พลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地]

    ตอนที่ 35 ผู้ต้องสงสัย


             

            “ซินแส อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”หยางโม่จื่อสอบถามอาการของหยางฉินเทียน เขาสลบไปตั้งแต่การประลองแม้แผลที่โดนเผาไหม้จะดีขึ้นมากก็ตาม แต่ก็ยังคงไม่ได้สติ

            “เฮ้อ...” ซินแสถึงกับถอนหายใจ“เขาอาการหนักกว่าคราวก่อนเพราะนอกจากใช้พลังเต๋าเกินขีดจำกัดแล้วยังได้รับบาดเจ็บภายในอีก แม้อาการของเขาจะดีขึ้นเร็วกว่าคนปกติแต่เขาอาจจะฟื้นไม่ทันการประลองรอบต่อไปที่จะมีขึ้นในสามวันข้างหน้าถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัว”

            หยางโม่จื่อได้ยืนนิ่งไม่ได้พูดอะไรหากหยางฉินเทียนฟื้นไม่ทันการประลองก็จะถือว่าตกรอบหยางฉินหลงคงได้กลับมาเพียงศีรษะหากหยางจินเป่าไม่นอนสลบคงร้องไห้ฟูมฟายเมื่อได้ยินซินแสกล่าวอย่างนี้ ชะตาชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนเสียจริง

            “หยางฉินเทียนเป็นอย่างไรบ้าง?”

            หยางโม่ชิวถามทันทีที่บุตรชายเดินเข้ามาในห้อง

            “เขายังคงสลบอยู่ แม้บาดแผลตามตัวค่อย ๆฟื้นฟูตัวเอง แต่ซินแสไม่รับรองว่าจะฟื้นทันการประลองครั้งต่อไป แต่ถึงจะฟื้นด้วยกำลังภายในระดับต่ำสุดก็คงยากที่จะผ่านการประลองรอบนี้”

            “เฮ้อ..” หยางโม่ชิวถอนหายใจ “ข้าเลยรู้สึกผิดไปด้วยที่ช่วยปู่ของเขาไว้ไม่ได้เขาอาจจะเคลือบแคลงสงสัยข้าอยู่ก็เป็นได้เพราะหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับข้าข้าเองก็ไม่รู้จะตอบเรื่องนี้อย่างไร”

            “ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลยเพราะช่วงนี้เขาต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการฝึก แม้แต่ข้าเองเขาก็ไม่มีเวลามาสนทนา”

            “ขอให้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเถอะ”เขาภาวนาให้เป็นเช่นนั้น

    ...............

                ในห้องรับรองห้องหนึ่งของโรงเตี๊ยมชายสามคนกำลงนั่งล้อมวงกันอยู่ อาหารและสุรามากมายวางอยู่บนโต๊ะส่งกลิ่นหอมโชยไปทั่วห้องแต่พวกเขามิได้แตะอาหารหรือดูมีความสุขแม้แต่น้อย มีเพียงชายคนเดียวที่กำลังบันเทิงกับสุราโดยไม่แยแสสิ่งรอบข้างชายอีกสองคนได้แต่มองโดยไม่ได้พูดอะไร

            “ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ได้เชิญข้ามาเพื่อเลี้ยงสุราเพียงอย่างเดียวใช่มั้ย”หยางเชี่ยงชุนเอ่ยถามแล้วก็กระดกสุราเข้าปาก “ถ้าข้าเดาไม่ผิดคงเป็นเรื่องของหยางไถ่โป๋”

            “เจ้าเดาไม่ผิดหรอก”หยางสงป้าเอาตะเกียบคีบหมูหันเข้าปาก แก้มและเหนียงของเขากระเพื่อมขณะทำการบดเคี้ยวอย่างพึงพอใจ“เจ้าคงพอจะรู้สินะว่าข้าเชิญพวกเจ้ามาทำไม”

            “ข้าได้ยินว่าเจ้าไปหาหยางเทียนหลงเมื่อตอนบ่าย”หยางเสี่ยวป้อเทน้ำชาลงไปในจอก “พวกข้าก็คงตกเป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกันใช่หรือไม่”

            “ถูกแค่ส่วนเดียว”หยางสงป้าคีบหมูอีกชิ้นเข้าปาก “ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอกแต่ถ้าข้าละเว้นการสอบถาม เกรงว่าจะถูกครหาว่าลำเอียง”

            “เจ้าอยากรู้อะไร” หยางเชี่ยงชุนถามตรง ๆแม้เขาจะรู้สึกยินดีในการดื่มสุราโดยไม่ต้องเสียเงินแต่บรรยากาศเช่นนี้อาจจะทำให้หมดอารมณ์ดื่มได้ทุกเมื่อ

            “ในช่วงห้าวันที่ผ่านมานี้ พวกเจ้าเจอหยางไถ่โป๋กี่ครั้ง”

            “สองครั้งทุกครั้งจะนัดกันไปเจอที่โรงเตี๊ยมบนถนนเส้นเดียวกับร้านค้าตระกูลโม่พวกข้ามักจะสังสรรค์กันเป็นปกติที่โต๊ะประจำ สิ่งที่พูดคุยก็เรื่องสัพเพเหระไม่ได้มีอะไรพิเศษ”

            “แล้วนี้เขาได้พูดถึงอะไรบ้าง”

            “เขาพูดถึงเรื่องที่เจ้าเอาเปรียบ มัวแต่ต่อรองราคาจนทำให้หยางฉินเทียนมีเวลาหาทางผ่านการประลองรอบแรกการเสียพนันมากขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องหัวเสียเป็นธรรมดา”

            ‘หรือนี่จะเป็นแรงจูงใจให้ขโมยป้ายวิญญาณ?’หยางสงป้าครุ่นคิด ‘ไม่สิ เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากป้ายวิญญาณหายไปการวางแผนใส่ร้ายข้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้คิดไตร่ตรองไว้ก่อนแต่เพราะข้าทำให้หยางไถ่โป๋เสียหายหนัก เขาจึงหันมาเล่นงานข้า’

            หยางสงป้ามีสีหน้าเคร่งเครียด เขาใช้นิ้วลูบหนวดน้อยๆ เพื่อบรรเทาอารมณ์อันไม่น่าพอใจ หยางเชี่ยงชุนกับหยางเสี่ยวป้อถึงกับมองหน้ากันเพราะไม่เคยเห็นหยางสงป้าคิดหนักขนาดนี้มาก่อน เขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจกันนะ?

            “แล้วเรื่องอื่นล่ะ” หลังจากเงียบไปพักหนึ่งหยางสงป้าก็เอ่ยปากถาม “เขาได้พูดอะไรนอกเรื่องจากเรื่องนี้มั้ย?”

            “มีแต่รำพึงตอนเมาว่า ‘ข้าไม่น่าโลภเลย’ กับ ‘ข้าไม่น่ารับปากหยางเทียนหลงเลย’ เขาพูดวนเวียนอยู่สองคำนี้” หยางเสี่ยวป้อเป็นผู้ตอบเพราะในช่วงเวลาปกติหยางเชี่ยงชุนจะจดจำบทสนทนาได้ แต่เมื่อใดที่เขาเมาก็มีแต่หยางเสี่ยวป้อที่มีสติเพราะเขาไม่เน้นสุรา แต่เน้นนารี

            “หยางเทียนหลง?”

            ดวงตาของหยางสงป้าเปล่งประกายขึ้นมาทันที

            “ใช่ นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ยินนะซึ่งไม่น่าเกี่ยวกับป้ายวิญญาณ อีกอย่างหนึ่งเจ้าอย่าเข้าใจผิดว่าพวกข้าขายเพื่อนข้าเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหยางไถ่โป๋ ในฐานะสหาย ข้าให้ข้อมูลนี้ก็เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเขา”หยางเสี่ยวป้อวางจอกน้ำชา “ข้าคิดว่าข้อมูลที่เจ้าอยากรู้คงมีเพียงเท่านี้วันนี้ดึกแล้ว ข้าลาล่ะ”

            หลังจากแขกรับเชิญกลับไปหมดแล้วหยางสงป้ายังคงนั่งครุ่นคิดอยู่ที่เดิม “เสียดายที่ตอนนี้หยางฉินเทียนยังสลบอยู่มิเช่นนั้นข้าคงได้ไปสอบถามในเรื่องนี้ หากเขาไม่รู้เรื่อง นั่นก็หมายความว่าหยางเทียนหลงอาจจะอยู่เบื้องหลังและนำป้ายวิญญาณไปเก็บไว้ในคลังสมบัติของตระกูลเทียน ซึ่งเท่าที่ฟังจากพ่อบ้านหลี่แม้ท่านหยางต้าเฉิงจะไปด้วยตนเองก็ไม่อาจจะเข้าไปตรวจสอบได้เห็นทีเรื่องนี้จะไม่จบง่าย ๆ เสียแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องพลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地] ที่คุณอ่าน