที่ห้องคนรับใช้ รอถึงวันรุ่งขึ้น ก่อนรุ่งสางพวกนางต้องไปที่ห้องคุณหนูเพื่อปรนนิบัติ
ในห้องคนรับใช้ มีเสี่ยวสี่สาวรับใช้ของหวาอี๋เหนียง เสี่ยวหรูสาวใช้ของคุณหนูรอง และหงซิ้วกับลวี่เยาที่เป็นสาวใช้ของคุณหนูใหญ่อาศัยอยู่ร่วมกัน
ตอนนี้เสี่ยวสี่ เสี่ยวหรู และหงซิ้วต่างก็หลับกันหมดแล้ว
ที่นอนของลวี่เยาอยู่ตรงกลางระหว่างหงซิ้วและเสี่ยวหรู
ลวี่เยายืนนิ่งไม่ขยับอยู่หน้าที่นอนของตนเอง เพราะผ้าห่มล้วนเปียกน้ำ
แม้ว่าดวงตาของนางจะมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าตอนกลางวัน แต่เรียกได้ว่านางสามารถมองเห็นในตอนกลางคืน
หากเป็นคนธรรมดาเกรงว่าคงยกผ้าห่มขึ้นและสอดตัวเข้าไปนอนแล้ว จากนั้นจึงจะพบว่าร่างกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่แช่น้ำเย็น
ลวี่เยาหันหลังกลับ ก่อนจุดตะเกียงน้ำมันด้วยท่วงท่าสง่างาม เดินช้า ๆ ไปที่ข้างเตียงภายใต้แสงสีเหลืองสลัว นางยื่นมือซึ่งเต็มไปด้วยเล็บยุ่งสกปรกคว้าผมของเสี่ยวหรูดึงลงไปที่พื้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ขัดขืน ขณะเดียวกันก็ใช้มือสับลงไปที่คอของเสี่ยวหรู ทำให้ไม่สามารถส่งเสียงได้ชั่วขณะ การเคลื่อนไหวของลวี่เยาแคล่วคล่องว่องไว ลงมืออย่างไร้ความปรานี
ความจริงแล้วหงซิ้ว เสี่ยวสี่ และเสี่ยวหรูยังไม่หลับ มีใครบางคนกำลังทำเรื่องชั่ว มีใครบางคนกำลังรอดูความสนุก และมีใครบางคนนอนไม่หลับเพราะกลัว
ลวี่เยาลงมือกะทันหันโดยไม่พูดไม่จา เสี่ยวสี่กรีดร้องด้วยความตกใจ ลวี่เยารีบปิดปากของนาง เพราะกลัวรบกวนเจ้านายในบ้าน
หงซิ้วกระโดดลงจากเตียงด้วยความตกใจ ทว่ายังกอดผ้าห่มแน่น ไม่กล้าลงไปห้าม
เสี่ยวหรูที่ถูกทุบตีคิดจะขัดขืน แต่นางไม่มีแรงสู้กลับ ต้องการขอความช่วยเหลือ แต่ส่งเสียงไม่ออก เสี่ยวหรูหวาดกลัวมาก นางลุกขึ้นและพยายามหนี ลวี่เยาเตะหลังเอวของนางจนตัวถลาไปด้านหน้า เดิมคิดว่าต้องชนเข้ากับบางสิ่ง อย่างน้อยก็ทำให้เกิดเสียงเรียกความสนใจของเจ้านายได้ ทว่าคาดไม่ถึงนางจะถูกลวี่เยาคว้าผมอีกครั้ง ตัวที่พุ่งไปด้านหน้าถูกดึงกลับ จากนั้นถูกตีที่ข้อพับสองครั้ง ยังไม่ทันรู้สึกเจ็บ เข่าก็กระแทกลงกับพื้นเสียงดัง เสียงหัวเข่ากระทบพื้นชัดเจนมาก แค่ได้ยินก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด ทว่าเสี่ยวหรูกลับไม่สามารถส่งเสียงร้อง ได้แต่เพียงทำเสียงอู้อี้ในลำคอเหมือนกำลังร้องขอชีวิต และตะโกนด้วยความเจ็บปวด
ลวี่เยาก้าวไปด้านหน้าเสี่ยวหรู ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้อย่างรวดเร็วดุจกระแสเมฆ พลางยกกาน้ำชาหินที่วางอยู่สองสามใบขึ้นมา
เสี่ยวหรูตกใจมากเมื่อเห็นลวี่เยายกกาน้ำชา นางเข้าใจผิดคิดว่าลวี่เยาจะใช้มันทุบศีรษะของนาง จึงรีบหดคอ และฟุบร่างอันสั่นเทาลงกับพื้น
คาดไม่ถึง ลวี่เยาเพียงรินน้ำใส่ถ้วย ดื่มเงียบ ๆ
เสี่ยวหรูรอครู่หนึ่ง เมื่อเห็นลวี่เยามิได้ลงมือ นางจึงเงยหน้าแอบชำเลืองมอง เมื่อเห็นลวี่เยามิได้ทุบตี นางจึงถอนหายใจอย่างแรงและทรุดร่างลงกับพื้น นางรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว และไม่รู้ว่าเจ็บส่วนไหนมากที่สุด น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาจากขอบตา ทว่ากลับไม่กล้าร้องเสียงดัง นางใช้มือลูบคอตัวเอง ในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก นางกลัวจริง ๆ ว่าลวี่เยาจะทำร้าย ทำให้นางไม่สามารถพูดได้อีก หากเป็นเช่นนี้จริง อี๋เหนียงต้องไล่นางออก ตระกูลถังไม่รับคนรับใช้ที่เป็นใบ้
เมื่อคิดได้ดังนี้ เสี่ยวหรูแอบนึกเกลียดชังในใจ ลวี่เยาทุบตีนาง หากคุณหนูรองทราบเรื่องจะต้องเข้าข้างนางเป็นแน่ นางมีแผนการในใจ จึงมิได้ตื่นตระหนกเหมือนในตอนแรก นางกัดฟันพลางแหงนหน้ามองลวี่เยา ส่งสัญญาณให้ลวี่เยาว่าคอยดูให้ดีเถอะ
ลวี่เยายิ้มให้นางอย่างช้า ๆ
เสี่ยวหรูตระหนักได้ว่าตนเองประมาทเกินไป นางรีบก้มหน้าพลางโทษตัวเองที่ไม่รู้จักเก็บซ่อนความรู้สึก แม้คุณหนูรองจะเข้าข้าง แต่ก็ต้องหนีให้รอดจากเงื้อมมือชั่วร้ายของลวี่เยาให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน เหตุใดตนจึงแสดงออกไปชัดเจนเช่นนั้น?
ลวี่เยาลุกขึ้นยืน เสี่ยวหรูถอยหลังไปหลบด้วยความตกใจ ทว่ากลับไม่มีที่ให้หลบ
ลวี่เยาลากเสี่ยวหรูให้ลุกขึ้น โยนนางลงบนเตียงราวกับกระสอบทราย
ก่อนจะดึงนางลงมาอีกครั้ง และยกเท้าเตะไปในอากาศ
เสี่ยวหรูตระหนักได้ในทันที— — ลวี่เยามีความสามารถด้านการต่อสู้!
ลวี่เยามิได้ทุบตีเสี่ยวหรูอีก แต่กลับย้ำจุดที่เจ็บที่สุดไปสองสามครั้ง เสี่ยวหรูเจ็บจนน้ำมูกน้ำตาไหลรวมกัน แต่ก็ยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้อง นางรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่าลวี่เยาจะฆ่านางทั้งเป็น นางรู้สึกเสียใจ เสียใจที่ฟังคำยั่วยุของหงซิ้ว เทน้ำลงบนที่นอนของลวี่เยา จนตัวเองต้องโดนทุบตี นางอาจไม่มีชีวิตรอดแล้ว ทว่ากลับไม่มีใครออกมาช่วยพูดเพื่อนาง
เสี่ยวหรูคิดว่าวันนี้ตนเองต้องตายแน่!
เจ็บ เจ็บมาก เจ็บจนแทบขาดใจ เจ็บจนอยากตายให้พ้น ๆ!
เสี่ยวหรูเคียดแค้น แต่ไม่กล้าแค้นลวี่เยา นางหันกลับไปส่งสายตาอาฆาตหงซิ้วที่ยั่วยุ ก่อนจะชี้ไปที่หงซิ้ว บอกลวี่เยาว่าเป็นหงซิ้วที่ยุยง! หากจะทุบตี ก็อย่าได้ปล่อยนังสารเลวนั่นไป!
ลวี่เยาหันกลับไปมองหงซิ้ว
หงซิ้วกลัวจนหน้าซีดเผือด นางรีบส่ายหน้าโบกมือไปมา ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้ทำ เสี่ยวหรูต่างหาก เจ้าตีนางสิ อย่าตีข้า...”
เสี่ยวสี่เอามือปิดปาก ระงับเสียงร้องไห้ “ลวี่เยา ลวี่เยา อย่าทุบตีอีกต่อไปเลย หากตีต่อไปก็อาจตายได้”
ลวี่เยาเดินไปที่อ่างไม้ ล้างมือให้สะอาด
เสี่ยวสี่คิดว่าลวี่เยาฟังคำแนะนำของตน ความกลัวในใจที่มีต่อลวี่เยาจึงลดลงเล็กน้อย นางสูดลมหายใจ ก่อนจะประคองเสี่ยวหรูขึ้นอย่างระมัดระวัง และพาไปส่งบนเตียง
ถึงกระนั้นเสี่ยวหรูกลับไม่กล้านั่งบนเตียง นางยอมทนเจ็บคุกเข่าลงแทบเท้าลวี่เยาด้วยตัวสั่นเครือ น้ำตาไหลพราก ทว่าไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปเช็ด
เสี่ยวสี่เห็นดังนี้จึงแอบเหลือบมองสีหน้าลวี่เยา เมื่อเห็นนางล้างมือเสร็จแล้ว จึงค่อย ๆ เดินเข้าไปยืนข้าง ๆ พลางกล่าว “ลวี่…ลวี่เยา เจ้า...เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน อย่าโกรธไปเลย”
นางไม่คิดว่าลวี่เยาจะสนใจ หลังจากที่ทุกคนอยู่ด้วยกันมา นางมองออกว่าลวี่เยามิใช่คนชอบหาเรื่อง แต่ก็ไม่เคยกลัวปัญหาใด ๆ อืม ไม่เพียงไม่กลัว ทว่ายังมีวิธีรับมือกับปัญหา แค่เห็นท่าทางของเสี่ยวหรูก็รู้ได้ในทันที ว่าเสี่ยวหรูถูกลวี่เยาทุบตีจนผวาไปแล้ว ต่อไปคงไม่กล้ารังแกลวี่เยาอีก
คาดไม่ถึงว่าลวี่เยาจะตอบนาง!
ลวี่เยาหันกลับมาหยิบผ้า และเช็ดหยดน้ำบนมือออก พลางตอบ “ข้าไม่ได้โกรธ”
เสี่ยวสี่ผงะเล็กน้อย ก่อนจะถามโดยไม่รู้ตัว “ไม่ได้โกรธ?” ไม่ได้โกรธ แต่เจ้าทุบตีเสี่ยวหรูจนเป็นเช่นนั้น? เมื่อหันกลับไปมองเสี่ยวหรู จึงได้รู้ว่านางมิได้ถูกทุบตีรุนแรง อย่างน้อยมองจากภายนอก มีเพียงผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงกับรอยยับบนเสื้อผ้า แม้แต่มุมปากก็ไร้รอยขีดข่วนใด ๆ
ลวี่เยาแสยะยิ้ม กล่าวนิ่ง ๆ “ข้าอารมณ์ดี เลยอยากยืดเส้นยืดสาย”
เสี่ยวสี่งุนงง อารมณ์ดี? ยืดเส้นยืดสาย? มีใครแสดงอารมณ์ดีด้วยอาการเช่นนี้? มีการยืดเส้นยืดสายแบบนี้ด้วยหรือ?
ลวี่เยาเดินไปเบื้องหน้าเสี่ยวหรูที่กำลังคุกเข่า ก่อนใช้ปลายเท้าเชยคางนางขึ้นมา “ข้ารู้ว่าเจ้าถูกใส่ความ เจ้าถูกยุยงส่งเสริม แต่ข้าจะบอกอะไรให้ นับจากวันนี้ไป ไม่ว่าผู้ใดยุยงเจ้า ตราบใดที่มันทำให้ข้าขุ่นเคือง ข้าจะคุยกับเจ้าเพียงผู้เดียว เจ้า เข้าใจใช่ไหม?”
เสี่ยวหรูพยักหน้าซ้ำ ๆ ด้วยกลัวว่าลวี่เยาจะอารมณ์เสียและทุบตีนางอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่พรั่งพรู มันมากเสียจนสามารถพรากชีวิตไปจากนาง! นางเจ็บปวดราวกับถูกทุบไปทั้งตัว แต่กลับไม่สามารถร้องออกมา ความรู้สึกหวาดกลัวทำเอานางแทบบ้า! นางรับไม่ไหว รับไม่ไหวแล้วจริง ๆ
นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าลวี่เยาจะมีมุมโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากรู้ว่าลวี่เยาอำมหิตถึงเพียงนี้ นางจะกล้าไปหาเรื่องได้อย่างไร! ดูเหมือนท่าทางที่เสียสติของลวี่เยาล้วนเป็นการเสแสร้ง คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย มีศิลปะการต่อสู้เช่นนี้ นี่มันพรสวรรค์ชัดๆ! เสี่ยวหรูขอสาบานว่านางจะไม่หาเรื่องลวี่เยาอีกต่อไป นางจะเคารพลวี่เยาดุจบรรพชนของตนเอง
ลวี่เยาปล่อยเสี่ยวหรูไป นางรวบผมขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า หันหลังผลักประตูเดินออกไป
เสี่ยวสี่ประคองเสี่ยวหรูขึ้น บิดผ้าซับเหงื่อให้ นางอยากให้เสี่ยวหรูนอนลง แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว ไม่ยอมให้แตะต้องตัว
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสี่ยวหรูจึงสามารถขยับมือได้เบา ๆ
เสี่ยวสี่ถาม “เจ็บมากไหม?”
น้ำตาของเสี่ยวหรูไหลลงมายิ่งกว่าเดิม ไม่ได้แค่เจ็บ แต่เจ็บเจียนตาย
เสี่ยวสี่ช่วยประคองเสี่ยวหรูให้นอนลงช้า ๆ จากนั้นเดินไปดับไฟตะเกียง หากหวาอี๋เหนียงรู้ว่าพวกนางจุดตะเกียงกลางดึก ต่อให้พวกนางไม่ตายก็ต้องถูกถลกหนังเป็นแน่
ในความมืด เสี่ยวสี่แหงนมองเพิงและนอนไม่หลับ นางเริ่มคิดเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเรื่องนี้
เริ่มจากหงซิ้วที่ยั่วยุให้เสี่ยวหรูเล่นงานลวี่เยา จากนั้นลวี่เยาก็เข้ามาในห้อง เมื่อเห็นที่นอนตนเองเปียกน้ำ นางจึงหันกลับไปจุดไฟตะเกียง ก่อนจะดึงเสี่ยวหรูขึ้นมาทุบตี
เหตุใดจึงรู้สึกว่าลำดับขั้นมันแปลก ๆ?
ลวี่เยาควรเข้ามาในห้อง จุดตะเกียง เห็นเตียงเปียกชุ่ม จากนั้นโมโหและถามว่าใครเป็นคนทำ ก่อนจะดึงเสี่ยวหรูขึ้นมาทุบตีมิใช่หรือ?
เสี่ยวสี่เป็นคนละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้นหวาอี๋เหนียงคงไม่ให้นางปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกายมานานหลายปี
นางพลิกตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มเป็นเวลานาน ในที่สุดคิดออกเรื่องหนึ่ง — —ลวี่เยาสามารถมองเห็นในความมืด!
เสี่ยวสี่เคยได้ยินมารดาของตนเล่าให้ฟัง มีเพียงนักพรตหญิงซึ่งเดินทางระหว่างโลกหยินหยางที่สามารถมองเห็นในเวลากลางคืน เพราะพวกนางจำเป็นต้องจับคนในเวลากลางคืน เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของพวกเขา
เมื่อเสี่ยวสี่นึกถึงรูปลักษณ์ราวกับผีของลวี่เยา นางก็รู้สึกสั่นสะท้านเย็นวาบตั้งแต่หัวจดเท้า
เดิมทีลวี่เยานอนไม่หลับอยู่แล้ว นางจึงเดินออกมาจากประตูหลังเพื่อสูดอากาศ
นางเดินเป็นวงกลมอยู่ในสวน รอบแล้วรอบเล่า เห็นได้ชัดว่านางหงุดหงิดเล็กน้อย ก้าวเดินของนางค่อย ๆ เร็วขึ้น จนในที่สุดนางก็วิ่งออกไปจากสวนหลังบ้าน ราวกับค้างคาวดำบินข้ามกำแพง นางวิ่งไปไกลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองความรวดเร็วและความกระตือรือร้นนั้น ราวกับมีหมาป่าหิวโซไล่ตาม และเหมือนกับนางกำลังไล่ล่าโจรตัวน้อย ทั้งที่ในความเป็นจริง นางแค่ไม่อยากให้ตนมีโอกาสได้ลังเล
หากตัดสินใจไม่เด็ดขาด ก็จะเกิดความวุ่นวายในภายหลัง!
โอ…คำกล่าวนี้มาได้อย่างไร?
ดูเหมือนว่ามันจะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับเรื่องที่นางกำลังจะทำ
ใจของนางยุ่งเหยิงมากจริง ๆ
ลวี่เยาออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งไปตามทางที่ท่านพี่หายตัวไป ด้วยท่าทางเคร่งขรึมดุจปีศาจร้ายที่อยากฆ่าคน ทั้งที่จริงแล้ว ใจของนางตอนนี้ราวกับเต็มไปด้วยน้ำร้อนที่กำลังเดือดปุด ๆ
เสน่หาชั่วกัลป์ เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้า ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebook แล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***