สำนักราชวังปีกสวรรค์
ประตูฝึกฝนของจักรพรรดินครปีกสวรรค์ เปิดออกมาอย่างช้าๆ มีชายคนหนึ่งก้าวเดินออกมาด้วยพลังระดับเทียนจุน !
“ ขอแสดงควายินดีกับ องค์จักรพรรดิ ที่ฝึกขั้น เทียนจุนได้สำเร็จแล้ว”
ข้าราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ เกือบสิบคน มารอด้านหน้าประตู กล่าวออกมาพร้อมๆ กัน
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมีการเคลื่อนไหว พวกทาสไปอยู่ที่ หุบเขาสายลมทั้งหมด” จักรพรรดิฉางเฉิน ผู้ครองนครปีกสวรรค์ ซึ่ง จำสัมผัสแปลกประหลาดได้ จึงเอ่ยกับ แม่ทัพใหญ่กับเสนาบดีคู่ใจทั้งสองคน
“ เรื่องนี้รัชทายาท กับ ราชครู แจ้งมาว่า ต้องการนำไปจัดการกับคนร้าย ที่ฆ่า หานปิง ศิษย์ของราชครูหานจิ้ง และยังไปทำการช่วยทาสที่เหมืองอัสนีจนหมดอีกด้วย”
“ หานปิงตายแล้วรึ?”
“ ทหารเกราะดำ รายงานมาแล้ว ไม่ผิดพลาดแน่พะยะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เอ่ยรายงาน
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องไปดูสักหน่อย” จักรพรรดิฉางเฉินเอ่ยจบ ก็มีปีกโลหะสีเงินวาววับ อยู่ด้านหลัง แล้วบินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเสนาบดีกับแม่ทัพใหญ ใช้ปีกสีขาวบินตามไปไม่ห่าง
ณ หุบเขาสายลม
เสี่ยวเทียนยืนอยู่บนเรือเหาะมองเห็นหุบเขาสายลมอยู่ด้านหน้า เห็นชาวปีกหลากสี ถูกขังไว้ในค่ายกลแปลกๆ เกือบร้อยจุด
“อาจารย์นี่มันคือค่ายกลอะไร ทำไมต้องจับคนมาขังไว้ใน จุดละเกือบห้าสิบคน?”
“ ค่ายกลธงชัยสยบเทพ นี่เป็นค่ายกลที่จะทำให้ผู้ที่พลังเซียนสวรรค์ กลายเป็นคนธรรมดา หากเจ้าผ่านเข้าไป ได้ ทางปีกหลากสีจะต้องตาย หากเจ้าผ่านไม่ได้เจ้าจะกลายเป็นคนธรรมดา มีทางเดียว คลายคำสาบพวกมันทั้งห้าพันคนนี้ก่อน แล้ว
พาร่างของพวกมันทั้งหมดกลับเข้ามาในมิติฟ้าคราม” อาจารย์ลู่เอินแนะนำ
เสี่ยวเทียนเริ่มปฏิบัติทันที โดยใช้น้ำจากจอกศักดิ์สิทธิ์ ปล่อยออกไปทั่วทั้งหุบเขา แล้วร่างร่ายเวทย์ถอนคำสาบออกไป
“ไม่ได้การ พวกมันสามารถหาวิธีถอนคำสาปของเข้าได้แล้วจริงๆ” ราชครูเอ่ยเสียงตื่นเต้น
“ ทหารยิงธนูสายฟ้า สังหารมันให้หมด” ทหารปีกขาวกว่าสามพันคน ง้างสายธนูยิงใส่ ชาวปีกหลากสี ที่กำลังถูกเวทย์ถอนคำสาบอยู่ เสี่ยวเทียนไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เพราะกำลังท่องบทสวดถอนคำสาป อาจารย์ลู่เอินจึงต้องปรากฏร่างออกมา ธนูสายฟ้า เลยหยุดนิ่งกลางอากาศไม่สามารถ พุ่งออกไปทำร้ายใครได้ จนกระทั่งเสี่ยวเทียนถอนคำสาบเสร็จ ก็เข้าไปในค่ายกล แล้วพยายามจะดึงร่าง ของคนทั้ง ห้าพันคนให้หลบไปมิตฟ้าครามเสียก่อน แต่ว่าพอก้าวเข้ามาในหุบเขา ร่างกายก็ปะทะกับ แสงของธงชัยที่ส่องประกายเข้ามา ทำให้ร่างของเสี่ยวเทียน ชะงักเล็กน้อย พลังเซียนสวรรค์ไม่สามารถใช้งานได้
ราชครูหานจิ้ง อยู่ใกล้สุด เห็นว่า ธนูสายฟ้าถูกหยุดเอาไว้ ไม่สามารถยิงได้ตามแผน จึงใช้คทากระโหลกมารทมิฬ ปล่อยแสงสีดำเข้าใส่เสี่ยวเทียน
โครม ! เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้าออกไปต้าน แต่ไม่สามารถต้านพลังที่เหนือกว่า ถูกกระแทกถอยหลังออกไปหลายก้าว
“ พลังเทียนจุนอีกแล้วหรือนี่?” เสี่ยเทียนเอ่ยด้วยความตกใจ แล้วกระอักเลือดออกมา
“ แค่พลังเทียนจุนแค่ระดับเทียบเทียม เจ้าจัดการกับมันได้อยู่แล้ว” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก
“ พลังเทียนจุนมีระดับเทียบเทียม ด้วยหรืออาจารย์”
“ ใช่พวกนี้ใช้วิถีมาร กลืนกินพลังเซียนสวรรค์ 9 คน มาเข้าร่างของตนทำให้พวกมันมีพลังเทียนจุน ได้อย่างง่ายดาย แต่ข้อเสีย พวกมันจะมีอายุสั้นกว่าเทียนจุนอย่างแท้จริง และจะไม่สามารถก้าวข้าม พลังเทียนจุนระดับต้นไปได้”
“ แล้วข้าเคยดูดพลังเทียนจุน มาเพิ่มพลังเซียนให้ตัวข้าตั้งหลายครั้ง ข้ามิกลายเป็นเซียนเทียมได้ด้วยรึ?”
“ เด็กโง่ ข้ากำลังพูดถึงพลังเทียนจุนอย่างแท้จริง ไม่ใช้พลังเซียน มันคนละระดับกัน เปรียบกันไม่ได้ จัดการกับ ราชครูผู้นี้ก่อน แล้วข้าจะอธิบายอีกที”
“ หยุนซินพาคนของเจ้าหลบเข้าไปใน มิติฟ้าครามก่อน ข้าจะจัดการกับราชครูคนนี้เอง” เสี่ยวเทียนมอบประตูทางเข้าให้ หยุนซินพาชาวปีกหลากสีหลบไปก่อน
“ แกถูกพลังธงชัยสยบเทพ กลายเป็นคนธรรมดาไปแล้วนี่ ทำไมกลับมีพลังแปลกประหลาดออกมาได้” ราชครูเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ข้าไม่ได้มีแค่พลังเซียนเท่านั้นยังไงล่ะเจ้าโง่” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ปล่อยพลังเทพเจ้าปล่อยพลังอัสนีอออกไปจากฝ่ามือ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ราชครูต้านทานด้วยคทากระโหลกมารทมิฬเอาไว้ได้ แล้วปาระเบิดเพลิงย้อนใส่กลับไป
โดนพลังเทพเจ้ากระแทกกลับออกไประเบิดไปจนหมด จากนั้น เสี่ยวเทียนก็ดึงกระบี่อัสนีออกมา คราวนี้ใช้เพลงกระบี่มายาทันที
“ พลังกระบี่ทัณฑ์อัสนีเซียน เงามายาพิฆาต”
เสี่ยวเทียนแยกร่างออกไปหลายร้อยคน กระบี่กลายเป็นเงาพรายพรั่งไปทั่วทั้ง 360 องศา ราชครูมองนิ่งไม่หวั่นไหว ยกคทาเข้ามาตั้งไว้ตรงหน้า ร่างกายเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีดำ กระบี่พุ่งผ่านไปอย่างง่ายดาย แต่ไม่สามารถทำอันตรายกับ ราชครูหานจิ้งได้
“ เจ้าไม่สามารถทำร้ายร่างอสูรควันทมิฬของข้าได้หรอก” เสียงราชครูหานจิ้งส่งเสียงออกมาเยาะเย้ย จากนั้นกลุ่มควันสีดำ ก็ขยายใหญ่ขึ้นเท่ากับภูเขา ใช้เท้ากระทีบใส่เสี่ยวเทียน ตูม ! เสี่ยยเทียนหลบไปได้ แล้วใช้กระบี่พุ่งควงสว่านเข้ากลางลำตัวของมัน แต่เจ้าอสูรควันทมิฬ กลับไม่เป็นอะไรเลย !
“ ทำไงดี มันไม่มีเลือดเนื้อมีแต่ควัน แล้วจะทำลายมันได้อย่างไร?”
เสี่ยวเทียนกำลังคิดอยู่นั้น กลุ่มควันสีดำก็มีเป็นเส้นฟาดเข้ามาจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว โครม ! อสูรควันทมิฬกลับมีหางที่ยาว สามารถโจมตีได้ด้วย เสี่ยวเทียน ถูกกระแทกจนตัวปลิว ถึงกับกระอักเลือดทันที
“ ฮึ่ม ! คิดว่าเป็นกลุ่มควันแล้วข้าจะทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นรึ?” เสี่ยวเทียนลุกขึ้นยืนได้แล้วจ้องเจ้าอสูรควันทมิฬตัวนี้ตาเขม็ง บรรยากาศรอบๆ เริ่มมีความเย็นต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไประดับต่ำที่สุดในจักรวาล แม้แต่เชื้อโรคไวรัส แบคทีเรีย ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ก้าวท้าวของเสี่ยวเทียน เดินไป จุดเยือกแข็งก็ค่อยๆ ตามไปอย่างช้า ๆ เจ้าอสูรควันทมิฬ ก็ไม่ได้เกรงกลัว ช้ำหมัดควันที่ใหญ่โตทั้งสอง ทุบเข้าใส่ทั้งสองมือ
แต่ว่าพอเข้าใกล้เสี่ยวเทียน หมัดควันก็ค่อยๆ กลายเป็นน้ำแข็งจับตัวกันแน่นไม่สามารถขยับตัวไปได้ มันยอมทิ้ง แขนทั้งสองข้าง แล้วขยายปีกบินหนีถอยหลังไปอย่างหวาดกลัว
“ แกคือ ทายาทจักรพรรดิเหมันต์จริงๆ?”
“ ไปถามเรื่องนี้กับ ยมบาลเถอะ” เสี่ยวเทียนยิงดัชนีเหมันต์จุดเยือกแข็งเข้าใส่นับร้อยเม็ด แล้วไอเย็นไปแตกกระจายเข้าไปในร่างอสูรควันทมิฬ จนร่างกลายเป็นน้ำแข็งขยับตัวไม่ได้ เสี่ยวเทียนใช้มือตบไปที่กลางหน้าผาก ใช้ฝ่ามือไข่มุกดูดวิญญาณ ดึงวิญญาณของราชครูมาทำลายในทันที ตูม ! อสูรหิมะน้ำแข็งถูกทำลายไปจนหมด แม้แต่วิญญาณก็ไม่เหลือซาก
ส่วนหยุนซิน สามารถทำลายค่ายกลธงชัยสยบเทพได้อย่างง่ายดาย โดยทำตามที่อาจารย์ลู่เอินสอน แต่ทันใดนั้น รัชทายาทฉางอี้ก็มายืนขวางหน้า หยุนซินเอาไว้
“ ไม่เจอกันหลายวัน เจ้าดูสวยมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะเลยนะ หยุนซิน”
รัชทายาทฉางอี้ปล่อยพลังเซียนสวรรค์ชั้นสูงสุด มากดดันหยุนซินเอาไว้ แต่ว่าหยุนซิน ได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับตัว ทำให้รัชทายาทแปลกใจยิ่งนัก
“ ไม่เลว ทนพลังกดดันของข้าได้ ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้งไปกับข้า แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปทั้งหมด” ทหารเกราะดำปีกขาว บัดนี้ยิงธนูไม่ได้ ก็ใช้ทวนเดินเข้ามาเตรียมสังหาร เผ่าปีกหลางสีทุกคนที่ยังหนีเข้าไปในมิติฟ้าครามไม่หมด
“ ฝันไปเถอะ ข้าไม่ยอมที่จะเป็นนางบำเรอของเจ้าแน่ๆ”
“ ดี ทหารฆ่ามันให้หมด” ทหารสามพันคน เริ่มโจมตีเผ่าปีกหลากสีทั่วทิศทาง
แต่ละคนกำลังหนีเข้าไปในมิติ แต่มีบางคนเห็นว่า มิติข้างในคงแคบ เลยวิ่งหนีไปทางออกหุบเขา จึงถูกทหารที่ซุ่มอยู่ฆ่าตายไปหลายคน คนที่คิดเข้าไปในมิติฟ้าครามถูกพลังแสงของอาจารย์ลู่เอินป้องกันเอาไว้ไม่มีใครได้รับอันตรายเลยสักคน
หยุนซินเห็นคนที่ตายก็โกรธแค้นมาก ก็เปลี่ยนร่างกายเป็นนางพญาหงส์ไฟ ร่างกายเป็นนกยักษ์เพลิง สะบัดปีดใส่รัชทายาท ที่ยังตะลึงงัน อ้าปากค้าง
ถูกฟาดโดยปีกเพลิงร่างกายขาดเป็นสองท่อนปลิงไปตกที่แทบเท้า จักรพรรดิฉางเฉิน ที่มาถึงทันเห็นเหตุการณ์พอดี
“ รัชทายาทลูกพ่อ” ร่างครึ่งบนถูกตัดขาดแม้ว่าจะถูกตัดขาดตามปกติ ร่างของรัชทายาทก็ยังไม่ตาย ร่างกายสามารถงอกออกมาได้ แต่คราวนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นพลังเพลิงที่ตัดกลางนั้นกลับค่อยๆแผดเผาร่างของรัชทายาทไปเรื่อยๆ จนหมดไปทั้งตัว คราวนี้ตายไปไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี จักรพรรดิร่ำร้องออกมาอย่างโกรธแค้น
ยิ่งนัก แม่ทัพใหญ่กับเสนาบดีไม่สนใจรัชทายาท มองดูนางพญาหงส์ไฟอย่างตะลึงลาน
“ ไม่ว่าแกจะเป็นใครบังอาจมาฆ่าลูกของข้า แกต้องตายตกตามกัน” จักรพรรดิฉางเฉิน กลายร่างเป็นพญาครุฑยักษ์ สยายปีกโลหะออกไปกว้างใหญ่ขนาดพอๆ กันกับ นางพญาหงส์ไฟ ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันแบบนก พุ่งเข้าจะจิกตบใส่กัน แต่นางพญาหงส์ไฟกลับแข็งแกร่งกว่า ตบเข้าใส่ทีเดียวพญาครุฑ หัวทิ่มไปที่พื้นดิน พญาครุฑ ลุกขึ้นมาสะบัดหน้าไปมา กางกรงเล็บพุ่งเข้าโจมตีใส่พญาหงส์ไฟอีกครั้ง แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็ถูกนางพญาหงส์ไฟสะบัดปีก ใส่อีกครั้ง คราวนี้พญาครุฑหลบไม่ทัน ปีกของตนถูก ปีกนางพญาหงส์ไฟตัดจนขาดสะบั้น
ไฟที่ติดตามตัวลามเลีย ไปทั่ร่าง พญาครุฑฉีกปีกตัวเองที่ไหม่ไฟทิ้งไป ปีกที่ขาดกลับงอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้มันถือกริชสามง่ามในมือ แล้วชี้เข้าใส่นางพญาหงส์ไฟ แสงจากกริชสามง่าม พุ่งเข้าใส่นางพญาหงส์ไฟอย่างรวดเร็ว
ถูกร่างเข้าอย่างจัง แต่ว่า นางพญาหงส์ไฟ กลับมีเกราะหงส์เข้ามาป้องกันอัตโนมัติ แล้วพุ่งเข้าชนโดยใช้ปากอันแหลมคมกระแทกเข้ากลางหน้าอกพญาคุรฑ จนทะลุ ล่วงไปกองกับพื้นเลือดไหลนองไปทั่ว บาดแผลก็ค่อยๆ ประสานตัว
แต่ว่า นางพญาหงส์ไฟไม่รอให้เสียโอกาส ใช้กรงเล็บมาเหยียยหน้าอกพญาครุฑแล้วอ้าปากพ่นไปใส่ ที่หัวพญาครุฑ ตูม ! หัวพญาครุฑระเบิดออกไปชิ้นๆ
ร่างถูกแผดเผาไปทั้งร่างกายและวิญญาณ
แม่ทัพใหญ่และเสนาบดีมองหน้ากัน นี่คือ นางพญาหงส์ไฟเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพบูชามาตลอด บัดนี้ได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว เลยคุกเข่าลง พร้อมกันแล้วเอ่ยว่า
“ ถวายบังคม องค์จักรพรรดินีหงส์ไฟ”
ร่างหยุนซินกลับมาเป็นร่างมนุษย์เช่นเดิม โดยมีพ่อกับแม่ ก็ออกมาดูเหตุการณ์นี้เช่นกัน เสี่ยวเทียนยืนมองด้วยความภาคภูมิใจ ที่มีภรรยาสวยเก่งเพิ่มอีกคน
หลังจากเหตุการณ์เช่นนี้ เผ่าปีกขาวก็ไม่มีใครกล้าหือ กับหยุนซินอีกเลย เหล่าองค์ชายทั้งหลาย ต่างก็หนีออกจาก วังหลวงไปอยู่ดินแดนอื่นๆ กันหมด
หยุนซินก็ไม่ใส่ใจ เพราะหยุนซินนั้นก็ไม่อยากจะฆ่าใครนัก ส่วนเสี่ยวเทียนก็เลยต้องอยู่ที่ดินแดนปีกสวรรค์ไปก่อน
“ อาจารย์หยกมังกรฟ้าชิ้นที่ เจ็ดอยู่ที่ดินแดนปีกสวรรค์นี้หรือ?”
“ ใช้แล้ว หยกมังกรฟ้าอยู่ที่ถ้ำหงส์ไฟ บัดนี้ หยุนซิน ถูกปลุกวิญญาณนางพญาหงส์ไฟแล้ว เจ้าพาหยุนซิน ไปขอให้นางพญาหงส์ไฟรับเป็นศิษย์ส่วนเจ้าก็ขอหยกมังกรฟ้ากลับมา”
“ ถ้ำหงส์ไฟอยู่ที่ใด?”
“ หยุนซินรู้จัก ให้นางพาไป”
เสี่ยวเทียนพอมาคุยกับ หยุนซินเรื่องนี้
“ ข้ารู้ ที่นั่นเป็นถ้ำหงส์ไฟ ไม่ใช่ใครก็จะเข้าไปได้ ด้านหน้ามีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครเข้าไปได้หรอก เข้าไปก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปจนหมด”
“ ไปกันเถอะ เจ้าต้องเรียนเคล็ดลับวิชาหงส์ไฟ ไม่ใช่ให้จิตหงส์ไฟช่วยตลอด เจ้าต้องมีพลังที่เกิดจากการฝึกฝนด้วย”
หยุนซินไม่ตอบอะไร ทั้งสองคนเลยมาอยู่ที่หน้าถ้าศักดิ์สิทธิ์หงส์ไฟแล้ว
ด้านหน้าทางเข้ามีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ขวางกั้นเป็นประตู
“ เรียนท่านผู้อาวุโส หงส์ไฟ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน พา ภรรยา จักรพรรดินีหยุนซิน เป็นทายาทหงส์ไฟ มาขอเข้าพบท่านผู้อาวุโส” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปตามมารยาท สักพัก เพลิงศักดิ์สิทธิ์ ก็ดับลง ทั้งสองคนเข้าไปในถ้ำทันที
แล้ว เพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็ลุกขึ้นปิดทางเข้า ออกเช่นเดิม
ทันใดนั้น ก็มีเงาวิญญาณดวงหนึ่งลอยมาปรากฏต่อหน้า ทั้งสองคน เป็นหญิงวัย สามสิบปี ดวงหน้าสวยงามไม่ด้อยไปกว่า หยุนซิงเลยแม้แต่น้อย
“ ในที่สุดเจ้าก็มาหาข้าจนได้”
“ หยุนซิน ขอคารวะท่านผู้อาวุโส”
“ ข้าคือเทพหงส์ไฟ หนึ่งในสี่จ้าวอสูรฟ้า ข้าเฝ้ารอให้ทายาทกำเนิดออกมา เพื่อมารับการถ่ายทอดจากข้ามาเป็นพันปีแล้ว ในที่สุดก็สิ้นสุดการรอคอยเสียที
เจ้าหนุ่มนี่เป็นใครกัน” เทพหงส์ไฟละสายตาจากหยุนซินหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยความสงสัย
“ ข้าเป็นสามี ของหยุนซิน นามว่า เฉินเสี่ยวเทียน”
“ อะไรนะ นี่เจ้าทำลายความบริสุทธิ์ของนางแล้วหรือยัง?” เทพหงส์ไฟเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ
“ เรื่องนี้เกรงว่า ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องบอกกับท่านผู้อาวุโสนะ?” เสี่ยวเทียนไม่ยอมบอก แต่ร่างเงาวิญญาณ มาจับแขนของหยุนซินแล้วมองหา จุดพรหมจรรย์ แต่ไม่พบเสียแล้ว แต่พอจับแขนพบพลังในร่างหยุนซินก็ตกใจอีก
“ แปลกหากว่าหยุนซิน ถูกคนลามกอย่างเจ้าทำลายความบริสุทธิ์ไป แล้วเหตุใดจึงปลุก พลังหงส์ไฟขึ้นมาได้ แถมยังมีพลังยุทธเพิ่มอีกหลายเท่า”
“ ข้ามีพลังเทพอมตะ ดังนั้นข้าไม่ต้องดูดพลังของ หยุนซิน แต่ยังมอบพลังของข้าให้กับนางอีกด้วย” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามตรง
“ อืม ถึงว่าซิ เรื่องเป็นแบบนี้เอง แล้วเจ้าเข้ามาแบบนี้ มีวัตถุประสงค์อะไรอีก”
“ ข้าต้องการหยกมังกรฟ้า”
“ คนที่ฝากข้าเอาไว้บอกว่า หากเจ้าเข้าไปในถ้ำลึกสุดของข้าได้ ก็เอาไปเลยส่วนหยุนซินตามข้ามา ต่อไปนี้ข้าจะสอนเคล็ดลับวิชาหงส์ไฟให้กับเจ้า”
เสี่ยวเห็นทั้งสองหายไป จึงมองไปส่วนลึกของถ้ำที่มีขนาดยาวหลายกิโล เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ ถึงพลังจากหยกมังกรฟ้า แล้วรอบๆ มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างเฝ้าเอาไว้
พอเสี่ยวเทียนเข้าไปใกล้ ก็พบแมวพันธ์เปอร์เซียตัวหนึ่งยืนมองเสี่ยวเทียนนิ่งเหมือนรูปปั้นแมว แต่เสี่ยวเทียนรู้ว่ามันมีชีวิต แต่มันไม่ขยับตัวแม่แต่นิดเดียว
ด้านหลังของมันมี หยกมังกรฟ้า ตั้งไว้อยู่บนแท่นหิน
เสี่ยวเทียนไม่สนใจมัน เลยคิดว่าจะไปหยิบหยกมังกรฟ้าออกมา
“ เจ้าทาสมนุษย์ คิดขโมยสมบัติของข้ารึ?” มีเสียงพูดออกมาจากแมวที่มองเสี่ยวเทียนตาไม่กระพริบ.....