เบื้องหน้าของเขาคือลานดินกว้างที่เกิดจากการปะทะกันเมื่อสองคืนก่อน
หลุมลึกที่เกิดจากกระบองท้าวเวสสุวรรณยังคงประทับรอยอยู่บนพื้นดินราวกับแผลเป็นของโลก
ตรงกลางลานนั้น อัศวินมามาเลด ยืนสองขากอดอกพิงซากต้นไม้ที่หักโค่น
ชุดเกราะหนังสีดำ ที่หุ้มด้วยเกราะโลหะสีเงินของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาววับ
หางสีส้มพวงใหญ่สะบัดไปมาอย่างเชื่องช้า แต่ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากเหล็กกลับจับจ้องมาที่อคินนิ่งงัน
"มาตรงเวลาดีนี่... อคิน"
แมวยอดอัศวินเอ่ยทักโดยไม่ขยับตัว
"แผลเป็นยังไงบ้าง?"
"แผลเหรอไม่มีนะ ...แต่ถ้ากล้ามเนื้อก็ยังตึงๆ อยู่บ้าง แต่ฉันพร้อมลุยแล้วล่ะ"
อคินตอบ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว เขาไม่ได้กลัวมามาเลด แต่เขากำลังกลัวความว่างเปล่าที่รายล้อมอยู่รอบตัว
"แล้ว... ไหนล่ะครับ 'ทีม' ที่นายบอก? ไหนว่านายจะไม่ไปด้วยทำไมใส่ชุดเต็มยศมาอย่างงั้น"
มามาเลดยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นเขี้ยวขาววับ
"หึ พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว... อยู่มาตั้งแต่เจ้าก้าวเท้าเข้ามาในเขตป่านี้แล้ว"
สิ้นเสียงของมามาเลด บรรยากาศรอบตัวก็หนักอึ้งขึ้นฉับพลัน ราวกับแรงโน้มถ่วงในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นทวีคูณ
ฟึ่บ!
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงกิ่งไม้หัก มีเพียงเงาสีดำสายหนึ่งทิ้งตัวลงมาจากเรือนยอดไม้สูงลิบ ร่
างนั้นแตะพื้นดินแผ่วเบายิ่งกว่าขนนก ก่อนจะยืดตัวขึ้นเผยให้เห็นทรวดทรงเพรียวบางที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อใต้ชุดรัดรูปสีดำสนิท
เสือดาว... แต่ไม่ใช่เสือดาวธรรมดา มันยืนด้วยสองขาอย่างมั่นคง
ลวดลายบนตัวกลมกลืนไปกับเงามืดของรัตติกาล
ที่เอวมีมีดสั้นคู่รูปทรงประหลาดเหน็บอยู่
ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์จ้องมองอคินเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงเครื่องใน
เสือดาวเดินวนรอบตัวอคินช้าๆ จมูกของมันขยับฟุดฟิด ลิ้นสากๆ แลบเลียริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย
"กลิ่นของเจ้า... มันผิดปกติ..."
เสียงของนักฆ่าแห่งพงไพรแหบพร่าและเย็นเยียบ
มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอคินสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว มันคือเสือดาวตัวเดียวกับที่เขาเคยปะทะด้วยที่ชายป่าเขาเขียว
แต่ตัวเขาเองกลับยืนตัวแข็งทื่อ ลืมแม้กระทั่งการหายใจ
"ข้าได้กลิ่น 'เทพ' จางๆ จากตัวเจ้า... แต่ที่ชัดกว่าคือกลิ่น... 'ความตาย'"
อคินสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบ
'กลิ่นความตาย? หรือจะเป็นเพราะเราคลุกคลีกับพวกซอมบี้มากไป? หรือว่าเราไม่อาบน้ำ?'
"กลิ่นเหมือน... ศพเดินได้ที่ไม่มีชีพจร"
เสือดาวหรี่ตาลง แววตานั้นเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย
"หัวใจเจ้า... ข้าแทบไม่ได้ยินเสียงมันเต้นเลยด้วยซ้ำ เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่?"
ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่างอคิน เขาไม่เคยสังเกตตัวเองมาก่อน
แต่เมื่อถูกทัก เขาก็พยายามจะจับชีพจรตัวเอง...
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาขวางหน้าอคิน ตัดบทการสนทนาอันน่าอึดอัดทันที
[ระบบ : สกิลติดตัว 'ชีพจรพรางตัว' ทำงานอัตโนมัติ!]
[คำอธิบาย: เพื่อป้องกันการตรวจจับจากนักล่าระดับสูง ระบบได้ทำการลดการทำงานของหัวใจและอุณหภูมิร่างกายลงชั่วคราว... อย่าตกใจไป]
"อ๋อ..."
อคินลอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นึกขอบคุณระบบที่รอบคอบเสมอ
"มันเป็นเทคนิคการพรางตัวของผมน่ะครับ... สกิลพิเศษที่ช่วยลดการตรวจจับ"
เขาตอบกลับไปเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย พยายามทำตัวให้ดูสมกับเป็นผู้ถูกเลือก
"หึ เอาตามนั้นก็ได้ ข้าชื่อ 'อัคคี' เจ้าคืออคินสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก"
อัคคียังคงจ้องหน้าเขาอย่างไม่วางใจ แต่ก่อนที่เสือดาวหนุ่มจะซักไซ้ต่อ พื้นดินใต้เท้าพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังก้องกังวาน ร่างมหึมาเดินแหวกพุ่มไม้ออกมา ต้นไม้ขนาดเท่าขาคนถูกเบียดจนหักโค่นราวกับก้านไม้ขีดไฟ
เสือโคร่ง ลายพาดกลอนขนาดตัวเท่ารถตู้ ยืนตระหง่านด้วยสองขา
ท่าทางองอาจดั่งขุนเขาที่เคลื่อนที่ได้ กล้ามเนื้อทุกมัดดูอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างที่พร้อมจะฉีกกระชากเหล็กกล้า
ที่แผ่นหลังกว้างใหญ่นั้นสะพาย 'ดาบใหญ่' ที่สร้างจากกระดูกสันหลังของอสูรยักษ์ ดูหนักเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดจะยกไหว
"เจ้านั่นชื่อทองดี"
เสือดาวเอ่ยขึ้นพร้อมผายอุ้งมือไปยังสือโคร่ง
ทองดีไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ก้มลงมองอคินด้วยสายตาที่เหมือนมองลูกแมวตัวเล็กๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เจ้าโบ้
"โฮ่ง..."
โบ้ครางตอบรับในลำคอ หางลู่ลงต่ำทันทีด้วยความเคารพ สัญชาตญาณสัตว์บอกมันว่าใครคือ 'จ่าฝูง' ที่แท้จริง
"เลิกขู่เด็กใหม่ได้แล้วน่าพวกนาย เดี๋ยวเขาก็หนีเตลิดไปหมดหรอก"
เสียงใสๆ แหลมสูงดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วที่โหนเถาวัลย์ลงมาเกาะบนบ่าอันหนาเตอะของทองดีอย่างคล่องแคล่ว
ลีเมอร์หางแหวน ตัวน้อย สวมแว่นตาที่มีเลนส์ซ้อนกันหลายชั้นดูไฮเทค
เธอสวมเสื้อกั๊กช่างที่มีกระเป๋าเล็กๆ บรรจุเครื่องมือเต็มไปหมด
ในอุ้งมือเล็กๆ นั้นประคองปืนไรเฟิลยาวรูปทรงประหลาดที่ประดิษฐ์จากชิ้นส่วนจักรกลโบราณผสมกับชิ้นส่วนอสูร
"ฉันชื่อจูเลีย ยินดีที่ได้รู้จักนะ...พ่อหนุ่มนักท่องราตรี"
จูเลียขยับแว่น เลนส์กล้องขยายวูบวาบขณะเธอกวาดตามองสำรวจอคินตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ค่าสถานะพื้นฐานดูธรรมดา... กล้ามเนื้อยังไม่เข้าที่ มวลกระดูกยังไม่แน่น..."
เธอวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเหมือนกำลังสแกนสินค้า
"แต่อุปกรณ์สวมใส่ดูมีคลาสใช้ได้ โดยเฉพาะดาบนั่น... ตีบวกมาดีนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะพ่อหนุ่ม"
ก่อนที่เธอจะหันไปด้านหลัง และตะโกนขึ้น
"มายา...เธอก็ออกมาทักทายเพื่อนใหม่หน่อยสิ อย่าหลบแต่ในเงา"
เมื่อสิ้นเสียงของลิเมอร์สาว ความมืดรอบๆ ลานกว้างก็เริ่มบิดเบี้ยว
เงาไม้ที่ทอดยาวบนพื้นค่อยๆ ก่อตัวนูนขึ้นมา กลายเป็นรูปร่างของสัตว์ประหลาดที่มีจมูกยาวงวง คล้ายหมูผสมช้าง
ลวดลายสีขาวตัดดำบนตัวดูพิศวงและชวนเวียนหัว
สมเสร็จ สาวเดินออกมาจากเงามายา รอบตัวเธอมีหมอกควันจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง
บรรยากาศรอบตัวเธอดูบิดเบี้ยวราวกับภาพฝันที่ซ้อนทับโลกแห่งความจริง
"ข้าสัมผัสได้..."
มายาเอ่ยเสียงเนิบนาบ
ดวงตาปรือเหมือนคนง่วงนอนจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของอคิน
ลึกเข้าไปในดวงตานั้นเหมือนมีจักรวาลหมุนวนอยู่
"ความว่างเปล่า... ในตัวเจ้ามีหลุมดำขนาดเล็กซ่อนอยู่... มันโหยหา... มันเรียกร้อง..."
เธอหยุดพูดแล้วยิ้มบางๆ
"แต่จิตวิญญาณของเจ้า... สว่างไสวแปลกๆ นะ... เหมือนหิ่งห้อยที่หลงทางในสุสาน"
คำพูดของมายาทำให้อคินขนลุกซู่ เขารู้สึกเหมือนถูกมองเห็น 'ไส้ใน' จนหมดเปลือก
เขาหันไปขอความช่วยเหลือจากมามาเลดด้วยสายตาเลิ่กลั่ก
"นี่มัน... สุดยอดไปเลยครับ"
อคินพยายามปั้นหน้ายิ้มสู้
"ทีมซูเปอร์ฮีโร่เวอร์ชันสัตว์ป่าชัดๆ"
"อคิน... นี่คือ 'หน่วยรบพิเศษ' ของแคลนอะนีมาเนีย"
มามาเลดประกาศด้วยความภาคภูมิใจ
"พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยมของแคลนอะนีมาเนีย และตอนนี้พวกเขาได้รับภารกิจให้กวาดล้างอสูรในเทือกเขาสอยดาว เพื่อยึดพื้นที่ป่าทั้งหมด"
"ยึดป่า?" อคินทวนคำ
"ถูกต้อง"
จูเลียขยับแว่น ใบหน้าขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจัง
"เหตุผลที่เรามารวมตัวกันที่นี่ ไม่ใช่มาปิกนิกชมจันทร์หรอกนะพ่อหนุ่ม... ท่านเสนาบดียกป่าในเทือกเขาสอยดาวทั้งหมด ให้กับแคลนอะนีมาเนีย เพราะที่ป่าเขาเขียวค่อนข้างแออัดแล้ว... ท่านดาวทลายผู้นำของพวกเรา จึงมอบภารกิจให้พวกเราที่ใช้ชีวิตกลางคืนมาล่ากันตอนกลางคืน ส่วนทีมหากินตอนกลางวันก็จะออกล่าตอนกลางวัน"
เธอชี้ปากกระบอกปืนไปทางทิศตะวันตก ลึกเข้าไปในหุบเขาที่มืดมิด
"มินิบอสหมูป่าที่นายจัดการไปน่ะ... ฝีมือไม่เลวนะ แต่ขอบอกความจริงไว้อย่าง..."
มามาเลดก้าวเข้ามาเสริม น้ำเสียงกดต่ำลง
"เจ้านั่นเป็นแค่ 'มินิบอส' เท่านั้น อคิน... อาจจะยังพวกอสูรที่แข็งแกร่ง หรือตัวที่วิวัฒนาการเป็นระดับบอสซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่าก็ได้... พวกเจ้าต้องกำจัดอสูรต่างมิติให้หมดก่อน พวกเราถึงย้ายเหล่าสัตว์ปลุกพลังจากป่าเขาเขียวมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ได้"
"ภารกิจของเราคือ 'ล่า' มัน... ล่าให้หมดป่าทิ้งเอาไว้นานไม่ได้"
อัคคีเอ่ยเสริม พร้อมชักมีดสั้นคู่ออกมาจากความว่างเปล่า ใบมีดสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายอำมหิต
"ก่อนที่พวกอสูรที่แอบซ่อนตัวจะวิวัฒนาการจนกลายเป็น 'หายนะ' ของอาณาจักร"
อคินกวาดสายตามองสมาชิกทีมใหม่ทีละคน
ความกลัวในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอีกอย่าง...
เลือดในกายของเขาเริ่มสูบฉีดแรงขึ้น
ความตื่นเต้นที่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางยอดฝีมือเหล่านี้ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดและความสงสัยในตัวเองไปจนหมด
ติ๊ง!
[ภารกิจพิเศษ: บทพิสูจน์ตนเอง]
[เป้าหมาย: ไล่ตามพวกพี่ๆ เขาให้ทัน อย่าเป็นตัวถ่วง!]
[ระบบ: โอกาสทองในการเก็บ XP กับปาร์ตี้ระดับเทพมาถึงแล้ว... อย่าทำขายหน้าล่ะคู่หู]
"ผมเอาด้วยครับ"
อคินตอบรับเสียงหนักแน่น กระชับดาบในมือมั่น
แววตาที่เคยวูบไหวบัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"จะให้บุกน้ำลุยไฟที่ไหน บอกมาได้เลย!"
ทองดียิ้มแยกเขี้ยวที่มุมปาก มายายิ้มบางๆ ส่วนจูเลียดีดนิ้วดังเปาะ
"ใจกล้าดีนี่... งั้นเริ่มบทเรียนแรกกันเลย 'การเดินป่าแบบที่ยังมีลมหายใจ'"
...
[21:30 น.]
ป่าสนรกร้างเงียบสงัดจนน่าขนลุก อากาศเย็นลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ
แต่สำหรับอคิน เขาไม่รู้สึกหนาว... ไม่รู้สึกเหนื่อย... และไม่รู้สึกหิว
เขาวิ่ง... วิ่งมาตลอดสองชั่วโมงโดยแทบไม่ได้หยุดพัก เพื่อไล่ตามเงาของสัตว์อสูรทั้งสี่ที่เคลื่อนที่ผ่านป่ารกทึบราวกับภูตพราย
ทันใดนั้น สัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือน
แซ่ก!
เงาดำวูบวาบนับสิบสายพุ่งผ่านยอดไม้เหนือหัว
ฝูงหมาป่าเงา... ร่างกายของพวกมันกึ่งโปร่งแสง เคลื่อนที่ไปมาในความมืดราวกับควันไฟ ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่จ้องมองลงมา
"ทองดี เปิด!"
เสียงจูเลียสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารจิ๋วที่อคินเพิ่งได้รับมา
"โฮกกกก!!"
สิ้นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนปอด เสือโคร่งยักษ์ก็กระโจนจากจุดซ่อนตัวออกไปกลางวงล้อมมอนสเตอร์
ดาบใหญ่ในมือถูกเหวี่ยงเป็นวงกลมเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม
ตูม!!
แรงลมจากการเหวี่ยงดาบพัดเอาร่างของหมาป่าเงาปลิวว่อนราวกับตุ๊กตาผ้า
สกิลของทองดีดึงความสนใจของมอนสเตอร์ทั้งหมดให้พุ่งเป้าไปที่เขาเพียงผู้เดียว
"อัคคี เก็บกวาด!"
เสือดาวหนุ่มหายวับไปจากสายตาของอคิน ก่อนจะโผล่มาอีกครั้งที่หลังคอของหมาป่าตัวหนึ่ง
มีดสั้นในมือวาดผ่านอากาศเป็นเส้นแสงสีเงิน...
หัวของหมาป่าหลุดกระเด็นก่อนที่เลือดจะทันพุ่งออกมาด้วยซ้ำ
จากนั้นเขาก็หายตัวไปโผล่อีกจุดหนึ่ง ราวกับการเต้นรำแห่งความตาย
อคินยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า นี่ไม่ใช่การต่อสู้... นี่คือศิลปะ
แต่วินาทีแห่งความชื่นชมก็อยู่ได้ไม่นาน
"อคิน! ซ้าย 9 นาฬิกา! อย่าให้หลุดมาถึงแนวหลัง!"
เสียงจูเลียตะโกนลั่นผ่านหูฟัง
อคินหันขวับ หมาป่าเงาสองตัวหลุดจากวงล้อมของทองดีได้
พุ่งตรงมาทางจูเลียและมายาที่ยืนร่ายเวทอยู่แนวหลัง
"โบ้! บัวลอย!"
อคินตะโกนสั่งการ ร่างกายขยับไปเองก่อนสมองจะสั่ง
เจ้าโบ้ในโหมดรถถังวิ่งสวนเข้าไปชนด้วยสกิล [โล่กระแทก] ใส่หมาป่าตัวแรก
เสียงปะทะดังสนั่นจนมันเซถลา อคินไม่รอช้า พุ่งตามเข้าไปใช้สกิล [ฟัน] เล็งไปที่เอ็นขาหลังของมัน
คมดาบตัดผ่านเนื้อและกระดูกอย่างแม่นยำจนมันล้มลง
"อีกตัว!"
หมาป่าเงาอีกตัวกระโดดข้ามหัวโบ้
กางกรงเล็บหมายจะขย้ำคอของอคินจากด้านหลัง
เขารู้สึกถึงลมหายใจเหม็นเน่าที่รดต้นคอ... หลบไม่ทันแน่!
ขวับ!
เงาสีดำพุ่งขึ้นมาจากพื้นเหมือนมือยักษ์ คว้าจับขาหลังของหมาป่าตัวนั้นไว้กลางอากาศแล้วเหวี่ยงมันกระแทกพื้นดังพลั่ก!
ไม่ใช่ฝีมือบัวลอย... แต่เป็นมายา!
สมเสร็จสาวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เพียงแค่กระดิกนิ้วเบาๆ เงาของต้นไม้รอบๆ ก็กลายเป็นอาวุธตรึงร่างศัตรูไว้นิ่งสนิท
"ปิดงานเลยพ่อหนุ่ม!" มายาเอ่ยเสียงเนิบ แต่กังวานในหัว
อคินวิ่งไต่ขึ้นไปบน 'ทางลาดเงา' ที่มายาสร้างขึ้นส่งตัวเขาลอยขึ้นฟ้า
ดาบในมือเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า เขาง้างดาบขึ้นสุดแขน รวบรวมแรงทั้งหมดที่มี...
" [ทุบ] !"
ด้ามดาบกระแทกเข้ากลางกะโหลกหมาป่าเต็มแรง
แรงกระแทกส่งผลให้หัวของมันยุบลงไปทันที ร่างนั้นสลายกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งเข้าสู่ตัวเขา
"ไม่เลว..."
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียว พร้อมกับร่างของหมาป่าตัวสุดท้ายที่พยายามจะลอบกัดอคินร่วงลงมาจากกิ่งไม้
จูเลียที่ห้อยโหนอยู่บนยอดไม้สูง เป่าควันออกจากปากกระบอกปืนไรเฟิล
"ปฏิกิริยาตอบสนองใช้ได้... สำหรับมือใหม่"
อคินยืนหอบหายใจ... ไม่สิ... เขาทำท่าเหมือนหอบหายใจ
เขาก้มมองมือตัวเองที่สั่นระริก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย
แต่เพราะความตื่นเต้นที่แล่นพล่าน เขาเพิ่งร่วมสู้กับทีมระดับตำนาน... และเขาทำได้!
...
[02:00 น.]
หลังจากกวาดล้างไปได้สามระลอกใหญ่ พวกเขาก็กลับมายังฐานที่มั่นชั่วคราว
ถ้ำหลังน้ำตกขนาดเล็กที่ถูกพรางตาด้วยเวทมนตร์
กองไฟถูกจุดขึ้นด้วย 'หินเวทมนตร์' ให้ความอบอุ่นโดยไร้ควัน
ทองดีนั่งฉีกเนื้อย่างกินอย่างมูมมาม อัคคีนั่งเช็ดมีดเงียบๆ บนกิ่งไม้
มายานอนหลับตาทำสมาธิ ส่วนจูเลียกำลังซ่อมแซมปืนของเธอ
อคินนั่งลงข้างกองไฟ รับขวดน้ำที่มามาเลดยื่นให้
เขาแสร้งทำเป็นยกขึ้นดื่ม... ทั้งที่ความจริงเขาไม่รู้สึกกระหายเลยสักนิด
ของเหลวไหลผ่านลำคอลงไป แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนที่ควรจะเป็น มันเหมือนเทน้ำลงในท่อกลวงๆ
"เหนื่อยไหม?"
จูเลียนั่งลงข้างๆ
"เหนื่อยครับ... แต่สนุกเป็นบ้าเลย"
อคินตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายวาววับแข่งกับแสงไฟ
"ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเรียนรู้อะไรได้เยอะมาก... ทั้งจังหวะการเข้าทำ การระวังหลัง... พวกพี่ๆ เก่งจริงๆ"
"ดีแล้ว..."
จูเลียไปยังนาฬิกาข้อมือของเธอ แววตาของเธออ่อนลงเล็กน้อย
"พักผ่อนซะ เวลาของนายเหลืออีกไม่มาก พรุ่งนี้เราจะเริ่มของจริง... การตามรอยราชันย์หมูป่า"
"รู้เรื่องเวลาเชื่อมต่อของผมด้วยเหรอครับคุณจูเลีย?"
อคินถามขึ้นด้วยความตกใจ
"รู้สิ มามาเลดบอกไว้แล้ว ไม่งั้นพวกเราจะมาพัดตอนตีสองทำไม นายนอนไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว"
อคินพยักหน้า เอนหลังลงพิงเจ้าโบ้ที่หลับกรนเบาๆ ไปแล้ว
เขามองดูเพื่อนร่วมทีมที่เป็นสัตว์อสูร... สิ่งมีชีวิตที่ควรจะดุร้าย แต่กลับมีความเป็น 'มนุษย์' มากกว่ามนุษย์หลายคนที่เขาเคยเจอ
เขารู้สึกอบอุ่น... ไม่ใช่จากกองไฟ แต่จากความรู้สึกของการมี 'พวกพ้อง'
อคินหลับตาลงด้วยความสุขใจ... โดยไม่รู้เลยว่า
เขากำลังนอนหลับ... เพื่อรอเวลาที่เชื่อมต่อที่จะหมดลง
และเมื่อถึงเวลานั้น... เขาจะสลบไป และนอนยาวจนกว่าจะตื่นขึ้นในวันถัดไป
ติ๊ง!
[ฝันดีนะ... อคิน]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]