เฉินโจวเองก็กังวลใจเรื่องสอบไฟนอลครั้งนี้อยู่เหมือนกัน เพราะงานที่มีเข้ามาทำให้เขามีเวลาอ่านหนังสือได้น้อยลง แต่เขาก็ไม่ได้ใช้จุดนี้เป็นข้ออ้าง ถึงเวลาที่ต้องใช้เม็ดยาตื่นตัวแล้วสินะ ก็ดีเหมือนกัน ตอนที่เขาได้ยาตัวนี้มาใหม่ ๆ ก็คิดจะใช้ในช่วงเวลานี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ดีเลย จะได้พิสูจน์ว่ายาตัวนี้ของระบบไม่ใช่ของขี้โม้อะไร แต่ใช้ได้จริง ยาตัวนี้กินแล้วพิสูจน์ง่ายกว่าเม็ดยาส่วนสูงเพิ่มได้ตั้งเยอะ ถ้ากินไปแล้วเขาสามารถอยู่ได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่ง่วงหรือมีผลกระทบอะไรกับร่างกาย หลังจากผ่านไปยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็ถือว่ายาตัวนี้เป็นของจริง ระบบไม่ได้อุปโลกน์ขึ้นมาเอง
จากนั้นเฉินโจวก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับ แน่นอนว่าตอนนี้เหลือเขากับจื่อซวานหมิงกันสองคนตามเดิม คุยเรื่องราวทั่วไปกันจนได้เวลา เขาก็พาเธอเดินส่งขึ้นรถกลับบ้านไปตามปกติ
ตอนนี้มันควรได้เวลาที่เขาจะไปห้องพักใหม่ได้แล้ว โชคดีที่เขามีข้าวของในห้องพักเก่าไม่เยอะอะไร ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าซะเยอะ ดังนั้นจึงขนย้ายมาห้องพักใหม่ได้ไม่มีปัญหามากนัก
เมื่อมาถึงที่เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับของตึก เฉินโจวติดต่อไปว่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว จะมาขอเข้าพักในวันนี้ พนักงานต้อนรับขอบัตรประชาชนของเขากับใบสัญญาเช่าอย่างสุภาพ เมื่อพนักงานตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็ให้บัตรคีย์การ์ดในการแตะหน้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่เขาได้เช่าไว้ นอกจากนี้บัตรคีย์การ์ดตัวนี้ยังใช้แตะเข้าห้องของเขาได้อีกด้วย
เมื่อแตะบัตรคีย์การ์ดหน้าลิฟต์และขึ้นไปที่ชั้นของเขาแล้ว เฉินโจวก็ค่อย ๆ เดินหาหมายเลขห้องที่เขาได้เช่าไว้ เมื่อเจอแล้วก็เอาบัตรคีย์การ์ดแตะที่เครื่องหน้าประตูห้องพัก เมื่อยืนยันอะไรเสร็จแล้ว เฉินโจวก็ได้เข้ามาในห้องที่เขาได้เช่าอีกครั้ง
ห้องเช่านี้มีพื้นที่ 28 ตารางเมตร พร้อมตู้ เตียง และแอร์ไว้ในห้องให้เรียบร้อย หลังจากที่เขามาดูห้องครั้งแรกพร้อมหลิวจื้อเมิง แต่ครั้งนี้เขามาคนเดียวและจะเข้ามานอนพักในคืนนี้แล้วด้วย
เมื่อมาถึงห้อง เฉินโจวก็เดินสำรวจห้องอีกครั้ง ทุกอย่างยังไม่มีปัญหาตามที่เขาตรวจสอบครั้งแรก จุดที่เฉินโจวหยุดดูนานที่สุดคือเตียงนอนของห้องเช่านี้ อากาศภายในห้องยังคงถ่ายเทดีเหมือนครั้งแรก เขามีความสนใจอยากจะเอาน้ำยาปรับอากาศแบบเดียวกับที่ห้องทำงานมาใช้กับห้องนี้ด้วยเหมือนกัน เอาละ ตอนนี้ได้เวลาที่ต้องปฏิบัติภารกิจที่จื่อซวานหมิงมอบหมายให้กับเขาแล้ว
เฉินโจวเดินถ่ายรูปทั่วบริเวณห้องของเขา เขาต้องคัดรูปที่ดูสวยและมุมดี ๆ หน่อยไปให้จื่อซวานหมิงดู หลังจากถ่ายเสร็จแล้วก็ได้เวลาคัดรูปที่ถ่ายมาอย่างรอบคอบ จากนั้นเฉินโจวก็กดส่งรูปไปทางแอปแชทโอมที่ไอดีของเธอ
หลังจากส่งไปได้สักพัก จื่อซวานหมิงก็ตอบข้อความกลับมาว่า “เป็นห้องที่ดีมาก ขอให้อยู่อย่างปลอดภัยไม่เจอกับเรื่องอะไรที่ไม่ดีนะ” และทิ้งท้ายว่า ถ้าเจอเรื่องอะไรไม่ดีให้เล่าให้เธอฟังด้วย ถ้าเธอช่วยได้จะพยายามช่วยให้ได้แน่นอน หรือต่อให้เธอเองจะช่วยไม่ได้ ก็จะหาทางให้คนที่รู้จักมาช่วยเหลือเฉินโจว
เฉินโจวที่เห็นข้อความของจื่อซวานหมิงที่มีแต่ความห่วงใยและพร้อมที่จะช่วยเหลือตัวเขา ถึงแม้เธอทำไม่ได้ก็จะหาคนอื่นมาช่วยเขา เห็นข้อความนี้แล้วน้ำตาของเขาก็เกือบจะไหลออกมา เธอเป็นผู้หญิงคนที่สามที่เป็นห่วงเป็นใยเขาจากใจจริง เฉินโจวมั่นใจมากว่าเธอพิมพ์ข้อความออกมาด้วยความอยากจะช่วยเขาด้วยใจจริงหากเขามีปัญหาอะไรขึ้นมา
เฉินโจวตอบข้อความกลับไปว่าเขาซึ้งใจมากกับคำสัญญาของเธอและความห่วงใยที่เธอมีให้กับเขา เขายังพิมพ์บอกไปด้วยว่า “ถ้าจื่อซวานหมิงมีปัญหาอะไรก็ต้องเอามาปรึกษากับเขาด้วยเหมือนกัน และเขาจะพยายามช่วยเหลือเธอให้ได้ หรือต่อให้เขาจะช่วยเธอไม่ได้ เขาก็จะหาคนอื่นมาช่วยเหลือให้ได้อยู่ดี”
หลังจากพูดคุยสัญญากันไปมาของทั้งสองฝ่าย ก็ร่ำลากันอีกครั้งในข้อความแชท คืนนี้เฉินโจวนอนหลับสบายดีเหลือเกิน
ในวันรุ่งขึ้น ช่วงประชุมงาน เฉินโจวประกาศบอกกับทุกคนว่าจะหยุดเรื่องงานไปก่อนชั่วคราว วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายเพื่อให้ทุกคนได้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการสอบไฟนอลครั้งนี้ แต่ถ้าใครยังห่วงเรื่องงานอยู่ก็สามารถติดตามต่อได้ไม่มีปัญหา เฉินโจวขอให้ทุกคนแบ่งเวลาให้ดีด้วย
ทุกคนพยักหน้าส่งเสียงรับปาก ดังนั้นการพูดคุยเรื่องงานครั้งนี้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนพักเพื่อเตรียมตัวสอบไฟนอลของแต่ละคน หลังจากสอบเสร็จเฉินโจวจะให้ทุกคนพักสมองไปสามวันก่อนจะกลับเข้ามาทำงานใหม่อีกครั้ง
หลังจากสรุปตัวงานที่ต้องทำและชะลอในช่วงสอบไฟนอล เมื่อรายงานและสรุปเสร็จก็ได้เวลาแยกย้ายให้ทุกคนไปเตรียมตัวสอบ เขากับจื่อซวานหมิงยังคงมีเรื่องมาพูดคุยกันเช่นเคย เมื่อได้เวลาก็พาเธอไปส่งที่รถแล้วร่ำลากับเธอ
เฉินโจวที่อยากจะรีบกลับไปเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ ก็คิดว่าจะเดินกลับไปที่ห้องพักใหม่เลย ตัวเขาเองเดินทางด้วยความระมัดระวังตามเดิม แม้จะเปลี่ยนเส้นทางใหม่ และใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่าเดิม แต่เขาก็ไม่ประมาท ป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนยังไงก็ดีที่สุด ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ห้าคนนั้นตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง ถ้าหายไปเลยได้ก็ยิ่งดี
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เฉินโจวหยิบเม็ดยาตื่นตัวมา เขาหวังว่าเวลาที่เขากินเข้าไปจะไม่มีอาการไฟเผาในร่างกายเหมือนตอนที่กินเม็ดยาส่วนสูงเพิ่มได้ เขายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร กินไปเถอะ
หลังจากกลืนเม็ดยาลงไป ร่างกายของเฉินโจวรู้สึกถึงสายลมที่พัดผ่าน รู้สึกเย็นสบายมาก ช่างเป็นความรู้สึกที่ต่างจากตอนกินเม็ดยาส่วนสูงเพิ่มได้โดยสิ้นเชิง
"ลองดูผลของยาหน่อยสิ ว่าจะเป็นของจริงไหม" เฉินโจวคิดในใจ ก่อนที่เขาจะได้เริ่มอ่านหนังสือ ก็มีสายโทรเข้ามา เป็นจื่อหาวหมิง โทรมา มีเรื่องด่วนอะไรกันนะ? แต่ไม่เป็นไร เขาคิดว่าจะรับสายก่อน
“สวัสดีครับ ประธานเฉิน ผมจื่อหาวหมิงครับ ผมไม่ได้รบกวนเวลาของประธานเฉินใช่ไหมครับตอนนี้?” จื่อหาวหมิงถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
เฉินโจวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “ไม่รบกวนครับ ถ้าคุณจื่อหาวหมิงโทรหาผมตอนนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนอะไรบางอย่าง ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไรครับ?”
จื่อหาวหมิงตอบกลับด้วยเสียงสุภาพว่า “คือแบบนี้ครับ ประธานเฉิน ทางผม... ไม่สิ ทางบริษัทเปาเติ้ง อยากขอทำสัญญาเพิ่มเติมครับ คือที่เราทำไปก่อนหน้านี้เป็นการจัดจำหน่ายภายในประเทศ
แต่ตอนนี้ก็มีทางต่างประเทศที่เอาบอร์ดเกมไปเล่นแล้วรู้สึกชอบมาก และอยากให้เราทำเป็นเวอร์ชั่นภาษานั้น ๆ เพื่อจัดจำหน่ายด้วย ดังนั้นผมเลยอยากมาพูดคุยเกี่ยวกับสัญญาการจัดจำหน่ายบอร์ดเกมนี้ในเวอร์ชั่นต่างประเทศ ไม่ทราบว่าทางประธานเฉินคิดยังไงครับ?”
เมื่อเฉินโจวได้ฟังก็คิดว่า นี่มันดีมากเลยนะ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกทาง การนำบอร์ดเกมนี้ไปขายลิขสิทธิ์ให้ต่างประเทศสามารถเพิ่มยอดขายทั้งจากลิขสิทธิ์และยอดขายจากส่วนแบ่งการขายได้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องดีที่เขาเองลืมคิดไป คิดได้ดังนี้ เฉินโจวก็ตอบกลับไปว่า
“คุณจื่อหาวหมิง ทางผมเองก็เห็นด้วยที่จะให้มีการขายลิขสิทธิ์เพื่อให้บอร์ดเกมตัวนี้ไปขายที่ต่างประเทศได้ แต่ผลประโยชน์ที่ทางบริษัทของผมจะได้รับ เราคงต้องนั่งคุยกันนานหน่อยนะครับ”
จื่อหาวหมิงที่ได้ฟังคำตอบของเฉินโจวก็อารมณ์ดีขึ้นมา
“แน่นอนครับประธานเฉิน เรื่องนี้ทางเราทั้งสองฝ่ายยังต้องมาพูดคุยตกลงกันอีกมากเลยทีเดียว เอาแบบนี้ครับประธานเฉิน วันจันทร์ที่จะถึงนี้ ตัวผมเองและทีมงานฝ่ายขายจะเข้าไปพูดคุยเรื่องนี้ที่ห้องทำงานของประธานเฉิน ไม่ทราบว่าในวันนั้นประธานเฉินพอจะมีเวลาว่างไหมครับ”
เฉินโจวคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะตอบกลับไปว่า
“ไม่มีปัญหาครับ คุณจื่อหาวหมิงและทีมงานสามารถมาคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันจันทร์ที่ถึงนี้ได้เลยครับ”
จื่อหาวหมิงได้ยินคำตอบก็หัวเราะเบา ๆ ออกมาและกล่าวขอบคุณเฉินโจว เฉินโจวก็ตอบขอบคุณกลับไปเช่นกัน และนัดแนะกันว่าจะเป็นวันจันทร์ช่วงบ่ายโมงตรง จะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นก็วางสายไป
หลังจากคุยจบ เฉินโจวถอนหายใจยาวออกมา เรื่องดี ๆ แบบนี้ทำไมเพิ่งมาตอนที่เขาพึ่งจะสั่งพักงานให้ทุกคนได้มีเวลาเตรียมสอบกันนะ? เอาไงดี โอกาสดีแบบนี้เขาก็ไม่อยากปฏิเสธหรือเลื่อนคุยออกไปก่อน... งั้นลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาในช่องแชทกลุ่มงานก่อนก็แล้วกัน