ตอนที่27 : การปฏิวัติการเกษตร
หลังจากการตั้ง “สภาปัญญา” เสร็จสิ้น
หานอวี้จินเดินทางออกจากวังหลวง พร้อมขบวนเล็ก ๆไปยังเมืองชายทุ่งทางตอนใต้ชื่อ เมืองกวงหนาน
เมืองนี้เป็พื้นที่เกษตรใหญ่ของแคว้นหาน แต่ผลผลิตลดลงทุกปีเพราะภัยแล้งและดินเสื่อม
ท้องทุ่งกว้างไกลสุดตาข้าวในนาเหี่ยวย่น
ชาวนาเดินด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
หานอวี้จินมองภาพนั้นด้วยสายตาแน่วแน่
“ก่อนที่ข้าจะสร้างกองทัพข้าต้องทำให้คนในทุ่งมีแรงจะยืนก่อน”
ภายในโรงเรือนที่สร้างขึ้นชั่วคราวกลางนา
มีกล่องไม้เรียงรายเต็มไปด้วยตัวอย่างเมล็ดพันธุ์
หานอวี้จินในชุดธรรมดา กำลังถือกล้องขยายเล็ก ๆ ที่ระบบ M.A.S.แสดงผลให้เห็นบนภาพสามมิติในใจ
เสียงระบบดังขึ้นในหัว
【แนะนำให้คัดเลือกพันธุ์ข้าวที่มีความต้านทานต่อความร้อนสูงและเพิ่มไนโตรเจนในดิน】
【สร้างปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ +เถ้าไม้ + ฟางแห้ง】
เขาจดลงในสมุดอย่างละเอียดแล้วหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ชายผู้นั้นคือ จางเหวินซือ — บัณฑิตจากสำนักปัญญา
รูปร่างผอมบาง ดวงตาสงบ มีมือที่เต็มไปด้วยคราบดิน
“เ้าว่าจะได้ผลไหมเหวินซือ?”
“ได้แน่พ่ะย่ะค่ะถ้าเราปลูกแบบแบ่งแปลงทดลอง —
หนึ่งแปลงใช้พันธุ์เก่า หนึ่งแปลงใช้พันธุ์ใหม่แล้วจดอัตราการงอกทุกสามวัน”
หานอวี้จินยิ้ม
“ดี... เ้าคือคนที่เข้าใจฟ้ามากกว่าข้าเสียอีก”
เสียงชาวนาในท้องทุ่งดังระงมเมื่อเห็นองค์รัชทายาท“ก้มปลูกต้นกล้า” ด้วยมือของตนเอง
“ท่าน...ไม่กลัวเปื้อนหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ดินที่ให้ชีวิต ข้าไม่มีวันกลัวมันหรอก”
เขาอธิบายวิธีใหม่ให้ทุกคนดู
1. การเพาะกล้าในเรือนควบคุมอุณหภูมิ
o ใช้ไม้ไผ่สร้างโรงเรือนโค้งคล้ายโดม
o คลุมด้วยผ้าไหมโปร่งและฟางเพื่อควบคุมความร้อน
o เพาะเมล็ดในกระบะไม้แทนการหว่านลงนาโดยตรง
2. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
o ใช้มูลวัวผสมเถ้าไม้และฟาง
o หมักในโอ่งปิดไว้7 วันเกิดความร้อนฆ่าเชื้อ
o นำไปใส่ในหลุมปลูกเพื่อเพิ่มไนโตรเจน
3. การวัดระยะปลูก
o ใช้ไม้คานผูกเชือกกำหนดช่อง1 ฟุต
o เพื่อให้รากได้รับแสงและน้ำเท่ากันทุกต้น
“ทำไมต้องวัดช่องขนาดนั้นด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”
ชาวนาถามอย่างสงสัย
“เพราะต้นไม้เหมือนคน”หานอวี้จินตอบยิ้ม ๆ
“ถ้าเบียดกันเกินไป มันก็หายใจไม่ออก”
เสียงหัวเราะดังรอบทุ่งนา
บรรยากาศที่เคยเศร้ากลับเต็มไปด้วยความหวัง
หลังผ่านไปสามสัปดาห์
เมล็ดพันธุ์ที่เพาะในเรือนเริ่มแตกยอดสูงกว่าเดิมถึงครึ่งหนึ่ง
ดินที่ได้รับปุ๋ยอินทรีย์ดูชุ่มและอุดมกว่าแปลงเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ชาวบ้านเริ่มหลั่งไหลมาดู
“ข้าไม่เคยเห็นกล้าแข็งแรงเช่นนี้มาก่อน!”
“ดูสิ ใบของมันไม่เหลืองเลย!”
หานอวี้จินยืนมองพร้อมรอยยิ้ม
“นี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์...มันคือผลของความเข้าใจธรรมชาติ”
วันหนึ่งจางเหวินซือนำหัวพืชประหลาดมาวางบนโต๊ะ
“องค์ชาย โปรดดูเถิดข้าน้อยพบพืชชนิดนี้ในเขตดินทรายทางเหนือ
มันเติบโตแม้ไม่มีฝน และกินได้ด้วย”
หานอวี้จินจับมันดู
มันคือ มันเทศพันธุ์ป่า — แต่เขารู้ทันทีว่านี่คือพืชแห่งอนาคต
“เ้ารู้ไหมเหวินซือ... พืชนี้สามารถเลี้ยงคนได้ทั้งแผ่นดินในยามขาดแคลน
ข้าจะเรียกมันว่า ‘มันหานหลง’”
เขาสั่งให้เพาะทดลองทันที
โดยสอนวิธีขยายพันธุ์ด้วยการ “ปักชำกิ่ง” และ “เก็บรากทดแทนเมล็ด”
ชาวบ้านมองอย่างทึ่ง
ไป๋อวี้จิงที่เดินทางมาตรวจงานถึงกับหัวเราะเบา ๆ
“ท่านไม่เพียงปลูกข้าว...แต่ยังปลูกความมั่นคงลงในใจประชา”
สองเดือนผ่านไป
ทุ่งนาที่เคยแห้งแล้งกลับเขียวสดใส
ข้าวพันธุ์ใหม่สูงเกือบอกคน
ผลผลิตมากกว่าปีก่อนถึงสามเท่า
ชาวบ้านจัดงานฉลองกลางทุ่ง
เด็กเล็กวิ่งหัวเราะ ผู้เฒ่าจุดธูปขอบคุณฟ้า
แม่เฒ่าคนหนึ่งคุกเข่าต่อหน้าองค์รัชทายาท
“ลูกข้าอดมาสามปีแต่ปีนี้มันอิ่มเพราะข้าได้ข้าวจากท่าน...”
หานอวี้จินประคองนางลุกขึ้น
“อย่าคำนับข้าคำนับดินเถิด — เพราะมันคือแม่ของพวกเรา”
คืนนั้นหานอวี้จินกับไป๋อวี้จิงยืนมองทุ่งข้าวสะท้อนแสงจันทร์
เสียงกบร้องและลมเย็นพัดกลิ่นดินหอม
“ดูสิ...”ไป๋อวี้จิงพึมพำ “เหมือนท้องทะเลแห่งทองคำ”
“นั่นแหละคือความงดงามของความรู้”เขาตอบเบา ๆ
“มันไม่ได้สร้างเพียงพลัง... แต่มันทำให้คนยิ้มได้โดยไม่ต้องต่อสู้”
ระบบ M.A.S.ดังขึ้นอีกครั้งในหัว
【ภารกิจสำเร็จ: ผลผลิตเพิ่มขึ้น 290%】
【ปลดล็อกภารกิจถัดไป :การผันน้ำหล่อเลี้ยงแผ่นดิน】
หานอวี้จินยิ้มบาง
“ได้เวลานำสายน้ำ... มาหล่อเลี้ยงความฝันแล้วสินะ”
แสงจันทร์ส่องผ่านยอดข้าวเป็ประกาย
ราวประกาศว่า —
แผ่นดินหานได้เริ่ม “ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์” อย่างแท้จริง