บทที่ 138 กลับเข้าสถาบันในรอบหลายปี
สำหรับซูหยวนแล้ว เธอมองว่าเจ้านายอย่างประธานจางนั้นเป็นเจ้านายที่ดีมาก นักล่าที่อยู่ในองค์กรล้วนแต่ทุ่มเทพลังกายและใจเพื่อองค์กรกันทั้งนั้น นี่เป็นเพราะเขามีทั้งบทลงโทษและรางวัลที่ชัดเจน ซึ่งซูหยวนที่เคยผ่านการทำงานกับบริษัทมามากมาย เธอย่อมรู้ว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จจะต้องเป็นแบบไหน
แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้พูดขัดบรรยากาศแบบนี้ อีกทั้งถ้าไม่มีปัญหาอะไร การเป็นทหารพิเศษก็ไม่ได้แย่ อย่างแรกเป็นเพราะพวกเขาจะช่วยเธอซ่อนความสามารถนี้ไว้ อีกอย่าง...ซูหยวนชอบที่ทหารพิเศษนั้นสามารถมีสิทธิพิเศษบางอย่างเหนือกว่าทหารธรรมดาทั่วไป อย่างน้อยๆ...พวกเขาก็ฆ่าคนได้โดยไม่มีความผิดไม่ใช่หรือ?
ถึงบทสนทนาจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่พวกเขาเพียงแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างสนุกสนานเท่านั้น ระหว่างทางที่กลับมาจึงค่อนข้างราบรื่นดี
พวกเขาเดินทางมาจนถึงค่าย กรงหนูกลายพันธุ์ถูกนำใส่กล่องทึบจนไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไรกันแน่ พวกเขานำมันไปมอบให้ผู้นำที่กำลังรอฟังผลอยู่ หลังจากที่รู้ว่าซูหยวนทำภารกิจสำเร็จ พวกเขาต่างก็ยินดีอย่างมาก
ไม่ใช่แค่เรื่องภารกิจสำเร็จที่น่ายินดี แต่นี่เป็นการยืนยันว่าสิบเอกอันคนนี้พิเศษมากขนาดไหน นอกจากเธอจะเป็นอัจฉริยะในบรรดาเด็กรุ่นใหม่แล้ว เธอก็ยังสามารถกลายเป็นความหวังของมนุษย์ชาติรุ่นต่อไปได้เลย
“พวกเราจะรีบดำเนินการเรื่องตำแหน่งในกองทัพ และเรื่องผลตอบแทนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ จ่าสิบตรีอันสมควรแล้วที่จะก้าวหน้าขึ้นไปอีก อนาคตของเธอ...ไม่ใช่เส้นทางที่ตันอีกต่อไปแล้ว” ผู้นำมอบความคาดหวังให้ซูหยวนมาก เธออายุเพียงเท่านี้ แต่ไม่ใช่แค่ตำแหน่งจ่าสิบตรีเท่านั้น เธอกำลังจะเลื่อนเป็นจ่าสิบโทอีกครั้งแล้ว
ความรวดเร็วนี้ ถ้าคนอื่นรู้เข้า พวกเขาคงจะอิจฉาจนตายแน่!!
“หลังจากนี้ก็พักผ่อนให้มากหน่อย ฉันจะบอกกับพันเอกเติ้งเรื่องภารกิจครั้งต่อไป เพราะเธอเป็นทหารพิเศษของกองทัพแล้ว จะให้ทำภารกิจทั่วๆไปก็คงจะสิ้นเปลืองพลังงานไปเปล่าๆ อย่างไรก็ตาม...เป็นทหารพิเศษก็มีภารกิจพิเศษเป็นของตัวเอง ถ้าถึงเวลา...พวกเราก็หวังว่าเธอจะให้ความร่วมมือที่ดี”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนรับปาก เธอไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้อยู่แล้ว การทำภารกิจพิเศษก็สร้างผลงานได้เหมือนกัน หรือจะให้ติดตามอาจารย์ไปก็ได้ทั้งนั้น
เวลานี้เธอถูกมองว่าเป็นเด็กอัจฉริยะ คุณค่าของเธอต่อองค์กรนักล่าสกุลจางย่อมมากขึ้น หลังจากจบการศึกษาในสถาบันแล้วกลายเป็นนักล่าตัวจริง เงินเดือนในองค์กรก็น่าจะสูงมากใช่ไหม? เธอได้แต่หวังว่าประธานจางคนนั้นจะมองเห็นว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์จากการมีเธออยู่ แล้วให้ค่ากับเธอมากกว่าเดิม
ในที่สุด ซูหยวนก็ได้มีเวลาพักผ่อนจากภารกิจมากมายของกองทัพเสียที หลังจากที่เธอถูกพาไปทำภารกิจเสี่ยงตายมามากมาย นับเป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เธอเข้าไปห้องเรียน ซึ่งทันทีที่ซูหยวนเข้าไปในห้อง เธอก็พบว่าสถานการณ์ที่นี่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
นักเรียนทุกคนมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นไม่ชอบใจ บางคนถึงกับแค่นหัวเราะใส่เธอด้วยซ้ำ ซูหยวนไม่เข้าใจมากนัก จนกระทั่งมีคนพูดขึ้นมาลอยๆ
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าทหารระดับสูงจะเข้าเรียนกับพวกเราได้ด้วย”
“ใช่ นึกว่าจะเอาเวลาไปเลื่อนตำแหน่งเสียอีก”
“ฮ่าๆ มีงานกลุ่มก็ทิ้งงานเอาไว้ ปล่อยให้เพื่อนแบกไง ส่วนตัวเองก็ไปเอาหน้าที่อื่น ได้ทั้งเรียนจบ แล้วก็ได้ทั้งตำแหน่งด้วย ส่วนคนที่แบกให้จบพร้อมกันตอนนี้เป็นยังไงล่ะ”
“ยังจะถามอีกหรอ? ไม่ใช่ว่าสองคนนั้นนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรึไง”
“ฮ่าๆ ก็สมน้ำหน้าแล้ว อวดดีเกินไป”
“บางทีนะ การเป็นคนดีมากเกินไปก็ทำให้ตายได้เหมือนกัน พวกนั้นไม่รู้อยากจะหล่ออยากจะเท่รึเปล่า ยอมเอาตัวถ่วงเข้าร่วมกลุ่ม บอกว่าจะทำในส่วนแทนที่ของเธอ สุดท้ายก็เกือบเอาตัวไม่รอดกลับมา”
“นั่นน่ะสิ ถ้าไม่ใช่เพราะที่เขตล่าระดับ A มีนักล่าจำนวนมากที่เข้าช่วยเหลือได้ทันที ป่านนี้ก็คงตายไปแล้ว”
“ที่จริง พวกมันก็น่าจะตายๆไปให้หมดนะ เป็นพวกน่าสมเพชที่น่าตายด้วยน่ะ”
เสียงพูดคุยดังขึ้นรอบๆ ต่อให้ซูหยวนไม่ตั้งใจฟังก็ยังได้ยิน นักเรียนชั้นปีที่ 1 พวกนี้ไม่ได้พูดกับเธอโดยตรง แต่สายตาของทุกคนมองมาที่เธอแล้วเหยียดยิ้มแบบนั้น ต่อให้เป็นเด็กสามขวบก็ยังเข้าใจได้ว่ากำลังด่าใคร
เพียงแต่...ที่เธอยังไม่รู้ก็คือพวกเขาพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่
“นักเรียนทุนอัน กลับมาได้สักทีนะ” ในขณะที่ซูหยวนกำลังตั้งใจฟังเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ไม่รู้ว่าจูหลิวหลี่มีเจตนาอะไรกันแน่ ทว่าเธอกลับเดินเข้ามาหาอย่างเปิดเผย ทั้งยังพูดเสียงดังอีกด้วย
“นักเรียนจู”
“ใช่ ฉันเอง...ที่ผ่านมา เธอคงจะยุ่งอยู่กับภารกิจเลื่อนตำแหน่งในกองทัพก็เลยไม่ได้สนใจที่จะทำงานของสถาบัน ถ้าเป็นงานส่วนตัวก็ไม่เท่าไรหรอก แต่นี่มีงานกลุ่มด้วย นักเรียนทุกคนไม่อยากรับเธอเป็นภาระเข้าร่วมกลุ่ม เพราะรู้ว่าเธอคงจะไม่มีเวลาทำภารกิจให้สำเร็จ ดังนั้น...ชื่อของเธอจึงอยู่รวมกับนักเรียนทุนซานและนักเรียนทุนถง พวกเขาประกาศว่าจะรับผิดชอบในส่วนของเธอให้เอง”
“นักเรียนทุนซานและนักเรียนทุนถง...” ซูหยวนนึกภาพนักเรียนทุนสองคนนั้น พวกเขาเป็น 2 ในสามนักเรียนทุนชายที่ยังอยู่ร่วมชั้นเรียนเดียวกับเธอ ซึ่งจำได้ว่าเคยพูดคุยกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะยอมรับเธอแบบนี้
“ซี่งเธอก็น่าจะรู้ ความสามารถของทั้งสองคนนั้นมันอยู่ระดับไหน คิดจะล่าสัตว์กลายพันธุ์เขต A จำนวน 50 ตัวเพื่อเอาแกนพลังงานมาส่งโดย 2 คนได้หรอ? สุดท้าย...เพราะฝืนเกินไป ก็เลยอยู่ห้องพยาบาลในตอนนี้”
จูหลิวหลี่มองซูหยวนเขม็ง เธอหัวเราะทิ้งท้ายไว้หนึ่งคำ แล้วก็สะบัดหน้าออกไป
ซูหยวนมองตามแผ่นหลังของเด็กสาว ถึงประโยคที่อีกฝ่ายพูดมาจะแข็งกระด้าง แต่ไม่ใช่ว่าเธอเข้ามาเพื่ออธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังหรอกหรอ
“ขอบคุณ”
“เหอะ!” จูหลิวหลี่สะบัดหน้าหนีไป แต่ซูหยวนกลับไม่ได้โกรธอีกฝ่ายเลย
หลังจากที่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นที่สถาบัน ซูหยวนก็ไปพบอาจารย์เพื่อสอบถามงานทั้งหมดที่ยังค้างอยู่ สำหรับงานเดี่ยว...ตั้งแต่ก่อนไปทำภารกิจจับราชาหนูขาวกลายพันธุ์ ซูหยวนก็ทำทั้งหมดเอาไว้แล้ว อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นภารกิจกลุ่มที่ค่อนข้างยุ่งยากอันตราย อาจารย์จึงได้ไม่สั่งงานเพิ่ม คาดหวังให้นักเรียนใช้เวลาทั้งหมดไปกับพื้นที่ล่า
ส่วนเรื่องของทั้งสองหนุ่ม ได้ยินว่าพวกเขารักษาตัวอยู่ที่ห้องพยาบาลของสถาบัน ซึ่งไม่ใช่แค่พวกเขาสองคน แต่มีนักเรียนชั้นปีหนึ่งคนอื่นๆอีกมากที่ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน เพียงแต่สภาพของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างยับเยินกว่าเพื่อนๆ จนแม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติกลับมาด้วยซ้ำ
ซูหยวนยืนยันกับทางสถาบันแล้วว่าพวกเขาปลอดภัยดี แต่ถ้าต้องการจะลุกขึ้นสู้อีกครั้งอาจจะต้องเสียเวลาไปเป็นเดือนๆ หมายความว่า...ถ้าพวกเขาทำงานกลุ่มเพียงลำพังสองคน เท่ากับว่าพวกเขาก็สอบตกชั้นปีที่ 1 แล้ว คงจะต้องอยู่เรียนซ้ำที่นี่ไปอีก 1 ปี นับว่าสิ้นเปลืองแรงและพลังงานไปมาก
ก่อนหน้านี้ซูหยวนไม่รู้ แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว ดังนั้นจะไม่ปล่อยให้ความตั้งใจของเพื่อนนักเรียนทุนต้องเสียเปล่าแน่
เธอรู้ว่าตัวเองยุ่งแต่กับการทำภารกิจส่วนตัวมากจนทำให้ละเลยเรื่องในสถาบัน ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของเธอและคนอื่นๆไม่ได้แย่มากนัก แต่เวลานี้ไม่เหมือนกัน...
ถึงจะน่าเสียดาย แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยผ่านมาก่อน ดังนั้นซูหยวนจึงไม่ได้เก็บเรื่องพวกนั้นมาใส่ใจ ถ้าเธอต้องคิดถึงความรู้สึกของเพื่อนทุกคนในห้องเรียนจนไม่ได้พัฒนาตัวเอง ถ้าอย่างนั้น...เธอจะยังมีชีวิตที่สอง เป็นสตรีอายุมากที่กลับมาอยู่ในร่างเด็กได้ยังไง
เพื่อนร่วมห้องน่ะมีก็ดี แต่ไม่มีก็ต้องอยู่ได้ ขอเพียงไม่ได้สร้างความลำบากให้กัน ใช้ชีวิตของใครของมันก็พอ
“ทุกครั้งที่จะเริ่มทำภารกิจ เธอจะต้องสวมกำไลนี้ก่อนเพื่อยืนยันการเคลื่อนไหว หากเธอไม่ได้ล่าแกนพลังงานพวกนั้นด้วยตัวเอง จะถือว่าเป็นการโกงการทดสอบ และจะถูกไล่ออกจากสถาบันทันที ดังนั้น...ต้องเลือกระหว่างเรียนซ้ำชั้นปีหรือจะถูกไล่ออก” อาจารย์แนะนำ อีกฝ่ายมอบอุปกรณ์และอธิบายการใช้งานให้ซูหยวนฟังด้วย
“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ได้มีเวลากำหนดใช่ไหมคะ ขอแค่ล่าแกนพลังงานมาได้ 50 แกนพลังงานโดยตัวคนเดียวไม่มีคนอื่นช่วย....”
“ใช่ ฉันได้ยินว่าฝีมือการล่าของเธอยอดเยี่ยมมาก แม้แต่ในการประลองที่สกุลอี้ก็ยังล่าได้มากกว่า 90 ตัว ดังนั้น...ฉันคาดหวังจะได้เห็นผลงานของเธออยู่นะ และมันจะดีกว่า...ถ้าสามารถล่ามาได้มากกว่ากำหนด เพราะอันดับหนึ่งของผู้ที่ล่าได้มากที่สุด จะมีตั๋วรางวัลให้ด้วย”
อาจารย์หัวเราะเบาๆ เขากำลังคาดหวังกับซูหยวนอยู่ อยากเห็นสิ่งที่เป็นตำนานอีกครั้ง ก็นะ...ก่อนหน้านี้ เธอสามารถสร้างตำนานในการแข่งขันกับสกุลอี้ได้ แม้แต่เรื่องสอบก็ยังพาสถาบันขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้เลย ดังนั้น...ถ้าครั้งนี้สามารถทำลายประวัติศาสตร์การล่าของชั้นปีที่หนึ่งได้อีก เขาก็จะได้เป็นสักขีพยานให้กับเหตุการณ์นี้ อนาคตจะเอาไปโม้กับลูกศิษย์รุ่นต่อๆไปก็ยังได้
ซูหยวนคิดเล็กน้อย เธอจำได้ว่าการล่าที่พวกรุ่นพี่เคยทำไว้ตอนชั้นปีที่ 1 มีประมาณ 250 แกนพลังงาน ไม่สูงไปมากกว่านี้ แต่จำตัวเลขที่ชัดเจนว่าเป็นเศษเท่าไรไม่ได้ อย่างไรก็ตาม...สำหรับซูหยวนแล้ว พวกกลายพันธุ์เขต A ถือเป็นปัญหาในการล่าด้วยหรอ?
แน่นอนว่าเรื่องนี้ เธอก็ต้องใส่ใจให้มาก ไม่ใช่แค่เพราะต้องการทำผลงานที่ดีเท่านั้น แต่เพื่อตอบแทนเพื่อนนักเรียนทั้งสองคนที่ใจกว้าง เธอจะเอาตั๋วทรัพยากรของสถาบันมาให้พวกเขาให้ได้
“เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ ฉันจะพยายามทำในส่วนของเพื่อนให้ดี”
“อืม ดีแล้ว อ้อ....ในปีหน้า เธอจะได้เรียนเกี่ยวกับการเพาะปลูกอย่างจริงจัง สถาบันของพวกเราได้ชื่อว่าเป็นสถาบันอันดับหนึ่งก็เพราะพวกเราสามารถยึดครองอันดับต้นๆของทุกสาขาได้ ฉันอยากจะให้เธอ...ใช้เวลาที่เหลือนี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ “วิชาเกษตร” เอาไว้บ้าง”
ก่อนที่ซูหยวนจะออกจากห้องไป อาจารย์ก็เรียกเธอเอาไว้ก่อน เนื่องจากเขาเป็นอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชผลโดยตรง ปีหน้าเขาจะเป็นอาจารย์สอนวิชานี้ให้กับพวกนักเรียนชั้นปี 1 ที่จะขึ้นปี 2 ดังนั้น...เพื่อไม่ให้การแข่งขันเกี่ยวกับการเพาะปลูกล้มเหลว เขาอดไม่ได้ที่จะฝากความหวังไว้กับอัจฉริยะตัวน้อย
“วิชาเกษตรงั้นหรอคะ” ซูหยวนประหลาดใจ เธอรู้ว่ามีวิชานี้ในรายชื่อวิชาบังคับ แต่ไม่ได้คิดเลยว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งวิชาที่มีการแข่งขันกันด้วย
“ใช่ ในปีหน้า...นักเรียนจะต้องเรียนรู้วิชาเกษตรนี้ โดยสถาบันจะมอบพื้นที่เกษตรเล็กๆไม่กี่ตารางเมตรให้นักเรียนทุนคนได้ดูแล ซึ่งไม่ใช่แค่สถาบันของพวกเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถาบันอื่นๆด้วยที่จะต้องเรียนรู้วิธีการทำเกษตรด้วย พวกเราเชื่อว่าหลังจากโลกกลับสู่สถานการณ์ปกติก่อนภัยพิบัติ การทำเกษตรจะเป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูโลกนี้ได้มากที่สุดแล้ว”
“ซึ่งสำหรับวิชาเรียนนี้ จะมีแบ่งเป็นวิชาเกษตรที่ 1 และวิชาเกษตรที่ 2 ทว่าการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เรียนวิชาเกษตรแล้ว โดยอาจารย์ทุกสถาบันจะให้ความรู้ และมอบหมายพื้นที่รวมถึงเมล็ดพันธุ์ให้นักเรียน หากสามารถเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก็จะกลายเป็นคะแนน คนที่ได้คะแนนมากที่สุดจะถูกนำไปเผยแพร่ร่วมกับสถาบันอื่นๆด้วย”
“อาจารย์รู้ว่านักเรียนทุนอันเป็นคนใส่ใจเรื่องผลการเรียนมาก แต่อยากให้ใส่ใจเรื่องวิชาอื่นๆด้วย อย่าสนใจแค่เรื่องที่เกี่ยวกับการล่าเท่านั้น แม้ว่านักล่าจะจำเป็นในช่วงเวลานี้ ทว่าในอนาคตก็ไม่แน่นอนใช่ไหม?”
“วันหนึ่ง อาจจะถึงวันที่พวกกลายพันธุ์และสารพิษพวกนี้หายไป โลกที่สงบสุขที่ทุกคนมองว่าเป็นแค่การเพ้อฝันกลับมาเมื่อไร นักล่าก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เหลือเพียงพวกเราที่จะส่งต่อความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ”
อาจารย์กล่าวอย่างตั้งใจ ซูหยวนเห็นแววตาแห่งความหวังจากเขาด้วย เธอจึงรับเอาพลังงานที่บริสุทธิ์นั้นไว้
“เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ ฉันจะพยายามให้เต็มที่ค่ะ”
“ดีมาก ดีมาก” อาจารย์หัวเราะออกมา ถ้านักเรียนทุนอันจะพยายามกับวิชานี้มากหน่อย เขาก็รู้สึกขอบคุณเธอแล้ว
…………………….