เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 41 เมื่อเราเหนื่อยล้าจงเดินเข้าป่า

    บทที่ 41
    เมื่อผมออกมาจากห้องน้ำ ผมเดินเข้าไปนั่งในห้องอาหารทันที ผมเห็นยัยไวโอเลตมาก่อนแล้ว ทันทีที่เธอเห็นผมเธอหลบหน้าผมทันที ผมสังเกตเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีของเธอ หึนึกว่าเป็นทอมบอยที่แท้ก็ ยังเป็นเด็กผู้หญิงสินะ แต่ขอโทษนะผมไม่ผิดเธอไม่ระวังตัวเอง ผมนั่งรอไม่นานลุงรอยด์ก็ลงมาพอดี
    “สวัสดีครับลุงรอยด์” ผมทุกทายลุง
    “สวัสดีคลาวด์ เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย แล้วหน้าไปโดนอะไรมาแดงๆ” ลุงรอยด์ถามผม ส่วนลูกสาวลุงไวโอเลตข้างๆหน้าแดงขึ้นมาทันที
    “ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีเลือดผมไหลเวียนดี เช้าๆหน้ามักเลยแดง” ผมโกหกออกไป
    “แล้วพี่หลุยส์ล่ะครับ” ผมถามหลังจากไม่เห็นพี่หลุยส์
    “ออกไปช่วยงานในเมืองแล้วน่ะ อ้อเมื่อเช้ามืดลุงฝากคนไปแจ้งพวกทหารที่จะออกไปล่าสัตว์ให้แล้วนะ” ลุงรอยด์บอกผม
    “ครับ” ผมพยักหน้า
    “เห็นว่าภารกิจล่าสัตว์ครั้งนี้ จะออกเดินทางหลายวัน แถมยังค้างคืนในป่าด้วย ยังอยากไปอยู่มั้ย” ลุงรอยด์ถามผม
    “ไปค่ะพ่อ” เป็นไวโอเลตที่ตอบออกมาด้วยความตื่นเต้น
    “พ่อไม่ได้ถามลูกนะ พ่อถามคลาวด์ต่างหาก” ลุงรอยด์ส่ายหน้าหลังจากเห็นท่าทีของลูกสาว ยัยลูกคนนี้ทำตัวไม่เหมือนเด็กผู้หญิงมากเข้าไปทุกวันๆ
    “แน่นอนครับผมไม่พลาดแน่” จากนั้นก็มีคนยกอาหารมาเสิร์ฟ เมื่อทานกันเสร็จ ไวโอเลตก็ให้ผมแยกย้ายไปเตรียมตัวก่อนจะลงมาเจอกันหน้าบ้าน
    หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ไวโอเลตก็พาผมไปพบพวกทหารตามสัญญา เธอพาผมมาที่นอกเมืองซึ่งมีพวกทหารรออยู่แล้ว ผมเห็นมีทหารจากเมืองผมอยู่ 2-3 คนด้วย
    “อ้าวนายน้อยมาด้วยหรอครับ” ทหารจากเมืองผมทักทาย
    “อ่าใช่แล้วพอดีอยากเห็นน่ะ” ผมพยักหน้า
    “ฮ่าๆ พวกผมก็เหมือนกันครับ เมื่อคืนคุยกับพวกทหารในเมืองเลยขอตามมาด้วย” ทหารจากเมืองผมบอก
    “ไปกันได้แล้วเจ้าโจรลามก” ยัยไวโอเลตมาตามผม
    “โจรลามก!!” ทหารจากเมืองผมที่ได้ยินอุทานขึ้นมา
    “ไม่มีอะไรหรอก” ผมส่ายหน้าก่อนจะเดินตามยัยไวโอเลตออกไป
    จากนั้นพวกทหารก็เรียกพวกเราประชุมเพื่อบอกแผนการของการล่าสัตว์ครั้งนี้
    “เอาภารกิจครั้งนี้ของพวกเราจะเข้าไปในป่าลึกมากกว่าเดิม เพราะป่ารอบนอกสัตว์ป่าเริ่มน้อยลงแล้ว เราจะใช้เวลาในภารกิจครั้งนี้ 3 วัน” ทหารบอกถึงระยะเวลาของภารกิจที่ใช้ในครั้งนี้
    ผมพยักหน้ารับทราบก่อนจะสำรวจสัมภาระตัวเองอีกครั้ง ที่ผมพกไปมีเพียงเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน เครื่องปรุงนิดหน่อยและก็ ดาบคู่ของผม ส่วนไวโอเลต ผมก็เห็นเพียงแค่พวกเสื้อผ้าและก็แส้ของเธอ
    พวกเราออกเดินทางเข้าไปในป่าลึกบริเวณพื้นที่โล่งผมเห็นชาวบ้านเริ่มตอกเสาทำเป็นรั้วอะไรสักอย่าง
    “นี่ยัยบ้า ชาวบ้านพวกนั้นกำลังทำอะไรอยู่หรอ” เธอหันมามองผมก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง
    เฮ้อก็ได้ๆ ผมผิดเองผมโตแล้วไม่อยากทะเลาะกับเด็กหรอกนะ ต้องขอโทษสินะ
    “นี่ไวโอเลต เมื่อเช้าผมขอโทษเราดีกันเถอะนะแล้วก็เรียกผมว่าโจรลามกด้วย” ผมยื่นนิ้วก้อยออกไป
    “หึ ก็ยังดีถือว่าเป็นลูกผู้ชาย จะยกโทษให้ก็ได้” เธอหันมามองผมก่อนจะมองมือที่ผมยื่นนิ้วก้อยไปให้
    “แล้วจะยื่นมือมาทำไม??” เธอถามผม อ่าสงสัยที่นี่ไม่มีประเพณีเกี่ยวก้อยคืนดี
    “ก็แถวบ้านผมเวลาเพื่อนโกรธกันก็จะเกี่ยวก้อยขอคืนดีกันยังไงเล่า” ผมบอกไป
    “พะ พะ เพื่อนหรอ” เธอมองผมตาโต ก่อนจะค่อยๆยื่นมือมาเกี่ยวก้อยกับผม
    “เห็นแก่ว่าเรียกเราว่าเพื่อนหรอกนะ จะยกโทษให้ก็ได้” เธอพูดก่อนจะหันหน้าหนีผมไป
    “แล้วที่ผมถามล่ะชาวบ้านพวกนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่” ผมถามอีกครั้ง
    “พวกชาวบ้านกำลังล้อมรั้วใหม่อยู่” เธอบอกผม
    “ล้อมรั้วใหม่” ผมเอียงคอสงสัย
    “ใช่แล้วล้อมรั้วใหม่สำหรับสร้างฟาร์มขึ้นมาใหม่เพราะ ฟาร์มจุดเดิมมันกลายเป็นทะเลสาบไปแล้ว” เธออธิบาย
    “แล้วเมืองเธอปกติล่าสัตว์เอามาทำอะไรกันบ้างล่ะ” ผมถามเธอเพราะบนโลกเก่าผม พวกล่าสัตว์ป่ามักนิยมแค่สนุกเท่านั้น พวกนั้นมักชอบลักลอบเข้าไปป่าสงวนเพื่อล่าสัตว์คล้ายกับเป็นกีฬาหรือสะสมซากสัตว์ต่างๆเพื่อประดับบารมี ซึ่งผมเห็นข่าวเป็นประจำ แต่พวกนั้นก็มักจะไม่ติดคุกหรอกนะ เพราะอะไรน่ะหรอพวกคุณคงรู้ๆกันอยู่ (อย่าปิดนิยายผมนะ เค้าแค่พูดความจริง)
    “ปกติเมืองของเราก็ล่าพวกสัตว์ป่ามาเป็นแม่พันธุ์ ไม่นิยมเอามาทานกันเลยหรอกนะ แต่ช่วงนี้มันจำเป็นเพราะอาหารขาดแคลนเป็นอย่างมาก ถ้าเราจับมันมาเป็นแม่พันธุ์ได้มากๆ ปีต่อๆไป เราก็จะปล่อยเข้าป่าส่วนหนึ่ง ทานเองส่วนหนึ่งและก็ขายอีกส่วนหนึ่งโดยทำแบบนี้หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แต่ปีนี้เราเกิดภัยพิบัติเลยต้องล่ามันนำมาเป็นอาหารส่วนลูกๆพวกมันก็นำมาเลี้ยงจนกว่าจะโต” ผมพยักหน้าเข้าใจ
    ไวโอเลตชวนผมไปเดินด้านหน้าของขบวน ผมปฏิเสธไปเพราะอยากเดินอยู่ด้านหลัง จะได้เดินทอดน่องสำรวจป่าไปด้วย เมื่อเธอเห็นผมไม่ไป เธอเลยตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนผม
    พวกเราเดินทางกันมาเกือบครึ่งวันทางด้านหน้าก็สั่งหยุดขบวนลงเพื่อตั้งแคมป์ทานอาหารเที่ยงกัน ตลอดการเดินทางพวกเราไม่ค่อยเจอสัตว์ป่ามากนักเจอเพียงหมูป่าเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งพวกทหารด้านหน้าเองก็จัดการอย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวันของพวกเรา
    “เอาล่ะเรามาแล่หมูตัวนี้กันเถอะ” ทหารนายนั้นค่อยๆแล่หมูออกเป็นส่วนๆ ผมเห็นเค้าแล่ ส่วนซี่โครงออกมาทำท่าเหมือนจะทิ้ง
    “เดี๋ยวก่อนครับ จะทิ้งซี่โครงนี่หรอครับ” ผมเข้าไปถาม
    “ก็มันมีแต่กระดูกนี่นา ปกติไม่มีคนทานกันหรอก” ทหารนายนั้นตอบผมส่ายหน้าเลย ดูเหมือนทหารพวกนี้จะทำอาหารไม่ค่อยเก่งเท่าไรนะ
    “งั้นผมขอเนื้อซี่โครงนี่นะครับ เดี๋ยวผมจะนำไปปรุงเอง” ผมขอซี่โครงหมูป่ามา
    “นายน้อยจะลงมือเองหรอครับ” ทหารของเมืองผมเห็นผมหิ้วซี่โครงมา จึงเดินเข้ามาลุมล้อมผม ส่วนไวโอเลตก็เดินเข้ามาดูด้วยความสนใจ
    “ใช่แล้วจะทำซี่โครงหมูป่าย่างน่ะรับรองอร่อยแน่นอน” ผมบอกพวกนั้นไป
    “ผมจะรอทานฝีมือนายน้อย ผมยังคิดถึงรสชาติฝีมือนายน้อยตอนฝึกอยู่เลย” พวกทหารของผมเริ่มน้ำลายไหล
    “นายทำอาหารเป็นด้วยหรอ” ไวโอเลตถามผม
    “แน่นอนผมชอบทำอาหารทานเองมากเลยล่ะ” ผมพยักหน้า
    “จะรอชิมแล้วกัน” เธอบอกผมจากนั้นก็เดินไปดูกลุ่มอื่นๆที่กำลังทำอาหารกันอยู่
    “นายน้อยมีอะไรให้พวกเราช่วยมั้ยครับ” พวกทหารถามผม
    “ถ้าอย่างงั้นช่วยแยกกันไปหาไม้มาไว้ก่อไฟ และก็หาไม้ยาวๆ มาทำเสาทั้งสองด้านแบบนี้ และก็เอาไม้ไว้หนีบหมูแบบนี้ ทีครับ” ผมทำมือให้ดู ก็นะผมจะย่างมันแบบบาบีคิวหมุน
    “อ้อแล้วก็เมือกี้ทางที่เราเดินผ่านมาผมเห็นรังผึ้งด้วย ผมรบกวนไปเก็บรังผึ้งพวกนั้นหน่อยนะครับ อย่าลืมตอนฝึกนะครับว่ามันเก็บยังไง” ผมบอกไป
    “ไม่ลืมแน่นอนนายน้อย ตอนที่ฝึกนั้นผมยังจำได้ดี หนีพวกผึ้งแทบไม่ทัน” จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป
    ส่วนผมก็เตรียมเครื่องปรุงต่างๆ ที่พกมาด้วย ผมหยิบซี่อิ้ว พริกไทยและน้ำตาลออกมา ก่อนจะค่อยๆแล่เอาส่วนมันหมูออกมาจากซี่โครง และแต่งเนื้อให้สวยงามไม่นานพวกทหารที่แยกย้ายออกไปก็กลับมา คนอื่นๆในขบวนเดินทางดูเหมือนจะไม่สนใจเท่าไรเพราะกำลังยุ่งกับการเตรียมอาหารเที่ยงของตัวเอง
    “ก่อไฟเลย ส่วนไม้ที่เก็บมา ผมอยากได้เสาสองท่อน และก็อีกสองท่อนช่วยเหลามันให้เล็กๆแบบนี้” ผมกะขนาดให้ดูก่อนทหารที่นำไม้มาจะนั่งเหลามัน
    เมื่อผมเห็นก่อไฟเสร็จแล้วผมวางหินรอบๆกองไว้เพื่อเป็นฐานตั้งกระทะทันที จากนั้นผมวางกระทะลงไป เมื่อกระทะร้อนได้ที่ผมใส่มันหมูที่บรรจงแล่ออกมาทันที ผมค่อยๆเจียวมันหมูพวกนั้นเพื่อเอาน้ำมันทันที
    ส่วนไวโอเลตตอนนี้เดินมานั่งดูตรงข้ามกับผมแล้ว ดูเหมือนเธอจะสนใจวิธีที่ผมทำอาหารมากๆ เพราะผมสังเกตเห็นทหารคนอื่นๆในขบวนทำอาหารกันเพียงแค่ย่าง และเอามันไปผัดในกระทะเท่านั้น โรยเครื่องปรุงที่ผมนำมาที่เมืองนี้ด้วยนิดหน่อย อืมดูเหมือนเครื่องปรุงจะแจกไปทั่วเหมือนกันนะ ไม่ใช่เพียงแค่พวกชาวบ้าน
    เมื่อน้ำมันในกระทะได้มากเพียงพอที่ผมต้องการแล้วผมตัก กากหมูออกมาทันที ผมเห็นไวโอเลตจ้องผมอยู่
    “ลองทานดูมั้ยกากหมูพวกนี้ทานเล่นได้ แต่ระวังร้อนล่ะ” ผมยื่นให้เธอ
    “ขอบใจ” จากนั้นเธอก็เอากากหมูเข้าปากไปผมเห็นเธอทำตาโตจากนั้นก็เข้ามาหยิบกากหมูจากผมไปจนหมด
    ผมยกกระทะออกมา พวกทหารที่ผมให้ทำเสาสำหรับไว้ย่างหมูป่าก็ทำเสร็จผมจัดแจงให้ปักไว้ข้างๆกองไฟ
    ผมหยิบน้ำตาลมะพร้าวใส่ลงไปในน้ำมันหมูที่เจียวไว้ เนื่องจากมันยังร้อนจึงทำให้น้ำตาลละลายได้โดยง่าย เมื่อน้ำตาลละลายผมใส่ซีอิ้วลงไปทันที ผมใส่เครื่องปรุงไปชิมไป เมื่อเห็นว่าได้ที่ ผมก็ใส่พริกไทยตามลงไปอีก
    “ไวโอเลตหยิบรังผึ้งตรงนั้นมาให้หน่อยสิ” ผมชี้ไปตรงรังผึ้งที่ทหารของผมไปเก็บมาให้ เธอหยิบมาให้ผมก่อนจะแอบชิมมัน
    “หวาน!!” เธอยิ้มแป้นหลังจากได้ชิมลงไป
    “เอาไว้ทานหลังผมจะเอามาใช้ทำอาหารเดี๋ยวมันไม่พอ” ผมบอกเธอทำหน้าเสียดาย
    “นายน้อยไม้ที่ให้เหลาได้แล้วครับ” ทหารคนที่ผมรบกวนให้เหลาไม้ให้ยื่นมันมาให้ผม
    “อืมขนาดกำลังดีเลย” จากนั้นผมเอาไม้ที่เหลาแล้วมาประกบทั้งสองด้านของหมู และก็ค่อยๆผูกเชือกให้แน่นที่ปลายแต่ละด้าน
    “ไวโอเลต ช่วยยกไปวางไว้บนเสาไม้ตรงนั้นที” ผมบอกเธอจากนั้นพวกเราก็ช่วยกันยกไปวางเหนือกองไฟ
    “พวกนายมานี่สองคน ตรงนี้ช่วยผมหน่อย” ผมบอกทหารของผมให้มาช่วยยืนกันคนละฝั่งของซี่โครงหมูป่า
    “ให้พวกเราทำอะไรครับ” ทหารพวกนั้นถาม
    “คอยยกหมูพลิกไปพลิกมาหลังจากผมทาซอสพวกนี้ลงไปแบบนี้” ผมทำให้ดู
    ผมค่อยๆทาน้ำผึ้งลงไปบนเนื้อหมู จากนั้นพวกทหารก็พลิกหมูไปอีกด้าน ผมก็ทาลงอีกด้านเช่นกัน เมื่อน้ำผึ้งเริ่มแห้งผมก็ทาซอสที่ผสมไว้ ทาทับไปอีกที ผมทำสลับไปเรื่อยๆระหว่างน้ำผึ้งกับซอส
    ซี่ !!!!! เสียงน้ำมันจากซี่โครงหมูหยดลงไปบนกองไฟ กลิ่นเริ่มหอมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดูเหมือนทุกคนจะให้ความสนใจกับมันแล้ว
    “นั่นมันอะไรกันหอมมาก” ทหารในขบวนนายหนึ่งพูดออกมา
    “อึก !! นั่นสิข้าพึ่งทานหมูไปเมื่อกี้ ทั้งๆที่น่าจะอิ่มแล้วแต่ทำไมข้ารู้สึกว่าข้าสามารถทานมันได้อีกกันล่ะ” อีกคนนึงก็พูดออกมาเช่นกัน
    “นายคลาวด์มันทานได้ยัง” ไวโอเลตถามผมตอนนี้เธอนั่งอยู่แถวหน้าของเวทีเลยล่ะ หน้าเธอแทบจะจมเข้าไปในกองไฟแล้ว
    “รอก่อนสิอีกไม่นานก็สุกแล้ว” ผมบอกเธอ
    ส่วนพวกทหารของผมที่ช่วยพลิกหมูอยู่ก็รออย่างใจจดใจจ่อผมสังเกตเห็นน้ำลายพวกเค้าเช็ดน้ำลายตัวเองกันหลายรอบแล้ว ผมลองเอามีดจิ้มๆเนื้อซี่โครงหมูป่าดู เมื่อเห็นว่ามันได้ที่แล้วจากแรงสะท้อนของเนื้อเวลาจิ้มมีดลงไปผมก็หยุดทาซอสทันที
    “เอาล่ะได้ที่แล้วยกลงเลย” ผมบอกพวกทหารของผม ก่อนพวกเค้าจะค่อยๆยกลงมาวางไว้บนใบไม้ที่มีคนเตรียมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
    ผมค่อยๆเอามีดกรีดลงไปตามแนวซี่โครงจนได้เนื้อออกมาหนึ่งชิ้น
    “อืมกลิ่นหอมดีจริงๆ” ผมค่อยๆกัดลงไปอืมรสชาติหวานเค็มกำลังดี รสชาติหวานกลมกล่อมจากน้ำผึ้งและน้ำตาลมะพร้าวแถมมีกลิ่นหอมที่ได้จากซีอิ้วหมัก และกลิ่นไหม้ๆของน้ำผึ้งเมื่อโดนไฟร้อน หมูก็สุกแบบมีเดี้ยม สุดยอด
    “นายคลาวด์เอามาให้เรามั่งสิ” ไวโอเลตส่งเสียงทักท้วงออกมาจนผมรู้สึกตัว
    “อ๊ะโทดที” จากนั้นผมก็ตัดแบ่งให้ไวโอเลตและพวกทหารของผมทั้ง 3 นาย
    “อร่อยมากฝีมือนายน้อยไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ” ทหารนายหนึ่งบอก
    “ง่ำ ง่ำ ง่ำ ง่ำ” ส่วนอีกคนก็ทานลูกเดียวสงสัยกลัวคนมาแย่ง
    “นี่ล่ะที่ข้าฝันถึงมาตลอด อ้าทำไมนายน้อยต้องเกิดเป็นเด็กผู้ชายด้วยนะ ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงข้าจะไปขอท่านเอริกมาเป็นภรรยาข้าแล้ว” อีกนายหนึ่งพึมพำออกมา
    “คลาวด์นายทำอาหารเก่งจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลย” ไวโอเลตชมผมออกมา
    “ก็ผมบอกแล้วผมชอบทำอาหารทานเอง” จากนั้นพวกเราก็ทานกันไปอีกหลายชิ้นแต่จู่ๆก็มีเสียงทักผมมาจากด้านหลัง
    “เอ่อขอโทษครับผมขอทานด้วยได้มั้ย” เสียงทหารที่ผมขอซี่โครงหมูป่าเรียกผมนั่นเอง
    “เอาเลยครับมันมีตั้งเยอะแยะ พวกเราคงทานกันไม่หมดหรอก” ผมแบ่งให้เค้าไปแน่นอนซี่โครงมันมีเยอะมากหลายกิโลเลยทีเดียว
    “พวกเราขอด้วย” เมื่อผมเอาซี่โครงให้ทหารนายนั้นไปหลายๆเสียงก็เข้ามาขอกัน
    เที่ยงนั้นพวกเราทานซี่โครงหมู่ป่าย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่งออกเดินทาง ดูเหมือนผมจะได้หน้าที่พ่อครัวประจำการเดินทางครั้งนี้มาอย่างไม่เต็มใจซะแล้วเพราะจากที่ได้ยิน หลายๆคนคุยกันดูเหมือนจะยกหน้าที่มื้อเย็นให้ผมเป็นคนทำแล้ว
    จบ...
    ปล. ไม่ค้างกันนะ รีดเดอร์ทุกๆท่านอย่าพึ่งเกลียดไวโอเลตกันเลย SHE แค่ไม่ค่อยมีเพื่อน แถมมีแค่พ่อและพี่ชายเท่านั้น รายละเอียดอื่นๆของ SHE ไว้ค่อยติดตามในตอนต่อๆไปนะ

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน