ณ เรือนชั้นกลางของตระกูลหลิว เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นะเื สร้างความใให้กับบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่ไม่ห่าง หลิวฉางนั่งอยู่ที่กลางห้องด้วยสีหน้าแดงก่ำ แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความโกรธ
"ทำไม! ทำไมต้องเป็มัน!" เขาคำรามออกมาด้วยเสียงกร้าว "หวังหยาง! เ้ามันขัดขวางข้าได้ทุกครั้งไม่พอ ยังจะแย่งคุณหนูลี่หยาจากข้าอีก!"
หลิวฉางลุกขึ้นเดินพล่านไปมาอย่างกระวนกระวาย ภายในห้องกว้างที่มีแสงไฟอ่อน ๆ จากโคมแก้วส่องสว่าง ผนังห้องประดับด้วยภาพวาดูเาทิวทัศน์อันสวยงาม แต่ในสายตาของหลิวฉางตอนนี้ ภาพเ่าั้ไม่มีค่าอะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างมีเพียงความแค้นที่เดือดดาลอยู่ในใจ
"นายท่าน โปรดสงบสติอารมณ์ก่อนเถิด" เสียงเงียบสงบของกุนซือประจำตัวหลิวฉางดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายชราในชุดผ้าไหมสีเข้มเดินเข้ามาหา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด "ข้าเข้าใจว่า ท่านย่อมโกรธที่หวังหยางได้ลี่หยาไป แต่ท่านอย่าได้หลงอารมณ์จนเกินไป ยังมีหนทางอื่น"
หลิวฉางหยุดเดินแล้วหันมามองกุนซืออย่างหงุดหงิด "หนทางอื่น? ข้าไม่เห็นจะมีหนทางใดเลย ตอนนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็ของมันไปหมด ข้าเหลืออะไรอีก!"
กุนซือยิ้มบางพร้อมส่ายศีรษะ "นายท่าน หวังหยางหมกมุ่นในงานเสียจนไม่สนใจเื่หญิงใด รวมถึงลี่หยาด้วย ข้าเชื่อว่าหลังจากแต่งงานไป หวังหยางคงไม่เอาใจใส่ลี่หยา ท่านสามารถรอโอกาสนั้นเพื่อ่ชิงนางมาเป็ของท่านได้"
"หวังหยางมันเป็คนเช่นนั้นหรือ?" หลิวฉางกล่าวอย่างไม่เชื่อ
"ใช่แล้ว นายท่าน ข้าสืบมาว่าหวังหยางนั้นมุ่งมั่นแต่เื่งานขององค์รักษ์เสื้อแพร ไม่เคยเห็นเขาสนใจสตรีคนใดอย่างจริงจัง" กุนซือเอ่ยพร้อมพยักหน้า "ขอแค่รอเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างก็จะเข้าข้างเราเอง"
หลิวฉางยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปล่งประกายด้วยความตั้งใจ "เ้าเข้าใจถูกแล้ว หวังหยางมันบ้างานจนลืมดูแลลี่หยา ข้าจะใช้โอกาสนี้แย่งนางมา!"
กุนซือยิ้มรับ "แต่ท่านต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ห้ามให้มีข้อผิดพลาดซ้ำอีก"
คำว่า "ข้อผิดพลาด" ทำให้หลิวฉางหวนคิดถึงเื่ราวในอดีต ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเ็ปที่ไม่เคยเลือนลาง
หลิวฉางเคยเป็หนึ่งในองค์รักษ์เสื้อแพร ผู้ที่เคยมีอำนาจและความเคารพนับถือ แต่สุดท้ายกลับถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็ธรรม ในความคิดของเขา มันเป็เพราะหวังหยาง
หวังหยางผู้ซึ่งในขณะนั้นเป็เพียงองค์รักษ์ธรรมดา แต่กลับกลายเป็ผู้ที่ทำให้เขาต้องตกต่ำ หลิวฉางเชื่อว่าเหตุผลที่แท้จริงที่เขาถูกไล่ออกนั้นไม่ใช่เพราะความผิดพลาดที่เขากระทำ ไม่ใช่เพราะเขาชอบหนีงาน หรือเพราะความมักง่ายในการดื่มสุรา แต่เป็เพราะหวังหยาง หวังหยางเป็คนชักใยเื่ราวทั้งหมด หวังหยางเป็คนรายงานเ้านาย และหวังหยาง้าที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าองค์รักษ์แทนที่เขา
ความอิจฉานั้นจุดไฟในใจหลิวฉางให้ลุกโชนขึ้นทุกครั้งที่เขานึกถึงมัน
การที่หวังหยางขึ้นมาเป็หัวหน้าองค์รักษ์ในตอนนี้ ยิ่งทำให้หลิวฉางเกลียดชังเขามากขึ้นอีกหลายเท่า หวังหยางได้สิ่งที่เขาควรจะได้ ได้ตำแหน่งอำนาจ และยังได้ความรักจากลี่หยา หญิงสาวที่หลิวฉาง้ามาโดยตลอด
หลิวฉางจำได้ดีถึงวันที่เขาได้พบกับลี่หยาเป็ครั้งแรก นางช่างงดงามจนยากจะลืมเลือน ผิวพรรณขาวนวล ดวงตากลมโตเปล่งประกาย และท่วงท่าที่อ่อนช้อยทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน แต่สิ่งที่ทำให้หลิวฉางหลงใหลในตัวนางมากกว่าความงามภายนอกนั้น คือทรัพย์สมบัติของตระกูลหลี่
ลี่หยาเป็บุตรีเพียงคนเดียวของขุนนางผู้มั่งคั่ง ตระกูลของนางมีทรัพย์สมบัติมากมายที่สามารถพลิกชีวิตของหลิวฉางจากความตกต่ำให้กลับมามีอำนาจได้อีกครั้ง
ความ้าที่จะลี่หยาไม่ใช่เพียงแค่เพราะความงาม แต่เพราะสมบัติเ่าั้ต่างหากที่ทำให้หลิวฉาง้านาง เขาหลงใหลในตัวนางจนถึงขนาดที่วางแผนจะทำให้นางตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา หลิวฉางจดจำได้ดีถึงวันที่เขาได้วางแผนลักพาตัวนาง เขาเฝ้ารอโอกาสที่จะทำให้นางเป็ของเขา ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกกับเขา เมื่อหวังหยางปรากฏตัวขึ้นและขัดขวางแผนการณ์ของเขา
ในตอนนั้นเองที่หลิวฉางตระหนักได้ว่า หวังหยางไม่เพียงแต่ขัดขวางความสุขและความสำเร็จของเขาในอาชีพองค์รักษ์เท่านั้น แต่ยังขัดขวางไม่ให้เขาได้หญิงสาวที่เขา้าอีกด้วย ความแค้นนั้นฝังแน่นอยู่ในใจของหลิวฉางตลอดมา และทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าหวังหยาง หรือได้ยินชื่อของเขา ไฟแค้นในใจของหลิวฉางก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"อย่าห่วงเลย ข้าจะไม่ทำพลาดอีก" หลิวฉางกล่าวอย่างแน่วแน่ "ข้าจะทำให้หวังหยางพ่ายแพ้ และลี่หยาจะต้องเป็ของข้า ไม่ช้าก็เร็ว"
กุนซือพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายด้วยความเฉลียวฉลาด "ถ้าท่านตั้งใจเช่นนั้น ข้าก็จะคอยช่วยท่านในทุกย่างก้าว แผนการของเราต้องสำเร็จ"
หลิวฉางยิ้มร้าย ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายที่จะเห็นหวังหยางล้มเหลว เขากล่าวเบา ๆ แต่แฝงด้วยความมั่นใจ "หวังหยาง ข้าจะทำให้เ้าพ่ายแพ้ เ้าไม่มีวันได้คุณหนูลี่หยาไป ข้าสาบาน"