ขย่มให้ลืมรัก

    ตอนที่ 7 ความเร่าร้อนที่มาพร้อมกับความโกรธแค้น nc

    ยามค่ำคืนเงียบสงัด หมู่ดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า แม่ทัพหลงหยางเฉิน นอนอยู่บนเตียงเคียงข้าง ฮูหยินอันฉิงหรู ผู้เป็นภรรยาที่งดงามที่สุดในใต้หล้า ลมหายใจสม่ำเสมอของนางทำให้เขามั่นใจว่าเธอกำลังหลับสนิท แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นเสี้ยวใบหน้าของนางที่สงบนิ่ง

    แต่ภายในจิตใจของหลงหยางเฉินกลับพลุ่งพล่านด้วยไฟแห่งความปรารถนา รสสัมผัสที่เขาเคยลิ้มลองจากนาง แม้จะหวานล้ำเพียงใด แต่เขายังคงกระหายหาความแปลกใหม่ ความต้องการในตัวเขานั้นไม่มีที่สิ้นสุด

    เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังใบหน้าของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะหันสายตาไปทางประตูห้องอย่างชั่งใจ สุดท้ายแล้ว

    เขาค่อย ๆ เคลื่อนกายลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ ระมัดระวังทุกย่างก้าว มือใหญ่เอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมก่อนจะเดินย่องไปที่ประตู

    เขาหันกลับมามองอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านางยังคงหลับสนิท ทว่าหาได้รู้ไม่ว่า ฮูหยินอันฉิงหรู ซึ่งนอนนิ่งอยู่ แท้จริงแล้วตื่นขึ้นตั้งแต่เขาขยับตัว นางแอบลืมตาเพียงเล็กน้อย มองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินออกไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

    หลงหยางเฉินเปิดประตูอย่างเบามือ ก่อนก้าวออกไปในยามค่ำคืนโดยไม่หันกลับมามองอีก สายลมเย็นในยามดึกพัดผ่านร่างสูงใหญ่ของเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นนั้น ในหัวของเขามีแต่ความคิดเกี่ยวกับสตรีอื่นที่รออยู่

    “อีกครั้งแล้วหรือ...” นางคิดในใจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านในอก เมื่อสัญญาที่เขาให้ไว้ไม่นานมานี้ ถูกละเมิดอย่างง่ายดาย

    หลงหยางเฉินย่องออกจากห้องไป โดยไม่ได้เหลียวกลับมามอง นางนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองดูแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ หายไปในความมืด นางถอนหายใจเบา ๆ สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักตอนนี้มีทั้งความเสียใจและความผิดหวัง

    “ท่านพี่...” นางพึมพำเบา ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยิน นางรู้ดีว่าเขากำลังถูกไฟแห่งความปรารถนาเผาผลาญจนไม่อาจต้านทาน

    หลังจากนั้น นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ สวมเสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเดินตามเขาไปในความมืด นางไม่ได้ต้องการหยุดเขา เพียงแต่ต้องการรู้ว่าสิ่งที่นางคิดไว้นั้นเป็นจริงหรือไม่...

    ความเงียบในคืนนั้นถูกแผ่ซ่านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและความสงสัยของฮูหยินอันฉิงหรู

    ในความมืดที่เงียบสงัดของค่ำคืน แม่ทัพหลงหยางเฉิน ยืนอยู่หน้าประตูของห้องพักบรรดาสาวใช้ ดวงตาคมกล้าของเขาฉายแววแห่งความกระหายที่แทบจะปิดไม่มิด เขายกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงที่แฝงความเร่าร้อน

    "ก๊อก ก๊อก เสวี่ยเหมย...ข้ามาแล้ว"

    เสียงของเขานุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยคำสั่ง เสียงฝีเท้าจากภายในดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นสาวใช้คนงาม เสวี่ยเหมย นางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ราวกับว่านางรู้ดีว่าคืนนี้จะจบลงเช่นไร

    ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง แม่ทัพหลงหยางเฉินไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงไปบดขยี้ริมฝีปากกับนางอย่างเร่าร้อน ริมฝีปากของเขาทำงานหนักหน่วงราวกับชายที่หิวกระหาย สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ

    เสวี่ยเหมย ส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ขณะนางโต้ตอบเขาอย่างชำนาญ ราวกับว่าความสัมพันธ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ลิ้นของนางที่ตอบสนองต่อเขาเป็นจังหวะ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่าร้อน

    ในขณะที่แม่ทัพหลงหยางเฉินดื่มด่ำกับรสจูบอย่างลึกซึ้ง เขากลับไม่ได้สังเกตว่า ในมุมมืดที่อับสายตา ฮูหยินอันฉิงหรู ภรรยาผู้เป็นที่รักของเขา กำลังยืนแอบมองอยู่ นางเฝ้าดูทุกการกระทำของเขา ทั้งความกระหายที่เขามอบให้แก่สาวใช้นางนี้ และภาพที่เขาปฏิบัติต่อหญิงอื่นด้วยความเร่าร้อน

    "ท่านพี่...หากท่านมีความต้องการ เหตุใดท่านจึงไม่บอกข้า หรือแท้จริงแล้วตัวท่านเองต่างหากที่ไม่รู้จักพอ..." นางกระซิบออกมาเบา ๆ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด

    แม่ทัพหลงหยางเฉินที่มัวเมาอยู่กับสาวใช้ของเขา ไม่รู้เลยว่าภรรยาที่เขารักยิ่งกำลังมองเขาอยู่จากในเงามืด แม้เขาจะดูไม่กลัวสิ่งใด แต่หากเขารู้ว่า ฮูหยินอันฉิงหรู กำลังเฝ้ามองอยู่ ชายผู้หยิ่งทะนงอย่างเขาอาจหวาดหวั่น เพราะสำหรับเขาแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่เขากลัวมากไปกว่าการสูญเสียนาง

    เขาก้มกระซิบข้างหูของเสวี่ยเหมยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "ไม่ต้องกังวล...ในสถานที่แห่งนี้ ข้าคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีใครกล้าตำหนิข้า"

    แต่เขาหารู้ไม่ ว่าคนที่เขาหวาดกลัวที่สุดในใต้หล้านี้ กำลังยืนเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ ด้วยหัวใจที่แตกสลาย...

    แม่ทัพหลงหยางเฉิน ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา จู่ ๆ ก็ทำสิ่งที่คาดไม่ถึง แทนที่จะนำร่างของ เสวี่ยเหมย เข้าไปในห้องพักของนางเพื่อซ่อนเร้นการกระทำ แต่กลับอุ้มร่างของนางขึ้นอย่างรวดเร็ว เรือนร่างของสาวใช้นางนี้เบาราวกับปุยนุ่นในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา

    เขาเดินออกไปยังโถงกลางของเรือนอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ ราวกับต้องการท้าทายให้คนทั้งโลกมองเห็น

    "เสวี่ยเหมย เจ้าจะกลัวไปใย ข้าอยากให้พวกมันทุกคนได้เห็นว่าข้าเป็นเจ้าของเจ้าเช่นไร" แม่ทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันและเต็มไปด้วยความปรารถนา

    สาวใช้ในอ้อมแขนของเขาแม้จะอายและตื่นตกใจที่ถูกพาออกมายังที่แจ้ง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่กล้าขัดคำสั่ง เธอซุกหน้าแดงก่ำลงกับอกของเขา เสียงหัวใจของเธอเต้นแรง ในขณะที่เขาเดินผ่านไปกลางโถง ด้วยร่างกายที่แนบชิดจนยากจะปฏิเสธ

    ในขณะนั้น เสียงฝีเท้าของเขาที่ก้าวหนักแน่นก้องสะท้อนในโถงกว้าง สายลมเย็นที่พัดผ่านราวกับเพิ่มความเร่าร้อนให้แก่บรรยากาศ ทุกอย่างราวกับหยุดนิ่ง เมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาหยุดยืนอยู่กลางโถง เรือนร่างของเสวี่ยเหมยในอ้อมกอดของเขาถูกเผยให้เห็นภายใต้แสงจันทร์อันนวลผ่อง

    เขาวางร่างของนางลงบนพื้นหินเย็น ร่างกายของเขาก้มลงอย่างช้า ๆ มือหยาบกร้านลูบไล้เรือนร่างของนางอย่างหลงใหล

    "เจ้ารู้หรือไม่ เสวี่ยเหมย ข้าไม่ต้องการแอบซ่อนความต้องการของข้าอีกต่อไป ข้าอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าเจ้าเป็นของข้า และข้าสามารถครอบครองเจ้าได้เช่นไร"

    บรรยากาศยิ่งร้อนระอุ ความเงียบในโถงนั้นแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านจากทั้งสองคน เสียงหอบหายใจของนางสะท้อนก้องไปมา ในขณะที่แม่ทัพหลงหยางเฉินยิ่งกระชับเรือนร่างของเธอแน่นขึ้น

    ทว่าในมุมหนึ่งของเงามืด ฮูหยินอันฉิงหรู ยืนมองภาพตรงหน้า นางจิกมือลงแน่น ขณะสายตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น "ท่านพี่...เหตุใดจึงต้องหยามข้าถึงเพียงนี้..." นางกระซิบกับตนเอง เสียงของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แทบจะระเบิดออกมา