ระรินดาวประดับทราย (ปรับใหม่ 2569)

    ตอนที่ 35..เจ้าชายเซลิมที่ 3

            ท่านหญิงราเนียยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับคู่ชายหญิงที่เพิ่งลงมารับประทานอาหารเช้าอืมมม..จะว่าไปก็ตะวันโด่งนานแล้วล่ะ เธอไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมพวกเขาถึงได้หมกตัวอยู่แต่ในห้องอย่างนี้

            กลุ่มคนอ่อนวัยกว่ากล่าวทักทายแล้วพากันหย่อนตัวลงนั่งประจำที่คนสูงวัย ณ ที่นั้นจึงได้เอ่ยขึ้น

            “แหม่! ฉันรอลุ้นอยู่นะว่าจะเจอพวกเธอตอนไหนมื้อค่ำเมื่อวานก็ไม่มีใครโผล่มาสักคน แถมเช้านี้ยังเงียบๆ กันไปอีก”คำทักทำคู่ชายหญิงพากันมองหน้าเลิ่กลั่ก โดยเฉพาะสองสาวที่ร้อนวิชาทำการปลุกเร้าสามีจนได้เรื่อง..เล่นเอาเพลียหมดแรงลุกไม่ขึ้นตื่นไม่ไหว “ไอ้มื้อค่ำก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ารวมมื้อเช้าด้วยเนี่ย..แสดงว่าเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานมันได้ผล”

            นั่นไง!

            สองหนุ่มสบตากันอย่างประจักษ์แจ้งว่าแล้วว่าต้องมีเหตุ..ไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆเมียสาวของพวกเขาจะลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างนี้ได้อย่างไร แค่ปกติเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวยังต้องคอยสอน..ฝ่ายรุกนี่คงไม่ต้องพูดถึง

            แต่จะไปว่าอะไรได้..เพราะถูกใจคุณสามีไปตามๆ กัน

            เมอยาฟอมยิ้มน้อยๆ แล้วเหลือบมองเมียสาวที่ตอนนี้นั่งหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงส่วนดาห์เรนยิ้มกว้างจนเกือบจะขำเมื่อหันไปทางคนของตัวเองที่รายนี้แก้เขินด้วยการทำหน้าตายคล้ายไม่รู้ไม่ชี้อะไรด้วย

            มีเพียงท่านหญิงราเนียที่หัวเราะร่วน

            “เอาล่ะ ฉันสั่งอาหารเพิ่มพลังงานมาให้พวกเธอแล้ว รับรองว่ากินแล้วสามารถไปต่อได้เลย”ทำเอาคนฟังหันพรืดมามองเป็นตาเดียว

            ทำอะไรต่อ?

            “อย่าคิดเยอะ ไปร่วมงานเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยกัน งานนี้เป็นงานใหญ่นะ..องค์สุไลยมานทรงเสด็จมาเป็นประธานด้วยฉันนัดคุณสามีไปเจอกันที่งานเรียบร้อย”

            “งานนี้จัดปีละครั้ง แต่ละรัฐเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ปีก่อนจัดที่คาฮาล”เมอยาฟหันไปบอกระรินดาว เพราะเขามั่นใจว่าเธอยังไม่เคยร่วมงานนี้ส่วนชาบาร์แม้จะรู้จักเทศกาลนี้แต่เธอก็ไม่เคยร่วมงานเช่นกัน

            “ปีหน้าถ้าจำไม่ผิดน่าจะจัดที่รัฐซาราม” ดาห์เรนเสริมท่านหญิงราเนียจึงพูดต่อ

            “ถึงคาฮาลของเราจะเป็นรัฐที่เล็กที่สุดในประเทศอุสดราลันแต่ก็สามารถจัดงานเทศกาลนี้ได้ไม่แพ้รัฐใหญ่เลย” คนภาคภูมิใจโปรยยิ้มหน้าบาน แล้วหันมาทางสาวๆ“เดี๋ยวเราไปแต่งตัวกัน ฉันเหมาร้านเสื้อผ้าข้างล่างไว้” ดาห์เรนยื่นหน้ามาทำตาโต

            “โหหห เหมาให้แต่สาวๆ หรอครับคุณพี่”คนถูกถามปรายตาหมั่นไส้ พลางกรีดนิ้วเรียงตัวหนุ่มๆ

            “มีของพวกเธอด้วยจ้ะ”

            “งั้นรีบกินครับผม อยากหล่อจะแย่อยู่แล้ว” ดาห์เรนดูคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นส่วนเมอยาฟได้แต่ยกยิ้มมุมปากอย่างคาดเดาความรู้สึกยากหากไม่รู้ใจ

             

            ชั้นล่างของโรงแรม ณ ห้องเสื้อแบรนด์ดังทุกคนถูกจับแปลงโฉมในชุดพื้นเมืองประยุกต์ซึ่งคนต่างถิ่นอย่างระรินดาวออกจะดูตื่นเต้นแปลกตากับชุดสวยที่เธอไม่ค่อยได้ใส่ในชีวิตประจำวันกว่าคนอื่นแต่ที่ทำให้ตะลึงพรึงเพริดที่สุดเห็นจะเป็นเมอยาฟเพราะวันนี้เมียสาวของเขาสวยสะดุดตาเป็นที่สุด

            ดาห์เรนรีบหันไปกระซิบกระซาบกับชาบาร์“ท่าทางนายเมอยาฟอยากจะเปลี่ยนจากแต่งตัวไปงานเป็นเตรียมตัวแต่งงานแล้วล่ะ”

            “นั่นสิ วันนี้รินนาสวยมาก”เขาหันมาพรืดมามองคนข้างตัวด้วยดวงตาเป็นประกาย

            “แต่สำหรับฉัน เธอสวยที่สุด” เพราะวันนี้เมียสาวของเขาก็ดูสวยสะกดใจไม่แพ้กันนี่นามือเล็กๆ ตีหมับเข้าที่ต้นแขนของเขาเป็นการแก้เขิน ชายหนุ่มจึงได้ทีดึงเจ้าหล่อนมาสวมกอดไว้แนบอก“เสร็จงานยุ่งๆ ช่วงนี้แล้ว เราไปหาพ่อเธอกัน” ทำคนซุกหน้ากับอกกว้างยิ้มแฉ่ง

            “ก็ตามใจนายสิ”

            “เราจะแต่งพร้อมกับคู่นั้นเลยไหม”

            ท่านหญิงราเนียปรบมือดังป้าบๆๆๆลั่นระฆังหนุ่มสาวที่กำลังวาดฝันงานมงคลของตัวเอง ชาบาร์รีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของดาห์เรนแต่มือหนาก็คว้าช่วงแขนของเธอไว้ เช่นเดียวกับเมอยาฟที่ไม่ยอมปล่อยมือจากระรินดาว

            “เมื่อพร้อมกันแล้วก็ได้เวลาเดินทาง” หญิงสูงศักดิ์กราดมองความเรียบร้อยของคู่หนุ่มสาวที่ทำท่าว่าอยากจะแต่งงานซะวันนี้พรุ่งนี้อีกรอบให้แน่ใจเดี๋ยวกลับไปคาฮาลก่อนเถอะ..จะจัดงานมงคลทีเดียวสองงานเลยอ่ะ แต่ตอนนี้ขอลากพวกเขาไปร่วมงานเทศกาลวัฒนธรรมก่อน

            แล้วท่านหญิงก็นำทีมทุกคนออกมาจากร้าน

             

            เมื่อเข้าเขตสถานที่จัดงาน ณ แกรนด์ ไฮแอท ไคเมน รายรอบบริเวณจึงเห็นสถานที่อันกว้างขวางที่สามารถรองรับรถราหนาแน่นและผู้คนมากมายที่มาร่วมงานในโซนที่จอดรถระดับ diamondจึงเป็นปลายทางของทุกคน

            ท่านหญิงราเนีย ได้การดูแลจากทีมต้อนรับโดยถูกเชื้อเชิญให้ไปพักผ่อนที่ห้องรับรองด้านในซึ่งท่านชีคแห่งคาฮาลพร้อมบุตรสาวมาถึงก่อนหน้าเมื่อสักครู่แล้ว

            ระรินดาวกับชาบาร์ถูกแนะนำให้ทำความรู้จักกับผู้ปกครองรัฐคาฮาลที่ดูสุขุมนิ่งน่าเกรงขามแต่มีความอ่อนโยนแฝงอยู่ในทีที่กำลังรับเครื่องดื่มเย็นๆอยู่กับบุตรสาว

            “ดูสิคะท่านพ่อ อยู่ๆไลลาก็มีพี่รินนามาเป็นพี่สาวและก็มีพี่ชาบาร์มาเป็นอาสะใภ้” ผู้เป็นบิดาหัวเราะน้อยๆกับวาจาที่ทั้งเชิงบ่นเชิงยินดีของบุตรสาว

            “ครอบครัวเราก็อุ่นหนาฝาคั่งขึ้นไง”

            “ใช่ค่ะ ไลลาจะได้มีคนพาเที่ยวและมีเพื่อนเฮฮากันตามประสาสาวๆ”ผู้เป็นมารดาค้อนขวับเข้าให้ ราวกับว่าได้เพื่อนใหม่แล้วลืมแม่ไปเสียอย่างนั้น

            “ท่านแม่ด้วยไงคะ สาวๆ อย่างพวกเรามีปาร์ตี้สนุกๆให้ทำเยอะเลย” คุณลูกสาวก็ไวพอจะหันมาเอาใจคุณแม่ที่เริ่มทำหน้างอนให้กลับมาส่งยิ้มเอ็นดู

            “ไลลาอยากไปดูงานข้างนอกแล้วค่ะ พี่รินนากับพี่ชาบาร์ไปเที่ยวกันเถอะ”เมอยาฟกับดาห์เรนผึงตัวตรงทำท่าจะห้าม แต่เด็กสาวก็รีบดักคอ “ไม่ต้องมาหวง ห่วงห้วง เลยนะ เดี๋ยวไลลาดูแลให้ค่ะ รับรองว่าจะไม่ให้หนุ่มหน้าไหนเข้ามากล้ำกรายกับพี่ๆทั้งสองเด็ดขาด” แล้วหน้าเล็กๆ ก็ยื่นมากระซิบกับคนเป็นอาและพี่เขย “เดี๋ยวท่านพ่อก็ให้การ์ดเดินติดตามไปด้วยอีกสามสี่คนเชื่อดิ”

            ผู้เป็นบิดาผ่อนลมหายใจยาวก่อนจะติงบุตรสาวคนเดียวที่ทำตัวแก่นแก้วจนต้องคอยปราม“จะไปเล่นซนอีกตามเคย โตแล้วนะเราน่ะ”

            “อนุญาตใช่ไหมคะ” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนหันมาโปรยยิ้มอ้อนแล้วอย่างนี้ผู้เป็นบิดาจะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร สุดท้ายคุณหนูไลลา ระรินดาวและชาบาร์ก็ได้รับอนุญาตให้ออกไปเดินชมบรรยากาศภายในงานได้โดยมีการ์ดติดตามไปด้วยอีกสองคน

            บรรยากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงด้านนอกบริเวณหน้าตึกมีกลุ่มนักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงไพเราะท่ามกลางสวนดอกไม้ประดับละลานตาน่าประทับใจถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะได้เวลาเปิดงานอย่างเป็นทางการเวลา 14.00 น.

            สามสาวเพลิดเพลินกับเหล่าดอกไม้นานาพรรณสวยงามที่หน้างานพร้อมกับชื่นชมศิลปินนักร้องที่มาขับขานงานเพลงได้น่าฟังจับใจขณะกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศของงานระรินดาวก็พลันสะดุดตาเข้ากับใครบางคนที่เธอแน่ใจว่าต้องใช่คนที่คิดไว้อย่างแน่ใจ

            “พี่ราชิต” คนในความคิดกำลังก้าวเท้าเร็วเดินออกมาจากประตูทางด้านหน้าในช่องทางซ้ายมือสุดซึ่งสามารถเดินลัดผ่านไปทางลานจอดรถได้สะดวกที่สุด ระรินดาวเดินแยกตัวออกไปดักหน้าเพื่ออยากจะเห็นให้ชัดว่าใช่พี่เขยของเธอจริงๆ

            “พี่ราชิตคะ”คนถูกทักชะงักฝีเท้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง

            “รินนา”

            “ใช่พี่จริงๆ ด้วย มางานนี้ด้วยหรือคะแล้วนีห์ยะกับเด็กๆ ล่ะ มาไหม” เขาส่ายหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มบาง

            “ไม่ได้มาหรอก เพราะพี่แค่มาดูความเรียบร้อยของผลงานที่ชนะการประกวดภาพวาดเมื่อปลายปีและมาส่งงานศิลปะเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เสร็จแล้วก็จะกลับละ”

            “แหม่! เจ้าของผลงานไม่น่ารีบกลับนะคะ”ระรินดาวพูดเชิงแซว ทั้งที่รู้อยู่ว่าทางบ้านมีเรื่องยุ่งๆ มากมาย ไหนจะคนป่วยสองคนที่โรงพยาบาลแถมด้วยเด็กน้อยอีกสอง

            “นี่พี่ก็รอให้เด็กๆ หลับก่อนแล้วก็ออกมาวันนี้กินข้าวไวนอนไว จังหวะดี”

            “ค่ะ งั้นรินนาไม่ชวนคุยแล้ว ดูท่าทางพี่จะยุ่งๆ”

            “ก็ค่อยๆ ทำไปตามสะดวกน่ะ เออ..พี่กลับก่อนนะทิ้งเด็กๆ ไว้กับพี่เลี้ยงตั้งสองสามชั่วโมงแล้ว”

            “ค่ะ”

            หลังจากแยกย้ายกันไประรินดาวก็กลับเข้ามาสมทบกับอีกสองสาวซึ่งกำลังเดินเตร็ดเตร่ชมงานกันอยู่แถวบริเวณเดิมๆเมื่อถึงช่วงเที่ยงปริมาณผู้คนก็เริ่มหนาตาขึ้นอีกเท่าตัวประกอบกับความหิวมาเยือน..คุณหนูไลลาจึงชวนสองสาวกลับไปยังห้องรับรองแต่เป้าหมายคือห้องอาหารซึ่งอยู่ติดกัน

             

            ภายในห้องอาหารซึ่งดีไซน์แบบร่วมสมัยโทนสีทองน้ำตาล เขียว โดดเด่นด้วยลายฉลุแสดงถึงความหรูหรา โออ่าเข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนอารยธรรมอันเก่าแก่อย่างไรอย่างนั้น อาหารชั้นดีวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าสวยสีสะอาดราวสิบโต๊ะระรินดาวมัวแต่ตะลึงกับความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมการตกแต่งภายในจนเผลอไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า

            “อุ้ย! ขอโทษค่ะ”เครื่องดื่มชั้นดีในแก้วใสทรงสูงหกราดเสื้อผ้าของชายคนนั้นอย่างจังหญิงสาวยกมือป้องปากอย่างตกใจ “เลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ” ดวงตาคมกริบมองมายังเธออย่างล้ำลึกจนระรินดาวรู้สึกขนลุกมือหนาตวัดมาคว้าข้อมือเธอไว้ บริกรนายหนึ่งเข้ามาดูเหตุการณ์อย่างสุภาพ

            “มีอะไรขัดข้องหรือครับท่านชีค”คนฟังถึงกับอ้าปากค้าง

            ตายล่ะ..เป็นถึงชีคเชียวหรอ!

            “ไม่มีอะไรมาก..ก็แค่ชุดฉันเปื้อน”

            “งั้นเชิญทางนี้ดีกว่าครับท่านชีคฟากี” ชื่อนั้นทำคนฟังหัวใจหล่นวูบเช่นเดียวกับชาบาร์ที่เหลียวหลังมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีส่วนคุณหนูไลลาได้แต่ชะเง้อมองหาโต๊ะที่นั่งของผู้เป็นบิดา

            “ชีค..ฟากี” ระรินดาวอุทานเสียงแผ่วก่อนจะพยายามง้างมือออกจากการเกาะกุมชาบาร์รีบวิ่งไปหาคุณหนูไลลาซึ่งมองหาคนเป้าหมายจนเจอ

            “นั่นไง!ท่านพ่อท่านแม่อยู่ตรงนั้น”

            “ไลลาเฝ้าพี่รินนาไว้! พี่จะไปตามเมอยาฟ” ชาบาร์ออกตัวเร็วเท่าความคิดส่วนคุณหนูไลลาก็รีบเข้าไปสมทบกับระรินดาวทันที

            “มีอะไรกันหรือคะ”เด็กสาวเอ่ยถามชีครุ่นใหญ่ด้วยน้ำเสียงเรียบ “สวัสดีค่ะท่านชีคมีอะไรกับพี่สาวของไลลาหรอคะ” เธอมองอากัปกิริยาจับมือถือแขนของฝ่ายชายด้วยสีหน้านิ่ว

            “คุณผู้หญิงท่านนี้ทำชุดท่านชีคเปื้อนครับคุณหนู”บริกรรีบรายงาน ไลลาหันพรืดมาทางชายหนุ่ม เขาเลิกคิ้วทำหน้าคิด “พี่สาว?”

            “ค่ะ พี่รินนาเป็นพี่สาวของไลลาปล่อยพี่รินนาได้หรือยังคะ” ชีคฟากีเหยียดยิ้มกว้างอย่างคาดไม่ถึงตอนตามหาตัวให้ควั่กกลับไม่ได้มา แล้วนี่อะไร..ได้มาง่ายดายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย

            “นี่ระรินดาวหรอ” เขาทวนคำอย่างคนละเมอ หญิงสาวหน้าเสียเมื่อไม่สามารถหลุดจากพันธนาการมือกาวของอีกฝ่ายได้

            “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะชีคฟากี!”

            “เมอยาฟ!” หญิงสาวโพล่งออกมาอย่างดีใจร่างเล็กๆ ถลันจะเข้าไปหา แต่ชีคฟากีกระชากรั้งไว้

            “เห็นจะไม่ได้นะ เธอควรทำอะไรเพื่อชดเชยสิ่งที่เธอทำไว้บ้างสิ”เมอยาฟมองอีกฝ่ายด้วยสายตากร้าวจัดไม่แพ้ท่าทีเกรี้ยวกราดที่เขาแสดงออกจนท่านหญิงราเนียที่ตามมาสมทบต้องรีบปรามไว้

            แม้เขาจะรู้ว่าในสถานที่ที่มีแต่คนใหญ่คนโตอย่างนี้ชีคฟากีไม่กล้าทำอะไรอุกอาจกับระรินดาวแต่ตอนนี้เขาก็ร้อนรนเจียนบ้าจนแทบอยากจะเข้าไปชกอีกฝ่ายให้หน้าหงาย

            “อย่างนั้น ฉันขอเป็นคนชดเชยแทนเธอคนนี้”ทุกคนหันพรืดยังต้นเสียงเรียบทุ้ม ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มาใหม่อมยิ้มน้อยๆก่อนจะมาคว้าข้อมืออีกข้างของระรินดาวไว้

            “เจ้าชายเซลิมที่ 3”ชีคฟากีกัดฟันแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะยอมปล่อยมือหญิงสาวเป็นอิสระ

            “ฉันมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับผู้หญิงคนนี้..แน่นอนว่ามันต้องสำคัญกว่าเรื่องของท่าน”ชีคฟากีค้อมหัวคำนับ รับคำอย่างขัดเสียมิได้

            “พะยะค่ะ”

            เจ้าชายแห่งอุสดราลันทรงหันมาทางท่านหญิงราเนีย“ฉันได้ยินว่าท่านหญิงเป็นผู้ปกครองของเธอ..ใช่ไหม”    

            “เพคะเจ้าชาย”

            “อย่างนั้น..ฉันขอผู้หญิงคนนี้กับท่านละกันนะ” 

    คล้ายกับเรื่องระรินดาวประดับทราย (ปรับใหม่ 2569) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508