แม่ทัพยอดรัก กับเมียสามหาว

    ตอน 34 เข้าใจผิด คิดกันไปใหญ่

    ตอน 34 เข้าใจผิด คิดกันไปใหญ่

    ความแค้นฝังรากลึกในใจชางเฟย เขาฝึกหนักเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงกำยำเหมือนเดิม 

    ระหว่างนี้ ชางเฟยพยายามติดต่อกับพี่น้องทหารที่เคยร่วมรบสะสมกองกำลังจำนวนมากไว้ในมือ วางแผนอย่างดิบดี

    หลังจากขึ้นครองบัลลักก์ได้ไม่นาน ก็มีข่าวลือว่าฮองเฮามีบุตร

    ฉีหนิงหน้าโง่ เข้าใจผิดคิดไปเอง คิดว่าบุตรในท้องนางเป็นบุตรของตน 

     

    ที่ไหนได้ บุตรในครรภ์ อายุครรภ์หลายเดือนแล้ว พูดตามตรงคืออี้หรานตั้งท้องลูกของเสิ่นชางเฟยอยู่นั่นเอง เป็นนางเท่านั้นที่รู้ความจริงแก่ใจเพื่อปกป้องลูก นางยิ่งต้องตามใจฉีหนิงเข้าไปให้ 

     

    "จะให้ฉีหนิงรู้ไม่ได้ ว่าบุตรในท้องข้าเป็นบุตรของชางเฟย หากเช่นนั้นเขาต้องไม่ไว้ชีวิตลูกข้าแน่"

    "ข้าต้องทำทุกวิถีททางให้ฉีหนิงคิดว่าเขาเป็นบุตรแห่งมังกร"

     

    ณ หมู่บ้านป่า

    "ได้เป็นฮองเฮาเพียงไม่นานก็ตั้งท้องเสียแล้วเจ้าคงอยากเป็นที่หนึ่งจนตัวสั่นสินะ "

    "แต่งเข้าจวนเสิ่นของข้าตั้งนมนาน มิมีบุตรให้ข้ากับผู้อื่นกลับมีบุตรสืบสกุลไวเพียงนี้"

    "ผู้หญิงไร้ยางอายเช่นเจ้า วันๆคงมิทำอะไรยั่วยวนแต่ฉีหนิงทั้งวันทั้งคืนสินะ"

     

    กระทั่งวันที่นางคลอดบุตรออกมา ได้บุตรชายที่หน้าตาเหมือนเสิ่นชางเฟยไม่ผิด

     

    หลายปีต่อมา....

     

    ในเทศกาลซีซี อี้หรานคิดถึงคืนวันเก่าๆ  แอบพาองค์ชายน้อยลอบออกจากวัง ท่องเที่ยวตลาดหลวงสองแม่ลูกมีชั่วครู่ที่นางเห็นโคมไฟแล้วฉุกคิดถึงอดีต ไม่ทันสังเกตว่า องค์ชายน้อยพลัดหลงไปในถนนเส้นนั้นที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย เบียดเสียดกัน หัวอกของคนเป็นแม่รู้ตัวอีกทีว่าบุตรของตนพลัดหลง เดินหาอย่างบ้าคลั่งเหมือนคนขาดสติ 

    อู๋หลีเฟย โอรสตัวน้อยเฉลียวฉลาดแต่เล็กแต่น้อยเพื่อให้มองหาท่านแม่ง่ายขึ้น รีบวิ่งออกมารอบนอกถนน มองหน้าอี้หราน

    ชางเฟยปลอมตัวแอบแฝงหวังชมความงดงามในเทศกาลซีซี พลางฉุกคิดถึงอดีตคิดถึงอี้หรานลึกๆในใจ 

    อู๋หลีเฟย ตัวน้อย หรืออาหลี วิ่งเข้าหา หวังขอความช่วยเหลือ

    ชางเฟยที่กำลังเม่อลอยอยู่นั้นรู้สึกเหมือนว่าชายอาภรณ์ถูกผู้ใดกระตุกเบาๆ ก้มหน้าลงมอง

    "ท่านลุงๆ ๆๆๆ ช่วยข้าด้วย ถึงแม้ว่าท่านแม่จะสั่งสอนข้าว่า ห้ามเข้าใกล้คนแปลกหน้าเด็ดขาด "

    "แต่อาหลีหมดหนทางแล้วจริงๆ"

    "ท่านลุงโปรดเมตตาอาหลีตัวน้อยๆ"

    "เอ่....เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับข้านัก"

    ชางเฟยโน้มตัวลงค่อยๆพูดกับอาหลี

    "เด็กน้อย พ่อแม่ของเจ้าเป็นใครกันเหตุใดปล่อยให้เจ้าวิ่งเล่นผู้เดียว"

    "ท่านแม่ไม่ได้ปล่อยให้ข้าวิ่งเล่นผู้เดียวเดิมทีบ้านข้าใหญ่โต มีที่วิ่งเล่นมากมาย แต่วันนี้ท่านแม่บอกว่าคิดถึงคนผู้หนึ่งจึงอยากพาข้าออกมาทบทวนความจำเสียหน่อย"

     

    "อาหลีไม่รู้ว่า ที่ท่านแม่กล่าวนั้นหมายความว่าเช่นไร"

    "เช่นนั้นแม่ของเจ้าคงคิดถึงคนที่สำคัญต่อนางมากสินะ"

    "คงจะเหมือนกันกับข้าคืนนี้ข้าก็มาที่นี่เพื่อรำลึกถึงคนสำคัญคนหนึ่งแต่ตอนนี้เขาไม่ได้สำคัญสำหรับข้าอีกต่อไปแล้ว"

    "ท่านลุงแน่ใจหรือ หากเขามิได้สำคัญแล้วท่านลุงจะมารำลึกเพื่ออะไร"

    ชางเฟยหมั่นเขี้ยว ยีหัวเด็กน้อย

     

    "เจ้านี่ช่างรู้มาก พูดเก่งจริงๆหากข้ามีบุตรชายเก่งกาจ ฉลาดเช่นเจ้า ข้าคงจะดีใจไม่น้อย"

    "ข้าก็อยากมีท่านเป็นพ่อเช่นกันท่านเป็นบุรุษที่อบอุ่น"

    "เอ๋ แล้วพ่อของเจ้ามิอบอุ่นหรือ"

    "พ่อของข้า วันๆเอาแต่ทำงาน ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นไม่ค่อยให้ความอบอุ่นแก่ข้า"

    "โอ้ เด็กน้อยผู้น่าสงสาร"

     

    อาหลีน้อยสังเกตเห็นแผ่นหลังของอี้หราน

    "ท่านลุง ขอบคุณท่านที่คุณเป็นเพื่อนข้าข้าพบท่านแม่แล้ว"

    "ข้าจะตอบแทนท่านแน่ เมื่อมีโอกาส"

    อาหลีน้อย ยังไม่เปิดโอกาสให้ชางเฟยได้เอ่ยคำใด รีบวิ่งไปกอดอี้หรานจากด้านหลัง สองแม่ลูกได้พบกันชางเฟยพยายามเพ่งเล็งใบหน้าของนาง แต่ไม่เป็นผล กลับถูกผู้คนมากมายบดบังงไว้

    "เหตุใด แผ่นหลังของนางคุ้นตานัก"

    "คงไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดหรอกนางจะออกมานอกวังหลวงได้อย่างไร"

     

    หลังจากคืนนั้น ชางเฟยเตรียมพร้อมทุกอย่างครบตามต้องการเริ่มวางแผนบุกยึดอำนาจ

    แต่ทว่า ใน ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ฉีหนิงขึ้นเป็นใหญ่บ้านเมืองมีแต่เรื่องกลลาโหล ชาวเมืองหิวโหยทั่วทุกมุมเมือง

    ฉีหนิงผยองลำพองตนในอำนาจเอาแต่เสพสุขสำราญกายอยู่อย่างไร้ซึ่งคุณธรรมเข่นฆ่าขุนนางอาวุโสผู้ที่คอยชี้แนะทิ้งราวผักปลา

     

    หารู้ไม่ ว่าคลื่นใต้น้ำกำลังทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    หลายฝ่าย เริ่มผันตัวเข้าร่วมการยึดอำนาจกับเสิ่นชางเฟย

    และแล้ว คืนวันที่เหมาะสมก็เดินทางมาถึงชางเฟยผู้เด็ดเดี่ยวแบกรับความแค้น โทสะ ความเจ็บปวด เอาไว้เต็มสองข้างบ่าห้อมล้อมวังหลวงไว้แน่น กับกำลังพลมากถึง 5 แสนนาย ชาวเมือง ไม่เกิดความวิตกกังวลแม้แต่น้อยกลับร่วมแรงร่วมใจกันถือจอบถือเสียบ ทั้งเด็กและคนแก่ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขอร่วมสู้จนตัวตาย หากไม่สู้ต่อ นิ่งดูดายก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น

    อีกทั้ง พวกเขาเชื่ออย่างยิ่งว่า เสิ่นชางเฟย มากด้วยคุณธรรมไม่เข้นฆ่าประชาชาวเมือง

    ระหว่างนั้นเขาปล่อยให้กำลังพลตีเมืองต่อสู้กับทหารวังหลวงอยู่ที่ด่านหน้า ส่วนตัวเองนั้นบุกเข้าชั้นในของวังหลวง

    ชางเฟยพบเด็กน้อยผู้นั้น ยืนร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

     

    "นี่เจ้า อาหลี ทำไมเจ้าร้องไห้ถึงเพียงนั้นครั้งนี้พบเจ้าอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ"

    "ท่านลุงๆๆเป็นท่านเข้ามาช่วยเหลืออาหลีใช่หรือไม่ ตอนนี้มีคนต่อสู้กันเต็มไปหมดอาหลีกลัว"

    "ดูจากการแต่งตัวแล้ว เจ้าคงเป็นองค์ชายน้อยสินะหากข้าเดาไม่ผิด แม่ของเจ้าคือฮองเฮาใช่หรือไม่"

    อาหลีน้อยเช็ดน้ำตา พยักหน้าสองครั้ง

    "เอาล่ะ เด็กน้อยมีใจไร้เดียงสาไม่รู้ความแค้นของผู้ใหญ่"

    "ข้าจะให้เขาเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด"

    "ตงเผย เจ้าพาเขาไปหลบที่ปลอดภัยก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง"

    "เด็กน้อย เจ้าใช่ลูกของอู๋ฉีหนิงจริงหรอเหตุใดเจ้าเหมือนท่านแม่ทัพของข้ายังกับแฝด"

     

    อาหลีตัวแสบกัดแขนตงเผยอย่างแรง

    "ท่านอาอย่าว่าท่านพ่อของข้า ข้าอู๋หลีเฟยจะปกป้องท่านพ่อ"

    "อู๋หลีเฟย.... ชื่อนี้ผู้ใดตั้งให้เจ้า"

    "เป็นท่านแม่ตั้งให้ข้าตั้งแต่เกิด ท่านแม่บอกว่าความลับในกายข้า อยู่ที่คำว่าเฟย ข้าไม่รู้ความหมายของท่านแม่นักหรอก"

    "ห่ะ หรือว่าอาหลี จะเป็นบุตรชายของท่านแม่ทัพแต่ข้าเองก็ยังไม่กล้ามั่นใจ ต้องรอฟังความจริงจากปากนางเท่านั้น"

    "หากเป็นบุตรของท่านแม่ทัพจริงนางเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้หลายปีขนาดนี้เกรงว่านางคงมีความลำบากใจบางอย่างแน่"

     

    ณ ตำหนักใน วังหลวง

    "อู๋ฉีหนิง ไอ้คนขี้แพ้ มัวมุดหัวอยู่ไหนออกมาให้ข้าบั่นคอเจ้าเสีย"

    "หมดช่วงอำนาจของเจ้าแล้วหลายปีมานี้ชาวประชาทุกข์ร้อนมาเกินจะทน ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว"

    ทั้งสองประมือกันอยู่พักใหญ่ ท้ายที่สุดอู่ฉีหนิงถูกตัดหัวขาดสะบั้น 

    เพียงไม่กี่ชั่วยาม ขั้วอำนาจถูกถ่ายทอด  ใครจะคิดว่าแม่ทัพใหญ่เสิ่นชางเฟย ตอนนี้จะกลายเป็นฮ่องเต้ขวัญใจชาวประชา

     

    ตั้งแต่มีอำนาจล้นมือ ชางเฟยชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ครั้งแรกที่พบหน้าอี้หราน ก้นบึ้งของหัวใจเรียกร้องอาวรณ์หา อยากเข้าโผกอดแทบแย่แต่ด้วยความแค้น ความเจ็บปวดที่แบกรับไว้นานหลายปี มิอาจเปิดใจยอมรับนางอย่างเช่นเมื่อก่อนได้

     

    เพื่อเอาคืนภรรยาผู้เป็นที่รัก ชางเฟยทำทุกวิถีทาง....เริ่มจากปลดนางออกจากตำแหน่งฮองเฮาผู้สูงส่งลงไปเป็นนางสนมเบื้องล่างขั้นต่ำสุดของวังหลัง....แน่นอนว่าพญาหงส์ติดปีกที่เคยโผบินบนฟ้า ร่วงลงเหว ต้องถูกคนดูถูกนินทากลั่นแกล้งสารพัด ทำให้นนางทนทุข์แสนสาหัสกับชีวิตในวังหลวงอีกทั้งนางยังอยู่อย่างหวาดระแวงทุกวัน โหยหาบุตรชายผู้เป็นที่รัก 

     

    อาหลีน้อย ถูกส่งไปอยู่ที่หมู่บ้านป่า ให้เสียวจือกับตงเฟยเลี้ยงดูโดยมีบุตรสาวตัวน้อยของตงเผยที่มีกับเสียวจือเป็นเพื่อนเล่นกับองค์ชายน้อย

     

    ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะชางเฟยอยากแน่ใจว่าภัยอันตรายถูกกำจัดไปแล้วจริงๆจึงจะส่งอาหลีน้อยคืนตำแหน่งให้ในวันที่สมควร