‘หลินเฉียง! ถ้าทำงานออกมาได้แค่นี้ก็ลาออกแล้วกลับไปทำนาที่บ้านนอกเถอะ’
‘วุฒิการศึกษาที่ได้มานายซื้อมันมาหรือไง แค่คำง่ายๆ ก็ยังเขียนผิด ดูซิ...ไปเขียนตำแหน่งลูกค้าจากเ้าหน้าที่เป็เ้าหนี้ ลูกค้าโทรด่าฉันจนหูฉันจะพังแล้ว’
‘ฉันจ่ายเงินค่าจ้างให้นายตั้งแปดพันหยวน แต่ดูผลงานของนายสิ ให้ห้าพันหยวนฉันยังเสียดายเลย!’
‘แล้วนี่อะไร! คำสั่งซื้อเ้าใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่พิมพ์เอกสารออกมาดีๆ ลายมือแบบนี้ไม่ไปรับจ้างเขียนยันต์ที่หน้าวัดเลยล่ะ’
‘วันนี้ถ้ายังไม่ถึงสามทุ่มนายห้ามกลับบ้านเป็อันขาด แล้วเื่โอทีก็อย่าได้คิดฝัน ฉันไม่ไล่นายออกก็บุญแล้ว’
หลินเฉียงยืนก้มหน้าฟังเสียงต่อว่าของเ้านายด้วยอาการนิ่งเงียบที่สุด แม้ในใจเขาอยากะโออกไปเหลือเกินว่าถ้าเขามีโอกาสเขาก็อยากจะลาออกจากบริษัทเฮงซวยแห่งนี้แล้วเหมือนกัน
คำด่าทอสารพัดที่เ้านายพ่นออกมามันเป็ความผิดของเขาที่ไหนกัน เื่ผิดพลาดพวกนั้นไม่ใช่หลานชายตัวดีของเ้านายหรอกเหรอที่เป็คนทำ
หลินเฉียงแอบบ่นอยู่ในใจ ‘หลานชายตัวดีของคุณน่ะ วันๆ เอาแต่ไปคุยกับสาวแผนกนั้นแผนกนี้ ว่างเมื่อไหร่ก็ไปชงกาแฟมานั่งดื่มอย่างสบายใจ ส่วนงานที่มันต้องทำกลับโยนมาให้ฉัน พอฉันทำเสร็จมันก็ขโมยงานของฉันไปแก้ว่าเป็ของมัน แต่เอาไปแก้อีท่าไหนงานพวกนั้นถึงผิดไปหมดฉันจะไปรู้เื่ด้วยไหมล่ะ
แล้ววุฒิการศึกษาอะไรเนี่ยนะ แกเลิกพูดได้ไหมไอ้หัวหน้างานจอมลำเอียง ถึงฉันจะไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยดัง แต่แกก็เป็รุ่นพี่ที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกับฉันไม่ใช่เหรอ’
“หลินเฉียง! แกยังฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย” ผู้จัดการมองไปที่หลินเฉียงด้วยสายตาไม่พอใจ วันนี้แกต้องอยู่แก้งานให้เสร็จ ถ้าแกทำงานไม่เสร็จ พรุ่งนี้แกก็ไปรับเงินแล้วก็ไสหัวไปจากบริษัทฉันซะ”
‘แกยังมีหน้ามาพูดว่าเป็บริษัทของแกอีกเหรอไอ้บ้า! แกก็เป็ลูกจ้างเหมือนกันกับฉันนั่นล่ะ’ หลินเฉียงเก็บเสียงในหัวก่อนจะพยักหน้ารับด้วยท่าทางจริงจัง “ได้ครับหัวหน้า วันนี้ผมจะอยู่ทำงานให้เสร็จและจะไม่ขอรับโอทีแม้แต่หยวนเดียวเลยครับ”
“นายต้องหัดเอาอย่างหวงเจ๋อบ้าง รายนั้นสั่งงานอะไรไปก็ทำออกมาได้หมด แถมยังส่งงานตรงเวลาด้วย เพราะมีนายเป็ตัวถ่วงอย่างนี้ไง แผนกของเราถึงไม่เคยได้โบนัสเต็มก้อนเหมือนแผนกอื่นสักที” ผู้จัดการโบกมือไล่ด้วยความหงุดหงิด “ไปๆ ออกไปทำงานได้แล้ว”
หลินเฉียงกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเซ็ง ‘ไปซื้อลอตเตอรี่มาเสี่ยงโชคสักใบดีกว่า เผื่อจะโชคดีถูกรางวัลสักยี่สิบล้าน ฉันจะได้ไปซื้อบ้านซื้อรถแล้วก็หาผู้หญิงสวยๆ มาแต่งงานด้วยสักคน’
“อ้าว! เ้าหนุ่มแซ่หลิน ทำไมวันนี้นายกลับดึกจังเลยล่ะ ฉันเห็นพนักงานในบริษัทของนายกลับกันั้แ่ยังไม่ถึงหกโมงดีด้วยซ้ำ” เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยทัก “นี่ก็เกือบจะสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว โอทีคงเยอะน่าดูเลยสิท่า”
“โอทงโอทีอะไรกันครับลุง แค่ทำงานชดเชยความผิดพลาดเท่านั้นครับ” หลินเฉียงพูดอย่างเหนื่อยอ่อน “แค่ไม่ถูกไล่ออกก็ดีแล้วล่ะครับ”
“ดูเหมือนนายจะไม่มีแรงนะ เอาไข่ต้มไปกินสักใบไหม”
“ขอบคุณมากนะครับลุง แต่ลุงเก็บไว้กินเองเถอะ วันนี้ผมอยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะครับ”
“คนหนุ่มสาวสมัยนี้มันยังไง พวกนายไม่เคยได้ยินหรือไงว่ากินอาหารที่เก็บไว้ได้ไม่กี่วันจะทำให้เราอายุยืน แต่ถ้าเรากินอาหารที่เก็บไว้ได้นานๆ จะทำให้เราอายุสั้น” เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยัดไข่ต้มสองใบใส่กระเป๋าให้หลินเฉียง “กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเดียวไม่มีประโยชน์หรอก เอาไข่ต้มไปกินด้วยจะได้มีสารอาหารบ้าง”
“ขอบคุณนะครับคุณลุง” หลินเฉียงล้วงไข่ต้มขึ้นมาถือไว้ ั้แ่พ่อกับแม่จากไปก็ไม่มีใครมาคอยห่วงใยเขาอีกเลย
“แค่ไข่ต้มสองใบนายอย่ามาทำเป็ซึ้งหน่อยเลย” เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขึ้นนั่งบนจักรยาน “รีบกลับบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้นายยังต้องตื่นเช้ามาสู้กับชีวิตอยู่นะ”
หลินเฉียงมองตามหลังเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนจะหัวเราะ “นั่นสินะ ทุกวันฉันต้องตื่นมาสู้กับชีวิต แต่ชีวิตก็อย่าได้สู้กลับฉันนักเลย พ่อแม่ก็ไม่มี งานก็ไม่มั่นคง เงินเดือนก็แสนจะน้อยนิดจนแทบจะไม่มีค่าเช่าห้อง เพื่อนฝูงน่ะเหรอ ใครเขาจะอยากมาเป็เพื่อนกับคนแบบฉันกัน เฮ้อ...โลกทุกวันนี้มันช่างอยู่ยากจริงๆ ถ้าฉันย้อนเวลาไปอยู่ในยุคอดีตได้ มันจะดีขนาดไหนกันนะ”
“ไอ้หมาบ้า! อย่าให้ฉันจับได้นะ ฉันจะทุบแกให้ตายเลย” เสียงเ้าของร้านรถเข็นขายอาหาระโขึ้นทำลายความเงียบ
หลินเฉียงมองไปตามเสียงก็เห็นสุนัขสีดำตัวหนึ่งกำลังวิ่งหนีมาทางตนเอง ในปากของมันเหมือนจะคาบน่องไก่น่องใหญ่มาชิ้นหนึ่ง แต่เขายังไม่ทันจะเบี่ยงตัวหลบ สุนัขตัวนั้นก็พุ่งชนมาที่เขาอย่างจัง ด้วยแรงชนทำให้ทั้งเขาและสุนัขกระเด็นไปที่ถนน ขณะเดียวกันก็มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว
“เสี่ยวเฉียง! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ถ้าเป็เมื่อก่อนที่เรายังต้องทำงานแลกแต้ม แกคงเป็คนแรกที่จะถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน” คุณแม่หลินเริ่มบ่นลูกชาย
หลินเฉียงที่นอนอยู่ถึงกับรีบลืมตา เขาอยู่ห้องเช่าแล้วจะมีเสียงคนบ่นมาจากไหน อีกอย่างเขาไม่มีนิสัยที่ชอบดูมือถือก่อนนอน เพราะฉะนั้นจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเป็เสียงจากโทรศัพท์มือถือของเขา แต่ทันทีที่เขาลืมตา สิ่งที่เขามองเห็นคือห้องที่ไม่คุ้นเคย แถมผนังห้องยังเป็ไม้เก่าผุพังที่มีรอยแยกจนแทบจะกันแสงกันลมไม่ได้ ยิ่งมองไปเห็นปฏิทินที่แขวนอยู่ที่ผนัง “ปี 1980! เฮ้ย! ใครพาฉันมาอยู่ในหมู่บ้านโบราณวะ อย่ามาล้อเล่นนะโว๊ย ฉันไม่สนุกด้วย”
หลินเฉียงวิ่งออกไปด้านนอกก็ต้องใกว่าเดิม “นี่...นี่มันคือที่ไหนกัน กำแพงดิน ทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา แล้วยัง...แล้วยังมีป้าแก่ๆ ที่ดัดผมทรงคุณยายมายืนเท้าเอวมองฉันอยู่อีก ใช่แล้ว! โรงถ่ายละคร ฉันต้องอยู่ในโรงถ่ายละครแน่ๆ ไม่ใช่ไอ้ผู้จัดการจอมลำเอียงคนนั้นมีญาติเป็ผู้กำกับละครอยู่เหรอ ต้องเป็เขาที่เอาฉันมาทิ้งไว้ที่นี่”
เพียะ!
“คุณป้า! คุณป้ามาตบหัวผมทำไมครับ ใช้ความรุนแรงแบบนี้ ผมแจ้งความได้เลยนะครับ” หลินเฉียงะโเสียงดัง
“คุณป้า! แกเรียกฉันว่าคุณป้าอย่างนั้นเหรอ” คุณแม่หลินเดินไปหยิบไม้กวาดแล้วฟาดไปที่ขาของหลินเฉียงอีกหลายที “แกเสียสติจนกระทั่งลืมแม่ของตัวเองไปแล้วเหรอ”
หลินเฉียงยืนอึ้งอยู่กับที่ “คุณ...คุณบอกว่าผมคือแม่ของผมอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันอุ้มท้องแล้วยังคลอดแกออกมาเอง ถ้าฉันไม่ใช่แม่แล้วใครจะเป็แม่ของแก”
หลินเฉียงวิ่งกลับขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ทันทีที่เขาหลับตา ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็ปรากฏ
หลินเฉียงแห่งหมู่บ้านชุนหลิ่งได้ชื่อว่าเป็คนี้เีที่สุดในหมู่บ้าน อายุยี่สิบสองปีแล้วแต่เขายังต้องให้แม่หาเลี้ยง วันทั้งวันเขาเอาแต่กินแล้วก็นอน ยังดีที่เขาไม่ได้ทำตัวเกเรให้คุณแม่หลินต้องปวดหัว แต่ถึงอย่างนั้นด้วยชื่อเสียงที่ไม่ดีของเขา การที่คุณแม่หลินจะหาหญิงสาวสักคนมาเป็ลูกสะใภ้จึงเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
เช้าวันนี้ก็เป็เหมือนทุกวันที่คุณแม่หลินจะปลุกให้ลูกชายมากินข้าว เพราะถ้าเธอออกไปทำงานในทุ่งนา เ้าลูกชายจอมี้เีก็ไม่คิดแม้แต่จะอุ่นกับข้าวกินเอง เขาต้องออกไปเรียกให้เธอกลับมาอุ่นกับข้าวให้กินอยู่ดี คุณแม่หลินจึงอยากจัดการงานบ้านให้เสร็จก่อนที่เธอจะออกไปทำงาน
ส่วนตัวแปรที่ทำให้หลินเฉียงจากโลกอนาคตต้องย้อนเวลากลับมาใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มจอมี้เีก็คงจะเป็เ้า ‘เสี่ยวเฮย’ หรือก็คือเ้าสุนัขตัวใหญ่สีดำตัวนั้น
หลินเฉียงสะบัดผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “ที่ฉันได้ย้อนเวลามาที่นี่ก็เพราะเ้าหมาตัวนั้นสินะ ช่างไม่มีเหตุมีผลเอาเสียเลย”
ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างแรง “รีบออกไปกินข้าวได้แล้ว ฉันจะได้ออกไปทำงานสักที อ้อ...แล้วอาหารมื้อกลางวันฉันไม่ได้ทำไว้ให้หรอกนะ แกนอนให้หายหิวไปเองก็แล้วกัน”
“ข้าวสารที่บ้านหมดอีกแล้วใช่ไหมครับ” หลังจากที่มองเห็นภาพในอดีต หลินเฉียงก็พอจะเดาออก ไม่ใช่ว่าแม่ไม่อยากทำอาหารไว้ให้เขา แต่ไม่มีอะไรให้แม่ทำเป็อาหารได้เลยต่างหาก
“ไม่มีที่ไหนกันล่ะ ฉันแค่ไม่มีเวลาทำ เอาเป็ว่าเย็นนี้ฉันจะกลับมาทำกับข้าวให้แกกิน แกนอนรอไปก่อนก็แล้วกัน”
“แล้วนี่แม่กำลังจะออกไปไหน”
“ก็ออกไปทำงานน่ะสิ ฉันไปของฉันทุกวันแกจะถามทำไม”
“บ้านเราไม่มีที่นาสักหน่อย แล้วแม่จะออกไปทำนาให้ใคร”
“อย่ามาถามให้มากเลยน่า รู้แค่ว่าฉันออกไปทำงานก็พอ”
“แม่คงไม่ได้ออกไปกู้เงินใครหรอกนะ” หลินเฉียงขมวดคิ้ว
“กู้เงินอะไร!” คุณแม่หลินพูดเสียงดังกลบเกลื่อน “แกอย่ามาเดามั่ว ฉันไม่มีทางไปเป็หนี้ใครได้หรอก”
“ไม่เป็ก็ดี เพราะถ้าเราเป็หนี้ มีหวังเราได้ขายบ้านหลังนี้เพื่อใช้หนี้แน่” หลินเฉียงลงจากเตียงแล้วใส่รองเท้า ในเมื่อได้มาอยู่ในร่างนี้ ผู้หญิงคนนี้ก็คือคุณแม่ของเขา เพราะฉะนั้นเขาจะปล่อยให้เธอลำบากอยู่คนเดียวไม่ได้ “ไปแม่ วันนี้ผมจะไปทำงานกับแม่ด้วย”
คุณแม่หลินวิ่งไปข้างนอกแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า “ท้องฟ้าก็ยังสว่างดีนี่นา ก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะมีฝนตก แต่ฉันก็ลืมดูเสียด้วยสิว่าเมื่อเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศไหน”
“ผมแค่จะไปช่วยงานแม่ต้องทำท่าทางขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เหอะ...อย่าว่าแต่ช่วยงาน ทุกวันนี้ฉันก็แทบจะตักข้าวใส่ปากแกแล้วด้วยซ้ำ”
“ผมแย่มากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ใช่แย่มาก แต่แย่มากๆ เลยต่างหาก” คุณแม่หลินตัดบทอย่างรำคาญ “โอ๊ย! ฉันไม่น่ามาเสียเวลาพูดไร้สาระกับแกเลย ป่านนี้คงไม่มีที่ว่างให้ฉันไปช่วยงานแล้ว ฉันไปแล้วนะ แกอยู่บ้านดีๆ ล่ะ”
“แม่ไม่ให้ผมไปด้วย ถ้างั้นผมขอไปเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านได้ไหมครับ” หลินเฉียงถาม ในเมื่อแม่ไม่ให้เขาไปช่วย เขาก็จะใช้เวลานี้ออกไปเดินสำรวจหมู่บ้านสักหน่อย เผื่อจะเจอช่องทางทำมาหากิน
“อย่าออกไปเดินเล่นนานนักล่ะ เดินมากเดี๋ยวแกก็หิว พอหิวแกก็จะไปรบกวนเวลาฉันทำงาน”
หลินเฉียงถอนหายใจ “ผมจะเดินอยู่แค่แถวๆ นี้ก็แล้วกัน”