ตระกูลเมิ่ง!
ทุกครั้งที่ได้ยินนามนี้หัวใจของเมิ่งฝานมักจะอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารในทันใดกี่ครั้งแล้วที่มารดาของเขาต้องทนทุกข์อยู่กับโรคหานซางจนต้องเกลือกกลิ้งไปบนที่นอนด้วยความทรมาน
บิดาของเขาสร้างฐานอำนาจขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่แต่กลับตกอยู่ในมือของพวกนั้นแม้จะเป็นตระกูลของตนเองแต่เมิ่งฝานกลับแค้นฝังลึกอยู่ในหัวใจ
หากไม่ใช่เพราะคนพวกนั้น มารดาของเขาก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานบิดาคงไม่ต้องสิ้นชีพอย่างไม่รู้สาเหตุ เมิ่งฝานสลักความแค้นนี้เอาไว้ในกระดูกและไม่เคยจางหายไป
แค้นของบิดามารดาบุตรอย่างข้าจะล้างมันให้เอง!
นี่เป็นปณิธานที่เมิ่งฝานตั้งเอาไว้ตั้งแต่เด็กเพียงเพราะเมื่อก่อนเขาไม่มีศักยภาพมากพอมันจึงกลายเป็นดั่งเรื่องที่น่าขัน แต่ยามนี้เขามีความสามารถและคุณสมบัติมากพอที่จะต่อกรกับจอมยุทธ์ผู้เป็นอันดับหนึ่งของชนรุ่นหลังแห่งอาณาจักรต้าก้านแล้ว
อยู่ในขั้นเกลาวิญญาณระดับหกซ้ำยังมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีหากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะน่าสะพรึงถึงเพียงใด
แต่ผู้ที่เมิ่งฝานคิดจะจัดการนั้นกลับมีเพียงตระกูลเมิ่งทำความฝันในวัยเด็กให้สำเร็จจากนั้นบอกกับคนของตระกูลเมิ่งทั้งหลายว่าเมื่อก่อนเคยทำให้พวกเขายิ่งใหญ่ดั่งได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเก้าได้ฉันใดยามนี้ก็สามารถทำให้พวกเขาต้องตกนรกขุมที่สิบแปดได้ฉันนั้น!
เมิ่งฝานเกร็งไปทั้งร่างแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดออกมาเขารู้ดีว่าเวลานี้ตนเองจะต้องอดทนมีเพียงการอดทนและเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้จึงจะมีโอกาส ขณะเดียวกันก็เดินออกไปด้านนอก
บนถนนรอบกายเขานั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายคึกคักอย่างไม่ธรรมดา
ทั้งยังมีผู้คนมากมายจากหลายสถานที่เป็นเพราะข่าวสารที่แพร่ออกไปทำให้ทั้งทหารรับจ้างและคนของพรรควรยุทธ์ต่างๆ ล้วนแต่เดินทางมาที่นี่เพราะหากได้รับสมบัติปราณประสานก็คล้ายดั่งได้ก้าวขึ้นสวรรค์ในทันใด
โอกาสเช่นนี้ล้วนเป็นเหยื่อชิ้นใหญ่ที่หลอกล่อผู้คนทั้งหลายฉะนั้นแล้วจึงมีผู้ทรงอิทธิพลจากหลายแห่งมารวมตัวกันอยู่ที่เมืองหุนต้วน ซึ่งพวกเขาต่างก็วาดหวังเอาไว้ว่าโชคใหญ่ที่อยู่บนท้องฟ้าจะหล่นลงมาทับศีรษะของตนเอง
เมิ่งฝานเดินไปตามทางพร้อมทั้งกวาดตามองไปเรื่อยๆเพียงชั่วครู่เขาก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์หนึ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เมิ่งฝานคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งเพราะนี่คือสัญลักษณ์ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา
เขานึกไม่ถึงเลยว่าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราจะมาที่นี่ด้วย!
เมิ่งฝานครุ่นคิดขึ้นในใจ เขามีซวินจางปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสามของสมาคมอยู่ในมืออีกทั้งยังรู้สึกดีกับสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราไม่น้อย
ทันใดนั้นพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น“วันนี้ที่นี่จะกลายเป็นสมาคมการแลกเปลี่ยนของล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทุกท่านสามารถนำของที่มีมาแลกเปลี่ยนกับของล้ำค่าได้ ไม่คิดถึงเรื่องมูลค่าราคาใช้เพียงสิ่งของแลกสิ่งของเท่านั้น!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้คนมากมายพลันเดินเข้าไปในหอไม้อย่างรวดเร็ว
ถึงอย่างไรแล้วชื่อเสียงของปรมาจารย์จิตศัสตราก็เป็นที่ดึงดูดไม่น้อยทางฝั่งของเมิ่งฝานก็ลูบปลายจมูกและมีนัยน์ตาที่วาวโรจน์ขึ้นมาเช่นกัน
แลกเปลี่ยนสิ่งของ?
นี่เป็นสิ่งที่แปลกและเป็นเอกลักษณ์แต่ก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างนิยมระหว่างปรมาจารย์จิตศัสตราด้วยกัน
ยามนี้สิ่งที่เมิ่งฝานต้องการมากที่สุดก็คือเหมันต์หมื่นปีหากเขาได้รับมันมาก็จะสามารถหลอมผสานกับขุมพลังโลกันตร์ได้ แต่ที่น่าเสียดายก็คือของสิ่งนี้หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งดูคล้ายว่าการแปลกเปลี่ยนนี้จะถือเป็นโอกาสที่ไม่เลวฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงไม่ได้ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
เขาเดินเข้าไปในหอไม้ก่อนจะมีสตรีที่หน้าตาไม่เลวผู้หนึ่งเดินมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนางเอ่ยเสียงเบา “ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะนายท่าน ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใดพวกข้าจะเป็นผู้จัดหาให้แต่จะมีค่านายหน้าหนึ่งส่วน!”
สตรีเหล่านี้เป็นคนของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราทั้งสิ้นรับผิดชอบในเรื่องการสอบถามความต้องการแล้วประสานงานซึ่งค่านายหน้าหนึ่งส่วนนั้นก็ทำให้สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราได้รับเงินในจำนวนที่ไม่น้อย!
พวกเขาร่ำรวยมากแล้วแต่ก็ยังหาเงินอย่างขยันขันแข็ง!
เมิ่งฝานครุ่นคิดแล้วส่ายหน้าเล็กน้อยจากนั้นเขาจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องการ...เหมันต์หมื่นปีไม่ทราบว่ามีหรือไม่?”
เมื่อเขาเอ่ยออกไปเช่นนั้นหญิงสาวพลันชะงักงันในทันใดนางนึกไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มที่ดูคล้ายว่าจะมีอายุไม่มากจะต้องการในสิ่งอันทรงคุณค่าเช่นนี้ซึ่งมันนับเป็นวัตถุศักดิ์สิทิ์ระดับห้าที่ต่อให้เป็นสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราก็ยังต้องออกแรงไม่น้อย
“ท่านโปรดรอสักครู่!”
สตรีผู้นั้นคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะจากไปเพื่อประสานงานกับฝ่ายอื่นไม่นานนางก็กลับมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก “ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะเซียนเซิงเหมันต์หมื่นปีไม่ได้ถูกนำมาแลกเปลี่ยนที่นี่ แต่ว่า...คนผู้หนึ่งจะต้องมีมันเป็นแน่!”
“ใครกัน?”
รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง นันย์ตาของเขามีความต้องการที่ยากจะปิดบังปรากฏไม่ว่าผู้ที่ครอบครองเหมันต์หมื่นปีจะเป็นผู้ใดเมิ่งฝานก็ต้องการมันทั้งสิ้นต่อให้ต้องใช้วิธีที่ไม่ธรรมาดาเขาก็จะทำ
“หยางต้าซือเจ้าค่ะ” สตรีผู้นั้นเอ่ยพลางยิ้มส่งไป จากนั้นนางก็พูดต่อด้วยสีหน้าเคารพยำเกรง “หยางต้าซือเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสี่ของสมาคม มีของสะสมมากมายและล้ำค่าเล่ากันว่าท่านเพิ่งได้รับเหมันต์หมื่นปีมาไม่นาน!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปเขาเอ่ยถามเสียงเข้ม “ไม่ทราบว่าข้าจะไปพบเขาได้หรือไม่?”
“อืม...โดยปกติแล้วท่านหยางต้าซือค่อนข้างเย่อหยิ่งไม่อยากพบผู้ใดเจ้าค่ะ” สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกลำบากใจ
ดูเหมือนว่าหยางต้าซือผู้นั้นคงจะสร้างกำแพงขวางกั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนแต่มันก็ไม่แปลก
เมิ่งฝานพยักหน้ารับก่อนจะขยับฝ่ามือแสดงซวินจางดวงหนึ่งซึ่งคือซวินจางของปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสามแล้วเอ่ยถามเสียงเบา “แล้วสิ่งนี้พอจะมีประโยชน์หรือไม่?”
ปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสาม?
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของสตรีผู้นั้นพลันชะงักไปนางนึกไม่ถึงเลยว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้จะเป็นถึงปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสามนี่สินะที่บอกว่าไม่ควรดูคนจากภายนอก
นางรีบพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“ในเมื่อท่านเป็นคนของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราย่อมไม่มีปัญหาใดเจ้าค่ะ!”
ว่าแล้วนางจึงเดินนำเมิ่งฝานไปยังชั้นที่สองของหอไม้โดยมันเป็นสถานที่ที่เงียบสงบไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวน นางนำทางเมิ่งฝานมาหยุดอยู่หน้าห้องแห่งหนึ่งจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา
“หยางต้าซือมีปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสามท่านหนึ่งต้องการพบท่านเจ้าค่ะ!”
พลันมีเสียงอันราบเรียบดังออกมา “เชิญเข้ามาสิ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์เพราะฟังจากเสียงแล้วนั้น...คล้ายว่าจะเป็นสตรี!
เมื่อผลักประตูเข้าไปเมิ่งฝานก็พบว่าภายในนั้นประดับประดาอย่างวิจิตรและสง่างาม
ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาไม่ไกลนั้นสวมชุดสีดำสิ่งที่เนื้อผ้าห่อหุ้มอยู่นั้นเป็นเรือนร่างอรชรงดงาม เส้นผมยาวประบ่าใบหน้าเลอโฉมราวกับตุ๊กตาปั้นก็ไม่ปาน นับว่าไม่ด้อยไปกว่าหลิงไต้โยวเลยทีเดียว!
เขานึกไม่ถึงเลยว่าหยางต้าซือจะเป็นสตรีเลอโฉมเช่นนี้!
เมิ่งฝานลูบปลายจมูกเล็กน้อยและรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง
เมื่อเห็นสีหน้าของเมิ่งฝานนางก็หาได้รู้สึกประหลาดใจไม่ไม่ว่าผู้ใดที่ได้พบนางล้วนแต่รู้สึกว่าสมญานามของหยางต้าซือกับใบหน้าของนางนั้นไม่เข้ากันสักเท่าใดนางพลันหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเอ่ยถามว่า “ว่าอย่างไรตกตะลึงไปเลยหรือ?”
“เปล่าขอรับ”
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างพูดไม่ถูก“ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าสตรีงามทุกนางจะต้องมีศักยภาพที่เลิศล้ำทั้งหมดเลยหรือไร”
ที่เอ่ยออกไปเช่นนั้นเป็นเพราะจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เมิ่งฝานเคยได้พบเห็นนั้นมีผู้เป็นสตรีเลอโฉมอยู่จำนวนไม่น้อย เช่นรั่วสุ่ยอีจักรพรรดินีผู้ชำนาญในการต่อสู้หรือแม้แต่มู่อวี่อิน โดยภายใต้ความงามอันเลิศล้ำของสตรีเหล่านี้ล้วนแต่เป็นศักยภาพที่คล้ายดั่งสามารถทำลายโลกได้ก็ไม่ปาน!
และสตรีนามว่าหยางต้าซือผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันภายใต้ร่างอรชรงดงามนั้นคือพลังของจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณ ที่มากไปกว่านั้นคือเมื่อเมิ่งฝานเข้ามาในห้องก็สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง
ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าพลังจิตของอีกฝ่ายนั้นอาจจะสูงกว่าเขาแม้ไม่ได้อยู่ในขั้นมรณะแต่จะต้องน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่งแน่นอน!
“หึหึ หรือว่าเจ้าได้พบเจอกับสตรีงามมาจำนวนมากนางเหล่านั้นงามเท่าข้าหรือไม่?”
หยางต้าซือเอ่ยพลางหัวเราะเสียงเบานางมองมายังเมิ่งฝานแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
ทว่ามันกลับทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะแต่ในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็กัดฟันแน่นตื่นตัวขึ้นในทันใด ก่อนจะมีเหงื่อเปียกโชกไปทั้งแผ่นหลัง
สตรีผู้นี้...ช่างเป็นดั่งปีศาจสาวเสียจริง!
พลังจิตของนางแฝงไปด้วยพลังแห่งมายายั่วยวนอันแข็งแกร่งซึ่งต่อให้เป็นเมิ่งฝานก็ยังยากที่จะควบคุมความรู้สึกของตนเอง หากไม่ใช่เพราะพลังจิตของเขาอยู่ในขั้นจิตก็คงจะถูกนางครอบงำไปแล้ว
‘ให้ตายสิ สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียจริง!’
เขาครุ่นคิดขึ้นในใจหลังจากที่ตั้งสติได้จึงเอ่ยเสียงเบา “พวกเรามาคุยเรื่องการค้าของพวกเราจะดีกว่าขอรับ!”
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานได้สติเร็วเพียงนี้นางก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มส่งไปพร้อมกับพยักหน้ารับแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ได้สิ ข้าไม่รับเงินทองใดๆ ต้องการเพียงของล้ำค่าเท่านั้น ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเจ้ามีของล้ำค่าใดแต่มาพูดถึงสิ่งที่ข้ามีก่อนก็แล้วกัน!”
เมื่อเอ่ยออกไปดังนั้นนางก็ยื่นมือที่งามดั่งหยกออกมาจากนั้นผลไม้สีม่วงแดงพลันปรากฏขึ้นที่ฝ่ามืของนาง เมิ่งฝานมองไปอย่างตกตะลึงในทันใดเพราะเขารู้ว่ามันคือผลหลิงหลง!
คุณสมบัติเพียงอย่างเดียวของมันก็คือการเพิ่มพลังจิตซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่ทำให้มันถูกจัดว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่! โดยคุณสมบัติที่สามารถเพิ่มพลังจิตได้นั้นนับเป็นสิ่งที่ดึงดูดปรมาจารย์จิตศัสตราทุกคนบนแผ่นดินใหญ่แห่งนี้
เขานึกไม่ถึงเลยว่านางจะมีสิ่งที่น่าสะพรึงเช่นนี้ไว้ครอบครอง
เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายนำของสิ่งนี้ออกมาเขาจึงไม่รู้เลยว่าตนเองควรจะนำสิ่งใดออกไปแสดงหลังจากที่เงียบงันไปชั่วครู่เมิ่งฝานก็นำขวดหยกขนาดเล็กออกมาแล้วเอ่ยว่า
“นี่คือโลหิตบริสุทธิ์ของเทพวานรโลกันตร์หนึ่งขวดแลกกับของท่านสองขวด ท่านคิดว่าอย่างไร?”
สตรีที่เดิมทีคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยพลันมีนัยน์ตาวาวโรจน์ขึ้นในทันใดนางเองก็ต้องการสิ่งที่อยู่ในมือของเมิ่งฝานเช่นกันโลหิตของเทพวานรโลกันตร์นั้นถือว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่เช่นกันถึงขั้นที่หากมีพลังสั่งสมอยู่ภายในจำนวนมากก็อาจมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับระดับห้าเลยทีเดียว
แต่สำหรับเมิ่งฝานแล้วมันหาได้มีประโยชน์มากมายเท่าใดเพราะเขาได้ใช้มันในการพัฒนาพลังไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงต้องค่อยๆ สั่งสมพลังอย่างใจเย็นอีกครั้งเพราะหากฝืนพัฒนาตนเองก็อาจจะมีผลร้ายเกิดขึ้นมาได้
ฉะนั้นแล้วเขาจึงเก็บโลหิตบริสุทธิ์ของเทพวานรโลกันตร์เอาไว้เล็กน้อย!
หลังจากนั้นเพียงไม่นานหยางต้าซือก็กะพริบตาถี่ๆแล้วเอ่ยออกไป “ถือว่าไม่เลว แต่จะแลกกันเช่นนี้ก็คงไม่ได้ต้องเป็นของข้าหนึ่งขวดและของเจ้าสามขวด!”
สามขวด!
เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากจากนั้นจึงเอ่ยว่า “ทำไมท่านไม่ไปชิงมาเองเล่าขอรับเอาเป็นว่าของข้าหนึ่งขวดและของท่านสองขวด ห้ามต่อรอง!”
“หึไปชิงมามันไม่เร็วเช่นนี้อย่างไรเล่า ข้าหนึ่งขวดและของเจ้าสองขวดไม่ต้องต่อรองอีกแล้ว!”
“ไม่แลกก็ตามใจหนึ่งแลกสองหรือไม่ก็หนึ่งต่อหนึ่ง แต่ท่านต้องนำเงินมาให้ข้าอีกไม่น้อย!”
ทั้งสองล้วนแต่ต่อรองราคากันดั่งจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อยู่ในห้องทั้งสองต่างจ้องหน้ากันไปมาเพราะรู้ว่าไม่อาจเอาเปรียบอีกฝ่ายได้โดยง่ายสุดท้ายจึงทำได้เพียงบอกไป “หนึ่งต่อหนึ่ง ถือว่าเป็นคำขาด!”
จากนั้นทั้งสองจึงแลกของกันโดยที่หยางต้าซือกระตุกยิ้มส่วนเมิ่งฝานกลอกตาขาว แต่ถึงอย่างไรสตรีงามก็คือสตรีงาม แม้จะเป็นการกระตุกยิ้มก็ยังมีเสน่ห์?
เมิ่งฝานเก็บผลหลิงหลงเอาไว้ เขารู้ดีว่าหลังจากที่ใช้มันจะต้องทำให้พลังจิตของตนเองพัฒนาขึ้นมาอย่างมากเป็นแน่ต่อให้ไม่ถึงกับสามารถบรรลุขั้นพลังแต่จะต้องเป็นประโยชน์ไม่น้อย
เขาเก็บผลหลิงหลงไว้ในแหวนคลังวัตถุจากนั้นจึงมองสตรีตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ยังมีอีกเรื่องขอรับไม่ทราบว่าท่าน...มีเหมันต์หมื่นปีหรือไม่?”
เขาเอ่ยขึ้นเพราะผลหลิงหลงเป็นเพียงสิ่งที่เขาได้รับมาด้วยความบังเอิญแต่แท้จริงแล้วเหมันต์หมื่นปีต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ
เมื่อได้ยินในสิ่งที่เมิ่งฝานเอ่ยออกมาหยางต้าซือก็ช้อนสายตาขึ้นนางสบตากับเมิ่งฝานก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างสวยงาม แล้วเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “มี แต่ว่า...ไม่ขาย!”