"ผู้นำฝ่ายธรรมะ? เท่าที่ข้ารู้ผู้นำฝ่ายธรรมะคือสำนักกระบี่เก้าดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังมิใช่หรือ พวกเ้าเป็เพียงสำนักศึกษาแห่งหนึ่ง เหตุใดเรียกได้ว่าเป็ผู้นำฝ่ายธรรมะได้เล่า?" อวิ๋นหรั่นเยว่ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ขำที่สำนักศึกษาชางหลานช่างรู้จักยกยอตัวเองเสียเหลือเกิน
ผู้าุโคนหนึ่งแค่นเสียงเ็าว่า "หึ! สำนักกระบี่เก้าดาราเคยรุ่งเรืองเมื่อร้อยปีก่อนก็จริง แต่หลังจากเ้าสำนักสิ้นชีพลง ก็เสื่อมถอยลงทุกวัน จนตอนนี้สำนักกระบี่เก้าดาราเหลือเพียงนายหนึ่ง บ่าวหนึ่งเท่านั้น อย่าว่าแต่เป็ผู้นำเลย แม้แต่สิบอันดับแรกของสำนักในแดนเหนือก็ยังเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำ"
"ส่วนสำนักศึกษาของเราในการประลองระหว่างสำนักหลายปีที่ผ่านมาสามารถคว้าอันดับหนึ่งได้ทุกครั้ง นี่ต่างหากคือความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!"
อวิ๋นหรั่นเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่แค่สำนักาาผีเท่านั้นที่ถูกกวาดล้าง แต่เหตุใดแม้แต่สำนักกระบี่เก้าดาราของท่านอาจารย์ใหญ่ก็ไม่เหลือเช่นกัน ถ้าเป็เช่นนี้แล้วการสืบทอดของอาจารย์ท่านอื่น ๆ เล่า?
ในใจนางเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี สงสัยว่าสำนักของอาจารย์ท่านอื่น ๆ ก็น่าจะเกิดเื่ขึ้นเช่นกัน
เมื่อเห็นนางมีท่าทางครุ่นคิดรองเ้าสำนักก็แค่นหัวเราะ "เ้าเด็กน้อยผู้โง่เขลา เ้าคงจะออกมาจากป่าลึกที่ไหนสักแห่งสินะ ตอนนี้สำนักศึกษาชางหลานต่างหากที่เป็อันดับหนึ่งของฝ่ายธรรมะ สำนักกระบี่เก้าดาราล่มสลายไปนานแล้ว เ้ายังเพ้อฝันว่าสำนักกระบี่เก้าดาราจะคุ้มครองเ้าได้อีกหรือ?"
อวิ๋นหรั่นเยว่แค่นเสียงตอบกลับ "ต่อให้สำนักกระบี่เก้าดาราจะล่มสลาย แต่เมื่อร้อยปีก่อนที่นั่นคือสำนักอันดับหนึ่งของทวีปฉิงอวิ๋น เคยนำศิษย์นับไม่ถ้วนต้านทานศัตรูจากภายนอกเพื่อปกป้องราษฎรในทวีป ของวิเศษประจำสำนักอย่างกระบี่เก้าดารายิ่งเปี่ยมไปด้วยพลังเที่ยงธรรมสามารถสยบสิ่งชั่วร้าย นี่ต่างหากคือวิถีของฝ่ายธรรมะ แล้วสำนักศึกษาชางหลานของพวกเ้าเคยทำอะไรบ้าง?"
สีหน้าของรองเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโต่างเคร่งขรึมลงทันที
รองเ้าสำนักระงับความโกรธและกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เ้า้าจะพูดอะไรกันแน่ พวกเ้าเป็เพียงเศษซากของสำนักาาผี ต่อให้สำนักกระบี่เก้าดาราจะเคยรุ่งเรืองเพียงใด แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเ้าด้วย?"
"แน่นอนว่าเกี่ยวข้อง เพราะข้านี่แหละคือเ้าสำนักคนใหม่ของสำนักกระบี่เก้าดารา!" ทันทีที่อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวจบ ทั้งลานกว้างก็เกิดความโกลาหลทันที
"แค่ก แค่ก!" ฮั่วซิวที่กำลังดูเื่สนุกอยู่ริมหน้าต่างเกือบจะสำลักน้ำชา เขาเบิกตากว้างสงสัยว่าเมื่อครู่ตนเองหูฝาดไปหรือไม่
เขารีบหยิบหยกสื่อสารส่งข้อความถึงหลงเยี่ยเยี่ยนทันที "พี่เยี่ยน! รีบออกมาเร็วเข้า! เด็กคนที่เพิ่งเรียกท่านว่าพ่อเมื่อกี้ แม่ของเขาบอกว่านางเป็เ้าสำนักคนใหม่ของสำนักกระบี่เก้าดารา ข้าใแทบแย่! ไม่เคยเห็นสตรีคนใดขี้โม้ขนาดนี้มาก่อนเลย!"
สิ้นคำพูดของเขา เขาก็เห็นหญิงสาวที่ถูกตั้งข้อสงสัยกลางลานกว้างชักกระบี่ยาวสีแดงฉานออกมา ทันทีที่กระบี่ออกจากฝัก รัศมีอันเที่ยงธรรมก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณสิบลี้
นั่นคือกระบี่เก้าดารา!
มีตำนานว่ากระบี่เก้าดาราเป็กระบี่เทพจากนอกพิภพ ภายในซ่อนวิชากระบี่ขั้นสูงสุดเอาไว้ เซียนกระบี่หลิวเหรินในสมัยนั้นบรรลุวิชากระบี่นี้ จึงได้ก่อตั้งสำนักกระบี่เก้าดาราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า!
ต่อมาเมื่อเทพกระบี่สิ้นชีพ กระบี่เล่มนี้ก็หายสาบสูญไปเช่นกัน ไม่นึกเลยว่าหญิงสาวที่ไม่รู้ที่มาคนนี้จะมีกระบี่เก้าดาราที่สาบสูญไปหลายสิบปีอยู่ในมือ
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ฮั่วซิวเองก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เขารีบเปลี่ยนคำพูดผ่านหยกสื่อสารทันที "ข้าผิดไปแล้วพี่เยี่ยน สตรีผู้นี้อาจจะเป็เ้าสำนักคนใหม่ของสำนักกระบี่เก้าดาราจริง ๆ ! นางมีกระบี่เก้าดาราด้วย!"
เขายังพูดไม่ทันจบอากาศรอบกายก็บิดเบี้ยว หลงเยี่ยเยี่ยนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับหรี่ดวงตาสีดำลึกล้ำมองออกไปนอกหน้าต่าง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่กระบี่เก้าดาราเล่มนั้น แต่สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่หญิงสาวผู้สวมผ้าคลุมหน้าคนนั้น หญิงสาวคนนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าเคยพบกันที่ไหนมาก่อน
เป็นางหรือ?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาเขาก็ปฏิเสธมันทันที สตรีผู้นั้นถูกดึงเข้าไปในหุบเขาิญญาที่กำลังพังทลาย ร่างกายคงแหลกสลายไปนานแล้ว ยิ่งกว่านั้นหญิงสาวคนนี้ ตรงบริเวณหว่างคิ้วและดวงตายังปกติดี ไม่มีรูเืสามรูนั่นแต่อย่างใด ที่สำคัญที่สุดคือ...
สายตาของเขาเหลือบมองทรวดทรงอ้อนแอ้นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนของอวิ๋นหรั่นเยว่แวบหนึ่ง แล้วจึงเบือนหน้าหนี
ความแตกต่างมันมากเกินไป สตรีผู้นั้นแบนราบดุจผืนหญ้า ดังนั้นไม่มีทางเป็คนเดียวกันแน่นอน
"รองเ้าสำนัก หากข้าเป็พวกนอกรีตจริง กระบี่เก้าดาราเล่มนี้คงไม่ยอมรับข้าเป็นาย! ตอนนี้รองเ้าสำนักยังจะกล่าวว่าพวกเราเป็เศษซากของสำนักาาผีอีกหรือไม่?" น้ำเสียงของอวิ๋นหรั่นเยว่ใสกระจ่าง คำถามของนางดังสะท้อนไปทั่วลานกว้างในพริบตา
ในมือของนางถือกระบี่ธาตุหยางขั้นสูงสุด พลังเที่ยงธรรมสามารถทำให้สิ่งชั่วร้ายทุกชนิดเผยตัวตนได้ ในเวลานี้ใครจะกล้าบอกว่านางเป็เศษซากคนชั่วกัน
แววตาของรองเ้าสำนักมืดมนลง เขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวคนนี้จะนำกระบี่เก้าดาราออกมาได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งยิ้มแล้วกล่าวว่า "เ้ามีกระบี่เก้าดาราดูท่าคงไม่ได้มีจิตใจชั่วร้าย เป็ข้าเองที่เข้าใจเ้าผิด ข้าขอโทษเ้าด้วย ไม่นึกเลยว่าผ่านไปหลายปีกระบี่เก้าดาราจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง"
"แต่ข้าขอเตือนเ้าด้วยความหวังดี การปรากฏของกระบี่เทพย่อมนำมาซึ่งการนองเื เ้าเป็เพียงสตรีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเกรงว่าจะรักษากระบี่เก้าดารานี้ไว้ไม่ได้ มิสู้เข้าร่วมกับสำนักศึกษาชางหลานให้ทางสำนักช่วยดูแลรักษาให้ไม่ดีกว่าหรือ เมื่อเ้ามีความสามารถสูงส่งขึ้นทางสำนักจะคืนกระบี่เทพเล่มนี้ให้แก่เ้าเอง"
เสี่ยวอี้เบิกตากลมโตด้วยความตกตะลึง "์! ท่านแม่! ตาเฒ่านี่ทำไมไม่พูดตรง ๆ เสียเลยว่าอยากได้กระบี่ แต่กลับบอกว่าจะช่วยดูแลให้ล่ะ ช่างหน้าด้านไร้ยางอายสิ้นดี"
ใบหน้าของรองเ้าสำนักเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำทันที
พรืด!
ฮั่วซิวหลุดขำออกมา เ้าตัวเล็กนี่อายุยังน้อยแต่ปากคอเราะร้ายนัก เขาไม่เคยเห็นรองเ้าสำนักเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน การที่สามารถทำให้ตาเฒ่าที่วางท่าเป็ผู้ทรงศีลโกรธได้ขนาดนี้ นับว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ
รองเ้าสำนักแค่นเสียง "เ้าเด็กไม่รู้ความ! ข้าพูดด้วยความหวังดี สำนักกระบี่เก้าดาราล่มสลายไปแล้ว ในสำนักเหลือเพียงสองคนสุดท้าย ตอนนี้ไม่มีใครปกป้องกระบี่เล่มนี้ได้นอกจากสำนักศึกษาชางหลาน!"
"หึ ความหวังดีของท่านข้าน้อมรับไว้ แต่เสียดายที่อาจารย์เคยบอกข้าไว้ว่าสำนักศึกษาชางหลานแม้แต่สุนัขยังไม่เข้า หากข้าเข้าร่วมสำนักของพวกท่าน ข้ามิกลายเป็สุนัขหรอกหรือ เพราะงั้นขอผ่านดีกว่า" อวิ๋นหรั่นเยว่ค่อย ๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก พร้อมกับยกมุมปากขึ้น ด่าคนทั้งสำนักศึกษาให้กลายเป็สุนัขไปในคราวเดียว
"วาทศิลป์ของสองแม่ลูกนี่สุดยอดจริง ๆ ! พี่เยี่ยน พวกท่านไม่มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ หรือ?"
ฮั่วซิวถามด้วยความอยากรู้ เื่การได้เป็พ่อจำเป็ เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนัก ที่สำคัญคือสตรีคนนี้ดูน่าสนใจมาก หากนางไม่มีความเกี่ยวข้องกับพี่เยี่ยนจริง เขาก็จะลองเข้าหานางดู
แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาเ็าของพี่เยี่ยน เขาก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าหากลองล่ะก็... อาจจะได้ไปเกิดใหม่
"พวกนางไม่เกี่ยวข้องกับข้า และข้าก็ไม่มีความสนใจ" หลงเยี่ยเยี่ยนกล่าวอย่างเ็า โดยที่เขายังไม่รู้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ เขาจะถูกตบหน้าอย่างแรง
ฮั่วซิวได้ยินดังนั้นก็ดีใจ แต่แล้วก็ได้ยินพี่เยี่ยนพูดต่อว่า "แต่พวกนางอาจจะเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่ของข้า หากเ้าไม่กลัวจะโดนลูกหลง ก็ลองดูได้"
"หา? พี่ใหญ่ของท่านน่ะหรือ?" พอคิดถึงพี่ใหญ่ของเขา ฮั่วซิวก็รู้สึกซวยขึ้นมาทันที
คนผู้นั้นเชี่ยวชาญทั้งการดื่ม การพนัน และเื่กามารมณ์ ในอดีตยังเคยใช้ชื่อของพี่เยี่ยนไปหลอกลวงหญิงสาวผู้ไร้เดียงสามากมาย จนมีลูกนอกสมรสจำนวนมากพอจะตั้งเป็หนึ่งห้องเรียนในสำนักศึกษาชางหลานได้เลย
ทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้างแล้วถามว่า "พี่เยี่ยน แล้วถ้าสตรีผู้นี้ถูกพี่ใหญ่ของท่านใช้ชื่อท่านหลอกลวงมาล่ะ จะทำอย่างไร?"
หลงเยี่ยเยี่ยน "..."
"ท่านแม่ ตรงนี้แหละขอรับ!"
ในขณะนั้นเองประตูก็ถูกผลักเปิดออก สองแม่ลูกเดินเข้ามาด้านใน ฮั่วซิวชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ผู้คนในลานกว้างสลายตัวไปหมดแล้วแต่สองแม่ลูกนี้กลับเดินตรงมาที่นี่
พวกนางมาทำอะไร? หรือว่าคำพูดปากพาซวยของเขาจะเป็จริง!