บทที่ 91 : เจ้าคิดจะต่อรองรึ!
หลินเฟิงตอบ "สิบแปดปี"
เขาไม่รู้ว่าซวนหยวนชิงเทียนมีนัยสำคัญอะไรกับคำถามนี้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ปิดบัง
ซวนหยวนชิงเทียนพยักหน้า นางยิ้มก่อนกล่าวว่า "จากนี้ไปเจ้าต้องเชื่อฟังข้า"
"แน่นอนอยู่..."
ก่อนหลินเฟิงจะทันได้กล่าวจบประโยค เขาก็รู้สึกทะแม่ง ๆ กับคำกล่าวของนาง จึงย้อนถามกลับไป "เหตุใดข้าต้องฟังเจ้าด้วย"
ซวนหยวนชิงเทียน "ก็เพราะว่าข้าแก่กว่าเจ้า เจ้าก็สมควรที่จะเชื่อฟังข้า"
"อายุเจ้ามากกว่าข้างั้นหรือ?"
หลินเฟิงมองซวนหยวนชิงเทียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางยิ้มให้ " ความสามารถของเจ้าโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ แต่เจ้าอายุสิบหกปีจะแก่กว่าคนอายุสิบแปดปีได้อย่างไร? "
"ถ้ามองจากจุดนี้เจ้าต่างหากที่ควรเชื่อฟังข้า"
"ฮ่า ๆ ... เสี่ยวชิงเทียนมานี่มา ทุบขาให้สามีหน่อย?"
สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าซวนหยวนชิงเทียน
สหายเต๋าไม่ต้องกังวลเรื่องอายุ เนื่องจากในทวีปเซินโจวอายุสิบห้าปีก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
"ทฤษฎีของเจ้าผิด"
"แม้ว่าชาติภพนี้อายุของข้าจะแค่สิบหกปี แต่อย่าลืมว่าข้ากลับชาติมาเกิดจากอดีตเมื่อสามพันปีก่อน บางทีอาจหลายหมื่นปีก่อนด้วยซ้ำ วิญญาณกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนย่อมโตกว่าเจ้า"
"เช่นนั้นเจ้าจึงควรเชื่อฟังข้า"
ซวนหยวนชิงเทียนพยายามใช้เหตุผลในการโต้เถียง
"เช่นนั้นก็คนละครึ่งทาง"
"ข้าจะเชื่อฟังเจ้าตอนอยู่ด้วยกัน แต่เวลาอยู่ด้านนอกก็ต้องเชื่อฟังข้า"
"วีรบุรุษอยู่ด้านนอก และวีรสตรีด้านใน"
หลินเฟิงยิ้ม
อันที่จริงเขาไม่อยากโต้เถียงดึงดันกับปัญหาเช่นนี้ เขาแค่อยากหยอกล้อซวนหยวนชิงเทียนมากกว่า
ยิ่งกว่านั้นในฐานะเป็นคนจากดาวเคราะห์คราม ไม่เหมือนบุรุษในทวีปเซินโจว ในมุมมองของเขา : ภรรยาถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในปฐพีอย่างแท้จริง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซวนหยวนชิงเทียนจะทอดถอนหายใจ สายตาเต็มไปด้วยความอดทน มืออบอุ่นราวกับหยกสัมผัสใบหน้าของหลินเฟิง พร้อมกล่าวอย่างแผ่วเบาขึ้นว่า "แม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางหมู่ปุถุชนก็สามารถวิ่งเล่นเป็นเด็ก ๆ ได้”
นางรีบแก้ไขคำพูด “แต่หากเป็นวิถีแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญ ยังนับว่าเจ้าแค่เริ่มต้นเท่านั้น เจ้ายังเด็กมาก ยังเด็กเกินไปที่จะสัมผัสเรื่องเหล่านี้ มันจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าได้”
น้ำเสียงของซวนหยวนชิงเทียนแสดงถึงความจริงใจเป็นอย่างมาก
"หนทางยังอีกยาวไกล"
"อายุไม่ใช่ปัญหา"
"สุขภาพดีคือวิถีแห่งราชัน"
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าอย่างมีความหมาย เลิกคิ้ว มุมปากโค้งขึ้น กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงขี้เล่น " ดูเหมือนบางคำกล่าวของเจ้าดูไม่จริงใจ คงต้องสัมผัสพิสูจน์ด้วยตนเองสักหน่อย... "
"จะ… เจ้าห้ามทำเช่นนั้นเป็นอันขาด!"
ซวนหยวนชิงเทียนหยิกเนื้อนุ่มรอบเอวของหลินเฟิง ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ถะ ถ้าเจ้ายังเอ่ยเรื่องเหลวไหลเช่นนี้อีก ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีกต่อไป!”
“ข้าไม่ได้กล่าวอะไรสักหน่อย?” หลินเฟิงส่ายศีรษะผายมือออกอย่างไร้หนทาง ก่อนกล่าวขึ้นว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่สิไม่ว่า เจ้าคิดเรื่องไม่ดีไปเองมากกว่า เพราะการฝืนตัวเองมันไม่ดีต่อสุขภาพ"
"เจ้านั่นแหละที่คิดเรื่องไม่ดีอย่างว่า..." ซวนหยวนชิงเทียนขดจมูกเล็ก ๆ ของนาง ดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นนางก็ยังคงกล่าวต่อไปแบบจิกไม่ปล่อย "คิดว่าข้ารู้ไม่ทันหรืออย่างไร?หึ! อย่างไรเสียข้าก็ไม่อนุญาตให้เจ้าคิดแต่เรื่องลามกอยู่ตลอดเวลา”
เมื่อได้ยินคำพูดต้องห้ามดังกล่าว หลินเฟิงก็คอตกสภาพเต็มไปด้วยความหดหู่ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ได้เห็นท่าทีอันแสนหดหู่ของหลินเฟิง ซวนหยวนชิงเทียนก็ใจอ่อนลงกล่าวด้วยน้ำเสียงงุ้งงิ้งราวกับยุง "หากเจ้าเชื่อฟังข้าแต่โดยดี ต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่คิดเรื่องฟุ้งซ่านอีก หากการฝึกตนก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ ข้าจะ… ยอมเจ้าเดือนละครั้งก็ได้ "
"หกครั้ง?" เมื่อหลินเฟิงเห็นว่านางเปิดทาง ก็เริ่มต่อรองทันที
ซวนหยวนชิงเทียนไม่ได้กล่าวอะไร เพียงมองเขาอย่างเย็นชา
“ห้าครั้ง…สามครั้ง…ก็ได้ ๆ ลดจนจะไม่เหลืออะไรแล้ว สองครั้งได้หรือไม่?”
หลินเฟิงพยายามลดจำนวนการต่อรองลงอย่างรวด เมื่อเห็นท่าทางเย็นชาของนาง
ซวนหยวนชิงเทียนก็ยังคงเงียบอยู่
“ก็ได้ ๆ ๆ ครั้งเดียวก็ครั้งเดียว!”
ท่ามกลางความสิ้นหวัง ท้ายที่สุดหลินเฟิงต้องประนีประนอมไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้
ถึงแม้เขาจะออกปากสัญญา แต่ในใจก็แอบวางแผนชั่วร้ายเอาไว้
"หึหึ…"
"ข้ารู้จุดอ่อนของเจ้าเป็นอย่างดี"
"เมื่อใดก็ตามที่ลำคอระหงของเจ้าถูกแตะต้องสัมผัส ข้าจะมัดมือชกรวบหัวรวบหางเสร็จเลย!"
"ตอนนี้ก็ยอมๆ ไปก่อน แล้วมารอดูว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น"
หลินเฟิงคิดแผนชั่วร้ายในหัว
“ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ยอมให้เจ้า แต่การฝึกฝนบำเพ็ญคู่ [พลังเทพเฉียนคุน] มีประโยชน์ต่อพวกเราทั้งสองเป็นอย่างมาก”
“อย่าลืมว่าพื้นฐานฝึกตนของเจ้ายังไม่เสถียรมั่นคง อีกทั้งร่างกายก็ยังอ่อนแอมาก ควรทุ่มเทให้กับการฝึกฝน"
"เมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้อีกสักหน่อย มีจิตใจเสถียรมั่นคงขึ้น รับรองว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าข้าต้องพึ่งพาเจ้าอย่างแน่นอน"
ซวนหยวนชิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจริงใจเป็นอย่างมาก “อีกทั้งยามนี้ข้าก็เป็นสตรีของเจ้าแล้ว ข้าจะไม่หนีอีกต่อไป!”
“อดทนสักสองสามปีได้หรือไม่!?”
นางมองหลินเฟิงด้วยสายตาท่าทางกระตือรือร้น เสมือนกับการเจรจาต่อรองระคนอ้อนวอน
“ได้!” หลินเฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ซวนหยวนชิงเทียนร้องขอล้วนเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง
ช่วงสามปีที่ผ่านมาในนิกายเทพกระบี่ การฝึกตนของเขาไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อยไม่ต่างจากขยะไร้ค่า
แม้ว่าระบบจะคอยเสนอสิ่งดี ๆ มากมายให้แก่เขา ทำให้เขาเหมือนเกิดใหม่และแข็งแกร่งขึ้น
ทว่าในสายตาของซวนหยวนชิงเทียน ความสามารถของเขาก็ถือว่ายังอ่อนด้อยอยู่มาก
หากวิเคราะห์กันตามตรงฝีมือของเขาก็อ่อนด้อยจริง ๆ นั่นแหละ พื้นฐานก็ยังไม่แน่น ร่างกายก็ยังดูผอมแห้งแรงน้อยอ่อนแอเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ซวนหยวนชิงเทียนจะเข้าใจผิด
ซวนหยวนชิงเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางกล่าวต่อ "อีกอย่างเจ้าเพิ่งเข้าสู่ขั้นราชันมรรตัย... "
"ข้าเข้าใจแล้ว" หลินเฟิงตัดบทไม่ให้นางกล่าวต่อ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป การฝึกตนบน [ฟูกกำหนดสมาธิ] นับเป็นประโยชน์มากมายมหาศาลอย่างไม่ต้องกล่าวถึง
“ในเมื่อเข้าใจก็ดีแล้ว จะต้องระมัดระวังอย่าได้ประมาทเด็ดขาด”
ซวนหยวนชิงเทียนจ้องมองหลินเฟิง หลังจากตักเตือนประมาณหนึ่งก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ
ทันทีที่สิ้นเสียงแสงสีทองก็ส่องประกายขึ้นบนฝ่ามือของนาง กระบี่สีทองเล่มเล็กลอยคว้างอยู่กลางเวหา จากนั้นนางก็ผลักกระบี่สีทองเล่มเล็กไปไว้ในมือของหลินเฟิง
เห็นกระบี่เล่มเล็กหลินเฟิงก็รู้ทันทีว่านี่คือ [หุ่นเชิดอาคม] มันถูกหลอมสร้างจนเสร็จสมบูรณ์
“นี่คือ [หุ่นเชิดอาคม] ที่ข้าหลอมสร้างเมื่อไม่กี่วันก่อน ด้านในมี [เก้ารูปแบบหายนะ] กระบวนท่าที่สองสรรพชีวิตคืนอรุณ มันสามารถระเบิดพลังสังหารยอดฝีมือขั้นเทวะชนทำให้มหาปราชญ์ได้รับบาดเจ็บ จงเก็บรักษาไว้ดี ๆ”
ซวนหยวนชิงเทียนอธิบายอย่างแผ่วเบา
หลินเฟิงไม่ได้ปฏิเสธ หากกล่าวถึงพลังสรรพชีวิตคืนอรุณเขาเองไม่ได้มีข้อสงสัย เพราะเขาเห็นด้วยตาของตนเองมาแล้ว ภาพความทรงจำอันน่าตกตะลึงยังตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขา
ด้วยไพ่ลับในมือทรงพลังเช่นนี้ หากมีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นในภายภาคหน้า มันจะมีบทบาทอย่างยิ่ง
หลินเฟิงมองซวนหยวนชิงเทียนพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "นี่คือของแทนใจใช่หรือไม่?"
ซวนหยวนชิงเทียนหน้าแดงระเรื่อ พยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินเฟิงก็จับคลำร่างกายอยู่เป็นเวลานาน แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตัวของเขาตอนนี้ยังมี [ขวานหายนะ] กับ [เคล็ดแปดวิถีเฉียนคุน] ที่เขายังไม่ได้ตรวจสอบผู้ที่เหมาะสม
สำหรับซวนหยวนชิงเทียนที่เป็นผู้ใช้กระบี่ หากมอบขวานให้แก่นาง บางทีอาจเป็นตนเองที่ถูกขวานจามเอาได้
สำหรับทักษะการบ่มเพาะไม่ว่าจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติ, เคล็ดวิชาต่อสู้ต่าง ๆ, ศาสตราวิเศษ หลินเฟิงมีอยู่มากมาย ถึงกระนั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับ [เก้ารูปแบบหายนะ] และสุดยอดกระบี่อย่าง [กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน]
ของที่ว่ามานี้คงไม่สามารถนำมาใช้เป็นของแทนใจได้
เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะให้อะไรเป็นของแทนใจแก่นาง