จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 45 บ้านเยี่ย

    ตอนที่ 45 

    บ้านเยี่ย

    ท่านป้าหวังได้แนะนำคนบ้านสกุลเยี่ยให้กับหลิงเฉินโดยตัวของหวังเซียนเองก็เห็นด้วย หวังเซียนอธิบายให้ฟังว่าพวกเขาและบ้านเยี่ยรู้จักกันดีมาตั้งนานหลายสิบปีแล้ว พวกเขาเป็นคนที่มีนิสัยใจคอที่ดีแต่ว่ายากจน 

    โดยคนของบ้านเยี่ยนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 3 คนได้แก่ เยี่ยหวนถัง เขามีภรรยาชื่อว่า เยี่ยชิง และมีลูกสาวนามว่า เยี่ยเหมย

    แต่ก่อนบ้านเยี่ยไม่ได้ยากจนเช่นนี้แต่เพราะว่าเยี่ยหวนถังที่เป็นเสาหลักของครอบครัวอยู่ๆร่างกายก็อ่อนแอลงรายได้ที่เคยทำได้ก็หดหายไปเรื่อยๆจนกระทั่งต้องไปหยิบยืมเถ้าแก่หน้าเลือดที่อยู่ภายในเมืองจนบัดนี้บ้านก็กำลังจะถูกยึด

    หวังเซียนกล่าวกลับหลิงเฉินมาอย่างหนักแน่นว่าคนบ้านเยี่ยล้วนเป็นคนที่มีนิสัยและจิตใจที่ดี เมื่อถูกหวังเซียนแนะนำมาเช่นนั้นเขาก็คงคิดว่าจริงเพราะคำพูดของหวังเซียนเชื่อถือได้ถึง 8 ใน 10ส่วน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปดูด้วยตาของตนเองเสียก่อน 

    หลังจากที่นั่งทานมื้อกลางวันกับหวังเซียนและท่านป้าหวังจนเสร็จ เขาก็มุ่งหน้าตรงไปหาคนครอบครัวเยี่ยทันที 

    เมื่อไปถึงที่อยู่ตามที่หวังเซียนได้บอกกับเขาก็พบเจอกับเรื่องเข้าในทันที ตอนนี้ผู้คนกำลังมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับมุงซื้อของที่กำลังลดราคา หลิงเฉินเต็มไปด้วยความสงสัยยิ่งหนักว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน

    เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ที่นี้คือบ้านของครอบครัวเยี่ย มันเป็นบ้านไม้ที่มีขนาดกลางๆ ตอนนี้สิ่งที่ชาวเมืองกำลังมุงดูอยู่คือครอบครัวเยี่ยกำลังโดนคนมาทวงหนี้

    ชายร่างกายกำยำสองคนกำลังพังข้าวของภายในบ้านที่ครอบครัวเยี่ยอาศัยอยู่ หลิงเฉินที่พึ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์เขาสามารถประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันทีหลังจากที่เข้ามา 

    ในขณะที่ชายร่างกายกำยำสองคนนั้นกำลังทำลายข้าวของภายในบ้านอยู่คนของครอบครัวเยี่ยก็นั่งอยู่กับพื้นกลางบ้านอย่างหวาดกลัว

    ชายหญิงวัยประมาณ 40 ปี สองคนกำลังนั่งใช้อ้อมแขนของตนเองกอดบุตรสาวประมาณ 8 ปีเอาไว้อย่างแนบแน่นพร้อมกับร่างกายที่กำลังสั่นเทา 

    ชายคนนั้นน่าจะเป็นเยี่ยหวนถัง หลิงเฉินใช้สายตาของตนเองสังเกตชายที่มีพื้นฐานรูปร่างเดิมใหญ่โตแต่ตอนนี้ร่างกายกับผอมแห้งและใบหน้าซีดเซียว ส่วนหญิงวัย 40 ปีอีกคนก็น่าจะเป็น เยี่ยชิง ผู้ที่เป็นภรรยา นางเป็นสตรีที่มีรูปร่างหน้าตาถือว่าไม่ขี้เหร่ ส่วนเด็กหญิงที่อยู่ตรงกลางก็น่าจะเป็นเยี่ยเหมย ที่เป็นบุตรสาว เด็กหญิงวัยประมาณไล่เลี่ยกับลู่หมิง เยี่ยเหมยผู้นี้เป็นเด็กที่มีหน้าตางดงามตั้งแต่วัยเพียงแค่นี้หลิงเฉินรู้ได้ทันทีว่าเมื่อโตขึ้นนางจะกลายเป็นสตรีที่งดงามผู้หนึ่ง

    หลิงเฉินยืนมองภาพที่น่าอดสูนั้นอยู่สักพักก่อนที่เขาจะเดินผ่านฝูงชนเข้าไปภายในบ้านของครอบครัวเยี่ย สายตาทุกคู่จับจ้องเด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่สวมใส่อาภรณ์สีดำคนนี้อย่างสงสัย

    เมื่อหลิงเฉินก้าวเข้าไปภายในบ้านของครอบครัวเยี่ยแล้วเขาได้ใช้มือของตนเองปิดประตูบานใหญ่ที่เปิดเอาไว้ให้คนภายนอกได้เห็นปิดลงไป 

    “ อะไรกัน!!! ”

    “ เด็กหนุ่มนั้นปิดประตูทำไมกัน!!! ”

    ดูเหมือนว่าชาวเมืองภายนอกจะไม่ค่อยพอใจการกระทำของหลิงเฉินสักเท่าไหร่ แต่ว่าหลิงเฉินก็รู้อยู่แล้วว่าคนพวกนั้นตั้งใจมาดูเพื่อเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตนเองก็เท่านั้นไม่ได้คิดจะมาช่วยครอบครัวเยี่ยจริงๆ

    ชายฉกรรจ์ 2 คนหันมองเด็กหนุ่มปริศนาที่เข้ามาอย่างสงสัย

    “ อะไรไอ้หนูที่นี้ไม่ใช่ที่จะมาเดินเล่นออกไปซะไม่งั้นแกจะได้มีสภาพอย่างพวกมัน ” ชายคนหนึ่งได้กล่าวออกมาอย่างหยิ่งยโสนิ้วมือของมันชี้ไปที่ร่างของสองสามีภรรยาที่นั่งโอบกอดบุตรสาวอยู่ที่พื้น

    หลิงเฉินได้ใช้ดวงตาสีดำของตนมองสังเกตอย่างใกล้ๆทำให้เขาได้เห็นว่าตามร่างกายของสามีภรรยาเยี่ยคู่นี้พวกเขามีรอยพกช้ำอยู่มากพอสมควรคงจะเกิดจากการทุบตีของชายฉกรรจ์สองคนนี้

    “ เจ้าทำได้งั้นรึ ” หลิงเฉินเปล่งเสียงออกมาอย่างเบาๆ แต่หูของชายผู้นั้นก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน

    “ ว่าอย่างไงนะ!!! ” มันตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

    ท่าทางของหลิงเฉินที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยมาสักพักบัดนี้ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นความเย็นชาก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยเสียงแข็ง “ ข้าบอกว่าเจ้ามีปัญญาทำได้งั้นรึ ”

    “ ว่าอย่างไงนะไอ้เด็กนี่!!!! ” ชายผู้นั้นตะโกนออกมาด้วยความโกรธก่อนที่มันจะพุ่งตรงใส่หลิงเฉินอย่างรวดเร็ว 

    ดวงตาของหลิงเฉินมองมันอย่างไม่กระพริบตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาแค่มองคนโง่คนนึงที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำก็เท่านั้น

    เด็กหนุ่มยกฝ่ามือขวาของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะใช้มันซัดเข้าไปกลางล่างของชายที่พุ่งเข้ามา ผัวะ!!! ตึง!!!

    “ อ๊าก!!! ” ชายผู้นั้นกระเด็นไปไกลพร้อมกับกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก สร้างความประหลาดใจให้กับชายฉกรรจ์ที่เหลืออีกคนนึงเป็นอย่างมากก่อนที่มันจะหันกลับไปมองที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของมันอีกครั้ง 

    ตอนนี้ฝ่ามือของหลิงเฉินมีเปลวเพลิงสีส้มอ่อนกำลังปกคลุมฝ่ามือข้างขวาอยู่ มันคือทักษะฝ่ามือเปลวเพลิงที่ตอนนี้หลิงเฉินสามารถดึงประสิทธิภาพของมันออกมาใช้ได้มากพอสมควรแล้ว 

    หลังจากสามารถซัดคนปากดีผู้นั้นให้ลงไปนอนอยู่กับพื้นได้สำเร็จหลิงเฉินได้ยกยิ้มที่มุมปากของตนเอง 

    จบตอน

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน