ตอนที่ 77 ร่างที่แท้จริงของอีลิก
“พี่ลุค...พาเจนหนีไป”
อีลิกกล่าวด้วยความเสี่ยงแน่วแน่ ก่อนจะใช้เคียวยมทูตฟันโจมตีมาคัสผู้เป็นเหนือมนุษย์ระดับD ส่วนลุคที่เห็นมาคัสลงมือโจมตีเขาก็กระโดดและบินหนีในทันที
“จับมัน”
เสียงมาคัสตะโกนดังขึ้น เหนือมนุษย์ระดับ E และ F กว่า 40คนต่างก็เคลื่อนไหวคิดจะตามจับลุคแต่พวกเขายังไม่ทันได้เคลื่อนไหวก็พบว่าที่เท้าของทุกคนนั้นมีโซ่เลื้อยไปมาราวกับงูก่อนจะพันตัวของพวกเขาและกระชากมารวมกัน
เป็นนิโคลที่ลงมือถึงพลังโจมตีของเธอจะไม่โดดเด่นแต่ในระดับเดียวกันพลังในการพันธนาการของนิโคลเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน
เธอเลือกจะช่วยอีลิกขวางเหนือมนุษย์พวกนี้ไว้
แต่ว่ายังไงซะนิโคลก็ยังเป็นเหนือมนุษย์ที่พึ่งเลือนมาเป็นระดับ Eเท่านั้นจึงไม่แข็งแกร่งพอจะขวางระดับ E ทุกคนได้ มีระดับ E 5 คนหลุดออกมาและไล่ตามลุคไปได้
ส่วนระดับ E อีก 5 คนและระดับ F อีก 30 คนโดนโซ่ของเธอจับไว้ทั้งหมด
“หลุดสิวะ”
“พลังพรสวรรค์เหรอ โซ่พวกมันอะไรกัน”
“อ้า! มันรัดคอฉัน หายใจไม่...ออก”
นิโคลปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่
“ดี พวกแกช่วยมันดีนักและทรยศต่อคนทั้งเมืองปลายฝน”เสียงสะท้านของมาคัสดังขึ้นไปทั้งบริเวณ
มันเต็มไปด้วยความโมโหและโกรธมากต่อสิ่งที่อีลิกและนิโคลช่วยลุคพาเด็กสาวหลบหนีและความอ่อนหัดต่อเหนือมนุษย์ฝ่ายตนเองที่อ่อนแอจนเกินไปปล่อยให้เด็กสาวเพียงคนเดียวสามารถจับมัดรวมกันเป็นปลาตาบอดติดแหไปได้
มาคัสในตอนนี้ไม่สะทกสะท้านต่อเคียวของอีลิกแม้แต่นิดเดียวเขาใช้เพียงมือข้างเดียวจับเคียวก็รับมือกับการโจมตีด้วยเคียวของอีลิกได้แล้ว
“ต่อให้ลูกชายของผู้อำนวยการอีคอนฉันก็จะช่วยเขาสั่งสอนให้เองว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรไม่ควร”มาคัสก้มไปมองหมัดขวาของเขาที่กำแน่นก่อนจะหันไปจ้องหน้าของอีลิกที่กำลังบิดเบี้ยวต่อต้านพลังแขนที่รับการโจมตีจากเคียวยมทูตไว้
ปัง!
หมัดของมาคัสต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของอีลิกเต็มแรงจนใบหน้าของเขาหยับเยินในหมัดเดียวแรงจากหมัดยังส่งให้อีลิกกลิ้งเป็นลูกบอลเนื้อกระแทกกับเสาไฟส่องทางริมถนนก่อนจะกระเด็นไปใส่อาคารอีกฝั่งของถนนเสียงดังโครมครามอย่างรุนแรงฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วไม่อาจจะมองเห็นได้ว่าสภาพนั้นเป็นอย่างไร
“ท่านอีลิก” สองผู้คุ้มกันสีหน้าแตกตื่นเมื่อเห็นว่าคนที่พวกตนต้องคุ้มกันกลับโดนทำร้ายและไม่รู้สภาพเป็นตายอย่างไร ทั้งสองกำลังจะเข้าไปแต่พอรู้ตัวเองอีกเกราะที่เคยบินได้ก็หายไปแล้ว
ทำให้พวกเขาต้องวิ่งข้ามถนนไปเท่านั้น
ยังไม่ทันที่จะได้ข้ามถนนไปอีกฝั่งอยู่ ๆในจุดที่อีลิกกระเด็นไปก็มีเงาพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงและต่อยเข้าไปที่ท้องของมาคัสอย่างเต็มกำลัง
“อะไร!? ...” มาคัสรีบตอบสนองใช้แขนทั้งสองไขว้ป้องกันไว้แต่แรงหมัดที่ไม่ได้น้อยไปกว่าการโจมตีของตัวเองก็ส่งให้มาคัสลอยกระแทกกระจกของอาคารด้านหลังจนแตกกระจายไปเป็นแถบ
ตูม!
ทุกคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม การโจมตีของระดับ DในระดับE และF นั้นแทบจะรับรู้ถึงการโจมตีไม่ทันกว่าพวกเขาจะรู้สึกตัวก็มีคนไปยืนแทนจุดที่มาคัสยืนอยู่แล้ว
คนที่ยืนแทนที่คือ เด็กหนุ่มผมดำ ใบหน้าหล่อละมุนแววตาแฝงความทะเล้นจริงจังไว้อย่างละครึ่ง ริมฝีปากบางเล็กชมพูประดับด้วยคิ้วดำประดับเป็นมงกุฎบนใบหน้าทั้งหมดเสริมให้ดูสมบูรณ์อย่างถึงที่สุดเมื่อหลอมรวมเข้ากับร่างกายที่มีกล้ามเนื้อดูดีและมีความสูงถึง178 เซนติเมตร
เด็กหนุ่มที่ปรากฏตัวคนนี้ราวกับเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งยุคมันคือความสมบูรณ์แบบที่ชวนให้เหล่าหญิงสาวทุกคนต้องหลงใหล และชายหนุ่มต้องยกย่อง
เขาสมบูรณ์แบบเกินไป
เด็กหนุ่มคนนี้มองด้วยหน้าเยือกเย็นไปยังรูบนอาคารที่มาคัสโดนต่อยจนกระเด็นไปก่อนจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ไม่ต้องให้ใครมาสั่งสอนแทนพ่อของฉัน”
แม้แต่น้ำเสียงก็ยังนุ่มนวลและลุ่มลึกในเวลาเดียวกัน
ทุกคนเหมือนจะประติดปะต่อได้ ก่อนจะทำหน้าตกใจสองผู้คุ้มกันก็ไม่อยากจะเชื่อ นิโคลก็เหมือนกัน จึงถามเพื่อความแน่ใจ
“นายคืออีลิก”
ใบหน้าละมุนนั้นหันกลับไปมองนิโคล ก่อนจะเผยรอยยิ้มกระชากใจที่ทำเอาแม้แต่นิโคลผู้เย็นชายังอึ้งไปกับความหล่ออยู่ไม่น้อยแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความรักแบบหนุ่มสาวแต่เป็นเพราะความหลงใหลต่อหล่อและน่ารักของหนุ่มน้อยตรงหน้า
“ใช่ครับพี่นิโคล ผมเอง” อีลิกยอมรับตรง ๆ
นิโคลพูดไม่ออกเธอไม่อาจจะเชื่อมโยงหนุ่มน้อยตรงหน้ากับอีลิกคนก่อนได้ นิโคลคืนสติก่อนจะพยักหน้าเข้าใจว่าเธอรู้แล้ว
ตอนนั้นก็มีเสียงดังโครมครามดังขึ้นมาจากในอาคารพร้อมกับคำตะโกนออกมา
“แก...เป็นไปได้ยังไง ทำไมถึงมีพลังมากขนาดนั้น”มาคัสคลานออกมาจากซากอาคารและไม่เข้าใจทำไมอีลิกถึงทำร้ายตนที่เป็นระดับ D ได้
เขายอมเชื่อว่าเด็กคนนี้เป็นคนละคนกับอีลิกที่เป็นระดับ E คนก่อนยังดีซะกว่าเพราะเด็กที่อยู่ตรงหน้ามีพลังในระดับ D ด้วยแล้วและไม่ใช่พลังระดับ D ธรรมดาด้วย
“มันไม่สำคัญ แต่แกจะไม่มีวันไล่ตามพวกเขาได้ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ตรงนี้ดังนั้นฉันจะให้โอกาศกลับไปปกป้องผู้คนซะ พาพวกเขาหนีมอนสเตอร์ไปที่ปลอดภัย”อีลิกพูดอย่างเชื่อมั่นต่อพลังของตัวเอง ตอนนี้ลุคคงพาเจนหนีไปไกลแล้วหน้าที่ของเขามีเพียงขัดขวางมาคัสระดับ D ไม่ให้ตามไป
“ฉันก็หาทางปกป้องพวกเขาอยู่ที่ไง ถ้าไม่หลบก็ตาย!”มาคัสคำรามด้วยความโกรธ พุ่งเข้าพร้อมกับใช้ดาบโลหะแวววาวที่เป็นอาวุธระดับ Dคุณภาพ5 ดาว ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนเองฟันใส่อีลิกอย่างสุดกำลัง
หนุ่มน้อยอีลิกไม่ตื่นตระหนกกลับเพียงขยับเท้าหลบด้วยความเร็วที่สูงกว่า ก่อนจะต่อยเข้าที่สะบักไหลของมาคัสอย่างรุนแรงทำลายพลังที่แขนทั้งหมดตามมาด้วยหมัดที่เสยเข้าไปที่ปลายคางจนตัวของมาคัสลอยขึ้นกลางอากาศ
มาคัสใบหน้าบิดเบี้ยวทั้งเจ็บปวดและอับอายถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมแพ้ทันทีที่เข้าสัมผัสพื้นก็คิดจะโจมตีต่อแต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นเพียงเข่าที่ลอยเข้ามาอัดใส่กลางทรวงอกตัวลอยกลับเข้าไปในอาคารที่ชั้นสองพังถล่มลงมา
ส่วนอีลิกเพียงใช้ปลายเท้าลงที่พื้นอย่างเรียบง่ายก่อนจะยื่นมือไปรับดาบที่พึ่งจะลอยตกลงมายังกลางอากาศไว้ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเขา
“มีใครอยากจะโดนอีกไหม” อีลิกหันไปถามด้วยใบหน้าที่หล่อละมุนจนไม่มีใครคิดอยากจะทำลายเขาแม้แต่คนเดียวทุกคนส่ายหัวเบา ๆ
“ขอบคุณ พวกคุณไปช่วยคนอื่น ๆ หลบหนีจากมอนสเตอร์เถอะ”อีลิกกล่าวกับคนพวกนั้น ก่อนจะพูดกับนิโคลว่า “พี่นิโคลเราตามพี่ไปกันเถอะจะต้องมีเหนือมนุษย์คนอื่นตามพี่เขาอีกแน่”
อีลิกค่อนข้างเป็นห่วงลุคและเจน เพราะมีเหนือมนุษย์ระดับ D หรืออาจจะเป็นระดับ C ตามล่าทั้งสองคิดอีกแน่นอนอีกอย่างอีลิกรู้ว่าพลังของเขาอยู่ไม่นาน จึงอยากจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
“อืม” ลิโคนเรียกโซ่กลับ
ทั้งสองคนรีบบินไปยังทิศทางที่ลุคหายไป
...
ลุคในตอนนี้อุ้มเจนและบินอยู่บนท้องฟ้าพยายามหลบหนีไปเรื่อย ๆแต่เขาไม่รู้ว่าจะไปยังที่ไหน เพราะดูเหมือนจะมีก้องที่จับภาพเขาไว้เป็นระยะแม้จะไม่มาก แต่กลับระบุตำแหน่งของเขาได้
“การเคลื่อนไหวของเราอยู่ในการคำนวณของผู้มองอนาคตถ้าเราไปที่สำนักงานเหนือมนุษย์ก็ต้องอยู่ในการคำนวณของเขาด้วย ไม่สิบางทีแม้แต่การเปลี่ยนแผนก็ยังถูกมองอนาคตไว้แล้ว”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะมองเห็นทุกอย่าง”ลุครู้ดีว่าผู้มองอนาคตไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น ต่อให้คาดเดาทิศทางที่เขาจะไปได้แต่ต้องไม่ใช่ทั้งหมด
ลุคมีแผนในใจและสถานที่จะไปแล้วมันคือที่ซึ่งผู้มองอนาคตไม่กล้าเข้าไปใกล้แน่นอนว่าเขาจะไม่ตรงดิ่งไปในทันทีส่วนหนึ่งเพื่อใช้การผลาญพลังมองอนาคตและทำให้การเห็นของผู้มองอนาคตผิดพลาด
ทางออกคือบินไปมั่ว ๆหลบเลี่ยงทั้งเหนือมนุษย์และมอนสเตอร์โดยเฉพาะพวกที่คุกคามเขาได้
ตอนนี้นี่คือสงครามไล่จับที่มีฝ่ายหนึ่งหนีและอีกสองฝ่ายล่าซึ่งสร้างความกดดันให้กับลุคอย่างมหาศาล
“เหนือมนุษย์ระดับ D” ทันทีที่ลุคพบเหนือมนุษย์ผู้นั้นก็พบเขาก่อนแล้วมันวิ่งและกระโจนไปตามยอดตึกตามไล่ลุคไม่ลดละอีกทั้งยังใช้กำแพงตึกขว้างปาใส่ตลอดเวลา
กรีด.............
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีนกอินทรีตัวหนึ่งที่แข็งแกร่งในระดับ Dทิ้งตัวดิ่งมาที่ลุคด้วยเช่นกัน
“บ้าจริง!” ลุคพุ่งตัวเข้าไปในอาคาร ใช้แผ่นหลังกระแตกกระจกเข้าไปเพื่อปกป้องเจน
เพล้ง!
ทันทีที่เข้ามาได้ มอนสเตอร์นกอินทรีระดับ D ที่แข็งแกร่งตันนั้นก็ทำลายตึกทั้งชั้นด้วยพลังคลื่นลมบ้าคลั่งแต่โชคดีที่ลุคกระโดดลงไปในช่องของลุคจนตัวตกลงไปหลายชั้นแล้ว
บึม!
อินทรีย์ตัวนั้นยังไม่ลดละความพยายามพลังของมันแข็งแกร่งจนทำลายทั้งอาคารได้ในอาคารยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่หลบซ่อนอยู่
เหนือมนุษย์ระดับ D ที่ตามมาในตอนแรกไม่มีทางเลือกจะต้องเข้าขัดขวางมอนสเตอร์ระดับD ไว้แต่ยังแจ้งตำแหน่งของลุคไปยังเหนือมนุษย์คนอื่น ๆ
ลุคลงมาถึงชั้นล่างก็มีเหนือมนุษย์ระดับ E อีก 5 คนมาดักรอเข้าในทันที
“ยอมแพ้และไปกับเราซะ” หนึ่งในคนนำกลุ่มเหนือมนุษย์กล่าว
“หลบไปซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ปรานี”ลุคกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงเยือกเย็น ทำเอาเหนือมนุษย์ที่ล้อมอยู่โมโหขึ้นมาไม่น้อยเพราะเห็นอยู่ว่าพวกตนมีคนมากกว่า แต่ลุคยังเย่อหยิ่งอีก
“ลงมือ ถ้าขัดขืนก็ฆ่า...” ยังไม่ทันพูดจบ ตอนนั้นก็มีเสียงดัง ฟริ้ว ฉับ!ก่อนกับเคียวที่ลอยผ่านไปปักคาที่เสาขนาดใหญ่ด้านหลัง โดยมีเลือดติดที่คบเล็กน้อย
พอรู้ตัวอีกทีหัวก็หลุดลงพื้นไปแล้ว
เหนือมนุษย์คนอื่น ๆ แตกตื่นกับความโหดเหี้ยมของลุคแต่กลับกันลุคมีแววตานิ่งเฉยมาก เขาลงมือโจมตีต่อในทันทีด้วยการเคลื่อนที่รวดเร็วจากไอเทมรองเท้าสายฟ้าทำให้เขาเร็วมากจนแทบจะมือเห็นคนอื่นๆ ช้าลง
ก่อนที่ลุคจะตวัดขาเตะที่ละคนจนคนทั้ง 4 ไม่ทันได้ตั้งตัวกว่าจะลอยกระเด็นไปคนละทิศละทางอยากจะบอกว่าเป็นหรือตายลุคก็ไปถึงที่เคียวและวิ่งออกไปจากอาคารแล้ว
“บนท้องฟ้าเด่นเกินไป” ลุคเปลี่ยนแผนมาหนีบนพื้นตอนนั้นเองก็มีรถหุ้มเกราะของทหารติดอาวุธ 3 คันขับไล่ตามลุคมาพร้อมกับซาดกระสุนใส่ไม่ยั้งในทันที
ลุคเอาตัวบังเจน เขามีเกราะกระสุนระดับ E ยากจะทำอะไรได้ แต่เจนนั้นไม่เหมือนกันเธอไม่แข็งแกร่งพอ ลุคจึงต้องใช้ร่างกายปกป้อง
“แม้แต่พวกทหารก็มาล่าด้วย” ใบหน้าลุคบูดบึ้งมากทั้งเมืองกำลังล่าเขา