เซียนเซียนตื่นมาอีกทีในยามสาย
ห้องนอนไร้ความเคลื่อนไหวหน้าต่างเปิดแง้มไว้น้อยๆ ไม่มีเงาร่างของหนานข่ายลี่อีก เซียนเซียนนอนมองเพดานอย่างเหม่อลอย
ไม่ใช่ว่านางไม่รู้สึกตัวตลอดระยะเวลาที่หนานข่ายลี่เล่าเื่ราวต่างๆให้นางฟัง
ความสนุกสนานในวัยเยาว์ของเขานางก็ได้ยินอย่างลางเลือนในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น
นางแค่ไม่อยากตื่นขึ้นมาในตอนนั้น เพียงอยากฟังน้ำเสียงทุ้มลึกของเขาขณะบอกเล่าเื่ราวต่างๆไปทีละคำทีละประโยคให้นานขึ้นอีกหน่อย
หากต้องตื่นแล้วแสดงความอ่อนแอให้ผู้อื่นสงสารทำให้คนรอบข้างเป็ห่วง นางขอหลับอยู่ในความฝันเช่นนี้ตลอดไปจะดีกว่า
เป็ฝันดีจริงๆ
ชีวิตของนางเพียงได้พบกับพี่ชายหนานที่ใส่ใจนางเช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะมีอีกกี่คนที่อยู่ในใจให้นางเป็คนสำคัญซักคนในใจของใครบ้างก็พอ
นางยิ้มให้กับตนเอง เติมพลังเข้าไปในหัวใจและลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียงด้วยสีหน้าและแววตาที่มีพลังมากกว่าเมื่อเช้า
‘เมี๊ยววว … ‘
เสียงเซียวเหม่าดังมาจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้มันแทรกตัวดันเข้ามา ทำให้หน้าต่างเปิดอ้ามากขึ้นกว่าเดิม เซียนเซียนหันไปเห็นมันแล้วตาโตขึ้นทันทีก่อนที่เซียวเหม่าจะะโมาขดตัวออดอ้อนอยู่บนตักของนาง
ที่คอของมันมีจี้หยกเล็กๆแขวนอยู่ด้วย แต่แปลกจี้หยกมีสองชิ้นแตกต่างกันที่สี นางเอียงคอเล็กน้อยตอนมองไปที่จี้หยกนั่น
เด็กหญิงอุ้มเซียวเหม่าเดินไปที่โต๊ะกลางห้องซึ่งตอนนี้มีของวางอยู่เต็มไปหมด
นางมองของเ่าั้ก่อนสังเกตเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกทับไว้ด้วยแมวที่แกะมาจากไม้ก่อนหยิบมันขึ้นมาอ่าน
“ .. สีขาวที่คอเซียวเหม่าเป็ของเ้า ส่วนสีเขียว เ้ายกให้มันไป … “ นางขำพรืดออกมาทันทีนี่เขาเห็นนางเป็น้องสาวเทียบเท่าเซียวเหม่าใช่หรือไม่
มือเล็กๆของกู้เซียนเซียนเอื้อมไปดูจี้หยกสีขาวมันแพะเนื้อดีถูกห้อยด้วยเชือกถักที่คอของแมวก่อนค่อยๆแกะออกนำมาวางบนฝ่ามือ ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
เสียดาย หนานข่ายลี่กลับไปแล้วเขาจึงไม่ได้เห็นว่าเื่สนุกสนานที่เขาเพียรเล่า แท้จริงแล้วก็ทรงพลังอยู่บ้างจริงๆ
ในเวลาเดียวกันกับที่กู้หยุนกลับถึงจวนเซียวหลงก็ขึ้นรถม้าออกจากตำหนักบูรพากลับถึงจวนตระกูลเซียวแล้วเช่นเดียวกัน
ตอนที่ลงจากรถม้า เขาไม่ได้รอให้ใครต้องเข้ามาพยุงด้วยซ้ำเพียงก้าวลงมาเหยียบบนเก้าอี้เตี้ย แล้วเดินตรงกลับเข้าเรือนพักทันที
หลังจากที่คนในจวนรู้ว่าเซียวหลงกลับมาทุกคนต่างเดินมาเพื่อหวังจะได้พบและพูดคุยกับเขา เพราะการที่เขานั่งรถม้าตำหนักบูรพากลับมาถือเป็เื่ใหญ่และนับเป็ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในตระกูล แต่เขากลับให้บ่าวแจ้งปฏิเสธทุกคนที่มาขอเข้าพบโดยให้เหตุผลเื่สุขภาพ แม้จะรับปากเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟังในภายหลังก็ตามที
เพราะเขาเผด็จการเช่นนี้จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนอีก ไม่เว้นแม้แต่เซียวอี้หลุน และเซียวซวี่
ในห้องพักของเขา
เซียวหลงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมหน้าต่างใบหน้าคมคายฉายแววลึกลับยากเข้าใจ สายตาเขาทอดมองออกไปไกล สายลมเย็นๆพัดผ่านร่างทำให้สมองเขาปลอดโปร่งขึ้นมากระหว่างที่ค่อยๆนึกทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นใน่ที่ผ่านมา นี่ใช่เป็ไปตามที่เขา้าหรือไม่
รัชทายาทรับสั่งให้เขาไปร่วมเรียนหนังสือด้วยหลังเดือนสี่ปีหน้าอันนี้เขาไม่ติดใจเพราะทั้งระยะเวลา และความเหมาะสม ล้วนตรงกับใจของเขาพอดี
ปลายนิ้วชี้เคาะอยู่บนขอบหน้าหน้าต่างเบาๆดึงกลับมาลูบคางอันเป็ลักษณะประจำตัวของเขาขณะเข้าสู่ภวังค์ความคิด
แต่คำสั่งที่ให้เขาเข้าไปตีสนิทกับจวนตระกูลพ่อค้าเพื่อสืบข่าวบางสิ่งบางสิ่งที่ผิดปกติจนราชสำนักต้องจับตามอง นี่ต่างหากเป็สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ บรรดาตระกูลเก่าในเมืองที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ส่วนใหญ่เป็เพียงคนค้าขายแม้จะร่ำรวย แต่ไม่ได้มีความพิเศษใดๆ ที่ควรค่าแก่การเฝ้าจับตาแค่เก็บภาษีจากตระกูลพวกนี้มาให้มากหน่อย มิใช่จะเพียงพอแล้วหรือเพราะอย่างไรในท้องพระคลังก็ไม่ได้มีข่าวว่าขาดแคลนเงินทอง
าชายแดน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยิน ยังคงมีปะทะประปรายเช่นนี้มายาวนานหลายสิบปีแล้วไม่มีวันสงบและยังไม่แน่ว่าจะคลี่คลาย แค่เติมภาษีเข้าไปเพิ่มนิดหน่อยก็เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เป็อยู่เช่นทุกวันนี้
หลังครุ่นคิดอยู่นาน ในหัวแม้จะยังไม่กระจ่างแต่ใจที่เย็นเยียบก็สั่งให้เขาก้าวเดินต่อไปไม่ว่าผลลัพท์สุดท้ายจะเป็อย่างไรถือว่าเขาได้เลือกข้างแล้ว ชนะเป็เ้าแพ้เป็โจร เขาเข้าใจประโยคนี้ดี
แล้ววันหนึ่งไม่นาน เขาจะได้รับคำตอบเื่นี้เอง … เขายกยิ้มอย่างเ็า
กู้หยุนเดินเคียงข้างหนานข่ายลี่มุ่งไปที่โรงน้ำชาชื่อดังของเมืองหลวง
ตอนนี้อารมณ์ของกู้หยุนขมุกขมัวยิ่งกว่าอากาศในฤดูก่อนพายุเสียอีกเพราะั้แ่เดินทางกลับถึงจวนก็แทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลย หลังจากไปคารวะมารดาแล้วยังต้องคอยตอบคำถามของนางรวมถึงบรรดาน้องสาวทั้งสองอีก เขาเข้าใจดีว่าทุกคนต่างรุมล้อมสอบถามเขาด้วยความเป็ห่วงเป็ใยแต่นี่ก็ออกจะมากเกินไปซักหน่อย เขาไม่ใช่เด็กเล็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้ แค่เปลี่ยนที่เล่าเรียนชั่วคราวเหตุใดต้องทำเป็เื่ใหญ่ หลังจากถูกสอบสวนไปเกือบชั่วยาม ถึงได้ถูกหนานข่ายลี่หาเหตุลากตัวเขาออกมาจากวงล้อมของสตรีได้
สุดท้ายคือเขาคาดคะเนผิดพลาดเองไม่ใช่หนานข่ายลี่ฉลาดเฉลียวพาตัวเขาออกมาเพื่อช่วยเหลืออะไร แต่กลับกันเขาถูกลากให้ออกมาจากห้อง และสุดท้ายถูกลากออกมาจากจวนเสียด้วยซ้ำ หนายข่ายลี่ทั้งขู่ทั้งออดอ้อนเขาแม้เขายืนยันว่าขอพักผ่อนก่อนแต่สหายต่างถิ่นก็ยังคงให้บ่าวชายดึงเขาออกมาทางประตูข้างอยู่ดี เฮ้อ.. หากรู้ว่าตนเองต้องประสพเหตุวุ่นวายเพียงนี้ สู้ไม่กลับมาเสียดีกว่า
ที่สำคัญเขายังพลาดท่าให้สัญญาจะเป็คนเลี้ยงส่งหนายข่ายลี่ด้วยอาหารค่ำคืนนี้อีกขาดทุนมากมายจริงๆ
กู้หยุนกำลังประเมินต้นสายปลายเหตุของสิ่งที่เขาทำผิดพลาดในวันนี้ไปเรื่อยๆก่อนเหล่มองสหาย เห็นเขาเดินดูนู่นดูนี่อย่างร่าเริง ชี้นิ้วสั่งให้ผู้ติดตามที่เดินตามหลังเขาหยิบเบี้ยขึ้นมาจ่ายอย่างไม่ลังเลเก็บของฝากชิ้นแล้วชิ้นเล่าไม่มีเหน็ดเหนื่อย ของประหลาดๆที่เขาเลือกหยิบมาตลอดทางก็ดูจะไม่เข้ากับบุคคลิคของเขาสักเท่าไหร่และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเทศกาลฉงหยาง (เทศกาลชมดอกไม้) ตงจื้อ (เทศกาลฤดูหนาว) ที่ใกล้จะมาถึงทั้งนั้น เขาจะซื้อไปแจกใครที่ไหนกัน ?
ภาพที่หนานข่ายลี่เดินเอามือเดินไขว้หลัง เื้ัมีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินติดตามเขาอยู่มองเผินๆเหมือนคุณชายไก่อ่อน เลวร้ายหน่อยก็ละม้ายกับทรราชน้อยที่จ้องหาเื่แกะกะระรานคนเพียงแต่ตอนนี้ ความแตกต่างคือทรราชน้อยคนนี้เบี้ยหนา และพกมาโปรยเล่นไปทั่วทำให้เถ้าแก่ร้านต่างๆ แข่งกันะโเรียกให้เขาแวะชมร้านค้าของตนเองไปตลอดสองข้างทาง กู้หยุนส่ายหัวก่อนเดินๆหยุดๆเป็เพื่อนเขาไปตลอดทาง
พอเดินจนเหนื่อยพวกเขาก็มาถึงสถานที่เป้าหมายพอดีร้านน้ำชาที่ดีที่สุดของเมือง ร้านนี้จัดเป็ร้านเก่าแก่ร้านหนึ่ง มีชาหลายประเภทให้เลือกั้แ่ดีถึงดีมาก อาหารยิ่งเลิศรส สำหรับราคาหากไม่ใช่ลูกเถ้าแก่เช่นพวกเขาอย่าได้คิดแม้แต่จะเข้ามาเดินสูดอากาศเล่นในนี้เลย
ไม่รู้ว่าชาในจวนกับชานอกจวนต่างกันอย่างไร ตัวกู้หยุนเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่หากวันนี้เขาเห็นสหายติดใจชาประเภทใด เขาจะทำใจกว้าง ซื้อให้สักหลายๆตำลึง จะให้เขามีชาดีไว้แช่อาบตลอดทั้งปีถือว่าเป็น้ำใจจากเขาก็แล้วกัน
“ อาหยุน เ้ารีบๆเข้ามานั่งสิ ข้าหิวจนตาลายแล้ว”หนานข่ายลี่เรียกเขาผ่านมาจากห้องรับรองชั้นสอง
“ มิใช่เ้าเพิ่งกินเพิ่งดื่มมาตลอดทางหรือ “ กู้หยุนเขาต่างหากที่ได้แต่เดินตาม ไม่ได้แวะข้างทางไปเรื่อยๆเช่นสหายผู้นี้
“ใช่ๆ ข้าผิดเองที่เดินช้า ชมนู่นชมนี่ ก็ข้ามันบ้านนอกเขตบ้านข้าติดชายแดน ไม่มีของแบบนี้ให้เห็นกันเกลื่อนกลาดเหมือนบ้านเ้า” เขาพูดพร้อมชี้ไปทางของที่เขาหาซื้อมาจนกองไว้เต็มโต๊ะ
“ เ้าซื้อของพวกนี้กลับไปฝากคนที่บ้าน ?”กู้หยุนถาม ปกติในกลุ่มสหายด้วยกัน ไม่เคยเห็นบุรุษคนไหนจะซื้อของฝากกันเยอะเช่นนี้ หนานข่ายลี่นับเป็คนแรกจริงๆ
“ อืม ข้าซื้อฝากคนอื่นจริงๆ” หนานข่ายลี่พยักหน้าตอบคำถามอย่างไม่ขัดเขิน เขานั่งเอนตัวไปด้านหลังพิงตัวกับผนังของห้องแลดูผ่อนคลายราบเรียบเข้ากับนิสัยของเขา
“ ขอบคุณคุณชายกู้ที่เลี้ยงส่งข้า วันนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่อุสาห์เดินเป็เพื่อนข้าจะกินไม่เกรงใจละนะ”
เขากล่าวเสริมขึ้นมาอีกประโยค ก่อนควักเมือเรียกเซี่ยวเอ้อมาสั่งอาหารที่เขานึกออกขึ้นมาในหัวขณะนั้น
กู้หยุนเห็นเขาสั่งอาหารเป็ชุดๆ ก็ประหลาดใจ
“ เ้ากินหมด ? หรือจะเรียกบ่าวของเ้ามาช่วยกินด้วย? “
“ ไม่ใช่ๆ กินไม่หมดก็ห่อกลับ ข้าเก็บไว้กินคืนนี้ต่อได้“ เขาตอบขณะเอื้อมมือไปหยิบของชิ้นหนึ่งที่ซื้อไว้ขึ้นมาดู
กู้หยุนเบ้ปากทันที “ ผีตะกละเข้าสิงเ้าหรือไง“
“ เอ้าชิ้นนี้ให้เ้า “เขาโยนหยกเขียวเนื้อธรรมดาๆ อันหนึ่งให้กู้หยุน ก่อนจะหันไปสนใจของชิ้นถัดไปทันที
“ ของชิ้นนี้ให้น้องสาวทั้งสองคนของเ้า “หลังพูดจบ เขาก็ยื่นของให้เหล่าจาง มอบมันถึงมือกู้หยุน
กู้หยุนรับขึ้นมาดู เห็นเป็ปิ่น 1 ชิ้นและตุ้มหูเงินอีก 1 คู่ “ แล้วข้าต้องให้ใครชิ้นไหน”เขาถาม
“ เ้าเลือกเถอะ อยากให้ชิ้นไหนก็ให้ไป “ หนานข่ายลี่ตอบคำถามเรื่อยๆ โดยตายังมองของชิ้นอื่นๆต่อไป
“ หึ ของในห่อของเ้ามีตั้งมากเ้าเลือกส่งๆมาให้ข้ากับน้องสาวแบบนี้หรือ “ กู้หยุนเริ่มแซะ
“ อืม “ และหนานข่ายลี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ เ้าไม่ต้องห่วง ยังมีของนายท่านและนายหญิง ข้าจะนำไปมอบให้เอง ไม่รบกวนเ้าหรอก “เขายังตอบคำถามที่ไม่มีใครถามต่อไป มือก็เลือกของไปเรื่อยๆ
กู้หยุนเริ่มหมดความอดทนกับสหาย เสียงทุ้มต่ำตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ ก็แล้วแต่เ้าเถอะ! “
อาหารถูกทะยอยยกเข้ามาจำนวนมาก จนโต๊ะที่วางอยู่ไม่พอต้องนำโต๊ะด้านข้างมาวางเพิ่มเข้าไปอีกตัว
กู้หยุนเห็นอาหารแล้วรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาวันนี้ต่อให้เรียกบ่าวที่เดินล้อมหน้าล้อมหลังพวกเขามากินกันทั้งหมด ก็ไม่แน่ว่าจะกินกันหมดนี่ เขาพูดเสียงรอดไรฟันกับสหาย “ เ้าต้องกินให้หมดตามที่เ้าสั่งมา ไม่งั้นข้าจะให้เ้าจ่าย”
หนานข่ายลี่มองไปที่โต๊ะอาหาร เขากระแอมเบาๆ
“ เหล่าจาง เ้ามาเอาอาหารไปห่อให้ข้าทีข้าอยากกิน … นี่ .. นี่ … นี่ ...” เขาชี้มั่วไปหมด
“ห่อเสร็จแล้ว เ้าให้คนเอากลับไปที่เรือนข้าได้เลย“
“ คนที่เหลือมานั่งกินโต๊ะข้างๆนี่ “ เขาสั่งอย่างอารมณ์ดี
“ นี่.. นี่ข้าไปทำอะไรให้เ้ากันแน่เ้าไม่พอข้าเื่อะไรก็บอกมาตรงๆ คิดจะถลุงเงินเดือนนี้ของข้าจนหมดใช่หรือไม่”กู้หยุนเริ่มคิดอ่านและประเมินสถานการณ์ที่เขาเสียเปรียบอยู่ตอนนี้
“ ใช่ที่ไหน ข้าใจแคบเช่นนั้นเสียเมื่อไหร่”หนานข่ายลี่ตอบกลั้วเสียงหัวเราะเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็คีบปลาหิมะนึ่งบ๊วยเข้าปากไปด้วยเพราะมันออกเปรี้ยว ตาเขาเลยหยีเล็กน้อยก่อนกลืนลงไป
“ อื้ม..ปลาหิมะจานนี้อร่อยจนข้าแทบกลืนลิ้นเ้าลองดู “ หนานข่ายลี่เปลี่ยนเื่สนทนาและดันจานปลาไปข้างหน้ากู้หยุนโดยไม่สนใจท่าทีของสหายว่าจะกินหรือไม่กินอาหารที่เขาแนะนำ
“ เ้าบอกมาตรงๆว่า้าอะไรกันแน่ลากข้าออกมาจากบ้าน ต้องมีเื่อยากสนทนา ถลุงเงินเดือนนี้ของข้าจนหมด เพราะตั้งใจแกล้งข้าเ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้จักนิสัยของเ้า “ กู้หยุนตอบเสียงกรุ่นโกรธ
“ มีเื่ไม่พอใจเ้าอยู่บ้างจริงๆนั่นแหล่ะ”เขาเข้าเื่ได้ซะที หลังจากโอ้เอ้ไปมาค่อนวัน.. กู้หยุนคิด
“ เ้าไม่คิดว่าเ้าทำกับน้องสี่เกินไปหน่อยหรือ “หนานข่ายลี่พูดโดยไม่สบตาสหาย
เขารู้ว่าพูดเื่นี้อาจทำให้สหายของเขาไม่สบายใจหรือกระทั่งอาจพาลโกรธเขาไปเลย แต่
ก่อนเขาจากไป อย่างไรขอให้ได้พูดซักหน่อยอย่างน้อยเขาจะได้สบายใจที่ได้ทำอะไรเพื่อเซียนเซียนน้อยของเขาบ้าง
“ ของฝากที่ข้าซื้อ เ้าไม่ถามถึงน้องสาวคนเล็กเลยตอนเ้ากลับมา เ้าก็ไม่ถามหานาง นางหาใช่คนในบ้านเ้าหรือ “ หนายข่ายลี่บทจะพูดก็พูดต่อเนื่องเป็ชุดๆ
“ ข้าไม่ได้รังเกียจนาง และไม่เคยลืมน้องสี่เพียงแต่ปกตินางไม่ค่อยได้ออกมาจากเรือนหลัง “
เขารีบอธิบายเพิ่มทันที ไม่ใช่ว่าร้อนตัวแต่แค่อยากรักษาภาพลักษ์ที่ดีในสายตาสหายบ้านนอกของเขา
“ นางค่อนข้างโดดเดี่ยว เพราะท่านพ่อบอกว่า ดวงตกฟากนางออกจะขัดกับบ้านข้าและมันขัดกับการค้าของเขาอยู่บ้าง จึงไม่ได้ให้มาอยู่ที่เรือนหน้าเ้าก็รู้พวกเราคนค้าขาย ถึงไม่เชื่อเื่พวกนี้ แต่ป้องกันไว้ก่อนอย่างไรก็ไม่เสียหาย”
“ นายท่านบอกเ้าเช่นนี้? “ หนานข่ายลี่พยักหน้าทำทีเข้าใจ
กู้หยุนมองหน้าหนานข่ายลี่ แล้วกล่าวต่อ “ก็ไม่เชิง แท้จริงแล้วเป็ประสงค์ของท่านแม่มากกว่า นางก็จนใจเช่นกันทุกๆสองเดือนนางจะให้น้องสี่ไปสวดมนต์ไหว้พระ เผื่อสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้ ”
“ พวกเ้าเคยพิสูจน์แล้วหรือ “ หนานข่ายลี่ไม่หยุด ยังอุสาห์ถามจี้ไปเรื่อยๆ
“ ไม่เคย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นักพรตมาบ้านเขาบอกน้องสี่เป็อย่างที่หมอดูเคยว่าไว้จริงๆ ท่านพ่อท่านแม่ถึงได้ตัดใจไม่ให้นางมาวุ่นวายกับพวกข้าหรือมาที่เรือนหน้าบ่อยๆ“
กู้หยุนมองไปที่สหายซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาก่อนเอ่ยเสริมอีกประโยค
“แต่พวกข้าไม่เคยทอดทิ้งนาง แค่ให้นางอยู่อย่างสมถะ ตามที่นัดพรตและหมอดูแนะนำเท่านั้นอาหาร เสื้อผ้า ของใช้อื่นๆ ล้วนไม่เคยขาด “
หนานข่ายลี่เลิกคิ้ว เขาไม่เชื่อว่าสาเหตุที่ทอดทิ้งเด็กน้อยคนหนึ่งไว้หลังจวนจะมีแค่นี้แต่ในเมื่อเ้าบ้านอุสาห์มีใจอธิบายแล้ว เขาก็ไม่อยากจะซักถามต่ออีก
“ เ้าดูแลน้องให้มากหน่อย นางดูตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันมากเ้าคงไม่ได้ให้นางถือศีลกินเจวันละมื้อกระมัง “
หนานข่ายลี่พูดไปตามความคิดของเขา เขาคิดว่าเซียนเซียนตัวเล็กมากจริงๆ
“ อืม.. ไว้ข้าจะไปถามท่านแม่ดูปกติข้าไม่ค่อยอยู่ที่จวน ท่านแม่เป็คนดูแลทั้งหมด “
กู้หยุนกล่าวตอบ ก่อนยกชาข้างตัวขึ้นดื่ม เขาจะไปอธิบายเื่ในบ้านให้คนนอกฟังจนคอแห้งทำไมเื่นี้เขาตอบตัวเองไม่ได้เหมือนก้น
“ ยังไง เ้าไปเห็นอะไรมาหรือเ้าถึงคิดว่าพวกข้าดูแลนางไม่ดี “ กู้หยุนกลับมาเป็คนซักถามบ้าง
“ ก็ไม่เชิง” หนานข่ายลี่ขมวดคิ้ว ตอนนี้เขาลังเลจะตอบคำถามสหายจริงๆเพราะเขาไม่รู้เบื้องหน้าเื้ัอะไร
“ ไม่มีอะไรหรอก นางปกติดี เ้าไม่ต้องไปหารือนายหญิงหรอกข้าเองก็ไม่อยากเป็ตัวเ้ากี้เ้าการเื่ที่ไม่เกี่ยวกับข้า “ เขาตอบเสริมอีกประโยค
‘ ก็ที่เ้าทำอยู่นี่ไง เรียกว่ายุ่งไม่เข้าเื่’ กู้หยุนชำเลืองมองสหายก่อนค่อยๆพาเปลี่ยนบทสนทนาไปเื่อื่น
หลังจากเงียบกันไปซักพัก ได้ยินแต่เสียงตะเกียบกระทบจานข้าว
“ นางทำให้ข้านึกถึงน้องสาว นางจากข้าไปตอนอายุไล่ๆกับน้องสี่นี่หล่ะ”
กู้หยุนได้ยินเสียงที่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของสหายเขาเงยหน้าขึ้นมองทันที
“ หากนางยังอยู่ก็คงดี “ เสียงของหนานข่ายลี่สั่นเครือขณะที่เขาพูดประโยคนี้
“ ข้าเข้าใจแล้ว ไว้ข้าจะดูแลน้องสาวของข้าให้ดีไม่ต้องให้เ้ามาบีบน้ำตาเล่าความหลังกับข้าอีก เ้าพอใจหรือยัง “ ถึงเนื้อหาในประโยคของกู้หยุนจะฟังดูประชดประชัน แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้มีความล้อเล่นอยู่ในนั้น
หนานข่ายลี่ได้ฟังคำสัญญาจากปากสหาย เขาก็รีบพยักหน้ารับทันที
‘ เ้านี่ แท้จริงก็เป็คนดีเหมือนกัน ขนาดนิยายที่ข้าแต่งเขาก็ยังจะเชื่ออีก’
ถึงอย่างไรวันนี้ก็บรรลุตามเป้าหมายของเขาแล้วเขาคิดพร้อมยัดหัวหอมในมือที่บีบไว้แน่นเมื่อครู่เข้าไปในมือของเหล่าจางที่ยืนอยู่ด้านหลัง
‘แสบตาแทบตาย’ เขาคิดพร้อมเอาแขนเสื้อเช็ดขอบตาทำให้ดูเหมือนเขากำลังเสียใจอยู่จริงๆ
เหล่าจาง ‘นายน้อย ท่านทำอะไรไม่ไว้หน้านายท่านบ้างการแสดงของท่านดีกว่าพระเอกงิ้วในร้านนี้เสียอีก นับถือ ๆ ’
พวกเขาสนทนาเรื่อยเปื่อยไปจนตะวันตกดิน แล้วจึงขึ้นรถม้ากลับจวนพร้อมกันในยามซวี่(19.00-21.00 น.) แต่ก่อนกลับลับหลังกู้หยุนหนานข่ายลี่ยังแอบสั่งใบชาชั้นดีหลายชั่ง โดยบอกให้เถ้าแก่ลงบัญชีสหายไว้เป็การแก้เผ็ดแทนเซียนเซียนของเขาอีกรอบ
ตอนที่กลับมาถึงเรือนรับรองอย่างอารมณ์ดีหนานกงหลุนก็นั่งรอเขาอยู่ในห้องแล้ว
“ เ้าหายไปไหนมาทั้งวัน “ สิ้นคำถามหนานข่ายลี่ก็ชำเลืองมองไปทางเหล่าจาง
“ ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเหล่าจางรายงานท่านแล้วซะอีก “ เขาตอบทีเล่นทีจริง
“ ใช่ข้ารู้แล้ว ข้าแค่จะมาบอกเ้าว่า พรุ่งนี้ยามสายเราจะเดินทางกลับซานตงกัน เ้าเตรียมตัวเก็บข้าวของเสียแต่วันนี้เขาพูดจบก็มองดูบุตรชาย
“อืม ข้าทราบแล้วท่านพ่อ” นอกจากเสียงตอบกลับก็ไม่เห็นอาการคัดค้านใดๆจากบุตรชายอีก เขาลูบเคราด้วยความพอใจ ก่อนเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
คืนนั้นกว่าเหล่าจางจะเก็บข้าวของเสร็จก็ปาไปยามห้าย(21-23.00 น) ตอนที่กำลังจะหมุนตัวออกจากห้องเขาเห็นหนานข่ายลี่นั่งไขว่ห้างเอนตัวอยู่ที่เก้าอี้มุมห้อง ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งแต่ไม่มีทีท่าจะอ่านและไม่ได้เตรียมตัวจะเข้านอน
“ คุณชาย ท่านควรเข้านอนได้แล้ว “ เหล่าจางเตือน
หนานข่ายลี่เพียงหันมาพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเขาอีก เื่ที่เขาได้ยินมาในวันนี้ทำให้เขาค่อนข้างว้าวุ่นใจเขาไล่ปะติดปะต่อเื่ราวต่างๆที่กู้หยุนเล่าให้ฟังและสิ่งที่รับรู้มาตลอดใน่ที่อยู่ในจวนเขาอยากจะทำอะไรให้เซียนเซียนมากกว่านี้ แต่หากเดิมพันผิดพลาดอาจเป็การทำร้ายเซียนเซียนแทน
เขายิ้มหยันให้กับตัวเอง คงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้อย่างน้อยเขาหวังว่าพี่ชายของนางจะดูแลนางเพิ่มมากขึ้นอีกนิด
หนานข่ายลี่เดินไปเปิดหน้าต่างกว้างมองดูดาวบนฟ้าพร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ